<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ส.แจงคืบหน้าถอด &#039;พืชกระท่อม&#039; พ้นบัญชียาเสพติด จ่อประกาศ 10 จว.นำร่องใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.63 -&amp;nbsp;นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ... หรือร่างกฎหมายปรับสถานะพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด เสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 1 ก.ค&amp;nbsp; 63 และอยู่ระหว่างการส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามที่มีการแก้ไข ก่อนส่งให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป แต่ขอเรียนย้ำให้พี่น้องประชาชนทราบว่าพืชกระท่อมยังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 การเสพ ครอบครอง จำหน่าย หรือผลิต โดยการนำไปต้มในรูปแบบน้ำ หรือแปรรูปในรูปแบบอื่น ๆ ยังเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ขณะนี้เกรงว่าจะเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าสามารถเสพและปลูกพืชกระท่อมได้โดยไม่ผิดกฎหมายแล้ว เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ต.ค. 62 ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส. พบว่ามีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการมั่วสุมเสพยาเสพติดผ่านสายด่วน 1386 รวม 655 เรื่อง ซึ่งเมื่อทำการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการมั่วสุมเสพพืชกระท่อม น้ำกระท่อม และ 4 x 100 (น้ำกระท่อมผสมกับยา/สารเสพติด/ยาเสพติดอื่น) ถึง 156 เรื่อง ประการสำคัญในจำนวนดังกล่าวเป็นข้อร้องเรียนที่เข้ามาในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย. 63 ถึง 72 เรื่อง หรือร้อยละ 46 ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิยม กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการเตรียมการในระหว่างที่ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข หมู่บ้านและชุมชน ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่มีความพร้อมในการบริหารจัดการพืชกระท่อมที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ให้สามารถครอบครองและเสพได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้เตรียมประกาศและกำหนดแล้วจำนวน 135 หมู่บ้าน/ชุมชน ใน 10 อำเภอ 10 จังหวัด เป็นพื้นที่นำร่องในการศึกษารูปแบบการควบคุมพืชกระท่อมผ่านกลไกการควบคุมในชุมชน เพื่อป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์และยังเป็นการศึกษาถึงการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ รวมถึงแนวทางการควบคุมที่จะสามารถนำมาใช้ภายหลังการปรับสถานะพืชกระท่อมในอนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขของการเสพและการครอบครองพืชกระท่อมในพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่เป็นความผิด ซึ่งคาดว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ กระทรวงสาธารณสุขโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนามและประกาศใช้ต่อไป โดยคาดว่าทุกขั้นตอนจะแล้วเสร็จประมาณเดือนส.ค. 63 นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายยาเสพติด, นิยม เติมศรีสุข, พืชกระท่อม, ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติด..., เลขาธิการ ป.ป.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f040791a5c4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัญญาณเตือนจาก&#039;ป.ป.ส.&#039; &#039;เฮโรอีน&#039;กลับมาระบาดเพิ่มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นสัญญาณเตือนที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันเฝ้าระวัง การกลับมาแพร่ระบาดมากขึ้นของยาเสพติดประเภท&amp;nbsp; &amp;quot;เฮโรอีน&amp;quot; หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ออกมาเตือนภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นิยม เติมศรีสุข&amp;quot; เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) บอกถึงการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในช่วงนี้ พบ &amp;quot;เฮโรอีน&amp;quot; มีแนวโน้มกลับมาแพร่ระบาดมากขึ้น แม้จำนวนของผู้กระทำความผิดและผู้เข้ารับการบำบัดจะน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับยาบ้า