<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัลบั้มเต็มชุดแรกของ‘อเล็ค เบนจามิน’พร้อมให้ฟังกันแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิตยสารไทม์ ยก &amp;ldquo;อเล็ค เบนจามิน&amp;rdquo; Alec Benjamin &amp;nbsp;ให้เป็น นักเล่าเรื่องสำหรับคนรุ่นต่อไป &amp;nbsp;และเป็นเจ้าของสถิติยอดสตรีมมิ่งเพลงต่างๆ ที่ปล่อยออกมารวมกันมากกว่า 2 พันล้านครั้ง แล้วหลาย เพลงก็เป็นเพลงฮิตติดชาร์ต ทั้งๆที่ยังไม่มีอัลบั้มเต็ม ออกมา ทำให้งานชุดแรกของหนุ่มมากความสามารถรายนี้ กลายเป็นที่จับตามองและรอคอยสุดๆ อีกชุดหนึ่งของปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่ออัลบั้ม &amp;ldquo;These Two Windows&amp;rdquo; &amp;nbsp;ออกมา งานเปิดตัวของ &amp;nbsp;&amp;ldquo;อเล็ค เบนจามิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;อย่างเป็นทางการต่อแฟนเพลงทั่วโลก ก็สมค่าการรอคอยอย่างที่สุด เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยเพลงความหมายดีๆ ที่มาพร้อมความไพเราะ เมโลดี้สวยๆ และแนวทางดนตรีเฉพาะตัวแล้ว ทั้งสิบเพลงใน &amp;ldquo;These Two Windows&amp;rdquo; ยังมีเสน่ห์ ที่ทำให้จมไปกับดนตรีและเรื่องราวได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในแบบที่สามารถตัดซิงเกิลได้ทุกเพลงเลยด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังคัดเพลงจากงานชุดนี้ เป็นซิงเกิลไปแล้วถึง 6 เพลง อเล็ค เบนจามิน&amp;nbsp; ขอแนะนำซิงเกิลใหม่ &amp;ldquo;Match in the Rai&amp;rdquo; ที่จะทำให้แฟนๆ ได้เห็นความสามารถของเขามากขึ้น กับการเล่าเรื่องความรักที่กำลังหลุดลอย ให้กลายเป็นเพลงที่ดนตรีตัดกับเนื้อหา แต่ว่าลงตัวในความเป็นป็อป สนุก ติดหู น่าฟัง จนฉายาที่นิตยสารไทม์ตั้งให้ ไม่ใช่เรื่องเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัมผัสกับอัลบัมที่มีเพลงโดนๆ เต็มชุด &amp;ldquo;These Two Windows&amp;rdquo; &amp;nbsp;รวมถึงซิงเกิลใหม่ &amp;nbsp;&amp;ldquo;Match in the Rain&amp;rdquo; ของ &amp;ldquo;อเล็ค เบนจามิน&amp;rdquo; Alec Benjamin กันได้แล้ว ที่ Spotify, Apple Music, Joox, TrueID Music โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68827</URL_LINK>
                <HASHTAG>Alec Benjamin, Match in the Rain, These Two Windows, นิตยสารไทม์, อัลบั้มใหม่, อเล็ค เบนจามิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee840458a8b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทม์ยก &#039;เกรียตา ทุนแบร์ย&#039; บุคคลแห่งปี2019</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิตยสารไทม์ยกย่อง &amp;quot;เกรียตา ทุนแบร์ย&amp;quot; วัยรุ่นสาวนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนวัย 16 ปี เป็นบุคคลแห่งปี 2019&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าปกนิตยสารไทม์ฉบับบุคคลแห่งปี 2019&amp;nbsp; / TIME / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุนแบร์ยกลายเป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดที่นิตยสารไทม์เลือกให้เป็นบุคคลแห่งปีนับแต่ไทม์เริ่มประเพณีนี้เมื่อปี พ.