<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฎฐ์&#039;บี้ตร.ใช้ม.374ฟันลูกศิษย์ปล่อยพระตัดหัวตัวเอง! ช่วยชาวพุทธตาสว่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย. 64 - นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;พระตัดศีรษะตัวเอง เรื่องนี้ ชาวพุทธได้อะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-พระตัดศีรษะตัวเอง ผู้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่ช่วยเหลือ อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 374 ที่บัญญัติว่า&amp;quot;ผู้ใดเห็นผู้อื่นอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิตซึ่งตนอาจช่วยได้โดยไม่ควรกลัวอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่นแต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;quot; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรสืบสวนสอบสวน และดำเนินคดีกับลูกศิษย์ ให้ดูป็นคดีตัวอย่างสักคนสองคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-สำหรับชาวพุทธ ท่านไม่ต้องไปตามหาพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่ต้องเอาอะไรไปถวายพระองค์แล้ว พระพุทธองค์ท่านได้ตรัสรู้&amp;quot;อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ&amp;rdquo; ดับเชื้อแห่งกิเลส ไม่เวียนว่ายตายเกิดแล้ว ไม่มีพระพุทธเจ้าเหลืออยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาพระองค์ ไม่ต้องเอาอะไรไปถวายท่าน หากจะถวายก็ถวายด้วยการปฏิบัติบูชาโดยเฉพาะความคิดว่าจะไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ แล้วเอาศีรษะไปถวายนี่ ไม่ต้องเลย&amp;nbsp; ตัดศีรษะไปก็ตายเปล่า เสียค่าโง่ด้วย และทำให้คนอื่นโง่ไปด้วย ถือเป็นความโง่ งมงายอันถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-พระพุทธองค์ตรัสก่อนปริพนิพพานว่า &amp;quot;ดูก่อนอานนท์ ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราได้แสดงไว้ และบัญญัติไว้ด้วยดี นั่นแหละจักเป็นพระศาสดาของพวกท่าน สืบแทนเราตถาคต เมื่อเราล่วงไปแล้ว&amp;rdquo; เพราะฉะนั้น พระพุทธเจ้าอยู่ในธรรม หรืออยู่ในพระไตรปิฎก ไม่ต้องขึ้นรถ ลงเรือ ไปเหนือ ล่องใต้ ไปหาพระพุทธองค์ และไม่ต้องหิ้วของฝากไปฝากพระองค์ โดยเฉพาะศีรษะ ไม่ต้องเอาไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-พุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งความสุข แบ่งความสุขเป็น 2 ระดับ เป็นสุขของผู้ครองเรือน(โกกิยสุข ) และ สุขที่เหนือวิสัยของโลกเหนือวิสัยของผู้ครองเรือน (โลกุตรสุข)&amp;nbsp; แม้พระองค์จะตรัสเรื่อง&amp;quot;ทุกข์&amp;quot; ไว้ในหลายสถานที่ หลายแห่ง&amp;nbsp; แต่ก็เป็นการสอนให้เราพ้นทุกข์นั่นเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-อย่าตามหาพระพุทธองค์เลย พระองค์ดับสิ้นแล้ว ไม่มี &amp;quot;กระแส&amp;quot; แห่งการเวียนว่าย ตาย เกิดแล้วพระองค์อยู่ในคำสอน ดังคำกล่าวของพระพุทธองค์ที่ว่า &amp;quot;ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-กล่าวโดยสรุป เพื่อลดความโง่ของผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นชาวพุทธ ซึ่งเป็น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ผมจึงอยากขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สำนักงานอัยการสูงสุด ช่วยดำเนินคดีกับบุคคลผู้ใกล้ชิดพระที่ตัดศีรษะ&amp;nbsp; แล้วไม่ห้าม ตาม ม.374 หน่อยเถอะ แม้เป็นโทษที่ไม่หนักก็ตาม เพราะเท่ากับท่านอัยการ และ ตำรวจ ท่านช่วยทำให้ชาวพุทธหายโง่ หายงมงาย และเป็นพุทธบริษัทที่ดีของศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(เรื่องศาสนา อย่าเชื่อผมทั้งหมดผมไม่แม่นนะ ศึกษากันก่อน เพราะผมก็เป็นคนข้างๆ วัด ไม่ได้ปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดกับเขาหรอก แต่เรื่องกฎหมาย ม.374 ผมว่า ผมแม่นนะ!)