<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบผลวิจัย &#039;สูบบุหรี่&#039; เสี่ยงทั้งตาย-ติดเชื้อโควิด มากกว่าไม่สูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะนายกสมาคมอุรเวชแห่งประเทศไทย กล่าวในการการประชุมบุหรี่หรือสุขภาพเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 13 (13th Asia Pacific Conference on Tobacco or Health: APACT 2021 Bangkok) จัดโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ(ศจย.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และอีก 12 องค์กรพันธมิตร ว่า จากการเก็บข้อมูลผู้ผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ระลอกแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปี 2563 พบ ผู้ติดเชื้อโควิดที่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ทั้งในกลุ่มอายุน้อยกว่า 35 ปี และกลุ่มที่อายุมากกว่า 35 ปี ผู้ป่วยมากกว่าครึ่งเคยมีประวัติการสูบบุหรี่ และมีผู้ติดเชื้อราว 10% ที่ต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู &amp;nbsp;ตัวเลขกลุ่มผู้ติดเชื้อในระลอกแรกของไทยมีจำนวนน้อย แต่ผลการเก็บข้อมูลทำให้ทีมวิจัยทราบว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เคยมีประวัติสูบบุหรี่จะมีอาการรุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ทีมวิจัยกำลังเก็บข้อมูลผู้ป่วยโควิดในช่วงการระบาดระลอกใหม่นี้เพื่อทำการศึกษาต่อไป เพราะมียอดผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการปอดอักเสบที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 การออกมาให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงถึงความเชื่อมโยงของเชื้อไวรัสและพฤติกรรมการสูบบุหรี่เป็นเรื่องจำเป็น เพราะบุหรี่ทำให้เกิดการติดเชื้อปอดด้านล่างได้ง่าย เชื้อโควิดทำให้ระบบภูมิคุ้มกันลดลง ยิ่งคนสูบบุหรี่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก็จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีประวัติการสูบบุหรี่อาจจะต้องเผชิญมีปัญหาโรคพังผืดที่ปอด โรคปอดและทางเดินหายใจเรื้อรังได้ในระยะยาวหากติดเชื้อโควิด แม้ว่าจะได้รับการรักษาหายแล้วก็ตาม ทั้งนี้ ในภาวะที่คนส่วนใหญ่รวมทั้งนักสูบ ต้องกักตัวอยู่บ้านในช่วงการล็อคดาวน์ &amp;nbsp;หรือต้องรักษาตัวอยู่บ้าน อาจจะทำให้เกิดความเครียดได้ หากมีโครงการดูแลให้คำปรึกษาผู้สูบบุหรี่ เยียวยาทางจิตใจ จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผู้สูบสามารถเลิกบุหรี่ได้ในอนาคต&amp;rdquo; นพ.นิธิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.คอนสแตนติน วาร์ดาวาส (Constantine Vardavas) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกากล่าวว่า จากการศึกษาในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิดกว่าพันราย ในสหรัฐเมริกา ทำให้ทราบว่า บุหรี่มีส่วนเชื่อมโยงกับสาเหตุการเสียชีวิตจากโควิด-19 ร่วมกับโรคที่มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่อื่นๆ คือ โรคปอดติดเชื้อ ปอดอักเสบ และโรคระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มนักสูบเพศชายทั้งผู้มีเคยมีประวัติการสูบบุหรี่แต่เลิกแล้ว และผู้ที่ยังสูบอยู่ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุทำให้อาการติดเชื้อโควิด-19 รุนแรงขึ้น และรักษายากขึ้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สแตนตัน แกลนซ์ (Stanton Glanz, PhD) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและศึกษาด้านการควบคุมยาสูบ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา กล่าวถึงกรณีประเด็นข่าวที่ประเทศฝรั่งเศสพบสารนิโคตินมีส่วนป้องกันการเกิดอาการของโควิด-19 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ผู้เชี่ยวชาญในเวทีประชุมในครั้งนี้ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า กลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษานั้นยังไม่มากพอ และรายงานดังกล่าวยังไม่ผ่านการกลั่นกรองและยังไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการ รวมทั้งมีข้อสังเกตว่านักวิจัยที่ออกมาตั้งสมมติฐานนี้ มีประวัติว่ามีความสัมพันธ์กับบริษัทบุหรี่มาเป็นระยะเวลายาวนาน จึงคาดว่าบริษัทบุหรี่คือผู้อยู่เบื้องหลังการกระพือข่าวการสูบบุหรี่และนิโคตินป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าการสูบบุหรี่ป้องกัน โควิด-19 แต่มีหลักฐานจากงานวิจัยที่ยืนยันชัดในระดับนานาชาติ เป็นผลการศึกษาในสัตว์ทดลองกับบุหรี่ไฟฟ้า พบว่า สารนิโคตินจากบุหรี่ไฟฟ้าและควันบุหรี่ส่งผลต่อปอด และส่งผลให้ร่างกายเพิ่มตัวรับบทผิวเซลล์ ACE2 receptor ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นประตูรับไวรัสเข้าสู่เซลในร่างกาย ตามทฤษฎีแล้วยิ่งร่างกายมีตัวรับ ACE-2 มาก จะส่งผลให้ร่างกายรับเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ง่าย ทำให้การติดเชื้อโควิดเกิดได้ง่ายขึ้น&amp;rdquo; ดร.