<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.บี้รัฐลดเงื่อนไขเยียวยาเกษตรกร หวั่น1.7ล้านครัวเรือนชวด5พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค. 63 - นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า&amp;nbsp; เห็นด้วยกับมาตรการเยียวยาเกษตรกร&amp;nbsp; ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ของโควิด-19 ครัวเรือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน แต่ในทางปฏิบัติยังมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนก่อนปี 62 และปัจจุบันยังคงเป็นเกษตรกรอยู่ กลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการเยียวยา เหตุยังไม่ปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรให้เป็นปีปัจจุบัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งหลายพื้นที่ยังประสบปัญหาภัยแล้ง ไม่สามารถเพาะปลูก เพราะเมื่อไม่มีการแจ้งปลูกก็ไม่สามารถปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นรัฐควรผ่อนปรนหรือมีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรกลุ่มนี้ ซึ่งมีประมาณ1.7ล้านครัวเรือน ซึ่งได้รับผลกระทบความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน เกษตรกรกลุ่มนี้จะไปขอความช่วยเหลือเยียวยาจาก มาตรการเราไม่ทิ้งกัน ก็จะถูกปฏิเสธ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นเกษตรกรจึงได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ขอให้รัฐบาลโปรดพิจารณาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรกลุ่มนี้โดยเร่งด่วน ทั้งนี้การเยียวยาภาคเกษตร รัฐไม่ควรใช้ระบบเอไอเช่นเดิม เกรงว่าจะมั่วเหมือนที่ผ่านมา&amp;nbsp; ดังนั้นรัฐต้องพิจารณาให้ดี คือรัฐต้องลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเพื่อได้ข้อเท็จจริง เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนที่ทำอาชีพเกษตรกร ต้องได้รับการเยียวยาจากภาครัฐอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐต้องไม่มีเงื่อนไข ในการดูแลประชาชน ที่สำคัญคือข้อมูลต้องชัดเจน โดยอาศัยฐานข้อมูลจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือ เกษตรอำเภอ เป็นข้อมูลหลัก&amp;nbsp; นอกจากนี้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ได้ลงทะเบียนเกษตรกรต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ รัฐต้องไม่เลือกปฏิบัติในการเยียวยาประชาชน&amp;rdquo; นายนิยม ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65624</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่าย5พัน, นิยม ช่างพินิจ, พท., เกษตรกร, เยียวยา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb8f19ec756a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กบิล55ส.ส.ฝ่ายค้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ้นสื่อลามถึงสภาสูง &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; อ้างอาจมี 21 ส.ว.เข้าข่ายถือหุ้นอันมีลักษณะต้องห้าม ร้อง กกต.จันทร์นี้ รัฐบาล-ฝ่ายค้านสู้กันมันหยด หมัดต่อหมัด พปชร.พบ 55 ส.ส.ปีก 7 พรรคฝ่ายค้านถือหุ้นกิจการสื่อ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ติดโผ ส่งเรื่องให้ &amp;quot;ชวน&amp;quot; ส่งต่อศาล รธน.สัปดาห์นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีกรณี 27 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถูกร้องถือครองหุ้นและเป็นเจ้าของกิจการสื่อ เปิดเผยว่า สำหรับการต่อสู้คดีในส่วนของ 27 ส.ส.พรรค พปชร.ที่ทางพรรคได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญไปก่อนหน้านี้ เพื่อขอให้ศาลมีมติคุ้มครองชั่วคราวนั้น เพราะต้องการขอให้ศาลมีการไต่สวนพยานหลักฐาน ก่อนจะรับไว้พิจารณาหรือมีคำสั่งวินิจฉัย ซึ่งศาลอาจจะไม่มีการไต่สวนก็ได้ แต่เราเพียงขอโอกาสชี้แจง ส่วนกรณีที่พรรค พปชร.จะยื่นให้ตรวจสอบการถือหุ้นสื่อมวลชนของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งรายชื่อที่เข้าข่ายมาแล้วมากกว่า 30 รายชื่อ เพื่อให้ตรวจสอบในรายละเอียด พร้อมจัดทำคำร้องให้ถูกต้อง ไม่ให้ตกม้าตายเหมือนพรรคอนาคตใหม่ ที่ยื่นให้มีการตรวจสอบ ส.ส.พรรค พปชร.ผิดช่องทาง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ระหว่างการประชุมสภา จะสามารถยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐแจ้งถึงความคืบหน้าการรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ฝั่ง 7 พรรคการเมือง ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ เพื่อยื่นให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก่อนยื่นเรื่องให้ศาลพิจารณากรณีถือหุ้นสื่อนั้น จะดำเนินการให้เสร็จในสัปดาห์นี้ โดยล่าสุดอยู่ที่จำนวน 55 คน เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ระบุว่ามี 20-30 คน โดยปรากฏว่าในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ มี 33 คนที่อยู่ในข่าย อาทิ พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อในข่ายประมาณ 10 คน อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่, นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง, &amp;nbsp;นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์, นางอาภรณ์ สาราคำ ส.