<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวยนิติสงครามทำลายศัตรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อนาคตใหม่ดิ้นปั่นกระแส &amp;quot;อยู่ไม่เป็น&amp;quot; นัดสาวก 16 พ.ย.ก่อนศาล รธน.ชี้ชะตา &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; 4 วัน &amp;quot;ช่อ&amp;quot; พ้อ อนค.ไม่ถนัดเอาตัวรอด &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; โวยใช้ กม.-กระบวนการยุติธรรมทำลายล้างศัตรูการเมือง พปชร.ตอกกลับเลิกสร้างกระแสผู้มีอำนาจกลั่นแกล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเพจเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของพรรคอนาคตใหม่ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ระบุว่า &amp;quot;16 พฤศจิกายน รอฟังรายละเอียดเพิ่มเติมในเร็ววันนี้ #อยู่ไม่เป็น&amp;quot; พร้อมเปลี่ยนภาพพื้นหลังเป็นสีดำ มีข้อความสีขาวว่า &amp;quot;อยู่ไม่เป็น&amp;quot; 16 พ.ย.62 โดยหลังจากนั้นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์เฟซบุ๊กและทวีตภาพดังกล่าวเช่นกัน จนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมือง และแฮชแท็กดังกล่าวได้ขึ้นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้ติดแฮชแท็ก #อยู่ไม่เป็น &amp;nbsp;พร้อมทวีตข้อความว่า &amp;quot;#อนาคตใหม่ ไม่ถนัดเอาตัวรอด ไม่เชี่ยวชาญหมากล้อมเก็บแต้มการเมือง เรารู้แต่ว่าเราสร้างพรรคเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้คนไทยเท่าเทียมกัน พาประเทศไทยเท่าทันโลก &amp;nbsp;ยุติรัฐประหารซ้ำซาก ถ้าไม่ทำทั้งหมดนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีอนาคตใหม่ #อยู่ไม่เป็น 16 พ.ย.นี้เจอกันค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;จาก Warfare สู่ Lawfare&amp;quot; ว่า Lawfare เป็นการนำคำว่า &amp;quot;Law&amp;quot; มาผสมกับคำว่า &amp;quot;-fare&amp;quot; และล้อไปกับคำว่า &amp;nbsp;&amp;quot;Warfare&amp;quot; ซึ่งหมายถึง &amp;quot;การสงคราม&amp;quot; ดังนั้น &amp;quot;Lawfare&amp;quot; จึงแปลได้ว่า &amp;quot;นิติสงคราม&amp;quot; หรือ &amp;quot;สงครามทางกฎหมาย&amp;quot; Lawfare คือ การนำกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมาใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมือง มีเป้าประสงค์ในทางการเมือง เพื่อปราบปรามศัตรูทางการเมืองหรือฝ่ายตรงข้าม Warfare ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ประหัตประหารห้ำหั่นกันเพื่อเอาชนะสงคราม แต่ Lawfare ใช้ &amp;quot;กฎหมาย&amp;quot; เป็นอาวุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Lawfare เป็นแนวโน้มใหม่ของโลก หลายประเทศนำมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลาตินอเมริกา &amp;nbsp;Lawfare ทำงานโดยอาศัยการผสมผสานกันระหว่าง &amp;quot;ศาล&amp;quot; และ &amp;quot;สื่อ&amp;quot; หนึ่งคือ นำประเด็นทางการเมืองไปอยู่ในมือศาล อีกหนึ่งคือ นำคดีการเมืองในศาลไปอยู่ในมือสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการสอบถาม ส.ส.อนาคตใหม่ถึงแฮชแท็กดังกล่าว แต่ได้รับคำตอบเพียงว่าให้รอฟังวันที่ 16 พ.ย. ในขณะที่วันที่ 20 พ.ย. ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดฟังคำวินิจฉัยคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายธนาธรว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ จากกรณีการถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ผ่านเฟชบุ๊กตอนหนึ่งว่า อุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคอนาคตใหม่คือ Social Democrat เป็นแนวทางแบบในยุโรป ซึ่งประเทศที่ใช้แนวทางนี้คือกลุ่มสแกนดิเนเวีย ประเทศในกลุ่มนี้ใช้การปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทั้งสิ้น ชื่อไทยๆ ว่าสังคมนิยมประชาธิปไตยนี้ความหมายคือ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย นั่นคือหลักประกันในเสรีภาพทางการเมือง แต่ขณะเดียวกันในทางเศรษฐกิจต้องคำนึงถึงส่วนรวมหรือสังคม ไม่ว่าจะเฉพาะในพรรค หรือสังคมทั้งในและนอกประเทศควบคู่กันไปเสมอ &amp;nbsp;ดังนั้นสมาชิกพรรคและนักการเมืองในพรรคอนาคตใหม่จึงพึงคิดถึงเพื่อนร่วมอุดมการณ์และสังคมส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตนเสมอ ถ้าใครที่จะสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค แล้วคิดว่าเสรีภาพส่วนตนเหนือกว่าส่วนรวมและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ก็สามารถเลือกไปเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ไปในแนวทางเดียวกันกับตนเองน่าจะเหมาะกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.และรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตรออกมาตั้งคำถามต่อสังคมที่เชื่อว่า นายธนาธร ตัวนายปิยบุตร รวมทั้งพรรคอนาคตใหม่กระทำความผิดฝ่าฝืนกฎหมายจริงและต้องรับโทษ หรือผู้มีอำนาจมองว่าเป็นอันตราย ตัดสินจากเหตุผลใดนั้นว่า ข้อเท็จจริงที่ว่านายธนาธรและนายปิยบุตรทำผิดจริงหรือไม่ กระจกที่ส่องอยู่ในใจคงจะสะท้อนออกมาได้ และถ้าอยากให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจความจริงที่อยู่ในใจ ควรจะให้ข้อมูลตอบคำถามพิสูจน์ตนเองให้ชัดเจน เช่นในวันไต่สวนคดีของศาลรัฐธรรมนูญตามกระบวนการยุติธรรมนี้ นายธนาธรมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะให้การนำสืบพยานหลักฐาน ให้ถ้อยคำเพื่อพิสูจน์ในปัญหาข้อเท็จจริงต่างๆ แต่กลับไปให้การตอบคำถามในหลายประเด็นเพียงว่าจำไม่ได้ ทั้งๆ ที่ศาลได้ให้เวลาเตรียมตัวและนายธนาธรเองเป็นผู้เรียกร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญทำการไต่สวนมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้อยากถามเจตนาที่แท้จริงในการตั้งคำถามของนายปิยบุตร เพราะประชาชนไม่แน่ใจว่านายปิยบุตรต้องการคำตอบหรือต้องการสร้างกระแสต่อสังคม ว่าความผิดต่างๆ ของนายธนาธรและนายปิยบุตรเกิดจากผู้มีอำนาจมองว่าทั้งสองคนนี้เป็นอันตราย หากนายปิยบุตรมีเจตนาเพียงสร้างกระแสก็ขอให้เลิกทำเสีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา&amp;nbsp;805&amp;nbsp;ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ&amp;nbsp;อ.1729/2562&amp;nbsp;ที่พรรคเสรีรวมไทย โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา &amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;326,&amp;nbsp;328
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;พ.ค.62&amp;nbsp;จำเลยแถลงข่าวว่า &amp;quot;การต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้อาจมองในแง่หนึ่งได้ว่า เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายเอาสถาบันกับไม่เอาสถาบัน ดังนั้นสมาชิกพรรคของเราจะมีมติให้เราเลือกข้างที่รักษาสถาบัน โดยพรรคพลังธรรมใหม่จึงต้องประกาศจุดยืนตามเสียงข้างมากของสมาชิกพรรคทั่วประเทศที่จะเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐในการจัดตั้งรัฐบาล&amp;quot; หมายความว่า เหตุที่จำเลยและสมาชิกพรรคของจำเลยไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พรรค แต่ไปเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ทำให้ประชาชนทั่วไปในสังคมเข้าใจว่าโจทก์เป็นพรรคการเมืองที่ไม่เอาสถาบัน เพราะความจริงแล้วโจทก์และสมาชิกพรรคทุกคนมีความจงรักภักดีเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โจทก์ไม่ได้เดินทางมาศาล โดยมอบหมายผู้รับมอบอำนาจโจทก์เดินทางมาเป็นพยานขึ้นเบิกความต่อศาล พร้อมทีมทนายความ ส่วน นพ.ระวี จำเลย ไม่ได้เดินทางมาศาลเช่นกัน เนื่องจากเป็นการนัดไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาศาล โดยได้มอบหมายให้ทีมทนายความเดินทางมาร่วมกระบวนการพิจารณาและร่วมซักค้านพยานโจทก์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อศาลออกนั่งบัลลังก์ ได้ทำการไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ โดยผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นพยานขึ้นเบิกความและตอบคำถามซักค้านทนายความจำเลย จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปาก พยานยืนยันว่าไม่มีพรรคการเมืองใดประกาศไม่เอาสถาบัน หลังการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว ศาลได้นัดฟังคำสั่งว่าคดีมีมูลตามฟ้องหรือไม่ในวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ธ.ค.นี้ เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น. ทั้งนี้ ทนายความโจทก์และทนายความจำเลยยังได้พูดคุยกันถึงแนวทางไกล่เกลี่ยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้น นายอำนวย เซลามัน หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกรรมการบริหารพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะทนายความจำเลย เปิดเผยว่า ทนายโจทก์และทนายจำเลยได้พูดคุยกัน ทนายโจทก์แถลงว่าอยากให้จำเลยยืนยันว่าข้อความที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีนี้ ไม่ได้แถลงพาดพิงไปถึงโจทก์ ซึ่งจำเลยยืนยันว่าไม่ได้แถลงพาดพิงไปถึงพรรคเสรีรวมไทย หรือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ศาลได้ให้โจทก์กับจำเลยไปพูดคุยปรับความเข้าใจกัน จำเลยยินดีที่จะแถลงว่าไม่ได้พาดพิง ซึ่งจะไปเรียนหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ หากพูดคุยกันแล้วเข้าใจกันได้ น่าจะยุติคดีได้.
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49531</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรมทำลายล้างศัตรูการเมือง, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นิติสงครามทำลายศัตรู, พรรคอนาคตใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dc039be881e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