สแตนตัน กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ไซมอน แชปแมน มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย กล่าวว่า การสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา ถือเป็นการด่วนสรุป ซึ่งเกิดจาก Public Health England เผยแพร่รายงานว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา 95% ซึ่งเป็นข้อมูล เมื่อปี ค.ศ.2013 ที่ผู้วิจัยได้ออกมายอมรับข้อจำกัดของรายงานดังกล่าวว่า ยังมีหลักฐานน้อยมากเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า ข้อเท็จจริงคือ ขณะนั้นทั่วโลกยังมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียง 5-6 ปี หากดูจากกรณีบุหรี่ธรรมดาที่ต้องใช้เวลากว่า 60 ปี กว่าที่จะยอมรับอย่างเป็นทางการว่ามีอันตรายร้ายแรง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ามักอ้างว่า บุหรี่ไฟฟ้าทำให้อัตราการสูบบุหรี่ธรรมดาของอังกฤษลดลง ข้อเท็จจริงคือ อัตราการสูบบุหรี่ของอังกฤษลดลงมาก่อนหน้าจะมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่แล้ว และกราฟการลดลงยังอยู่ในแนวเดิมหลังจากมีบุหรี่ไฟฟ้า สะท้อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยให้คนอังอังกฤษลดการสูบบุหรี่ลงแต่อย่างใด แต่สาเหตุที่คนอังกฤษสูบบุหรี่ลดลง เป็นผลมาจากอังกฤษมีการขึ้นภาษีบุหรี่ทุกปีต่อเนื่อง ประกอบกับการใช้มาตรการควบคุมยาสูบอื่นๆ อย่างเข้มข้น&amp;rdquo; ศ.ไซมอน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115658</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิธิพัฒน์ เจียรกุล, สูบบุหรี่, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_613457bbf1625.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอนิธิพัฒน์&#039; แฉมีการกักตุนถังออกซิเจน กระทบตั้งศูนย์พักคอย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค. 64 -&amp;nbsp;รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้โอกาสไปติดตามผลการเป็นที่ปรึกษาให้จิตแพทย์และจิตพยาบาล (ขนานนามให้ใหม่) ควบคุมการใช้งานเครื่องไฮโฟลว์ในแผนการดูแลรักษาผู้ป่วยจิตเวชที่เกิดปอดอักเสบโควิดรุนแรงหนึ่งราย ทุกอย่างยังราบรื่นดี พวกเขาเริ่มปรับตัวกับเครื่องมือและแผนการดูแลรักษาที่ไม่คุ้นเคย แต่ทั้งทีมก็ทำกันได้ดี อย่างน้อยก็ช่วยรักษาหน้าคนสอน เพราะถ้าอะไรไม่ดีต้องโทษครูไว้ก่อนที่จะไปโทษนักเรียน ผู้ป่วยรายนี้อาการทุเลาขึ้นช้าๆ จึงได้ซักซ้อมแผนการปรับลดความเข้มข้นและอัตราไหลของออกซิเจนที่ใช้ ควบคู่ไปกับลดขนาดยาสเตียรอยด์ที่ใช้ลดการอักเสบของปอด หวังว่าผลการประเดิมรายแรกของที่นี่จะออกมาดีเพื่อขวัญและกำลังใจของทีมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้เยี่ยมชมสถานที่ที่เตรียมจัดสร้างไว้เป็นหอผู้ป่วยโควิดและหอผู้ป่วยสังเกตอาการ (PUI) เพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิม ได้ช่วยออกความเห็นการจัดระบบหมุนเวียนอากาศ เส้นทางการเข้าออกของเจ้าหน้าที่และของผู้ป่วย เส้นทางการนำขยะติดเชื้อออกจากพื้นที่ การปกป้องสิ่งแวดล้อมข้างเคียงให้เชื้อฟุ้งกระจายออกไปน้อยที่สุด และที่สำคัญการทำให้บริเวณทำงานของบุคลากรมีความปลอดภัยสูงสุดจากการรับเชื้อจากผู้ป่วย และเนื่องจากระบบก๊าซทางการแพทย์อาจจัดสร้างใหม่ไม่ทัน จึงได้สนับสนุนเครื่องผลิตออกซิเจนชนิดเครื่องย้ายได้ (portable oxygen concentrator) จำนวน 10 เครื่องให้ไปใช้งานชั่วคราวก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่ออิ่มอกจากการได้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโควิดของรพ.สมเด็จเจ้าพระยาแล้ว ยังได้อิ่มใจจากการที่เจ้าบ้านนำชมสถานที่สำคัญภายในรอบรั้วพื้นที่รวมราว 44 ไร่ ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของในหลวงรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดเกล้าให้สร้างสถานที่แห่งนี้แล้วเสร็จหลังรพ.