ศ. 2470 เอ็ดเวิร์ด เฟลเซนธาล บรรณาธิการบริหารของนิตยสารไทม์กล่าวในการประกาศผลเมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคมว่า ทุนแบร์ยเป็นเสียงที่ดังที่สุดในประเด็นที่สำคัญที่สุดที่โลกใบนี้กำลังเผชิญในปีนี้ เธอมาจากที่ที่ไม่มีใครรู้จักแล้วได้กลายเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุนแบร์ยเริ่มการเคลื่อนไหวของเธอโดยลำพังด้วยการประท้วงต่อต้านภาวะโลกร้อนที่ด้านนอกรัฐสภาสวีเดนเมื่อกลางปี 2561 ด้วยแคมเปญ &amp;quot;หยุดเรียนต้านโลกร้อน&amp;quot; หรือ &amp;quot;วันศุกร์เพื่ออนาคต&amp;quot; ไม่นานหลังจากนั้น เธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของการชุมนุมของเยาวชนทั่วโลกที่เรียกร้องให้นักการเมืองลงมือทำเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กสาวทวีตภายหลังได้รับเลือกจากไทม์ว่า เป็นเรื่องเหลือเชื่อ และเธอขอแบ่งปันเกียรติที่ได้รับกับทุกคนในขบวนการ #วันศุกร์เพื่ออนาคต และนักเคลื่อนไหวด้านภาวะโลกร้อนในทุกหนแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้วไทม์เลือกผู้สื่อข่าวที่ถูกฆาตกรรมและคุมขังเป็นบุคคลแห่งปี โดยยกย่องพวกเขาว่าเป็น &amp;quot;ผู้พิทักษ์&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52311</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิตยสารไทม์, บุคคลแห่งปี 2019, บุคคลแห่งปีของไทม์, ภาวะโลกร้อน, เกรียตา ทุนแบร์ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1a89787838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการสั่งไม่ฟ้อง&#039;พิชัย&#039;คดีโพสต์รูป&#039;บิ๊กตู่&#039;ลงปกนิตยสารไทม์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62- ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 6 นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน กก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้นำสำนวนการสอบสวนพร้อมพยานหลักฐานและความเห็นควรสั่งฟ้องนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และอดีตรมว.พลังงาน ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผู้ต้องหาคดีผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการ กระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.61 นายพิชัย โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊ก ในการร่วมวงเสวนาของคณะกรรมการวีรชน พฤษภา 35 ในประเด็นเศรษฐกิจ การปราบทุจริตคอรัปชั่นในยุค คสช.และพลังดูด 4.0 กับโพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. บนนิตยสาร TIME (ไทม์) กับลงข้อความห้ามจำหน่ายในประเทศไทย โดยนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ &amp;nbsp;นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในฐานะทนายความนายพิชัยเเละนายยอดชาย ศีลนำสุข ผู้รับมอบอำนาจเดินทางมารับทราบคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรินท์พงศ์กล่าวภายหลังเข้าพบพนักงานอัยการว่า เนื่องจากสำนวนคดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาได้สรุปสำนวนคดีเเล้วมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งตามขั้นตอนกฎหมายจะตัองส่งไปให้ ผบ.ตร.ทำความเห็นว่าจะเห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการหรือไม่ถ้าหาก ผบ.ตร.ทำความเห็นแย้งมาว่ายังยืนยันที่จะควรสั่งฟ้อง คดีก็จะถูกส่งไปยังอัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดว่าฟ้องหรือไม่ เเต่หาก ผบ.ตร.เห็นด้วยตามอัยการสำนักงานคดีอาญาที่สั่งไม่ฟ้องคดีก็จะยุติ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของผบ.ตร.ยังไม่แล้วเสร็จจึงให้เลื่อนนัดฟังคำสั่ง &amp;nbsp;ไปเป็นวันที่ 3 ธ.