แต่จะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจำนวนเริ่มเพิ่มมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นได้ว่าในช่วง 1-2 อาทิตย์ที่ผ่านมา หลายคดีที่&amp;nbsp; &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; จับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด นอกจากมี &amp;quot;ยาบ้า&amp;quot; หรือ &amp;quot;ไอซ์&amp;quot; เป็นของกลางหลักแล้ว ก็จะมี &amp;quot;เฮโรอีน&amp;quot; พวงอยู่ด้วยเกือบทุกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา กองกำลังผาเมืองจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ของกลางที่พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุภายในเป้ 8 เป้ จำนวนประมาณ 800,000 เม็ด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งมี &amp;quot;เฮโรอีน&amp;quot; น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 จับกุม นายสุวพันธ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี และนายนัฐกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี&amp;nbsp; พร้อมของกลาง ไอซ์ 20 กก. เฮโรอีน 3.8 กก. รถกระบะ 1 คัน รวมมูลค่า 15 ล้านบาท ได้บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งขาเข้า แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็มี &amp;quot;เฮโรอีน&amp;quot; อีกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลของสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รายงานว่า สามเหลี่ยมทองคำยังเป็นแหล่งผลิตเฮโรอีนใหญ่ของโลก แม้ว่าปัจจุบันพื้นที่ปลูกฝิ่นจะลดลงไปอย่างมาก แต่เนื่องจากยังมีแหล่งผลิตในเมียนมา ทำให้เฮโรอีนถูกลักลอบลำเลียงข้ามชายแดนเข้ามายังไทยได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนที่กระจายสู่แหล่งแพร่ระบาดในประเทศ และส่วนที่ถูกส่งต่อไปยังประเทศที่สาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนข้อมูลการเฝ้าระวังของ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงาน ป.ป.ส. (ศปก.ป.ป.ส.) ก็พบการจับยึดของกลางเฮโรอีนในประเทศเพิ่มขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2560 จับยึดได้ 376 กก. แต่ในปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 941 กก. และ 8 เดือนของปี 2563 (ตุลาคม 2562-พฤษภาคม 2563) จับยึดได้ 352 กก. และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2563 กองกำลังป้องกันชายแดนภาคเหนือ จับยึดเฮโรอีน 10 กก. ที่ถูกลำเลียงมาพร้อมกับยาบ้า 8 แสนเม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากพิจารณาจากจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดรักษาเฮโรอีนก็พบว่าเพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2560 มี 3,744 คน แต่ในปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 3,980 คน ส่วนในปี 2563 (8 เดือนแรก) มี 2,934 คน อีกทั้งส่วนใหญ่ของผู้เข้ารับการบำบัดรักษาเป็นรายใหม่&amp;nbsp; และที่น่าวิตกคือ 1 ใน 3 เป็นเยาวชน ขณะที่จำนวนผู้กระทำผิดใน 3 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยประมาณปีละ 1,250 คน สำหรับพื้นที่ที่พบว่ามีการแพร่ระบาดของเฮโรอีนมากคือ จังหวัดเชียงราย นราธิวาส กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และกาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุเฮโรอีนถูกจัดอยู่ในยาเสพติดที่ออกฤทธิ์รุนแรง (Hard drug) ทำลายสุขภาพให้ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว อยู่ในกลุ่มที่เสพติดง่ายและบำบัดรักษาให้เลิกได้ยาก ดังนั้นหากเฮโรอีนกลับมาแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน การแก้ไขปัญหาจะทำได้ยาก และส่งผลเสียต่อทรัพยากรมนุษย์ของชาติต่อไปในระยะยาว ดังนั้นจึงขอให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันสอดส่องดูแลเด็ก เยาวชน ที่เป็นบุตรหลานหรืออยู่ในความดูแลไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สำหรับในพื้นที่ที่พบว่ามีการแพร่ระบาดของเฮโรอีนมาก&amp;nbsp; ได้สั่งการให้สำนักงาน ป.ป.ส.ที่รับผิดชอบพื้นที่ เร่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงปัญหาเฮโรอีนให้กับประชาชน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด เฝ้าระวังปัญหานี้อย่างใกล้ชิด และดำเนินการแก้ไขให้ปัญหาลดลงโดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลขาธิการ ป.