<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาทนายฯ ตั้งคณะทำงาน 6 คน หนุน คกก.ชุดนายกฯตรวจสอบคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30&amp;nbsp;ก.ค.63 - นายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความและโฆษกสภาทนายความ แถลงว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 255/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค. 2563 แต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยมีนายกสภาทนายความ เป็นกรรมการในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะองค์กรวิชาชีพทางกฎหมาย ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ได้เล็งเห็นความจำเป็นและความสำคัญในเรื่องของการสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ตามดำริของนายกรัฐมนตรี อันจะเป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ตามคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 255/2563 คณะกรรมการสภาทนายความ จึงได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 7/2563 วันที่ 30 ก.ค. 2563 แต่งตั้ง คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ในกรณีการสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา เพื่อรวบรวมและประเมินผล สนับสนุนการทำงานอย่างบูรณาการ โดยคณะทำงาน ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการ เป็น ประธานคณะทำงาน , นายเกียรติศักดิ์ เหลืองอังกูร อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เป็นรองประธานคณะทำงาน และคณะทำงานประกอบด้วย นายมะโน ทองปาน อุปนายกฝ่ายวิชาการ , นายสมพร ดำพริก อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ , นายวิทยา ทองกุ้ง อุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ และนายภากร ชัชวาลวงศ์ เหรัญญิก/ผู้ช่วยเลขาธิการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งคณะทำงาน, นิพนธ์ จันทเวช, บอส อยู่วิทยา, สภาทนายความ, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f22a9f249efa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหน้าสนง. &#039;ทนายษิทรา&#039; เบิกความเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจนำหมายจับรวบตัว &amp;quot;ทนายตั้ม&amp;quot; หน้าสำนักงานย่านกระทุ่มแบน คุมตัวไป สน.มีนบุรีดำเนินคดีเบิกความเท็จในคดีดาราสาว &amp;quot;เอมี่&amp;quot; เสพยา &amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; คู่กัดเผยแค่เริ่มต้น ยังมีผู้ร่วมทำผิดอีกหลายราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.3 ร่วมกับชุดสืบสวน สน.มีนบุรี นำหมายจับจากศาลมีนบุรีเข้าจับกุมนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม อาชีพทนายความและเป็นเลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายความประชาชน ในข้อหา ร่วมกันนำสืบแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ และเบิกความเท็จต่อศาลมีนบุรี ในคดีเอมี่ อาเมเรีย จาคอป โดยใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดมาตรา 100/2 อันเป็นเท็จ จับกุมนายษิทราได้ที่สำนักงานกฎหมายษิทรา เบี้ยบังเกิด ถนนเศรษฐกิจ ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จากนั้นได้ควบคุมตัวไปยัง สน.มีนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เฟซบุ๊กเพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนายษิทรา พร้อมระบุข้อความว่า &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.3 และชุดสืบสวน สน.มีนบุรี ได้นำหมายศาลเข้าจับกุมทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ในข้อหา ร่วมกันนำสืบ/แสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จและเบิกความเท็จต่อศาลมีนบุรี ในคดีเอมี่ อาเมเรีย จาคอป โดยใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดมาตรา 100/2 อันเป็นเท็จ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นทนายตั้มได้ออกมาแจ้งเบื้องต้นว่า &amp;quot;ตำรวจออกหมายจับผมเรื่องปลอมเอกสารที่ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลย ตอนนี้กำลังควบคุมตัวอยู่ครับ กำลังไป สน.