&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99906</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตร., นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, พระตัดหัวตัวเอง, ม.374</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607ceac134660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;พูดถึงม็อบมธ.ในฐานะศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ &#039;อนุญาตการโต้แย้ง แต่ลงโทษการอาฆาตข่มขู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.63-นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าธรรมศาสตร์ กับ การเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ผมก็มีความผูกพันกับม.ธรรมศาสตร์ในระดับหนึ่ง เคยได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อหลายปีมาแล้ว ลูกๆก็จบธรรมศาสตร์กันทุกคน ก็ถือว่า มีความผูกพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ผมไม่ฟันธงว่า ผู้บริหารม.ธรรมศาสตร์ควรจะทำอย่างไร เพราะเมื่อแต่ละฝ่ายตัดสินใจไปแล้วว่าจะทำอย่างไร การให้ความเห็นจะสร้างความขัดแย้งไปเปล่าๆ แต่ในฐานะศิษย์เก่ารุ่นโบราณ มีความเห็นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.จะจัดการชุมนุมในหรือนอกมหาวิทยาลัยก็ตามผู้บริหารต้องหาทางรักษาความปลอดภัยทางกายภาพให้แก่นักศึกษา 100 % นี่เป็นงานข้อแรกของผู้บริหารมหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มหาวิทยาลัยต้องรักษาเสรีภาพในการแสดงความเห็นของนักศึกษา ตามอุดมการณ์ในการจัดตั้งมหาวิทยาลัย เพราะนี่คือ จุดแข็งของธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ในส่วนของนักศึกษาก็ต้องรับฟังความเห็นต่าง ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น แสดงความเห็นอย่างที่ปัญญาชนที่พึงกระทำ ใช้การชุมนุมในอดีตเป็นบทเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ขอยกคำกล่าวของอาจารย์ท่านหนึ่งมาเพื่อประกอบการแสดงความเห็นของนักเรียน-นักศึกษาว่า &amp;quot;เสรีภาพย่อมมีขอบเขต กฎหมายไม่ห้ามชุมนุม กฎหมายคุ้มครองการแสดงความคิดเห็น อนุญาตการพูดเย้ยหยัน แต่ลงโทษการดูหมิ่นเหยียดหยาม อนุญาตการคัดค้านประณาม แต่ลงโทษการใส่ความเป็นเท็จให้ผู้อื่นถูกดูหมิ่นเกลียดชัง อนุญาตการโต้แย้ง แต่ลงโทษการอาฆาตข่มขู่&amp;quot; หลักเสรีภาพในการขุมนุมและการพูดมีอย่างนี้แหละครับ ลองไปตรองกันดู เห็นด้วยก็ได้ ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(วันนี้ ขอแสดงความเห็นแบบไม่แสดงความเห็นก็แล้วกัน เพราะที่วิวาทะกันอยู่ต่างก็เป็นปัญญาชนกันหมดแล้ว).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77482</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, ม็อบธรรมศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f6021944bca8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;จับพิรุธ5ประเด็น! แย้ง&#039;ธานี&#039;แก้ต่างคดีบอส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค. 63 - นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *ข้อโต้แย้งต่อสนช.&amp;quot; ว่า &amp;quot;ผมฟังนายธานี อ่อนละเอียด อดีต สนช. แถลงข่าวที่รัฐสภา เมื่อ 29 ก.