ส.อุดรธานี, นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก และนายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อชาติ จำนวน 4 คน ได้แก่ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนางลินดา เชิดชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคเสรีรวมไทย จำนวน 4 คน อาทิ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ส่วนพรรคประชาชาติ 2 คน ได้แก่ นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.ยะลา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ขณะที่พรรคเศรษฐกิจใหม่และพรรคพลังปวงชนไทย มีพรรคละ 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานระบุเพิ่มเติมว่า ทีมงานของ พปชร.ได้ตรวจสอบพบว่า นอกจาก 33 คนของพรรคอนาคตใหม่ที่อยู่ในข่ายนั้น ปรากฏว่ามีอีกประมาณ 10 คน มีการดำเนินการแก้ไขวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการ จึงเป็นเหตุให้ควรเชื่อได้ว่าบุคคลเหล่านี้ถือหุ้นและประกอบกิจการสื่ออย่างชัดเจนหรือไม่ ซึ่งต้องดูว่าจะมีการตรวจสอบย้อนหลังต่อไป ทั้งนี้ สำหรับการยื่นให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะเป็นหน้าที่ของนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ฝ่ายเพื่อไทยก็มีการเคลื่อนไหวเช่นกัน โดยที่ สภ.เมืองสกลนคร อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย หอบเอกสารหลักฐานหนังสือคำให้การต่อ กกต.ในกรณีถือหุ้นสื่อ และหลักฐานการจดแจ้งยกเลิกบริษัท มติไท จำกัด ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ เล่มที่ 10759 เลขที่ 537914 ลงวันที่ 7 ก.ค.2547 พร้อมคำร้องทุกข์ เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สมจิตร เบ็ญเจิด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ร้อยเอกทรงกลด ชื่นชูผล หรือ &amp;ldquo;ผู้กองปูเค็ม&amp;rdquo; ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแจ้งข้อความแก่เจ้าหน้าที่พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยมกล่าวว่า จากการเข้าแจ้งความครั้งนี้เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีความผิดในการถือหุ้นสื่อ บริษัท มติไท จำกัด และการหาหลักฐานมาใส่ร้ายตนเอาแต่หลักฐานจดแจ้งแต่ไม่เอาหลักฐานจดยกเลิก &amp;nbsp;จึงมีเจตนากลั่นแกล้งหวังผลทางการเมือง เรื่องนี้ตนได้เข้าชี้แจงต่อ กกต.แล้วตั้งแต่วันที่ 6 &amp;nbsp;มิถุนายนที่ผ่านมา กกต.มีมติยุติการไต่สวนตามที่ชี้แจง ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลเสียหายอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ก็ผู้กองปูเค็มก็นำเรื่องดังกล่าวไปลงในสื่อโซเชียล และล่าสุดนายทศพล ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ นำรายชื่อในฝั่งของ 7 พรรคการเมือง ประมาณ 30 คน ไปยื่นถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา โดยมีชื่อตนเองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งตนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ได้รับโทษทางอาญา ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น จึงทำให้ได้รับความเสียหาย อับอาย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะอภิปรายเพื่อให้ที่ประชุมสภาได้รับทราบต่อไป&amp;quot; ส.ส.เพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าของสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่ง พบว่า มี 21 รายที่อาจเข้าข่ายต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ เพราะการเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ อันเข้าลักษณะต้องห้ามตามความในรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (4) ประกอบมาตรา 108 (ข.) และมาตรา 98 (3) หรือไม่ เพราะเมื่อพิจารณาตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 8475/2561 และตามข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ 10/2562 มีเหตุที่ต้องขอให้ กกต.รีบส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยและขอให้ศาลสั่งให้ ส.ว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยตามแนวทางที่ กกต.ใช้กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาแล้ว ดังนั้นจากข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ จะไปยื่นหนังสือให้ กกต.ตรวจสอบเรื่องนี้ว่า ส.ว. 21 รายดังกล่าวจะเข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นสื่อและต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เหมือนนายธนาธรหรือไม่ ในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ เวลา 11.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39264</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, ทศพล เพ็งส้ม, นิยม ช่างพินิจ, นิยม เวชกามา, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาภรณ์ สาราคำ, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, โกศล ปัทมะ, ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190623/image_big_5d0f86cd83196.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
