<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>AOT ผุดแอปฯ รองรับเปิดประเทศ หวังสร้างความสะดวกให้ลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 &amp;emsp; นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาแอปพิเคชั่น สวัสดี บาย เอโอที (SAWASDEE by AOT) เพื่อเชื่อมโยงสารสนเทศด้านคมนาคมและการท่องเที่ยวตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม รองรับการเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย. 64 รวมถึงอำนวยความสะดวกในการใช้บริการทั้ง 6 ท่าอากาศยานของ ทอท. คือสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวงเชียงราย ภูเก็ต และท่าหาดใหญ่ และยังเป็นช่องหนึ่งในการเพิ่มรายได้ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม นอกเหนือไปจากรายได้จากการบิน สอดรับกับนโยบาย ดิจิทัล แอร์พอร์ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแอปพิเคชั่นดังกล่าว จะสามารถเช็กเที่ยวบินในแต่ละวัน เช็กอินผ่านระบบแอปฯ โดยมีระบบติดตามกระเป๋าแบบเรียลไทม์ บอกที่ตั้งร้านอาหาร ร้านค้าภายในท่าอากาศยาน ตรวจสอบที่จอดรถ จองรถแท็กซี่ พร้อมกับมีบริการเกม สะสมคะแนนที่สามารถนำไปเป็นส่วนลดแลกซื้อสินค้า หรืออาหารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อร่วมมือในการเชื่อมศูนย์ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และโรงแรม รีสอร์ทในประเทศไทยเข้ามาให้บริการภายในแอปพิเคชั่น รวมทั้ง เจรจากับธนาคารกรุงไทย ให้เข้ามาพัฒนาระบบการชำระเงิน รวมถึงได้เตรียมเจรจากับสนามบินในต่างประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อตกลง Sister Airport จำนวน 15 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าในปี 65 จะสามารถเชื่อมข้อมูลแอปพลิเคชั่นกับสนามบินต่างประเทศ และจะเริ่มเห็นรายได้แอปฯ และเติบโตชัดเจนในปี 66 ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ของธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน (Non &amp;ndash; Aero) ได้เพิ่มขึ้นเป็น มากกว่า 50% จากปัจจุบันมีสัดส่วน อยู่ที่ 43% และสัดส่วนรายได้จากธุรกิจการบินจะปรับลดลงเหลือ 47%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119646</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิตินัย ศิริสมรรถการ, บมจ. ท่าอากาศยานไทย, สวัสดี บาย เอโอที, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_61579a0f37f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>AOT ผุดแอปฯ รองรับเปิดประเทศ หวังสร้างความสะดวกให้ลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 &amp;emsp; นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาแอปพิเคชั่น สวัสดี บาย เอโอที (SAWASDEE by AOT) เพื่อเชื่อมโยงสารสนเทศด้านคมนาคมและการท่องเที่ยวตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม รองรับการเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย. 64 รวมถึงอำนวยความสะดวกในการใช้บริการทั้ง 6 ท่าอากาศยานของ ทอท. คือสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวงเชียงราย ภูเก็ต และท่าหาดใหญ่ และยังเป็นช่องหนึ่งในการเพิ่มรายได้ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม นอกเหนือไปจากรายได้จากการบิน สอดรับกับนโยบาย ดิจิทัล แอร์พอร์ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแอปพิเคชั่นดังกล่าว จะสามารถเช็กเที่ยวบินในแต่ละวัน เช็กอินผ่านระบบแอปฯ โดยมีระบบติดตามกระเป๋าแบบเรียลไทม์ บอกที่ตั้งร้านอาหาร ร้านค้าภายในท่าอากาศยาน ตรวจสอบที่จอดรถ จองรถแท็กซี่ พร้อมกับมีบริการเกม สะสมคะแนนที่สามารถนำไปเป็นส่วนลดแลกซื้อสินค้า หรืออาหารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อร่วมมือในการเชื่อมศูนย์ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และโรงแรม รีสอร์ทในประเทศไทยเข้ามาให้บริการภายในแอปพิเคชั่น รวมทั้ง เจรจากับธนาคารกรุงไทย ให้เข้ามาพัฒนาระบบการชำระเงิน รวมถึงได้เตรียมเจรจากับสนามบินในต่างประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อตกลง Sister Airport จำนวน 15 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าในปี 65 จะสามารถเชื่อมข้อมูลแอปพลิเคชั่นกับสนามบินต่างประเทศ และจะเริ่มเห็นรายได้แอปฯ และเติบโตชัดเจนในปี 66 ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ของธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน (Non &amp;ndash; Aero) ได้เพิ่มขึ้นเป็น มากกว่า 50% จากปัจจุบันมีสัดส่วน อยู่ที่ 43% และสัดส่วนรายได้จากธุรกิจการบินจะปรับลดลงเหลือ 47%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119645</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิตินัย ศิริสมรรถการ, บมจ. ท่าอากาศยานไทย, สวัสดี บาย เอโอที, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_61579a0f37f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 06:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 06:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.เปิดทางเอกชนบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค. 2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เปิดเผยถึง ความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบท่าอากาศยานของ ทอท.ว่ากระทรวงการคลังมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุ ออกไปอีก 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564 - 29 กันยายน 2594 ครอบคลุมการดำเนินกิจการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.)ซึ่ง ทอท.ได้ทำข้อตกลงการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุไว้กับกรมท่าอากาศยาน (ทย.) และกองทัพอากาศ (ทอ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัยกล่าวต่อว่า การขยายเวลาการใช้ประโยชน์ที่ดินราชพัสดุในครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงในทั้ง 6 ท่าอากาศยานของ ทอท. บนพื้นที่จำนวนมากกว่า 2,100 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมดราว 32,000 ไร่ ตลอดจนส่งเสริมศักยภาพของท่าอากาศยาน ไปพร้อมกับการเพิ่มผลตอบแทนทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ นำไปสู่ ความคุ้มค่าการลงทุนในกิจการต่างๆ ภายในท่าอากาศยาน พร้อมสร้างรายได้ในระยะยาวให้กับ ทอท. อีกด้วย โดยที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการจำนวนมากแจ้งความจำนงขอเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อพัฒนาเป็นโครงการต่างๆ มากกว่า 68 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทอท.ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเอาไว้แล้ว ทั้งด้านการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ และการจัดสรรการใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงถนนวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ บริเวณโดยรอบ ทสภ. ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจัดสรรผู้ประกอบการกลุ่มแรกเพื่อเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ได้ภายใน 3 เดือนนับจากนี้หรือภายในเดือนธ.ค.2564 ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการ ทอท. ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคหลักบนพื้นที่ดังกล่าว ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 1,985.349 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2564 ที่ผ่านมานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขข้อตกลงการใช้ที่ดินราชพัสดุ นายนิตินัยระบุว่า ทย.ได้ลงนามในบันทึกแก้ไขข้อตกลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุในส่วนของ ทย. ทั้ง 5 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ทสภ. ทชม.(บางส่วน) ทชร. ทภก. และ ทหญ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 2 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ทดม. และ ทชม.(บางส่วน) ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขข้อตกลงฯ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในอีกไม่ช้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118499</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์, ทอท., นิตินัย ศิริสมรรถการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_61579a0f37f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิด ‘ทอท.’ เปิดตัวเลขผู้โดยสาร 8 เดือนแรกลดลง 71.5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค. 2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยในสำหรับการดำเนินงานของ ทอท. พบว่าภาพรวมการดำเนินงาน 6 ท่าอากาศยานที่อยู่ภายใต้การดูแล โดย 8 เดือนที่ผ่านมาของปีงบประมาณ 2564 (ต.ค.2563 &amp;ndash; พ.ค.2564) ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง มีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 18.33 ล้านคน ลดลง 71.5% สอดคล้องไปกับจำนวนเที่ยวบิน ที่พบว่ามีประมาณ 206,000 เที่ยวบิน ลดลง 51.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (มีผู้โดยสาร 64.20 ล้านคนและเที่ยวบิน 425,800 เที่ยวบิน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากปีงบประมาณ 2563 ทอท.