ค. 2563 โดยใช้เวลาแถลงข่าวถึง 55.18 นาที กรณีนายวรวุทธ อยู่วิทยา ร้องขอความเป็นธรรมต่อ สนช. และนำไปสู่การสั่งไม่ฟ้องของอัยการ ผมมีข้อโต้แย้งต่อคำแถลงของอดีตสนช. ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ที่ท่านอ้างว่า พยานที่พนักงานสอบสวนได้สอบไว้ คือ ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ ให้การว่า รถของนายวรวุทธ อยู่วิทยา ขับรถด้วยความเร็ว 177กม./ชม. แต่ผู้ต้องหาโต้แย้งว่าตนเองขับไม่เกิน 80 กม./ชม.เมื่อมีข้อโต้แย้ง สนช.จึงต้องนำพยานที่เป็นกลางมาให้ความเห็น
ผมขอโต้แย้งว่า 1.พยานที่ สนช.นำมา ไม่น่าจะถือว่าเป็นพยานที่เป็นคนกลาง เพราะ&amp;quot;คนกลาง&amp;quot;ต้องได้รับความยินยอมจากทั้ง 2 ฝ่าย แต่กรณีนี้น่าจะเป็นกรณีที่ผู้ต้องหาประสงค์อ้างคำให้การของพยานปากนี้ สนช.จึงส่งคำให้การของพยานปากนี้ไปให้อัยการ พยานปากนี้จึงถือว่าเป็นพยานของฝ่ายผู้ต้องหา ไม่ใช่พยานที่เป็นคนกลางอย่างที่ท่านอ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.หากสนช.หรือ อัยการ เห็นว่าความเร็วของเฟอร์รารี่ อยู่ที่ 76 กม./ชม. แทนที่จะเป็น 177กม./ชม.ก็ควรให้ดร.สธน ได้มีโอกาสชี้แจง หรือ โต้แย้ง เพราะดร.สธน ผมถือว่าเป็นพยานที่&amp;quot;เป็นกลาง&amp;quot; กล่าวคือ มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีแต่เป็นพยานที่พนักงานสอบสวนเชิญมาให้ความเห็น แต่แปลกที่ ตอนแรกพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการเชื่อพยานปากนี้ แต่ต่อมากลับไม่เชื่อพยานปากนี้ขึ้นมาเฉยๆ โดยมิได้ให้เหตุผลว่า เหตุใดจึงกลับใจไม่เชื่อพยานปากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ท่านอดีต สนช.แถลงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ (พ.ต.ต.ธนสิทธิ) ที่เคยให้การไว้ว่า นายวรวุทธ อยู่วิทยา ขับรถ 177 กม./ชม. หลังจากนั้น 4 ปี มาให้การใหม่โดยทำรายงานต่อหน้าผู้บังคับบัญชาว่า ได้คำนวณใหม่แล้ว ได้ความเร็วเพียง 79.23 กม./ชม. น่าสงสัยว่า การแก้ไขคำให้การทำไมจึงทำต่อหน้าผู้บังคับบัญชา ปกติ ผู้เชี่ยวชาญจะทำความเห็นโดยอิสระ แต่กรณีนี้ เมื่อจะกลับคำให้การเดิม ได้ทำต่อหน้าผู้บังคับบัญชา ในความเห็นผม ถือว่าน่าสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พ.ต.ต.ธนสิทธิ ให้การว่า คำนวณความเร็วผิดเป็นเพราะวัดระยะที่เกิดเหตุผิดพลาด จึงไปวัดใหม่ ผมขอโต้แย้งว่า การวัดจุดเกิดเหตุ ภายหลังหลายปีจะเอาอะไรเป็นจุดหมาย เนื่องจากเศษวัสดุที่เกิดจากการชน รอยเลือด และรถที่ชนกันได้ถูกเคลื่อนย้ายไปหลายปีแล้ว แล้วจะไปวัดอะไรประการสำคัญ หากดูข่าวย้อนหลัง ตะเห็นว่า ได้มีการวัดที่เกิดเหตุไว้อย่างละเอียดในวันเกิดเหตุแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.รายนามคณะกรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ของ สนช. มี ผบ.ตร.และอดีต ผบ.ตร.อีก 2 คน เป็นกรรมาธิการ และมีอดีตอัยการสูงสุดเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย กรรมาธิการนี้ มีความขัดแย้งมีส่วนได้เสียในหน้าที่ของตนเอง เมื่อ ผบ.ตร.เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย และมีมติให้ขอความเป็นธรรม ให้ผู้ต้องหาที่หน่วยงานของตนสั่งฟ้องจึงดูแปลก เมื่ออดีตอัยการสูงสุดอยู่ด้วย และ กมธ.มีมติให้ขอความความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เรื่องจึงดูแปลก อัยการจึงกลับมติเดิมจากฟ้องเป็นไม่ฟ้อง รองผบ.ตร.