มีนบุรี&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความและกรรมการบริหารภาค 6 ให้ข้อมูลทางวิชาการว่า ถ้าหากมีทนายความถูกดำเนินคดีอาญา แต่ว่ายังไม่มีผลการตัดสินคดีจากทางศาลถึงที่สุด และศาลอนุญาตให้ประกันตัว ทางทนายความคนดังกล่าวสามารถทำงานต่อได้ ไม่มีผลกระทบต่อคดีที่กำลังดูแลอยู่ ส่วนเรื่องการดูแลทนายของทางสภาทนายความนั้น หากมีการร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมของทนายที่เข้าข่ายกระทำฝ่าฝืนมรรยาท จะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดว่าการกระทำของทนายความดังกล่าวผิดมรรยาทหรือไม่ ถ้ายังอยู่ระหว่างพิจารณา เรื่องยังไม่แล้วเสร็จ ทางทนายความที่ถูกร้องเรียนยังสามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ แต่เมื่อมีผลชี้ขาดมาแล้วว่าทนายคนใดผิดหลักมรรยาท การลงโทษหนักที่สุดคือลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ ไม่มีสถานะเป็นทนายความ ห้ามว่าความคดีต่อ หรือรับทำคดีอื่นๆ อีกต่อไป ส่วนคดีที่เคยได้ทำมีผลการตัดสินของศาลถึงที่สุดในอดีต จะไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์กล่าวด้วยว่า โดยปกติสภาทนายความจะเข้าไปให้การช่วยเหลือทนายในการต่อสู้คดีอยู่แล้ว แต่ต้องดูเรื่องข้อเท็จจริงเป็นหลัก หากว่าทนายความไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือถูกบังคับให้ต้องทำในเรื่องที่ไม่สมควร จะมีการช่วยเหลือดูแลสมาชิกอยู่แล้ว ไม่ใช่การคุ้มครองคนผิดอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวเป็นผลมาจากกรณีที่ตนได้นำพยานหลักฐานต่างๆ ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายษิทรา หลังพบว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการสร้างพยานหลักฐานเท็จขึ้นมา เพื่อวิ่งเต้นสู้คดีให้กับ น.ส.อาเมเรีย จาคอป หรือ &amp;quot;เอมี่&amp;quot; นางเอกสาวที่ถูกจับในคดียาเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่ที่ต้องทำก็เพื่อความถูกต้องในสังคม ที่ผ่านมาผมมีพยานหลักฐานหลายอย่าง ทั้งหลักฐานเกี่ยวกับการขโมยบัตรข้าราชการตำรวจ บันทึกการจับกุมของ สน.ศาลาแดง รวมไปถึงคลิปเสียงของพยานที่อยู่ในเรือนจำ และอื่นๆ อีกมากมายที่นำไปสร้างหลักฐานเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริงในการช่วยเหลือนางเอกสาวต่อสู้คดี ซึ่งการจับกุมนายษิทราครั้งนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น เพราะจากหลักฐานที่ตรวจสอบพบนั้น เชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย ส่วน น.ส.อาเมเรียจะเกี่ยวข้องกับการสร้างพยานหลักฐานเท็จด้วยหรือไม่นั้น ขอให้เป็นเรื่องตำรวจชี้แจง&amp;quot; นายอัจฉริยะกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56295</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ จันทเวช, ษิทรา เบี้ยบังเกิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, อาเมเรีย จาคอป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e3970d5c664a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงกลางศาล3ศพ! อดีตจเรตำรวจฆ่า2ทนาย-เจ็บ2ก่อนโดนสวนดับเซ่นปมมรดก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุยิงกันกลางศาลซ้ำรอยอีก! คราวนี้ดับ 3 ศพ เจ็บอีก 2 &amp;quot;พล.ต.ต.ธานินทร์-อดีตจเรตำรวจ&amp;quot; ชักปืนกล็อกกระหน่ำยิงกลางห้องพิพากษาศาลจังหวัดจันทบุรี 2 ทนายดับ ภรรยาโจทก์เจ็บ ก่อนถูกเสมียนทนายโจทก์ขอปืนตำรวจยิงใส่จำเลยจนเสียชีวิต เซ่นปมพิพาทที่ดินมรดก ศาลยุติธรรมเต้น เร่งเพิ่มตำรวจศาล 300 นาย รมว.