<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก 4 ปี 5 เดือน 2 นายพรานพ่อลูกยิง &#039;เลียงผา&#039; ป่าสลักพระ ฟันจนท.บาดเจ็บขณะจับกุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4 พ.ค.64 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ให้ความสนใจในคดีพรานล่าสัตว์ป่า และมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จนได้รับบาดเจ็บ จึงได้สั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)ติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2563 นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นำกำลังเจ้าหน้าที่ ออกลาดตระเวนไปถึงบริเวณกลางป่าหุบข่อย หมู่ 1 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พบกลุ่มนายพรานจำนวน 4 คน กำลังแบกซากสัตว์ออกมาจากป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นระหว่างเข้าทำการจับกุม กลุ่มนายพรานทั้ง 4 คนได้พยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตาม ระหว่างนั้นนายพราน 1 ใน 4 คน ได้ใช้อาวุธมีดที่นำติดตัวมา ฟันนายอัฐพล เฉียบแหลม พนักงานพิทักษ์ป่า จนได้รับบาดเจ็บที่แขนขวา โดยจนท.จับกุมตัวได้จำนวน 1 คน คือนายวศิน กากี อายุ 28 ปี ชาวตำบลหนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พร้อมของกลาง ซากเลียงผา หนัก 14 กิโลกรัม ซากตะกวด 1 ซาก น้ำผึ้งป่า หนัก 1 กิโลกรัม และอุปกรณ์เดินป่าหลายรายการ โดยกลุ่มนายพรานวิ่งหลบหนีไปได้ จำนวน 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย.63 นายสมเดช กากี อายุ 57 ปี พ่อของนายวศิน 1 ใน 3 นายพรานที่หลบหนีการจับกุม และเป็นผู้ใช้อาวุธมีดก่อเหตุทำร้ายนายอัฐพล เฉียบแหลม พนักงานพิทักษ์ป่าได้รับบาดเจ็บ ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ โดยมี&amp;nbsp;พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีด้วยตนเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยต่อว่า ในที่สุดคดีก็เข้าสู่กระบวนการของชั้นศาล มีพนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นโจทก์ มีนายวศิน กากี และนายสมเดช กากี สองพ่อลูกเป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้ประทับรับฟ้องในข้อหา &amp;ldquo;ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดต่อรางกาย ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ความผิดต่อพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ลหุโทษ&amp;rdquo; สำหรับคดีดังกล่าวมีผู้ร่วมก่อเหตุ จำนวน 4 คน โดยนายนิติกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) และนายวิทวัส (ขอสงวนนามสกุล) เยาวชน 2 ใน 4 ไม่ได้เข้ามอบตัว และอยู่ระหว่างการหลบหนีอยู่ในเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายวศิน กากี จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 23 เดือน แต่ปรากฏว่า นายวศินเคยก่อเหตุและถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันมาก่อน ซึ่งครั้งนั้นศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี แต่ระหว่างรอลงอาญา นายวศิน กากี จำเลยที่ 1 ก็ได้กระทำความผิดซ้ำอีก ศาลจึงเพิ่มโทษจำคุกอีก 6 เดือน เป็นจำคุก 2 ปี 29 เดือน (4 ปี 5 ดือน) ส่วนนายสมเดช กากี จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพ่อของนายวศิน จำเลยที่ 1 ศาลได้พิพากษา จำคุกเป็นเวลา 2 ปี 29 เดือน (4 ปี 5 เดือน) โดยไม่รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.3(บ้านโป่ง) เผยท้ายสุดว่า สำหรับคดีและบทลงโทษในกรณีนี้ ขอให้เป็นอุทาหรณ์กับประชาชนทั่วไป รวมทั้งกลุ่มนายพรานที่ชอบเข้าป่าล่าสัตว์&amp;nbsp;หากถูกจับกุมตัวก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดเหมือนพรานสองพ่อลูกนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101739</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, จับนายพราน, นิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์, ล่าสัตว์ป่า, ศาลจังหวัดกาญจนบุรี, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ, เลียงผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60910f894c934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก 2 เดือนปรับ 1 หมื่น เซ่นเนื้อกวางป่าเก๊</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 64 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) &amp;nbsp;เปิดเผยว่าตาม นโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. และนายธัญญา เนติธรรมกุล &amp;nbsp;อธิบดีกรมอุทยานฯ &amp;nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ทส.