ค. 62เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า อยากให้ประชาชนพิจารณาว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อปิดปากตนไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจใช่หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้เรียกตนไปปรับทัศนคติแล้ว 8 ครั้ง เพื่อบังคับให้ตนอย่าวิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ &amp;nbsp;การที่ รัฐบาล และ คสช. ในขณะนั้น ไม่รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อีกทั้งยังพยายามปิดปากไม่ให้วิจารณ์ แล้วปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจไทยย่ำแย่ขนาดไหน หากรัฐบาลและคสช. จะได้รับฟังและพิจารณาแก้ไข เศรษฐกิจไทยคงไม่ย่ำแย่ขนาดนี้ ประชาชนคงไม่ลำบากเลือดตาแทบกระเด็นกันแบบนี้ และที่น่าห่วงคือเศรษฐกิจยังจะแย่ลงไปอีก หากรัฐบาลยังมีกรอบคิดเหมือนกันในปัจจุบัน ซึ่งเวลาได้พิสูจน์มากว่า 5 ปีแล้ว.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49096</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นิตยสารไทม์, สั่งไม่ฟ้อง, อัยการ, โพสต์ภาพบิ๊กตู่, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b325501ca427.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ แคนาดาขอโทษ ทาหน้าดำร่วมงานเลี้ยง อ้างไม่รู้เหยียดผิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;งานเข้า นายกฯ จัสติน ทรูโด โดนนิตยสารไทม์ขุดภาพเก่าเมื่อ 18 ปีที่แล้ว แฉพฤติกรรมเหยียดสีผิว ทาหน้าดำแต่งตัวเป็นอาลาดินร่วมงานเลี้ยงอาหรับราตรี เจ้าตัวแถลงขอโทษ อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คู่แข่งได้ทีซ้ำบุคคลเช่นนี้ไม่เหมาะสมเป็นผู้นำประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ จัสติน ทรูโด แถลงข่าวที่ออตตาวา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 / Dave Chan / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีวัย 47 ปีของแคนาดาเผชิญมรสุมการเมืองลูกใหม่ก่อนหน้าจะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในอีกไม่ถึง 5 สัปดาห์ โดยผลสำรวจชี้ว่า พรรคลิเบอรัลของทรูโดที่เคยชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อปี 2558 กำลังขับเคี่ยวอย่างสูสีกับพรรคคอนเซอร์เวทีฟของแอนดรูว์ เชียร์ ในการเลือกตั้งวันที่ 21 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพขาว-ดำที่นิตยสารไทม์เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 18 กันยายน 2562 เป็นภาพที่ทรูโดทาหน้า มือและคอ เป็นสีดำ โพกศีรษะและสวมเสื้อคลุมยาว ถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ในงานเลี้ยงกาลาเมื่อปี 2544 ขณะนั้นทรูโดอายุ 29 ปีและทำงานเป็นครูที่เอกชนเวสต์พอยต์เกรย์อะคาเดมีในเมืองแวนคูเวอร์ ภาพนี้ปรากฏในหนังสือรุ่นประจำปี 2543-2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทรูโดแถลงถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์จากบนเครื่องบินระหว่างเดินทางไปหาเสียงที่เมืองแฮลิแฟกซ์ รัฐโนวาสโกเชีย เมื่อวันพุธ ยืนยันว่าเขาเป็นบุคคลในภาพถ่ายนั้นจริง ภาพนั้นถ่ายในงานเลี้ยงประจำปีของโรงเรียน โดยมีธีมชุดแต่งกายแบบ &amp;quot;อาหรับราตรี&amp;quot; ตัวเขาแต่งเป็นอาลาดินโดยทาหน้าทาตัวดำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานในเว็บไซต์ของนิตยสารไทม์ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ แคนาดา ซึ่งมักกล่าวถึงการต่อสู้กับการแบ่งแยกกีดกันสีผิวและมีรัฐมนตรีเชื้อสายอินเดียในตำแหน่งสำคัญถึง 3 คน กล่าวว่า ตลอดชีวิตการทำงานของเขา เขาพยายามสร้างโอกาสให้ผู้คน ต่อต้านการเหยียดผิวและความใจแคบ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดในวัยหนุ่ม ที่เขาไม่อยากให้เกิด และอยากให้เขารู้ดีกว่านี้ในตอนนั้น เขาเสียใจอย่างสุดซึ้ง ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่ามันเรื่องที่เหยียดสีผิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามเพิ่มเติม