ยุติธรรมระบุถึงเวลาต้องสังคายนาความปลอดภัยพื้นที่ศาล สภาทนายฯ แถลงเสียใจ ฟื้นแนวคิดทนายพกปืนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน เกิดเหตุมีการใช้อาวุธปืนยิงกันภายในห้องพิพากษา บัลลังก์ที่ &amp;nbsp;2 ศาลจังหวัดจันทบุรี ระหว่างรอกระบวนพิจารณาคดีพิพาทมรดกที่ดิน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมา พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (รอง ผบช.ภ.2) พร้อมด้วยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี (ผบก.ภ.จว.จันทบุรี) พร้อมกำลังตำรวจวิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัด สืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ร่วมเดินทางตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.ต.จรัลได้เปิดแถลงการณ์เบื้องต้นว่า จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.หญิงปัญญาพร ศรีชาย รอง สว.สส.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี ทราบชื่อผู้ก่อเหตุ ผู้บาดเจ็บ ตลอดจนผู้เสียชีวิตตามไทม์ไลน์ ประกอบด้วย ผู้ที่ลงมือก่อเหตุคือ พล.ต.ต.ธานินทร์ จันทราทิพย์ อดีตจเรตำรวจเกษียณราชการ อายุ 67 ปี ส่วนคู่กรณีที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 4 คน คือ นายบัญชา ปรมีคณาภรณ์ เป็นโจทก์, นางสุภาพร ปรมีคณาภรณ์ ภรรยานายบัญชา, นายวิจัย สุขรมย์ ทนาย และนายวิชัย อุดมธนภัทร ทนาย ส่วนสาเหตุการก่อเหตุสืบเนื่องจากคดีฟ้องแพ่งที่ดินกันมานานกว่า 10 ปี ครั้งนี้แตกสาขาเป็นคดีอาญาข้อหาฟ้องเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอาวุธที่พล.ต.ต.ธานินทร์ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นอาวุธปืนพกสั้น ปืนกล็อก 22.40 จำนวน 1 กระบอก ต่อมา พล.ต.ต.ธานินทร์ถูกตำรวจศาลยิงบาดเจ็บภายหลังจากก่อเหตุใช้อาวุธยิงผู้อื่นในศาลก่อนถูกนำตัวส่ง รพ.พระปกเกล้า และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย คือ &amp;nbsp;นายบัญชา, นายวิจัย และ พล.ต.ต.ธานินทร์ บาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นางสุภาพร และนายวิชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นคณะผู้พิพากษาศาล จ.จันทบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผบก.ภ.จว. จันทบุรี พร้อมกำลังตำรวจวิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัด สืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ประชุมรวบรวมและประเมินสถานการณ์ชนวนเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนยิงกันภายในศาล ทั้งในเรื่องการที่ผู้ก่อเหตุพกพาอาวุธปืนผ่านจุดตรวจจับเข้าไปภายในศาลได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม แถลงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สืบเนื่องจากคู่ความทั้งสองฝ่ายพิพาทกันหลายคดีต่อเนื่องมานานหลายปี เริ่มต้นจากคดีแพ่งพิพาทเกี่ยวด้วยที่ดิน และทั้งสองฝ่ายมีการฟ้องคดีอาญากันอีกหลายคดี รวมถึงคดีที่มีนัดพิจารณาวันนี้ด้วย โดยคดีนี้เป็นการฟ้องคดีอาญา ข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ อยู่ระหว่างการสืบพยานฝ่ายจำเลย โดยได้รับรายงานว่า ในการพิจารณาคดีที่ผ่านมามีการโต้เถียงกันของทั้งสองฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง ขณะเกิดเหตุวันนี้ องค์คณะผู้พิพากษายังไม่ได้ขึ้นนั่งพิจารณาคดี เนื่องจากคู่ความในคดียังเดินทางมาไม่ครบ ในช่วงที่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์เดินออกจากห้องพิจารณาคดี พล.ต.ต.ธานินทร์ จำเลยที่ 3 ได้ก่อเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;