ได้ประโยชน์จากไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2563 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช่วงเดือนทอง(&amp;nbsp;Golden Months) แต่ในปีงบประมาณ 2564 นโยบายภาครัฐของไทยและหลายประเทศสำคัญของโลกยังคงมาตรการการจำกัดการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศตลอดทั้งปี เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 และจากการแพร่ระบาดฯ ระลอก 2 และ 3 ส่งผลให้การฟื้นตัวของการเดินทางภายในประเทศเกิดการปรับตัวลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินที่ลดลงส่งผลให้ผลการดำเนินงานด้านการเงินของ ทอท. รอบ 6 เดือนของปีงบประมาณ 2564 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 &amp;ndash; 31 มี.ค. 2564 (งบการเงินเฉพาะบริษัท) ทอท. มีรายได้จากการขายหรือการให้บริการ 3,748.03 ล้านบาท และรายได้อื่น 792.13 ล้านบาท รวมรายได้คิดเป็น 4,540.16 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่าย 13,464.40 ล้านบาท และรายได้ภาษีเงินได้ 1,857.30 ล้านบาท จึงทำให้มีผลขาดทุนสำหรับงวดดังกล่าว จำนวน 7,066.94 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เพื่อเป็นการคืนขีดความสามารถเดิมของ ทดม.และพัฒนาเต็มศักยภาพของพื้นที่ให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ล้านคนต่อปี ปัจจุบัน ทอท. อยู่ระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) กำหนด หลังจากนั้น ทอท. จะจัดส่งรายงานให้กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้เป็น&amp;nbsp;16.5&amp;nbsp;ล้านคน ขณะนี้ ทอท. อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการ ซึ่งจะใช้เวลาออกแบบประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี และอยู่ระหว่างเสนอรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับแก้ไขให้แก่ คชก. โดยคาดว่าจะเสนอโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงต้นปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และจะเริ่มจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้างหลังจากออกแบบแล้วเสร็จ ซึ่งจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี คาดว่าสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;เช่นเดรยวกับสนามบินของ ทอท. อีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานเชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ยังคงเดินหน้าดำเนินโครงการพัฒนาสนามบินตามแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากการพัฒนาศักยภาพของสนามบินและการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแล้ว ทอท. ยังมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกิจการที่ไม่เกี่ยวกับการบิน (Non-Aeronautical Revenue)&amp;nbsp;โดยมีแนวคิดต่อยอดพัฒนาทรัพย์สิน (ที่ราชพัสดุ) ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมา ทอท.ได้มีการประชาสัมพันธ์ทรัพย์สิน (ที่ราชพัสดุ) ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ผ่านสื่อต่างๆ เช่น เว็บไซต์ของ ทอท. กลุ่มไลน์ผู้ประกอบการของ ทอท. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108311</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้โดยสาร, ทอท., นิตินัย ศิริสมรรถการ, ภาพรวมการดำเนินงาน 6 ท่าอากาศยาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1ff164a1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดกระทบหนัก&#039;ทอท.&#039;เตรียมกู้เงิน2.5 หมื่นล้านเสริมสภาพคล่อง รับเป็นการกู้ครั้งแรกในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ &amp;nbsp;บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะกรรมการบอร์ด ทอท.ได้อนุมัติ กรอบวงเงิน 2.5 หมื่นล้าน ซึ่ง เป็นจะสามารถกู้ได้ในปีงบประมาณหน้า สิ้นเดือน(ก.ย.) ทอท.จะนำมาเสริมสภาพคล่องเนื่องจากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 และนำไปลงทุนในโครงการก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทอท.ต้องประเมินสถานการณ์ปัจุบันจากการแพร่ระบาดของการแพร่เชื้อโควิด-19 และการเบิกจ่ายการลงทุนโครงการสุวรรณภูมิเฟส2 ซึ่งจากการประเมินมาณการก่อนหน้านี้ จะขาดสภาพคล่องในปี 2565 ส่วนเงินกู้ เป็นเป็นการขาดทุนครั้งแรกและกู้เงินครั้งแรก ตั้งแต่ ทอท.ดำเนินการกิจการมากว่า 40 ปี&amp;rdquo;นายนิตินัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจาก บอร์ดได้อนุติวงเงินกู้ 2.5 หมื่นล้าน ทอท.