ทรูโดก็ยอมรับอีกว่า เขาเคยทาหน้าดำร้องเพลง &amp;ldquo;Day O&amp;rdquo; ของแฮร์รี เบลาฟอนเต ในงานประกวดร้องเพลงของโรงเรียนสมัยมัธยมปลายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแอนดรูว์ เชียร์ ผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟ กล่าวว่า เขาผิดหวังและช็อกสุดขีดกับภาพนี้ การทาหน้าดำเป็นพฤติกรรมล้อเลียนและเหยียดผิวอย่างเปิดเผย สิ่งที่ชาวแคนาดาเห็นในครั้งนี้คือบุคคลที่ขาดวิจารณญาณและความซื่อตรงอย่างสิ้นเชิง และเป็นบุคคลที่ไม่เหมาะสมจะมาบริหารประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรูโดตกเป็นเป้าโจมตีเรื่องจริยธรรมหลายครั้ง รวมถึงการถูกตำหนิว่าทำผิดจรรยาบรรณด้วยการกดดันรัฐมนตรียุติธรรมขณะนั้นไม่ให้ไต่สวนการติดสินบนของบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46147</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัสติน ทรูโด, ทาหน้าดำ, นายกฯ แคนาดา, นิตยสารไทม์, เหยียดสีผิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d834c0f108f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 22:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทม์ยก &#039;คาช็อกกี&#039; และนักข่าวเหยื่อฆ่า-ขัง เป็น &#039;บุคคลแห่งปี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิตยสารไทม์ประกาศยกย่องให้ผู้สื่อข่าว &amp;quot;ผู้พิทักษ์ความจริง&amp;quot; ที่ตกเป็นเหยื่อการประหัตประหารและรังแกเป็น &amp;quot;บุคคลแห่งปี&amp;quot; ประจำปี 2561 ซึ่งรวมถึง จามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุฯ และสองนักข่าวรอยเตอร์ในเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพหน้าปกนิตยสารไทม์ฉบับ &amp;quot;บุคคลแห่งปี&amp;quot; ฉบับประจำวันที่ 24-31 ธ.ค. 2561 /&amp;nbsp; TIME Inc / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิตยสารไทม์ประกาศรางวัลบุคคลแห่งปีประจำปี 2561 เมื่อวันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2561 ด้วยการยกย่องการทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าวที่เป็น &amp;quot;ผู้พิทักษ์&amp;quot; ความจริง ซึ่งหลายคนโดนฆ่าตายหรือไม่ก็โดนจับกุมคุมขัง โดยบุคคลที่ไทม์กล่าวถึงในรายชื่อนั้น ได้แก่ จามัล คาช็อกกี นักข่าวอิสระอาวุโสชาวซาอุดีอาระเบีย ที่โดนทีมสังหารซาอุฯ ฆ่าตายภายในสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบุลของตุรกีเมื่อเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับแต่ปี 2470 ที่บุคคลแห่งปีของไทม์มอบให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากคาช็อกกี ไทม์ยังได้ยกย่องบุคลากรของหนังสือพิมพ์แคปิตอลกาเซ็ตต์ในเมืองแอนนาโปลิสของสหรัฐซึ่งตกเป็นเหยื่อการกราดยิงเมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้ ที่รวมถึงสมาชิก 5 คนที่สังเวยชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนนักข่าวที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ตกเป็นเหยื่อการปราบปรามของรัฐที่ไทม์ยกให้เป็นบุคคลแห่งปีด้วย รายหนึ่งคือ มาเรีย เรสซา นักข่าวชาวฟิลิปปินส์ที่วิจารณ์ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต จนโดนดำเนินคดี และอีก 2 รายเป็นนักข่าวชาวเมียนมาของรอยเตอร์ ได้แก่ วา โลน และจ่อ โซ อู ซึ่งถูกคุมขังคดีความมั่นคงหลังจากรายงานข่าวการฆ่าหมู่ชาวบ้านโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ &amp;quot;บุคคลแห่งปี&amp;quot; ของไทม์ในปี 2559 และเป็นตัวเก็งที่จะได้รางวัลนี้ซ้ำอีกในปีนี้ ได้เพียงอันดับ 2 ส่วนโรเบิร์ต มุลเลอร์ อัยการพิเศษของสหรัฐที่สอบสวนคำกล่าวหาทีมงานหาเสียงของทรัมป์ร่วมมือกับรัสเซียเพื่อโน้มน้าวผลการเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 นั้นได้อันดับ 3.