<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;การทูตรถไฟ&#039; ของจีน กับข้อดีข้อเสียต่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนที่นี้มาจากนิตยสาร Nikkei Asian Review ที่วิเคราะห์ว่าจีนกำลังลุยหนักในการสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อทางใต้ของจีนผ่านลาวเข้าไทยต่อไปถึงมาเลเซียและสิงคโปร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเรียกยุทธศาสตร์นี้ว่า &amp;quot;การทูตรถไฟความเร็วสูง&amp;quot; (high-speed rail diplomacy) ของปักกิ่งที่คนไทยควรให้ความสนใจอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมีผลกระทบทั้งด้านบวกและลบที่จะต่อเนื่องไปถึงลูกหลานไทยเราไปอีกยาวนาน รัฐบาลใหม่ของไทยจะมีนโยบายต่อเรื่องนี้อย่างไรมีความสำคัญต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศ, การเมือง, เศรษฐกิจและสังคมของไทยเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทวิเคราะห์ของนิตยสารฉบับนี้เริ่มด้วยสรุปว่า จีนได้เบียดญี่ปุ่นตกไปแล้วในความพยายามที่จะปักหมุดสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย หลังจากที่บริษัท Itochu กับ Hitachi ถอนตัวจากการประมูลแข่งขันเพื่อสร้างโครงการเส้นทางรถไฟใกล้ๆ กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นต้องถอยจากงานนี้ทั้งๆ ที่เคยมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจต่อไทยอย่างกว้างขวาง เริ่มตั้งแต่การช่วยไทยสร้างเขตอุตสาหกรรมด้านตะวันออกหรือ Eastern Seaboard จนกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ระดับสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เมื่อมี Eastern Economic Corridor หรืออีอีซี ที่เป็นเสมือนการต่อยอดจาก Eastern &amp;nbsp;Seaboard แต่ดูเหมือนอิทธิพลจีนจะขยายตัวได้มากกว่าของญี่ปุ่นหลายเท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนของจีนต้องการจะสร้างทางรถไฟยาว 3,000 กิโลเมตรจากคุนหมิงทางใต้ของจีนผ่าน สปป. ลาวเข้าประเทศไทย แต่ไม่ได้จบลงตรงนี้ หากแต่ยังต้องการจะเชื่อมต่อไปถึงมาเลเซียและสิงคโปร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของยุทธศาสตร์ One Belt One Road หรือ Belt and Road &amp;nbsp;Initiative (BRI) ของจีนที่ปักหมุดไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนั่นย่อมแปลว่าจีนจะสามารถแผ่อิทธิพลในทุกๆ ด้านเข้าสู่เอเชียอาคเนย์อย่างเต็มที่ สามารถสกัดสหรัฐฯ ออกจากวงจรแห่งอำนาจในย่านนี้ไปได้อย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสิงคโปร์เป็นประตูสู่ช่องแคบมะละกาซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญมาก เชื่อมต่อระหว่างตะวันออกกลางกับเอเชียตะวันออก ที่ต้องอาศัยทางผ่านนี้เพื่อขนส่งน้ำมันดิบมาเป็นพลังงานที่เป็นหัวใจของเศรษฐกิจของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต้องไม่ลืมว่าสหรัฐฯ ใช้สิงคโปร์เป็นจุดเข้าออกของกองทัพเรือที่ปฏิบัติการในอาณาบริเวณนี้มาช้านาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอมหาธีร์ โมหะหมัดกลับมาเป็นนายกฯ มาเลเซียอีกรอบหนึ่ง เขาก็ทำให้แผนการรถไฟของจีนชะงักไปเกือบจะทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาธีร์เดินทางไปปักกิ่งเพื่อแจ้งให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้รับทราบว่าจะขอ &amp;quot;ชะลอ&amp;quot; แผนการสร้างทางรถไฟที่เชื่อมกับทางใต้ของไทยและกับสิงคโปร์ไว้ก่อน &amp;quot;เพราะรัฐบาลก่อนหน้าโกงกินบ้านเมืองเสียจนเรากระเป๋าแฟบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาธีร์ขอระงับแผนการสร้างทางรถไฟเลียบชายฝั่งตะวันออกยาว 688 กิโลเมตรที่เชื่อมทางใต้ของไทยกับกัวลาลัมเปอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และขอเลื่อนแผนการสร้างรถไฟความเร็วสูงระหว่างกัวลาลัมเปอร์กับสิงคโปร์ยาว 350 กิโลเมตรไปอย่างน้อยสองปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด มหาธีร์ต้องยอม &amp;quot;ประนีประนอม&amp;quot; กับจีนด้วยการฟื้นโครงการถไฟฟ้ากับจีน แต่ลดค่าใช้จ่ายไป 30% เพราะจีนอ้างว่าถ้ายกเลิกทั้งโครงการจะมีค่าปรับประมาณ 5 พันล้านเหรียญ หรือ 159,000 &amp;nbsp;ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนไปชวนประเทศไหนสร้างทางรถไฟมักจะเสนอเงินกู้ให้เจ้าของประเทศ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าแนวทางเช่นนี้ได้สร้างหนี้สินก้อนใหญ่ให้หลายประเทศ และเมื่อจีนเป็นเจ้าหนี้ ประเทศเหล่านั้นก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลทางการเมืองของจีนโดยปริยาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวอย่างของกรณีเช่นว่านี้เกิดขึ้นกับโครงการสร้างท่าเรือที่ศรีลังกา ซึ่งเมื่อเจ้าภาพไม่มีเงินจ่ายหนี้ &amp;nbsp;จีนก็ยึดท่าเรือเป็นของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้เกิดศัพท์การทูตใหม่ทางตะวันตกว่า &amp;quot;การทูตสร้างหนี้&amp;quot; (debt diplomacy)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนยืนยันว่าปักกิ่งไม่มีนโยบายจะสร้างภาระหนี้สินล้นพ้นตัวให้ประเทศอื่น เพียงแต่ต้องการเข้าไปช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่นรถไฟความเร็วสูงและท่าเรือเพื่อส่งเสริมศักยภาพของประเทศนั้น ๆ ในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการทูตจีนเคยบอกผมว่า ประเทศจีนเป็นตัวอย่างของการใช้ยุทธศาสตร์สร้างทางรถไฟเพื่อสร้างเศรษฐกิจให้ชนบทที่ไกลปืนเที่ยง จนมีคำพังเพยในประเทศจีนว่า &amp;quot;ที่ไหนมีทางรถไฟ ที่นั่นมีทอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยเราเป็นมิตรกับจีน และมีการเจรจากับจีนว่าด้วยโครงการรถไฟความเร็วสูงมาหลายปี &amp;nbsp;(การเจรจาครั้งล่าสุดเป็นรอบที่ 27) จึงน่าจะได้บทเรียนทั้งจากการแลกเปลี่ยนความเห็นของเรากับจีนเอง และบทเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลใหม่ของเรา จำเป็นจะต้องศึกษาข้อดีข้อเสียของโครงการนี้อย่างรอบด้านและโปร่งใส ให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีโอกาสร่วมในกระบวนการพิจารณาโดยที่รัฐบาลจะต้องเปิดเผยรายละเอียดทุกขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์เพื่อแสวงหาแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยมากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34314</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, นิตยสาร Nikkei Asian Review</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