ก็กลับมติเป็นไม่ทำความเห็นแย้ง คณะกรรมาธิการชุดนี้จึงถูกกล่าวหาว่า&amp;quot;ฟอกขาว&amp;quot; ให้ผู้ต้องหา เมื่อท่านมีส่วนได้เสีย ท่านจึงไม่ควรรับเรื่องนี้มาพิจารณาตั้งแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะต้องการความโปร่งใส ให้คนในประเทศนี้มีความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมว่า วันใดวันหนึ่งหากเขาจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เขาสามารถมั่นใจได้ว่า ความจนไม่เป็นอุปสรรคในการไขว่คว้าหาความยุติธรรม&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72986</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, คดีบอส, ธานี อ่อนละเอียด, นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f236a978e31d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลคดีทุจริตรับคำร้อง&#039;นิพิฎฐ์&#039;ฟ้อง7กกต. นัดพิพากษา17ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 63 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงกรณีที่ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ชุดปัจจุบันทั้งคณะ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา157ของประมวลกฎหมายอาญาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางว่า วันนี้ ศาลทุจริตกลางมีคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องว่า คำฟ้องโจทก์ได้ระบุรายละเอียดตัวบุคคลเอกสารหรือวัตถุพยานที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง และพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดเพียงพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีพอ ที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้&amp;nbsp; และให้จำเลยส่งเอกสารประกอบการพิจารณารวม 2 รายการภายใน 30 วันนับแต่ที่ได้รับแจ้ง และให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 17 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พูดง่ายๆ ภาษาชาวบ้านคือ คดีนี้ศาลรับไว้พิจารณาไต่สวนตามขั้นตอนกระบวนการของศาลทุจริตกลางแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจึงพยายามบอกกับทุกคนว่าในชีวิตมนุษย์ ถ้าเราไม่ได้รับความยุติธรรม เราต้องพยายามต่อสู้ไขว่คว้า หาความยุติธรรมนั้นมาให้ได้ ถ้าบอกว่าสังคมไม่ยุติธรรมก็ต้องย้อนกลับมาดูว่า เราได้ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมนั้นแล้วหรือยัง&amp;quot; นายนิพิฏฐ์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71313</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, รับฟ้อง, ศาลอาญาคดีทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e814f63513d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฎฐ์&#039;โวย&#039;ส.ส.ภท.พัทลุง&#039;อย่ามายุ่งเฟซบุ๊กส่วนตัว ลั่นทำหน้าที่ส.ส.สอบตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย. 63 - นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ทีมงานพรรคภูมิใจไทย ของ ส.ส.ฉลอง เทอดวีระพงศ์ ออกมาถล่มผมกันอย่างพร้อมเพรียง เรื่องที่ผมออกมาพูดว่า สินค้าเกษตรของชาวบ้านพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียง ผ่านจังหวัดตรังยากมาก ผมก็บอกแล้วไงว่าผมทำในฐานะส.ส.สอบตก ในฐานะประชาชน 100% อย่ามายุ่งกับผมเลย ถ้าท่านส.ส.และพรรคภูมิใจไทยเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อย ชาวบ้านอยู่อย่างสุขสบาย ก็ไม่เป็นไร ต่างคนต่างอยู่ แต่ผมเห็นตรงกันข้าม ผมเห็นว่าชาวบ้านเดือดร้อนแล้วท่านอย่าเข้ามายุ่งกับเฟสผมเลย ผมก็ไม่เคยแม้ไปอ่านเฟสของท่านและทีมงานของท่าน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา นายนิพิฎฐ์โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่มีชาวบ้านโทรมาร้องเรียนว่า จะไปส่งสินค้าเกษตรที่ จ.