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24034</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, นักข่าวฟิลิปปินส์, นักข่าวรอยเตอร์, นิตยสารไทม์, บุคคลแห่งปี, แคปิตอลกาเซ็ตต์, ไทม์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181211/image_mid_5c0fd9541be63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประวิตรโดดป้องสามมิตร เดินสายดูดไม่ผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ปัดห้ามขายนิตยสารไทม์ นสพ.ไทยยังไม่เคยห้าม จะไปห้ามต่างชาติได้อย่างไร &amp;quot;ป้อม&amp;quot; อุ้มกลุ่มสามมิตรเดินสายดูดไม่ผิด กม. อ้างไม่ได้หาเสียงทำตัวให้ปั่นป่วนวุ่นวาย &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ท้าพลังดูดเอาไปให้หมดทีเดียว ยังมั่นใจเลือกตั้งรอบหน้าชนะที่หนึ่ง โวยให้ทำไพรมารีโหวตแต่ไม่ปลดล็อกเหมือนกินข้าวแต่ยังไม่อ้าปาก &amp;quot;ชทพ.&amp;quot; เสนอ 3 ทางเลือกทำไพรมารีฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีเสียงวิจารณ์ห้ามขายนิตยสารไทม์ ที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์พิเศษขึ้นปกด้วยว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนจะไปห้ามเขาได้อย่างไร เคยห้ามใครได้หรือไม่ ไม่ว่าจะหนังสือพิมพ์ไทยก็ไม่เคยห้าม &amp;nbsp; แล้วจะไปห้ามหนังสือพิมพ์ต่างชาติได้อย่างไร อยากจะขายก็ขายไป เรื่องนี้เป็นธุรกิจของเขา เราคนไทยก็รู้กันอยู่แล้วว่าตนทำอะไรอยู่ และทำงานเพื่อใคร ซึ่งตนไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเรื่องดังกล่าวมีบันทึกการให้สัมภาษณ์ไว้อยู่แล้ว ผมจะให้มีการเผยแพร่ว่าทางนิตยสารไทม์ได้ถามอะไร ผมได้ตอบอย่างไร เมื่อสัมภาษณ์แล้วทางนิตยสารไทม์ได้นำไปเรียบเรียงอีกครั้ง ก็เป็นเรื่องของมุมมองของกองบรรณาธิการไทม์ เราไม่สามารถไปห้ามเขาได้ เหมือนกับที่ผมไม่สามารถไปต่อว่าสื่อไทยได้เช่นกัน เพราะเป็นเรื่องของสื่อ แค่อยากให้ระมัดระวัง ก็แค่นั้นเอง เนื่องจากปัจจุบันไทยมีโอกาสมากมายในเวทีโลก ดังนั้นความสงบเรียบร้อยจึงเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร เดินสายดูดพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ว่า เขาไม่ได้ไปหาเสียงอะไร และขณะนี้พรรคการเมืองยังไม่มีการเปิดตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาไม่ได้คุยกันเรื่องต่อต้านอะไร ไม่ได้รวมตัวกันเพื่อปั่นป่วนทำให้เกิดความวุ่นวายในรัฐบาล ซึ่งการพูดคุยดังกล่าวเป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่เรื่องการทำงานทางการเมือง&amp;quot; รองนายกฯ กล่าวถึงการรวมตัวกันเกิน 5 คน เพื่อพูดคุยประเด็นการเมืองถือว่าผิดหรือไม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเชิญบุคคลพูดคุย แต่ไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง สามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า หากทำกิจกรรมเพื่อปั่นป่วนไม่สามารถทำได้ ถามอีกว่าหากพรรคเพื่อไทยนัดพูดคุยโดยไม่มีการปั่นป่วนสามารถทำได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็อย่าด่ารัฐบาล หากทำอะไรไม่นำไปสู่ความขัดแย้งได้ทั้งนั้น เมื่อถามต่อว่า แล้วตอนนี้ตัวท่านมีพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวสวนกลับว่า &amp;ldquo;ไม่มี พักผ่อน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ที่เปิดเผยรายชื่อผู้ที่จะลงสนามเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชารัฐว่า หากกลุ่มนี้ยังรวบรวม ส.