เสมียนทนายขอปืนตร.ยิงจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำนักงานศาลยุติธรรมขอเรียนว่า จะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อปรับปรุงมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาล และบุคลากรที่ทำงานอยู่ในอาคารศาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;quot; โฆษกศาลยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา ได้เข้าพบนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อรายงานเหตุดังกล่าว จากนั้นนายสุรินทร์เผยว่า ได้รับมอบหมายจากประธานศาลฎีกาให้แถลงกับสื่อมวลชนว่า ประธานศาลฎีการู้สึกไม่สบายใจและมีความกังวลใจ ทั้งมีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในสถานการณ์ขณะนี้ ก็ได้สั่งการให้สำนักงานศาลยุติธรรมทบทวนตรวจทานดูระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตัวบุคลากรหรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัย จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรินทร์กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากหัวหน้าศาลจังหวัดจันทบุรีว่า เหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเวลาก่อนลงมือสืบพยานจำเลยนัดแรก หลังจากสืบพยานโจทก์มาแล้ว 20 นัด จำเลยที่ 3 คือ พล.ต.ต.ผู้ก่อเหตุ ช่วงเวลาเดียวกัน อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 2 กำลังตรวจเยี่ยมศาลจังหวัด โดยหัวหน้าศาลกำลังกล่าวรายงานได้ยินเสียงปืนหลายนัด ทราบภายในเวลาต่อมาว่าจำเลยที่ 3 ใช้ปืนพกสั้นที่ซุกซ่อนมิดชิดจ่อยิงโจทก์ ทนายโจทก์ตาย และกระสุนถูกภรรยา ทนายโจทก์บาดเจ็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเวลาเดียวกัน ตำรวจจาก สภ.เมืองจันทบุรีวิ่งเข้าหน้าห้องพิจารณา แต่เกิดอาการไม่สบายทันด่วน เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง ทางเสมียนทนายโจทก์เห็นจึงขอปืนจากตำรวจยิงใส่จำเลยที่ 3 ผ่านกระจกประตูห้องพิจารณา ถูกร่างจำเลยที่ 3 ถึง 6 นัด ทราบภายหลังว่าจำเลยที่ 3 เสียชีวิต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการประธานศาลฎีกากล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุร้ายแรงไม่คาดฝัน คนร้ายอาศัยช่องว่างของการตรวจสอบตรวจค้นอาวุธเข้าไปได้ ซึ่งปกติจะเข้าไปได้ยาก ประกอบกับคนที่จ้องจะกระทำ กับคนที่ระวัง คนที่จ้องก็อาศัยโอกาสกระทำ ที่เอื้ออำนวยเหมาะสม เป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ขอฝากยังประชาชนว่า ศาลยังเป็นสถานที่ซึ่งมีความปลอดภัยเสมอ
ศาลคุมเข้มมาตรการ รปภ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรื่องของมาตรการความปลอดภัยบริเวณศาลนั้น ภายหลังจากที่เกิดเหตุ 3 ผู้ต้องขังชาย-หญิง คดียาเสพติด หนีจากห้องควบคุมตัวในศาลจังหวัดพัทยา โดยมีอาวุธปืนและมีดที่ลักลอบนำเข้าไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยบริเวณศาลได้รับบาดเจ็บไปเมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้ลงนามในหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรม ให้แต่ละศาลเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศาลให้มากขึ้นกว่าเดิม ให้ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาล หรือ ผอ.สำนักงานประจำศาล เพิ่มความระมัดระวัง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่รักษาปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลให้มีการตรวจค้นตัวและสิ่งของอย่างละเอียด และให้ถือปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2550 อย่างเคร่งครัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นก่อเหตุพยายามฆ่าตัวตาย เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ หลังพิพากษาคดีความมั่นคง ณ ห้องพิจารณา 4 ศาลจังหวัดยะลา ซึ่งต่อมาคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ เบญจกุล กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา เรากำลังตรวจสอบให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง เพื่อหามาตรการความเข้มงวดรักษาความปลอดภัยและความเรียบร้อยบริเวณศาลที่รัดกุม โดยการดูแลความเรียบร้อยในศาลมีด้วยกัน 3 ส่วน ส่วนผู้ต้องขัง จะมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จากกรมราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ร่วมดูแลความปลอดภัยบริเวณศาล และในส่วนของศาลเองมีเจ้าหน้าที่ รปภ. ที่จัดสรรการจ้างมาจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ซึ่งไม่มีอาวุธประจำกาย จะดูแลความเรียบร้อยทั่วไปบริเวณศาล ซึ่งปัญหาเรื่องเจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของศาลนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมก็กำลังพัฒนาระบบเจ้าพนักงานตำรวจศาล หรือคอร์ตมาร์แชล (COURT MARSHAL) ซึ่งปัจจุบันนี้มีข้าราชการที่รับโอนมาผ่านการฝึกอบรมพร้อมปฏิบัติหน้าที่แล้วทั้งสิ้น 35 ราย โดยในปี 2563 เราจะคัดเลือกบุคคลให้ได้อย่างน้อย 300 คน เพื่อที่จะนำอัตรากำลังในส่วนนี้ที่ศาลจัดดำเนินการเอง กระจายไปประจำการยังศาลภาคต่างๆ ทั่วประเทศที่มีอยู่ 275 แห่ง ซึ่งตั้งเป้าว่าจะจัดกำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลประจำศาลภูมิภาคแต่ละศาล 1-2 นาย ก็จะเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยของศาลต่างๆ ด้วยความเข้มงวดรัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะจัดกำลังเท่าที่กระจายไปยังศาลภูมิภาคเท่าที่จำเป็นก่อน โดยภายในวันที่ 15 พ.ย.นี้จะได้ผลสรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า ในด้านนโยบายเช้า ตนในฐานะเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ก็ได้ประชุมผ่านระบบออนไลน์ ร่วมกับผู้อำนวยการศาลต่างๆ ทั่วประเทศ ได้เน้นย้ำเรื่องการตรวจสอบอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทุกชนิดที่ติดตั้งไว้ทุกศาลแล้ว ต้องพร้อมใช้งาน ทั้งกล้องวงจรปิดและเครื่องตรวจอาวุธขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบริเวณทางเข้าศาล และเครื่องตรวจอาวุธชนิดใช้มือถือขนาดเล็ก ทั้งนี้ เรื่องมาตรการปลอดภัยบริเวณศาลเราได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงเต็มความสามารถ หากตรวจสอบพบข้อบกพร่องก็จะดำเนินการป้องกันทันที
สภาทนายฯ ขอพกปืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้นับว่าน่าตกใจ เนื่องจากเป็นการยิงกันในศาล การดำเนินคดีปกติแล้วจะมีความไม่พอใจกัน แต่ก็ต้องว่ากันไปด้วยตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งยังมีชั้นอุทธรณ์และฎีกา ไม่ควรถึงขนาดที่จะต้องยิงกัน นับเป็นเหตุที่ไม่คาดฝัน ไม่น่าเชื่อ ตนก็มีความเป็นห่วงสวัสดิภาพของทนายความ เราจะต้องมีแนวทางให้ทนายความป้องกันตัวเองได้ด้วยส่วนหนึ่ง ที่ผ่านมาเราเคยเสนอเรื่องทนายความอาจจะจำเป็นที่จะต้องมีอาวุธปืนพกพาไว้ป้องกันตัว เนื่องจากต้องเดินทางไปทั่วประเทศ เป็นการเดินทางไกล และทำงานที่มีความขัดแย้งเข้ามาเกี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมกับท่านทนายบัญชาก็รู้จักกันดี ผมก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ซึ่งทางสภาทนายความฯ ก็จะหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือในกรณีนี้ต่อไป&amp;rdquo; นายกสภาทนายความฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ จันทเวช โฆษกสภาทนายความฯ ออกแถลงการณ์สภาทนายความฯ ขอแสดงความเสียใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อครอบครัวผู้สูญเสียอย่างสุดซึ้ง ซึ่งสภาทนายความพร้อมให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ กับครอบครัวของผู้เกี่ยวข้อง สภาทนายความมีความเป็นห่วงสวัสดิภาพของทนายความ และจะประชาสัมพันธ์ให้ทนายความระมัดระวังป้องกันตนเอง ในการประกอบวิชาชีพทนายความต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติ นายบัญชา ปรมีคณาภรณ์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะนิติศาสตร์ เป็นหัวหน้าสำนักงานบัญชา เคยเป็นอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อดีตสมาชิกสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และเป็นกรรมาธิการประจำคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ วุฒิสภา เคยเป็นทนายความกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์และกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ และเคยเป็นอดีตทนายความคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ดูเหมือนว่าคู่กรณีไม่มีความพึงพอใจกันเป็นการส่วนตัวอย่างมากอยู่แล้ว อาวุธที่ใช้ก็เป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนในศาล อันนี้ก็เป็นเรื่องของมาตรการป้องกัน ทำให้มองไปถึงเหตุการณ์ที่ศาลจังหวัดชลบุรี ที่ผู้ต้องขังหลบหนี ซึ่งคือมาตรการในการควบคุมดูแล ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันทบทวนดูมาตรการหาความปลอดภัย ไม่ใช่ว่าพอเกิดการแย่งปืนแล้วไปยิงบุคคลสำคัญในศาลขึ้นมาจะเสียหายหนักขึ้นไปอีก ดังนั้นเรื่องของการทบทวนมาตรการดูแลความปลอดภัยต่างๆ ต้องสังคายนาว่ากันระหว่างส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางศาล และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน
เบื้องหลังปมชิงมรดก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่าการสังคายนาจะทำอย่างไร นายสมศักดิ์กล่าวว่า เขาคงทำกันอยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงยุติธรรมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วย แต่มองดูว่าต้องทบทวน เพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงใกล้เคียงกัน และที่เขาทำอยู่ยังไม่ทันเรียบร้อยแล้วเกิดเหตุการณ์ใหม่ขึ้นมาอีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า มีการจับกุมคนร้ายแล้วก็ว่าไปตามเรื่อง ไม่ต้องกำชับอะไร เป็นเรื่องของกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ให้กำชับอยู่นั่นแหละ ให้กำชับอะไร ในเมื่อกฎหมายมีทุกตัวอยู่แล้ว ใครผิดก็ติดคุกไป ศาลตัดสินเอง ศาลดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์เดลินิวส์รายงานว่า สำหรับข้อพิพาททั้งหมดก่อนจะเกิดเหตุสลดดังกล่าว เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับที่ดิน 86 แปลง กว่า 3,800 ไร่ ในพื้นที่บ้านตาเลียว ต.เขาแก้ว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนายสมพล โกศลานันท์ ก่อนที่มูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ที่มีพระกิตติปัญญาคุณ หรือพระกิตติวุฑโฒ(ภิกขุ) เป็นผู้จัดการมูลนิธิฯ จะติดต่อขอซื้อด้วยเงิน 12 ล้านบาท เมื่อปี 2513 ใช้วิธีผ่อนชำระ &amp;nbsp;ต่อมานายสมพลได้เสียชีวิตลงในปี 2538 และทางครอบครัวตรวจสอบพบว่ามูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุฯ ขาดการผ่อนคงอย่างต่อเนื่องรวมเป็นเงิน 3 ล้านบาท ศาลจึงสั่งให้ที่ดินทั้งหมดกลับคืนมาเป็นของครอบครัวนายสมพลอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่ง พล.ต.ต.ธานินทร์ได้มาแต่งงานกับลูกสาวของนายสมพล ทำให้ถือว่ามาเป็นเขยของตระกูลโกศลานันท์ และ พล.ต.ต.ธานินทร์ยื่นเรื่องขอครอบครองที่ดินดังกล่าว แต่ทางฝั่งของนางสุภาพร ซึ่งเป็นลูกสาวของนายสมพล เห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะเป็นที่ดินของบิดา เป็นกรรมสิทธิ์ของทายาท จึงร่วมกับผู้เป็นสามีคือ นายบัญชาทำการยื่นฟ้องแพ่งกับ พล.ต.ต.ธานินทร์ จากนั้นก็ต่อสู้กันทางคดีมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดฝั่งโจทก์คือนางสุภาพรและนายบัญชาผู้เป็นสามีตรวจสอบพบข้อมูลว่า พล.ต.ต.ธานินทร์ได้ปลอมแปลงเอกสารหลักฐานบางอย่าง จึงนำข้อมูลไปยื่นร้องเรียนกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายหลังพบว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารหลักฐานจริง ฝั่งโจทก์จึงแตกย่อยคดีมายื่นฟ้อง พล.ต.ต.ธานินทร์ ในคดีอาญาข้อหาแจ้งเท็จทำให้ในวันนี้ศาลจึงนัดทั้ง2 ฝ่ายมาพิพากษาในส่วนคดีอาญาแจ้งเท็จนี้ ก่อนจะเกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50150</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ถวัลย์ รุยาพร, นิพนธ์ จันทเวช, บัญชา ปรมีคณาภรณ์, พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สราวุธ เบญจกุล, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcac7260fe63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
