<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็ก 8 ขวบ แชมป์ยูทูบเบอร์รายได้สูงสุด 785 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไรอัน คาจิ ยูทูบเบอร์วัย 8 ขวบ เจ้าของช่อง &amp;quot;Ryan&amp;#39;s World&amp;quot; ทำรายได้จากช่องยูทูบตลอดปีสูงสุด มีรายได้รวม 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 785 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิตยสารฟอร์บส์รายงานเมื่อวันพุธที่ 18 ธันวาคม 10&amp;nbsp; ว่าอันดับยูทูบเบอร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดปี โดยคิดในช่วงระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ถึง 1 มิถุนายน 2562&amp;nbsp; อันดับ 1 ยังคงเป็นของไรอัน คาจิ เจ้าของช่องยูทูบ &amp;quot;Ryan&amp;#39;s World&amp;quot; ที่ทำรายได้รวม 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 785 ล้านบาท ในปีที่แล้วคาจิเป็นยูทูบเบอร์ทำรายได้อันดับ 1 เช่นกัน โดยทำรายได้ 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 664 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อแม่ของคาจิเริ่มทำช่องยูทูบของเขาในปี 2558 ในตอนแรกชื่อช่อง &amp;quot;Ryan ToysReview&amp;quot; ส่วนใหญ่เป็นวิดีโอที่เด็กคนนี้แกะกล่องของเล่นและเล่นของเล่น คลิปวิดีโอหลายคลิปมียอดวิวมากกว่า 1,000 ล้านวิว ตั้งแต่เปิดช่องยูทูบมามียอดวิวทั้งหมดเกือบ 35,000 ล้านวิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ช่องยูทูบของคาจิเปลี่ยนชื่อเป็น &amp;quot;Ryan&amp;#39;s World&amp;quot; หลังจาก &amp;quot;ทรูธ อิน แอดเวอร์ไทซิง&amp;quot; ซึ่งเป็นองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคยื่นฟ้องต่อคณะกรรมการการค้ารัฐบาลกลางสหรัฐ (เอฟทีซี) กล่าวหาว่าช่อง Ryan ToysReview ไม่ได้แสดงอย่างชัดเจนว่าคลิปวิดีโอคลิปใดบ้างที่แบรนด์ของเล่นเป็นผู้จ่ายเงินสนับสนุนให้คาจินำของเล่นมารีวิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่อง Ryan&amp;#39;s World มีพัฒนาการไปตามอายุของคาจิ นอกจากวิดีโอริวิวของเล่นแล้ว ที่เพิ่มเข้ามาคือวิดีโอด้านการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่องยูทูบที่ทำรายได้อันดับ 2 ในปีนี้จากการรายงานของฟอร์บส์คือช่อง &amp;quot;Dude Perfect&amp;quot; ทำรายได้ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 604 ล้านบาท เป็นช่องของกลุ่มเพื่อนในเทกซัส 5 คน วัยราว 30 ปี รวมตัวกันทำสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปไม่ได้ เช่น โยนลูกบาสเกตบอลเข้าห่วงจากยอดอาคารหรือจากเฮลิคอปเตอร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52871</URL_LINK>
                <HASHTAG>Ryan&#039;s World, นิตยสารฟอร์บส์, ยูทูบเบอร์, รายได้สูงสุด, ไรอัน คาจิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb7f000f18a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์บส์ เผยตระกูลเจียรวนนท์แชมป์มั่งคั่งที่สุดในไทย ถือครองทรัพย์สินทะลุ 9 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์บส์เผย 50 อภิมหาเศรษฐีไทยรวยขึ้นอื้อ แค่สี่อันดับแรกก็มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า 7.8 แสนล้าน ตระกูลเจียรวนนท์ ครองอันดับ 1 &amp;nbsp;ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นสูงสุดมาแตะที่ 9.37 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิตยสารชื่อดัง ฟอร์บส์ เปิดเผยรายระเอียดความมั่นคั่งของ &amp;nbsp;50 อภิมหาเศรษฐีไทย โดยข้อมูลพบว่า กลุ่มบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของไทยมีทรัพย์สินรวมกันทะยานขึ้นเป็นกว่า 1.62 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ (5.06 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นหนึ่งในสามจากปีที่แล้ว โดยผู้ที่ติดทำเนียบ 50 บุคคลร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย มีถึงสองในสามที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น เฉพาะสี่อันดับแรกมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นรวมกันเกือบ 2.5 หมื่นล้านเหรียญ (7.81 แสนล้านบาท)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังผ่านพ้นช่วงเวลาซบเซาสั้น ๆ เศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มกลับมากระเตื้องอีกครั้ง ธนาคารโลกคาดการณ์เป็นครั้งแรกนับจากปี 2555 ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวกว่า 4% ในปี 2561 หลังการส่งออกเพิ่มขึ้นผนวกกับความต้องการในประเทศฟื้นตัว แม้เศรษฐกิจจะโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ทรัพย์สินของบรรดาบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากตลาดหุ้นขาขึ้นและเงินบาทที่แข็งค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่อันดับแรกในทำเนียบมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นสูงสุด โดยพี่น้องตระกูลเจียรวนนท์แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังครองอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่องด้วยทรัพย์สินมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3 หมื่นล้านเหรียญ (9.37 แสนล้านบาท) &amp;nbsp;ด้วยแรงหนุนจากราคาหุ้นของบริษัทสำคัญ ๆ ที่ทะยานขึ้น อาทิ บมจ.ซีพี ออลล์ ซึ่งเป็นบริษัทบริหารร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่ได้อานิสงส์จากบรรยากาศการบริโภคที่สดใส และบริษัทประกันภัย Ping An ที่ได้อานิสงส์จากการลงทุนในธุรกิจฟินเทค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับที่สองประจำทำเนียบเป็นของตระกูลจิราธิวัฒน์แห่งกลุ่มเซ็นทรัล มาพร้อมทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นแตะ 2.12 หมื่นล้านเหรียญ (6.62 แสนล้านบาท) จาก 1.53 หมื่นล้านเหรียญ ในปีที่ผ่านมา เฉลิม อยู่วิทยา แห่งกระทิงแดงมาในอันดับที่ 3 โดยมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 8.5 พันล้านเหรียญ เป็น 2.1 หมื่นล้านเหรียญ (6.56 แสนล้านบาท) ในปีนี้ เจริญ สิริวัฒนภักดี (อันดับ 4) แห่งกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ มีทรัพย์สินเพิ่มจากปีที่ผ่านมา 2 พันล้านเหรียญ รวมเป็นมูลค่าทรัพย์สิน 1.74 หมื่นล้านเหรียญ (5.43 แสนล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​Aloke Lohia (อันดับ 9) เป็นมหาเศรษฐีอีกหนึ่งท่านที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาก ทรัพย์สินของเขาทะยานแตะ 3.3 พันล้านเหรียญ (1.03 แสนล้านบาท) พุ่งขึ้นถึง 89% การบรรลุข้อตกลงที่สำคัญนับตั้งแต่ปี 2557 ของเขาทำให้ บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์สเข้าเป็นเจ้าของกิจการ 16 แห่งทั่วโลก ซึ่งรวมถึงกิจการในยุโรปและอเมริกาเหนือ ในปี 2560 บริษัทรายงานตัวเลขรายได้ 8.4 พันล้านเหรียญ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง&amp;nbsp;17%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสะท้อนความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นคือ ปีนี้มีถึง 32 อันดับที่มีทรัพย์สินระดับพันล้านเหรียญขึ้นไป เพิ่มจากปี 2560 สี่อันดับ (5 ท่าน) โดยสองในนี้เป็นมหาเศรษฐีใหม่ที่เพิ่งเข้าอันดับเป็นครั้งแรกหลังพาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่ สารัชถ์ รัตนาวะดี (อันดับ 7) ซีอีโอแห่ง บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ซึ่งเข้าตลาดเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่ที่ร่ำรวยที่สุดด้วยทรัพย์สินมูลค่า 3.4 พันล้านเหรียญ (1.06 แสนล้านบาท) และอีกหนึ่งคือประจักษ์ ตั้งคารวคุณ (อันดับ 14) เข้าทำเนียบมาเป็นปีแรกด้วยทรัพย์สินสุทธิ 2.1 พันล้านเหรียญ(6.56 หมื่นล้านบาท)
อีกสองมหาเศรษฐีหน้าใหม่ประจำทำเนียบมาจากธุรกิจความสวยความงามที่กำลังเฟื่องฟู ได้แก่ นพ.สุวินและธัญญาภรณ์ ไกรภูเบศ (อันดับ 40) แห่งบิวตี้ คอมมูนิตี้ โดยทั้งคู่มีทรัพย์สินรวมกัน 715 ล้านเหรียญ (2.23 หมื่นล้านบาท) และสราวุฒิ พรพัฒนารักษ์ (อันดับ 45) กับมูลค่าทรัพย์สิน 675 ล้านเหรียญ (2.11 หมื่นล้านบาท) ดู เดย์ ดรีม ของเขาทำรายได้อย่างงามจากกระแสคลั่งไคล้ผิวขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในบรรดามหาเศรษฐีนี 9 คนที่เข้าสู่ทำเนียบในปีนี้ สองคนเป็นผู้ที่กลับเข้าสู่อันดับอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งรวมถึง สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ (อันดับ 28) ประธานกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ด้วยทรัพย์สิน 1.3 พันล้านเหรียญ (4.06 หมื่นล้านบาท) ด้าน Nishita Shah Federbush (อันดับ 32, 1.06 พันล้านเหรียญ) ทายาทธุรกิจขนส่งทางทะเลผู้กุมบังเหียนจีพี กรุ๊ป เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีนีที่โดดเด่นด้วยมูลค่าทรัพย์สินของตระกูลมีมูลค่าเกิน 1 พันล้านเหรียญเป็นครั้งแรก โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นจากการเข้าถือหุ้นร้อยละ 51 ในบมจ. เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ บริษัทยาและผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพที่ Kirit พ่อของเธอเป็นผู้ก่อตั้งในปี 2525&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการกำหนดทรัพย์สินสุทธิขั้นต่ำของผู้ที่ได้รับการจัดอันดับที่ 600 ล้านเหรียญ ทำให้มีมหาเศรษฐีเจ็ดคนหลุดจากทำเนียบ 50 อภิมหาเศรษฐีไทยไปในปีนี้ รวมทั้งภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ บมจ. อีสเทิร์นโพลีเมอร์ของเขาทำรายได้และผลกำไรลดลงจากอุปสงค์ที่อ่อนแรงและราคาวัตถุดิบที่ถีบตัวสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายชื่อตระกูลและอภิมหาเศรษฐี 10 อันดับแรกของไทย
1. พี่น้องเจียรวนนท์​​ มูลค่าทรัพย์สิน​ 3.0 หมื่นล้านเหรียญ
2. ตระกูลจิราธิวัฒน์ ​​มูลค่าทรัพย์สิน ​2.12 หมื่นล้านเหรียญ
3. เฉลิม อยู่วิทยา​​ มูลค่าทรัพย์สิน​2.1 หมื่นล้านเหรียญ
4. เจริญ สิริวัฒนภักดี​​ มูลค่าทรัพย์สิน​1.74 หมื่นล้านเหรียญ
5. วิชัย ศรีวัฒนประภา ​​มูลค่าทรัพย์สิน​5.2 พันล้านเหรียญ
6. กฤตย์ รัตนรักษ์​​ มูลค่าทรัพย์สิน​3.7 พันล้านเหรียญ
7. สารัชถ์ รัตนาวะดี​​ มูลค่าทรัพย์สิน​3.4 พันล้านเหรียญ
8. นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ​ มูลค่าทรัพย์สิน​3.35 พันล้านเหรียญ
9. Aloke Lohia​​​ มูลค่าทรัพย์สิน​3.3 พันล้านเหรียญ