จะดำเนินการไปทำเครดิต เรตติ้งส์ไว้ก่อน หลังจากนั้น3-5 เดือน ที่จะมีการกู้จริงจากนั้นต้องดูว่าตลาดมีแนวโน้ม ดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นอย่างไร จากนั้นจะมีการประเมินได้ว่าจะกู้ในรูปแบบไหนว่าจะออกหุ้นกูหรือจะกู้แบงค์ ซึ่งเป็นการกู้ในประเทศอย่างแน่นอน ส่วนจะได้ใช้เงินกูก้อนนี้เมื่อไรนั้น เรื่องนี้ต้องมีปัจจัยของสถานการณ์ปัจจุบันที่ที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้มีสิทธิ์ที่จะได้ใช้ในงบประมาณปี 65 มาก หรือภายใน6-7 เดือนข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารภายในประเทศ ปริมาณผู้โดยสาร 6 ท่าอากาศยานที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ทอทสนามบิน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยาน ดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่. หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบสอง ในช่วงเดือน ธ.ค.2563 พบว่าผู้โดยสารกลับมาสูงสุดอยู่ที่ราว 12,700 คนต่อวัน ในวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่การแพร่ระบาดรอบสาม ปริมาณการเดินทางล่าสุด ณ วันที่ 20 เม.ย.2564 มีผู้โดยสารในประเทศรวม 6 ท่าอากาศยาน กลับมาอยู่ที่ 3.8 หมื่นคนต่อวัน &amp;nbsp;โดยมองว่าในเดือนพ.ค.นี้ จะมีผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 1.5 -2 หมื่นคนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการการเฝ้าระวังโควิด-19 นั้น ยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีพนักงานติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากต้องปฎิบัติงานอยู่หน้างาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานใหญ่ ทอท. และบุคลกรในสนามบินดอนเมือง ที่ผ่านมาสำนักงานของแต่ละท่าอากาศยานได้มีข้อปฎิบัติที่ไม่เหมือนกัน แต่หลังจากนี้จะออกข้อปฎิบัติให้มีมาตรการที่เหมือนกันทุกท่าอากาศยานตามตามคำสั่งด้านสาธารณะสุข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100746</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง, กู้เงิน, นิตินัย ศิริสมรรถการ, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท., เสริมสภาพคล่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60864066e187b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.เล็งชง ครม.ไฟเขียวขยายดอนเมืองเฟส3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาขยายท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงิน 3.2 หมื่นล้านบาทว่า ในขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) หลังจาก ทอท. ได้เสนอรายงานการเปลี่ยนแปลงด้านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้พิจารณา โดยคาดว่า จะพิจารณาแล้วเสร็จภายใน มี.ค. 2564 จากนั้นจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติภายใน ก.ค.64 และคาดว่า จะสามารถเปิดประมูลได้ภายในปี64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรห็ตามขณะที่ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (North Expansion) วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาทนั้น ในขณะนี้ อยู่ระหว่างการทบทวนผลการศึกษา ควบคู่กับโครงการพัฒนาส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 ด้านทิศตะวันตก (West Wings) และด้านตะวันออก (East Wings) วงเงิน 1.5 หมื่นบ้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หาก ทอท.สามารถเสนอให้ ครม. พิจารณาได้ภายใน มี.ค. 2564 ก็คาดว่า จะเดินหน้าเปิดประมูลภายในปี 2564 โดยเป็นไปตามมติของคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการเพิ่มขึดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2564 ที่ให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการทั้ง 3 แห่ง วงเงินรวมประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของศูนย์ตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออก (Certify Hub) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) นั้น เมื่อช่วงปลาย ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดตั้งบริษัทลูกภายใต้ชื่อ AOT TAFA Operator (AOTTO) มีทุนจดทะเบียนประมาณ 20-30 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นสัดส่วน 49% และสมาคมขนส่งสินค้าทางอากาศ (TAFA) ถือหุ้นสัดส่วน 51% โดยภายใน 6 เดือนหลังจากนี้ AOTTO จะดำเนินการปรับปรุง (รีโนเวท) ห้องตรวจสอบและรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรก่อนขึ้นเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อส่งออกไปยังกลุ่มประเทศยุโรป (EU) จากนั้น จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายใน ก.