ศิริราชเพียงหนึ่งปี โดยในช่วงยี่สิบปีแรกนั้นก่อสร้างและใช้งานอยู่ในพื้นที่ถัดลงไปใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาจึงซื้อที่ดินจากเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) หรือเจ้าคุณทหาร และจากราษฎรใกล้เคียง และจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลด้านจิตเวชแห่งแรกจวบจนปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนเรือนที่จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ เดิมเป็นบ้านของเจ้าของที่ดิน ต่อมาจึงดัดแปลงเป็นบ้านพักของผู้อำนวยการโรงพยาบาล ภายในรวบรวมข้าวของที่เคยถูกใช้งานมาแต่สมัยอดีต ดังเช่นระฆังสัมฤทธิ์ที่ใช้ส่งสัญญาณบอกเวลาระหว่างที่ผู้ป่วยอยู่ในโรงอาหาร กรงขังและเสื้อเกราะที่ใช้กำราบผู้ป่วยที่มีอาการกำเริบและก้าวร้าว เครื่องมือช็อคไฟฟ้าที่สมเด็จพระเทพฯ ท่านเคยเสด็จมาเยี่ยมชม ฯลฯ ด้วยการวางรากฐานที่ดีของบรรพชน ทำให้ที่นี่จัดการดูแลผู้ป่วยด้วยหลักทางการแพทย์ควบคู่ไปกับหลักมนุษยธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพแวดล้อมจึงถูกออกแบบมาให้ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้สีเขียว ตัวอาคารที่ดูไม่น่าเกรงขาม และพื้นที่ว่างสำหรับการทำกิจกรรมทั้งในร่มและกลางแจ้ง ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายเมื่อเข้ามาอยู่ และอาจช่วยให้กระบวนการรักษาและฟื้นฟูจิตใจบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอกลับมาไม่นานก็มีข่าวน่าสนใจสองเรื่องให้ช่วยออกความเห็น เรื่องแรกเป็นการบริหารจัดการวัคซีนเข็มที่สามให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากมีตัวเลือกระหว่างการฉีดของแอสตร้าซึ่งได้ทันทีเหมาะสำหรับคนที่งานเสี่ยงสูง กับการรอของไฟเซอร์ซึ่งอาจจะได้ฉีดปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวแล้วคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ยังไม่มีใครรู้ว่า การฉีดเข็มสามจะกระตุ้นภูมิให้ขึ้นสูงใหม่ได้มากแค่ไหนและจะอยู่นานเท่าไร อีกทั้งเพียงพอในการต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์ได้หรือไม่ ส่วนตัวผมนั้นเลือกวัคซีนตัวที่ต้องรอไปก่อน ด้วยเหตุผลว่าขอบายให้คนที่จำเป็นกว่าได้ของเร็วของชัวร์ไปก่อน อีกอย่างคือเพื่อสนองตัณหาที่ชอบลองของใหม่ น่าสนใจว่าสองกลุ่มที่ได้เข็มสามต่างชนิดกันนี้ จะมีภูมิเพิ่มขึ้นจากก่อนฉีดเข็มสามแตกต่างกันหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่สองเป็นเรื่องที่น่าเจ็บใจ เพราะมีการขาดตลาดจากการแห่ซื้อไปตุน ทั้งถังออกซิเจนทางการแพทย์และเครื่องผลิตออกซิเจนสำหรับใช้ที่บ้าน ทำให้แผนการจัดตั้งศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิดในชุมชนก่อนส่งต่อเข้าโรงพยาบาลเกิดความไม่สมบูรณ์ เพราะไม่สามารถให้ออกซิเจนกับผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการรุนแรงและร่างกายขาดออกซิเจน ในระหว่างที่รอเตรียมการย้ายเข้ารับการรักษาในรพ.หลัก การนำออกซิเจนไปใช้เมื่อเริ่มป่วยเป็นโควิด-19 โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และปราศจากการกำกับดูแลของแพทย์ อาจเป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อทั่วร่างกายถ้าได้รับออซิเจนมากเกินไป ไม่นับเรื่องความสิ้นเปลืองและการเสี่ยงต่ออัคคีภัยถ้าใช้เป็นถังบรรจุออกซิเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งทำความกระจ่างให้กับประชาชน พร้อมตรวจสอบความเพียงพอของการผลิตและจัดส่งออกซิเจนในทุกพื้นที่ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็ได้ข่าวว่าพ่อเมืองสาครเกทับทางกรุงเทพมาว่า ได้เปิดศูนย์พักคอยหลายแห่งทั่วจังหวัดจำนวนกว่าสี่พันเตียง ผมจึงเกทับกลับไปว่า ของเมืองหลวงเราไม่ต้องไปเปิดหรอกศูนย์พักคอยแบบนั้น เพราะเรามีจำนวนมากอยู่แล้วกระจายในที่พักทั่วไป เนื่องจากคนกรุงน่าจะติดเชื้อไปกว่าครึ่งหนึ่งแซงหน้าสมุทรสาครไปแล้วมั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#อยู่บ้าน_หยุดเชื้อ_เพื่อชาติ #มองไปข้างหน้าฝ่าวิกฤตโควิดระลอกใหม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109776</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิธิพัฒน์ เจียรกุล, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efafe204f9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