10. วานิช ไชยวรรณ​​ มูลค่าทรัพย์สิน​3 พันล้านเหรียญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดอันดับในทำเนียบฯ ใช้ข้อมูลทางการเงินและการถือครองหุ้นที่ได้รับจากครอบครัวและผู้ที่ได้รับการจัดอันดับ ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ นักวิเคราะห์ และหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงทรัพย์สินของครอบครัวและทรัพย์สินที่ถือครองโดยสมาชิกครอบครัวในหลายรุ่น ทั้งนี้มูลค่าทรัพย์สินในบริษัทมหาชนคำนวณจากราคาหุ้น และอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 20 เมษายน ส่วนทรัพย์สินในบริษัทที่ถือครองส่วนตัวประเมินค่าโดยเปรียบเทียบกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเดียวกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.forbesthailand.com และ www.forbes.com/thailand&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8412</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราธิวัฒน์, นิตยสารฟอร์บส์, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์, สิริวัฒนภักดี​​, อภิมหาเศรษฐี, เจียรวนนท์, เศรษฐีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aea9120ca8a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ก่อตั้ง&#039;แอมะซอน&#039;รวยสุดในโลก&#039;เจ้าสัวเจริญ&#039;ยังคงเป็นเศรษฐีอันดับ1ของไทย&#039;ทักษิณ&#039;รวยขึ้น3.1พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7 มี.ค.61- &amp;nbsp;นิตยสารฟอร์บส์เปิดเผยรายนามมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ของโลกประจำปี 2561 เมื่อวันอังคาร &amp;quot;เจฟฟ์ เบซอส&amp;quot; ผู้ก่อตั้งเว็บขายของออนไลน์ แอมะซอน รวยอันดับหนึ่งแทนที่ &amp;quot;บิล เกตส์&amp;quot; เศรษฐีใจบุญแห่งไมโครซอฟท์ ขณะ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; รวยน้อยลง 400 ล้านดอลลาร์ ของไทยเจ้าพ่อเบียร์ช้างรั้งอันดับหนึ่งเหมือนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟอร์บส์กล่าวไว้ในรายงานการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2561 ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 6 มีนาคม ว่าเบซอสมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 112,000 ล้านดอลลาร์ จากอานิสงส์ราคาหุ้นแอมะซอนที่เพิ่มขึ้นถึง 59% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้เขารวยมากกว่าเกตส์ 90,000 ล้านดอลลาร์ และภายหลังการประกาศผลการจัดอันดับ หุ้นของแอมะซอนยังพุ่งทะยานขึ้นอีก จนทรัพย์สินของเบซอสเพิ่มเป็น 127,000 ล้านดอลลาร์ ยิ่งเพิ่มช่องว่างระหว่างเขากับเกตส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกตส์ซึ่งตกไปอยู่อันดับ 2 มีทรัพย์สิน 90,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 3.ยังคงเป็นวอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนเจ้าของเบิร์กเชียร์แฮธาเวย์ มีทรัพย์สิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;84,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 4.เป็นนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส แบร์นารด์ อาร์โนลต์ ประธานและซีอีโอ LVMH เจ้าของหลุยส์วิตตอง ที่ขยับขึ้นจากอันดับ 11 มีทรัพย์สิน 72,000 ล้านดอลลาร์ อันดับ 5. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แห่งเฟซบุ๊ค มีทรัพย์สิน 71,000 ล้านดอลลาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 6. อามันซิโอ ออร์เตกา เจ้าของแบรนด์แฟชันซาราจากสเปน มีทรัพย์สิน 70,000 ล้านดอลลาร์, อันดับ 7. คาร์ลอส สลิม เฮลู นักธุรกิจโทรคมนาคมชาวเม็กซิโก มีทรัพย์สิน 67,100 ล้านดอลลาร์, อันดับ 8. และ 9. ชาร์ลส์ คอช และเดวิด คอช สองพี่น้องแห่งคอชอินดัสตรีส์ มีทรัพย์สิน 60,000 ล้านดอลลาร์เท่ากัน, อันดับ 10. แลร์รี เอลลิสัน นักธุรกิจซอฟต์แวร์ มีทรัพย์สิน 58,500 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้มหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ของโลกมีจำนวนมากถึง 2,208 คน มีทรัพย์สินรวมกัน 9.1 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 18% จากปีที่แล้ว โดยสหรัฐยังมีคงมีเศรษฐีพันล้านมากที่สุด 585 ราย ตามด้วยจีนแผ่นดินใหญ่ 373 ราย ในกลุ่มเศรษฐี 20 อันดับแรกของฟอร์บส์ปีนี้ มีชาวจีนติดโผด้วย 2 คน ได้แก่ หม่าฮว่าเถิง ผู้บริหารบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ เทนเซนต์ รวยอันดับ 17 ของโลกและรวยสุดในเอเชียด้วยทรัพย์สิน 45,300 ล้านดอลลาร์ อีกคนคือแจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา รวยติดอันดับ 20 ของโลก ทรัพย์สิน 39,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ รวยติดอันดับ 766 ของโลก ร่วงลงจากอันดับ 544 ในปีที่แล้ว มีทรัพย์สินแค่ 3,100 ล้านดอลลาร์ &amp;nbsp;น้อยลงจากปีก่อน 400 ล้านดอลลาร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์หน้าใหม่ในปีนี้มีถึง 259 คน หลายคนเป็นเศรษฐีจากการครอบครองเงินสกุลดิจิทัล ขณะเดียวกัน ก็มีมหาเศรษฐีที่หลุดจากโผ 121 คน ซึ่งรวมถึงชาวซาอุดีอาระเบีย 10 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไทยปีนี้มีมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ถึง 30 คน เพิ่มขึ้น 10 คนจากปี 2560 นำทัพโดย นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของเบียร์ช้าง มีทรัพย์สิน 17,600 ล้านดอลลาร์ ติดอันดับ 65 ของโลก ตามด้วยอันดับ 95. นายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวซีพี มีทรัพย์สิน 14,900 ล้านดอลลาร์, อันดับ 388. นายวิชัย ศรีวัฒนประภา แห่งคิงเพาเวอร์ ทรัพย์สิน 5,000 ล้านดอลลาร์, อันดับ 514. นายสุเมธ เจียรวนนท์ มีทรัพย์สิน 4,200 ล้านดอลาร์, อันดับ 527 นายจรัญ เจียรวนนท์ และนายมนตรี เจียรวนนท์ มีทรัพย์สินเท่ากัน 4,100 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 629. นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้บริหารธุรกิจพลังงาน กัลฟ์เอ็นเนอร์จีดีเวลลอปเมนท์ มีทรัพย์สิน 3,600 ล้านดอลลาร์, อันดับ 679 นายสมโภชน์ อาหุนัย จากธุรกิจพลังงาน มีทรัพย์สิน 3,400 ล้านดอลลาร์, &amp;nbsp;อันดับ 703 นายวานิช ไชยวรรณ แห่งไทยประกันชีวิต มีทรัพย์สิน 3,300 ล้านดอลลาร์, อันดับ 791. นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ จากธุรกิจโรงพยาบาล มีทรัพย์สิน 3,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดอันดับของฟอร์บส์ปีนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ติดอันดับที่ 1,339 ของโลก และอันดับที่ 16 ของไทย มีทรัพย์สิน 1,800 ล้านดอลลาร์ &amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 100 ล้านดอลลาร์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4467</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดอันดับเศรษฐีโลก, ทักษิณ ชินวัตร, นิตยสารฟอร์บส์, บิล เกตส์, ฟอร์บส์, เจฟฟ์ เบซอส, เจริญ สิริวัฒนภักดี, เบียร์ช้าง, แอมะซอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f7ee2aa157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