ส.ไม่ได้ การเลือกตั้งก็จะยังไม่เกิด อยากให้เปิดตัวเสียที จะได้รีบเลือกตั้ง ยอมรับว่าเรื่องนี้มีผลกระทบกับพรรคเพื่อไทย แต่ไม่มาก อดีต ส.ส.ที่ออกไปมีปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนหรือประชาชนไม่นิยมชมชอบแล้ว คนที่เป็นตัวแทนของประชาชนจริงๆ ยังคงอยู่กับพรรค อยากจะเคลื่อนไหวอะไรก็เคลื่อนไหวไป จะดูดอะไรก็ดูดให้เต็มที่ แต่ต้องสู้กันตรงไปตรงมา อย่าใช้เล่ห์กล อย่าใช้อำนาจรัฐบีบบังคับหรือใช้กฎหมายกลั่นแกล้ง เพราะมันสกปรกเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ส่วนกรณีที่ คสช.ไม่ดำเนินการกับกลุ่มดังกล่าวนั้น จะทำให้ประชาชนเห็นชัดเจนขึ้นว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร &amp;nbsp;เชื่อว่าเมื่อมีการเลือกตั้งประชาชนก็ยังไม่เลือกทหาร ส่วนที่ คสช.จะมีการหารือกับกลุ่มการเมืองอีกครั้งในเดือน ก.ย. ต้องดูว่าใครเป็นคนเชิญ ถ้า กกต.เชิญ ทางพรรคยินดีเข้าร่วม แต่ถ้าเป็นรัฐบาลหรือ คสช.เชิญ เราก็ไม่ไป เพราะไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลและ คสช.&amp;quot; นายวรวัจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่กังวลว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรจะส่งผลกระทบกับพรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าถึงเวลาเลือกตั้งเมื่อไหร่ พรรคเพื่อไทยจะมี ส.ส.อันดับหนึ่งแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมและมีความสามารถในการให้สมาชิกพรรคเข้ามามีส่วนร่วมในการคัดสรรผู้สมัครรับเลือกตั้งเบื้องต้น หรือทำไพรมารีฯ เนื่องจากพรรคเห็นว่าการมีส่วนร่วมของสมาชิกจะช่วยทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง และเป็นผลดีต่อกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองต่างๆ ต้องใช้เวลาในการหาสมาชิกเพื่อให้มีจำนวนมากพอในแต่ละเขตเลือกตั้ง ดังนั้นการปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมต่างๆ และหาสมาชิก จึงมีเหตุผลและความจำเป็น ซึ่งไม่ใช่การคลายล็อก ต้องการให้ทำไพรมารีฯ และให้ประชาชนมีส่วนร่วมทำนโยบาย แต่ยังไม่ปลดล็อก อุปมาเหมือนจะกินข้าว แต่ยังไม่อ้าปาก หวังว่ารัฐบาลคงคิดได้ว่าควรทำอะไรที่ส่วนรวมได้รับประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการปรับแก้การทำไพรมารีโหวตว่า สมาชิก 3,000 คนที่กลับมายืนยันความเป็นสมาชิกพรรค ชทพ.กับโครงสร้างเดิมที่มีถือว่าเพียงพอที่จะทำไพรมารีโหวตได้ แต่เป็นห่วงว่าพรรคเล็กและพรรคที่จดจัดตั้งใหม่จะลำบากจากเงื่อนเวลาค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ รวมไปถึงเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขต ซึ่งถือว่าสำคัญมาก เพราะจะต้องใช้ตัวแทนประจำจังหวัด ซึ่งมาจากสมาชิกพรรคที่มีภูมิลำเนาในเขตเลือกตั้งในจังหวัด 100 คนขึ้นไปเข้ามาเป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกตัวผู้สมัคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรเสนอให้ปรับแก้บทหลักโดยให้พรรคสามารถแต่งตั้งตัวแทนประจำจังหวัด จากสมาชิกพรรคในจังหวัด 100 คนขึ้นไปได้ เพราะถ้าคลายในส่วนนี้ จะไม่ได้ต้องเจอกับปัญหา และจะสะดวกและง่ายขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้คิดว่าจะยกเลิกเลยไม่ได้ เพราะสุ่มเสี่ยงที่จะขัดรัฐธรรมนูญ แต่สามารถคลายออกได้ โดยรัฐบาลอาจจะทำเป็น 3 ทางเลือกให้พรรคเลือก 1.ทำไพรมารีโหวตเต็มรูปแบบ 2.ทำไพรมารีเป็นรายภาค และ 3.