กระบี่ แต่ไม่สามารถผ่านจังหวัดตรังได้ ต้องขับรถกลับอ้อมไปทางจ.สุราษฎร์ธานี อ้อมไปประมาณ 300 กม.(ไป-กลับก็ 600 กม.).&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลอง เทอดวีระพงศ์, นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, ส.ส.ภูมิใจไทย, สินค้าเกษตร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d10a31472b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;ชี้ล็อกดาวน์ล้มเหลว! คนทะลักกลับต่างจังหวัดนับแสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค. 63 &amp;ndash; นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;มาตรการปิดร้านค้า สถานบริการ สถานที่เสี่ยง ในกทม. และปริมณฑล เมื่อวานล้มเหลวนะครับ มีการเคลื่อนที่ของประชากรเกือนแสนคน ความผิดพลาดเป็นเพราะอะไร ไม่กล่าวให้เสียน้ำใจกัน แต่ตอนนี้ป้องกันที่&amp;quot;ปลายเหตุ&amp;quot; กันเถอะครับ ทำเลยครับ..ทำเลย..ทำเดี๋ยวนี้ และต้องทำจริงๆ ด้วย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60591</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนแห่กลับต่างจังหวัด, นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, ปชป., ล็อกดาวน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e780f1810158.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๋อย-จตุพร&#039; ฟังทางนี้ &#039;นิพิฏฐ์&#039; ชี้เปลี่ยนม้ากลางศึก ชาวบ้านไม่ยอมรับแน่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.63 - นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่ 6 ผู้นำเหล่าทัพไม่รับเงินเดือนส.ว. เป็นการส่งสัญญาณจะมีการเปลี่ยนม้ากลางศึก ว่า เป็นการทำลายความเชื่อถือของบุคคลที่เขาพูดถึง ซึ่งตอนผู้นำเหล่าทัพเป็นส.ว.รับเงินเดือนสองทางก็วิจารณ์ตลอด แต่พอมาประกาศรับเงินเดือนทางเดียวก็มาวิจารณ์อีก อย่างไรก็ตาม บางเหตุผลที่พูดก็สมเหตุสมผลเหมือนกัน เพราะในโลกประชาธิปไตย คนมีตำแหน่งไม่ควรรับเงินเดือนสองทาง ซึ่งตอนที่ยึดอำนาจ มีอำนาจเบ็จเสร็จจะรับเงินเดือนสองทางก็ว่ากันไป แต่ความจริงแล้วไม่ควรรับเงินเดือนสองทางตั้งแต่ต้น ดังนั้นผู้นำเหล่าทัพจะต้องยอมรับการถูกวิจารณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ออกมาโหนกระแสเปลี่ยนม้ากลางศึกนั้น ผมไม่เห็นด้วย ซึ่งปัญหาโควิด-19นั้นทั้งโลกก็กำลังเผชิญวิกฤติอยู่ ดังนั้นการจะมาเปลี่ยนม้ากลางศึกในขณะนี้ คิดว่าชาวบ้านไม่ยอมรับแน่ ขณะนี้ใครมีหน้าที่อะไร โดยเฉพาะผู้แทนฯ ก็ขอให้ทำให้ดีที่สุดก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน และให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการต่อสู้วิกฤติครั้งนี้ดีกว่า การพูดก็พูดได้และควรเป็นไปในแนวทางแนะนำ ติติงหรือชี้ช่องทางที่ดีกว่า ไม่ควรพูดอะไรหรือทำอะไรให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียกำลังใจโดยไม่เกิดประโยชน์ เช่นถ้าพูดเป็นการเมืองไปหมด ชาวบ้านจะรับไม่ได้&amp;rdquo; นายนิพิฎฐ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59923</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, ผบ.เหล่าทัพ, สนามข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e280e48ed158.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