ทำงานยกกำลัง2 บวก 4 โดยทำงานมากขึ้นเป็นสองเท่า ในการช่วยเหลือประชาชนทุกมติ ทุกด้าน และให้ปราบปรามการค้าสัตว์ป่า ที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2563 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้ทำการล่อซื้อเนื้อกวางป่า สัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 14 จากนางอารยา บุญมี ชาว ต.ท่าขาม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เจ้าของร้านค้าที่ริมถนนสาย 323 ไทรโยค &amp;ndash;กาญจนบุรี หมู่ 3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ปิดป้ายโฆษณาหน้าร้านว่า ขายเนื้อกวางป่าและสัตว์ป่า โดยในวันนั้นเจ้าหน้าที่ได้ล่อซื้อเนื้อ จำนวน 1 กิโลกรัม เป็นเงินจำนวน 300 บาทและในวันดังกล่าว นางอารยา ได้ปฏิเสธพร้อมกับให้การว่า เนื้อกวางป่าที่เจ้าหน้าที่ได้ล่อซื้อ และตรวจยึดไปนั้น เป็นกวางป่าเลี้ยง ที่มีผู้ขายนำมาส่งให้ที่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ขอให้นาง อารยา แสดงหลักฐานการได้รับอนุญาตให้ค้ากวางป่าเลี้ยง แต่นางอารยา ไม่มีเอกสารหลักฐานใด มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงนำตัวนางอารยา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 29 ในข้อหาค้าเนื้อกวางป่า สัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 14 โดยมิได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้าน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเจ้าหน้าที่ สบอ.3(บ้านโป่ง)ได้ส่งชิ้นเนื้อของกลาง ไปพิสูจน์ที่ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช &amp;nbsp;เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเนื้อชนิดดังกล่าวนั้นเป็นเนื้อของสัตว์ป่าชนิดใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ ได้แจ้งผลพิสูจน์ออกมาปรากฏว่า ชิ้นเนื้อนั้นไม่ใช่กวางป่าตามที่นางอารยา โฆษณาเอาไว้ แต่ข้อเท็จจริงคือเป็นเนื้อหมูป่า เจ้าหน้าที่จึงมอบเอกสารหลักฐานการพิสูจน์ ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เพื่อใช้ประกอบเป็นหลักฐาน ในสำนวนของคดีในการส่งฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2564 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำพิพากษาออกมาว่า นางอารยา บุญมี (จำเลย)มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 47 ให้ลงโทษฐานขายของโดยหลอกลวง ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 พิพากษาให้ จำคุก 2 เดือน และปรับเป็นเงิน จำนวน 10,000 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จำเลยให้การยอมรับสารภาพ จึงเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท และจากประวัติไม่เคยทำผิดมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาเอาไว้เป็นเวลา 2 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ &amp;nbsp; เปิดเผยต่อว่า คดีนี้ถือว่าเป็นคดีแรกของจังหวัดกาญจนบุรี และถือว่าเป็นคดีที่พ่อค้าแม่ค้า สามารถนำไปเป็นอุทาหรณ์ ที่จะคิดหลอกลวงการขาย เอาเนื้อหมูป่า มาย้อมสี มาหลอกขายว่าเป็นเนื้อกวาง เนื้อเก้ง ให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะการกระทำดังกล่าว ถือได้ว่าผิดกฎหมาย ที่ทำความเสื่อมเสียชื่อเสียง ให้กับจังหวัดกาญจนบุรี &amp;nbsp;ที่ถูกมองว่าเป็นแหล่งค้าเนื้อสัตว์ป่า อย่างโจ๋งครึ่ม &amp;nbsp;นับแต่นี้เชื่อว่าคงไม่มีพ่อค้าแม่ค้า โฆษณาหลอกลวงขายเนื้อสัตว์ป่าเก๊ ในจังหวัดกาญจนบุรีอีกแล้ว&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101421</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์, สัตว์ป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608d469e67153.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