ให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกผู้สมัคร โดยให้ถือเป็นเรื่องภายใน พรรคไหนสะดวกแบบไหนให้ทำแบบนั้น โดยที่ทั้ง 3 วิธีนี้ยังถือเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 45 ที่กำหนดให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่าพรรค ปชป.จับมือ คสช.ล้มพรรคเพื่อไทย ว่า คำพูดดังกล่าวถือเป็นการกล่าวหากัน และยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ อยากให้ไตร่ตรองดูให้ดีว่าใครที่เป็นคนล้มพรรคเพื่อไทย กลุ่มสามมิตรที่เป็นอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ขณะที่คดียุบพรรคเกิดจากกรรมการบริหารพรรคเอง จึงไม่ควรมายัดเยียดข้อกล่าวหานี้ให้พรรคประชาธิปัตย์ และการที่ออกมาพูดเรื่องนี้ น่าจะเป็นการสร้างผลงานทางการเมืองเพื่อให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เห็นเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าวถึงข้อเสนอของพรรคการเมืองที่ให้ใช้มาตรา 44 งดเว้นการทำไพรมารีโหวตว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งหากการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนจะเสียโอกาสในการร่วมสร้างประชาธิปไตยภายในพรรค ซึ่งเป็นปฐมบทเบื้องแรกของการปฏิรูปพรรคการเมืองที่เป็นรูปธรรมในการสรรค์สร้างประชาธิปไตยภายในพรรค จะทำให้ผู้นำพรรคได้ออกจากพื้นที่สะดวกได้สบายดี &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปสู่พื้นที่แห่งประชาธิปไตยภายในพรรค เป็นการให้อำนาจประชาชนหรือสมาชิกพรรคได้ร่วมกันกำหนดอนาคตของพรรคด้วนน้ำมือตนเอง ทำให้พรรคมีอิสรภาพจากเถ้าแก่ หรือชนชั้นนำภายในพรรค ลดอำนาจผู้นำพรรค แต่ไปเพิ่มอำนาจและบทบาทประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค สำหรับพรรครวมพลังประชาชาติไทย เราเคารพประชาชน จึงขอต้อนรับและพร้อมที่จะทำไพรมารีโหวตด้วยความเต็มใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12399</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสามมิตร, นิตยสารไทม์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180629/image_big_5b36423e74fb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประวิตร&#039;บอก&#039;บิ๊กตู่&#039;ไม่เห็นคล้าย&#039;สฤษดิ์น้อย&#039;เลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.61- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฎิเสธไม่มีคำสั่งห้ามขายหนังสือไทม์เอเชีย ฉบับที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขึ้นปก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า หากมีการจำหน่ายหนังสือดังกล่าวสามารถทำได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องทำตามตามระเบียบว่าผิดหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ไปบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นสฤษดิ์น้อย ไม่เห็นคล้ายอะไรเลย ท่านไม่ได้ดุร้าย และไม่เคยเอาคนไปยิงเป้า ส่วนหนังสือไทม์บิดเบือนหรือไม่นั้น &amp;nbsp;ไม่รู้ ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการไป ประชาชนก็ใช้วิจารณญาณว่าเขียนตรงหรือไม่ ซึ่งผมก็ยังไม่ได้อ่าน และยังไม่เห็นฉบับจริง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์มหาลัยธรรมศาสตร์ แปลหนังสือดังกล่าวเป็นภาษาไทย พล.อ.ประวิตร ย้อนถาม น่าเชื่อถือหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12054</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&quot;, นายกรัฐมนตรี, นิตยสารไทม์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b3079a569322.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