ค.-ส.ค. 2564 และจะเป็นการสร้างรายได้กับ ทอท. โดยจะเห็นเป็นรูปธรรมภายในปี 2565 ส่วนจะสร้างรายได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ต้องรอดูในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการดำเนินงานของ AOTTO นั้น มีการรวมตัวของภาคเอกชนในสมาคมขนส่งสินค้าทางอากาศ ที่มีลูกค้าประกอบธุรกิจด้านสินค้าเกษตรที่เน่าเสียง่าย และต้องเก็บรักษาในระบบความเย็น ประมาณ 90% มาใช้บริการ เช่น สินค้าเกษตร ผัก ผลไม้ อาหาร ยา เป็นต้น ขณะเดียวกัน ในเบื้องต้นจากการหารือกับกลุ่มลูกค้าเพื่อมาใช้บริการ AOTTO นั้น ลูกค้าในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งประกอบไปด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ได้ให้ความสนใจเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93811</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายสนามบินดอนเมือง, ท่าอากาศยานไทย, นิตินัย ศิริสมรรถการ, พัฒนาขยายท่าอากาศยานดอนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d346ea22fada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมมอบ &#039;ทย.-ทอท.&#039;หาข้อสรุปปมโอนสนามบินภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ธ.ค.2563 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยถึงกรณีการโอนย้ายท่าอากาศยานภูมิภาค ว่าได้มีการหารือร่วมกันกับทางกระทรวงคมนาคมและกรมท่าอากาศยาน(ทย.) เพื่อพิจารณาเรื่องการโอนย้ายท่าอากาศยานภูมิภาค ซึ่งเบื้องต้นได้มีการพิจารณารูปแบบว่าจะดำเนินการบริหารกันอย่างไรในหลายแนวทางอาทิเช่น เรื่องของการโอนย้ายก็อาจจะติดเรื่องกฎหมายเนื่องจากยังมีกฎหมายรองรับให้สามารถโอนท่าอากาศยานให้บริษัทที่เป็นมหาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากเป็นการเช่าบริหารจัดการท่าอากาศยานก็จะต้องมีการนำข้อมูลแผนการลงทุนพัฒนาและในเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนา รวมถึงกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งของ ทย.และของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.) มาทาบประกอบกันเพื่อหาในส่วนของการลงทุนว่าจะต้องมีการลงทุนเพิ่มอีกเท่าไหร่ โดยที่ ทย.ยังเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่และ ทอท.เป็นผู้เช่าเพื่อบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวว่าโดยทางกระทรวงคมนาคมได้ให้ทั้ง 2 หน่วยงานไปพิจารณาแยกรายการที่มีความซ้ำซ้อนในการลงทุนและพิจารณาแผนการดำเนินการพัฒนาเพื่อให้สมดุลกับเงินลงทุน รวมถึงการพิจารณาเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVD-19) เพราะมีผลกับแผนการดำเนินการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเช่าหากเอาเงินเป็นตัวตั้งก็จะต้องมีการแบ่งทั้ง ทย.ทอท. ต้องมีการเสนอจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี (Minimum Guarantee) ก็จะเหลืองบลงทุนอยู่นิดนึงที่ส่งผลต่อยุทธศาสตร์อาจจะสำเร็จในอีก 60 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันหากใช้ยุทธศาตร์เป็นตัวตั้งเงินลงทุนก็จะไม่พอ เนื่องจากยุทธศาสตร์ได้มีการตั้งเป้าอีก 8 ปีจะเป็นศูนย์กลางของเอเชีย ส่งผลให้เงินลงทุนไม่พอ จึงต้องพิจารณาแผนของทั้ง 2 หน่วยงานสมดุลสอดคล้องกันแยกแผนลงทุนที่มีการซ้ำซ้อนออกมาก็จะรู้ส่วนต่าง เพื่อจะได้พิจารณาว่าจะเร่งให้เร็วซึ่งอาจต้องกู้เงินหรือช้าออกไปหน่อยแต่การบริหารจัดการดีขึ้น รวมถึงจะต้องพิจารณาปัจจัยเรื่อง COVD-19 ประกอบด้วย&amp;quot;นายนิตินัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนแนวทางรูปแบบการเช่านั้นอาจสามารถเป็นได้ทั้งการตั้งกิจการร่วมค้า (Joint Venture) และการตั้งบริษัทนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV)โดยแนวทางการเช่านั้นมีเกณฑ์ที่ทาง ทย.และกรมธนารักษ์จะต้องหารือร่วมกัน และการเช่าทั้ง 2 แบบมีรูปแบบการเงินที่ต่างกัน ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมได้ให้กรอบเวลาในการดำเนินการพิจารณาข้อมูลความเป็นไปได้ดังกล่าว 2 สัปดาห์เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) สำหรับท่าอากาศยานที่จะมีการเสนอโอนให้ ทอท. ล่าสุดมีจำนวน 3 แห่งได้แก่ ท่าอากาศยานกระบี่ บุรีรัมย์ และอุดรธานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., นิตินัย ศิริสมรรถการ, โอนสนามบินภูมิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1685d3f05d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
