<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายชุมชนเสนอแผนพัฒนาภาคประชาชนต่อ ผวจ.สุพรรณฯ ด้าน ‘เดชา  ศิริภัทร’ ชูสุพรรณเป็นศูนย์กลาง ‘กัญชารักษาโรค’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุพรรณบุรี/ เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนและขบวนองค์กรชุมชน จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; จัดงาน &amp;lsquo;โครงการสนับสนุนส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีแบบบูรณาการ&amp;rsquo; ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนพัฒนาภาคประชาชนระดับตำบล-อำเภอต่อจังหวัด&amp;nbsp; โดยผู้ว่าฯ รับปากจะนำแผนประชาชนไปดำเนินการในปีงบ 2563 &amp;nbsp;ด้าน &amp;lsquo;เดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&amp;rsquo; ชูสุพรรณเป็นศูนย์กลางของโลกในการใช้กัญชารักษาโรค&amp;nbsp; เตรียมระดมทุนสร้างโรงพยาบาลที่อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp; และเตรียมแจกน้ำมันกัญชา 1 แสนขวดให้ผู้ป่วยทั่วประเทศ 1 กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (21 สิงหาคม)&amp;nbsp; เวลา 9.00-16.00 น. มีการจัดงาน &amp;lsquo;โครงการสนับสนุนส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีแบบบูรณาการ&amp;rsquo; ประจำปีงบประมาณ 2562 ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี (อบจ.) จัดโดยเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนและขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ และผลิตภัณฑ์จากชุมชน&amp;nbsp; มีนายนิมิต&amp;nbsp; วันไชยธนวงศ์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนายปฏิภาณ &amp;nbsp;จุมผา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และนายเดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&amp;nbsp; ประธานมูลนิธิข้าวขวัญให้การต้อนรับ&amp;nbsp; มีภาคีเครือข่ายการพัฒนา 18 &amp;nbsp;เครือข่าย และผู้แทนชุมชนในอำเภอต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ 350 &amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิมิต&amp;nbsp; วันไชยธนวงศ์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; กล่าวว่า การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ภาคประชาชนจะไม่มีส่วนร่วม&amp;nbsp; เพราะเป็นการจัดทำแผนโดยหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด&amp;nbsp; แต่ในครั้งนี้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมและบูรณาการการจัดทำแผนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ โดยใช้เวลาจัดทำแผนประมาณปีเศษ&amp;nbsp; และมานำเสนอแผนในวันนี้&amp;nbsp; ซึ่งทางจังหวัดจะนำไปปฏิบัติเพื่อให้ตรงกับความต้องการของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าภาคประชาชนกับราชการจับมือกันและเดินไปด้วยกันก็จะทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า&amp;nbsp; และต่อไปหากมีโครงการพัฒนาต่างๆ ตนจะตั้งคณะทำงานที่มาจากภาคประชาชนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้เสนอความคิดเห็นต่างๆ ในที่ประชุม&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้มีมิติและมุมมองที่หลากหลาย&amp;nbsp; ส่วนข้อเสนอจากภาคประชาชนที่ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดในวันนี้&amp;nbsp; ผมจะนำไปปฏิบัติให้เป็นจริงในปีงบประมาณ 2563&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ จ.สุพรรณบุรีกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววิภาศศิ&amp;nbsp; ช้างทอง&amp;nbsp; อนุกรรมการประสานงานขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; กล่าวถึงข้อเสนอเชิงนโยบายที่เสนอต่อ ผวจ.สุพรรณบุรี และหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp; ซึ่งมีทั้งหมด 12 ข้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.ขอให้ ผวจ.สุพรรณบุรีนำแผนพัฒนาภาคประชาชน จ.สุพรรณบุรีไปบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp; และให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่มาจากตัวแทนภาคประชาชนทั้ง 10 อำเภอ (อำเภอละ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; คน) เช่น&amp;nbsp; คณะกรรมการจัดการภัยพิบัติจังหวัด&amp;nbsp; คณะกรรมการบริหารแบบบูรณาการจังหวัด&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนภาคประชาชนยื่นแผนพัฒนาต่อ ผวจ.สุพรรณบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานภาคประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp; 3.สนับสนุนบุคลากรและงบประมาณในการประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; 4.ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีผู้แทนของสภาองค์กรชุมชนตำบลเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เป็นจริง&amp;nbsp; เพื่อให้เกิด &amp;lsquo;1 แผน&amp;nbsp; 1 ตำบล&amp;rsquo;&amp;nbsp; ร่วมกับหน่วยงานในระดับพื้นที่อย่างมีคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนกลไกกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างบูรณาการ&amp;nbsp; และแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินของรัฐให้กับผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การขออนุญาตใช้ที่ดินและสนับสนุนสาธารณูปโภคเพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; การสมทบงบประมาณของท้องถิ่น&amp;nbsp; 7.ส่งเสริมให้เครือข่ายองค์กรชุมชนร่วมกับหน่วยงานด้านสังคมพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย &amp;nbsp;เด็ก เยาวชน&amp;nbsp; สตรี ผู้พิการ&amp;nbsp; ด้อยโอกาส ฯลฯ ทั้งในระดับหมู่บ้านถึงจังหวัด&amp;nbsp; 8.ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์&amp;nbsp; พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.ส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายป่าพลเมืองแบบมีส่วนร่วมและยั่งยืน&amp;nbsp; 10.ส่งเสริมและสนับสนุนกลไกการสื่อสารให้เกิดการทำงานแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; 11.ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; และ 12.การสนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมและชาติพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนพัฒนายุทธศาสตร์ภาคประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรีระยะ 5 ปี (พ.ศ.2561-2556) มีเป้าหมาย&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;ชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; มีประเด็นพัฒนาต่างๆ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.การบริหารจัดการให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีการพัฒนาผู้นำชุมชน 114&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; รวม 900&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; 2.การพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พัฒนาคนรุ่นใหม่&amp;nbsp; ยกระดับความรู้ด้านการผลิต&amp;nbsp; การแปรรูป&amp;nbsp; การจำหน่าย&amp;nbsp; ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ เป้าหมาย 110 ตำบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมสุขภาพชุมชนสู่สังคมสุขภาวะ&amp;nbsp; การบริโภคอาหารปลอดภัย&amp;nbsp; ส่งเสริมความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีเป้าหมาย&amp;nbsp; ประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมดมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&amp;nbsp; และ 4.การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน&amp;nbsp; ส่งเสริมการประยุกต์ใช้พลังงานสะอาด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป้าหมาย&amp;nbsp; เกิดการบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบไม่น้อยกว่า 12 ชุมชน&amp;nbsp; เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายกลไกบริหารจัดการน้ำไม่น้อยกว่า 3 เครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาอำเภอต่างๆ ที่ภาคประชาชนจัดทำขึ้นมา&amp;nbsp; แยกเป็นแผนพัฒนาอำเภอ&amp;nbsp; และแผนพัฒนาตำบล&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;แผนพัฒนาอำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาระบบชลประทาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แผนพัฒนาตำบลศรีประจันต์&amp;nbsp; มีปัญหาผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ&amp;nbsp; แก้ไขโดยการคัดเกรดผลผลิตเพื่อให้ขายได้ราคาดี&amp;nbsp; ปัญหาการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp; ทำบ่อเก็บน้ำ&amp;nbsp; ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง&amp;nbsp; ใช้สารชีวภาพที่ผลิตเองแทนสารเคมี&amp;nbsp; ปลูกพืชตามสภาพอากาศ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&amp;nbsp; ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ&amp;nbsp; ผู้รณรงค์การใช้กัญชารักษาโรค&amp;nbsp; กล่าวว่าตนสนับสนุนแผนการพัฒนาของภาคประชาชนเพราะตรงกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชน&amp;nbsp; ไม่ใช่มีคนอื่นมาจัดทำแผนให้&amp;nbsp; โดยประชาชนไม่มีส่วนร่วมคิด&amp;nbsp; ร่วมทำ&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีนั้น&amp;nbsp; ตนอยากจะพัฒนาให้สุพรรณบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยว&amp;nbsp; เพราะมีข้าวอินทรีย์&amp;nbsp; มีอาหารปลอดภัย&amp;nbsp; และมีกัญชาเป็นยารักษาโรค&amp;nbsp; โดย &amp;lsquo;แอ๊ด&amp;nbsp; คาราบาว&amp;rsquo;&amp;nbsp; กำลังจะหาทุนสร้างโรงพยาบาลเพื่อให้เป็นแหล่งรักษาโรคต่างๆ จากกัญชา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มะเร็ง&amp;nbsp; อัลไซเมอร์&amp;nbsp; โรคไมเกรน&amp;nbsp; โรคซึมเศร้า&amp;nbsp; โรคสะเก็ดเงิน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรงพยาบาลแห่งนี้จะใช้พื้นที่ประมาณ 200 ไร่&amp;nbsp; ตั้งอยู่ที่อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp; ตอนนี้ได้ที่ดินแล้ว 70 ไร่&amp;nbsp; ต่อไปเราจะพัฒนาให้เป็นโรงพยาบาล&amp;nbsp; มีพิพิธภัณฑ์กัญชา&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีพื้นที่ปลูกกัญชา&amp;nbsp; เพื่อนำกัญชามาสกัดทำเป็นยา&amp;nbsp; เพื่อรักษาโรคต่างๆ&amp;nbsp; มีการวิจัยเพิ่มเติม&amp;nbsp; สามารถนำกัญชามาเป็นส่วนผสมของอาหาร&amp;nbsp; เครื่องสำอาง&amp;nbsp; และจะใช้กัญชารักษาโรคฟรี&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้มีนักท่องเที่ยวแห่เข้ามา &amp;nbsp;ทำรายได้ให้คนสุพรรณ&amp;nbsp; และจะทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นศูนย์กลางของโลกในการใช้กัญชารักษาโรค&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายเดชากล่าว&amp;nbsp; และบอกว่า ในวันที่ 1 กันยายนนี้ตนจะแจกน้ำมันกัญชาจำนวน 1 แสนขวดให้แก่ผู้ป่วยทั่วประเทศประมาณ 40,000 คน&amp;nbsp; เป็นกัญชาจากองค์การเภสัชกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43940</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, นิมิต  วันไชยธนวงศ์, ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., เครือข่ายชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cea71eaa65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