ป.ส.เน้นย้ำช่วงท้าย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ถือว่าปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน และทำให้สังคมมีความปกติสุข โดยให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานร่วมกัน ซึ่งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ได้มอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ส.เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ขอให้พี่น้องประชาชนได้เชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69517</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เติมศรีสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เกษมราษฎร์, เฮโรอีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef216cc6eba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผาเมืองปะทะเดือด แก๊งยาบ้า-ดับ1ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผาเมืองปะทะคาราวานยาเสพติดชายแดนเชียงใหม่ ยิงกันสนั่นก่อนกลุ่มคนร้ายล่าถอยทิ้งไว้ 1 ศพตกเขาคอหัก พร้อมยาบ้า 4 แสนเม็ด ส่วนที่หนองคาย จับหนุ่มพร้อมยาบ้า 1.6 แสนเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 เมษายนนี้ ที่ฐานปฏิบัติการทหารกองร้อยทหารม้าที่ 4 กองบังคับการควบคุมที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง แถลงผลการปะทะกับคาราวานยาเสพติดพื้นที่ชายแดนบ้านหนองเต่า ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ สืบเนื่องจากกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้ลำเลียงยาบ้าเข้าพื้นที่ จึงจัดชุดลาดตระเวนเดินเท้าห่างจากเขตชายแดนไทย-เมียนมา 2 กิโลเมตร พบกลุ่มคนร้าย 20 คน พร้อมอาวุธและยาบ้า จึงเรียกให้ปลดอาวุธเพื่อทำการตรวจค้น แต่ฝ่ายตรงข้ามเปิดฉากยิงเข้าใส่ทันที ก่อนมีการปะทะกันนานหลายนาที จากนั้นฝ่ายตรงข้ามหลบหนีออกนอกประเทศ ส่วนเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องรอให้ฟ้าสางก่อนเข้าตรวจค้น พบกระสอบแปลงสภาพเป็นเป้ 4 ใบ ภายในมียาบ้า 400,000 เม็ด และพบศพคนร้าย 1 ศพ สาเหตุตกเขาคอและขาหักเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่สามารถนำศพออกมาได้ ก่อนเร่งขยายผลที่มาของยาบ้าทั้งหมดต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า เหตุปะทะดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มค้ายาเสพติด ที่ยังคงหาโอกาสลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ &amp;nbsp; ขณะที่เจ้าหน้าที่กองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 ยังคงมีการปฏิบัติตามแผนการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนืออย่างเข้มข้น จะเห็นได้จากการจับยึดยาเสพติดเป็นจำนวนมากตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา มีการปะทะกันด้วยอาวุธกับขบวนการลำเลียงตามแนวชายแดนถึง 15 ครั้ง ยึดยาบ้า 13.8 ล้านเม็ด ไอซ์ 848 กิโลกรัม และเฮโรอีน 3.4 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนองคาย ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง สถานีเรือหนองคาย น.อ.วรัท โกมลรัตน์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (ผบ.นรข.) เขตหนองคาย, น.ต.ธิติวัฒน์ เนียมประพันธ์ หัวหน้าสถานีเรือหนองคาย, นายเจริญจิตต์ สืบสาววงศ์ นายอำเภอเมืองหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข, สภ.บ้านเดื่อ, ตำรวจน้ำ, ตรวจคนเข้าเมือง, ทหาร, ตชด., ศุลกากรหนองคาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายพรชัย ปานพิมพ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 3 ต.ปะโค อ.เมืองหนองคาย พร้อมของกลางยาบ้า 167,000 เม็ด ไอซ์ 708 กรัม รถจักรยานยนต์ฮอนด้า msx สีขาว ทะเบียน 1 กฬ 7398 อุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติด บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสีกาย รอยต่อบ้านจอมแจ้ง ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย จึงจัดกำลังเข้าตรวจสอบ กระทั่งค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา พบนายพรชัยขี่รถจักรยานยนต์มาจอดริมแม่น้ำโขง ขณะเดียวกันมีเรือหางยาวมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าเทียบฝั่ง จากนั้นได้ยกกระสอบสีขาวลงจากเรือมาไว้ริมฝั่ง ขณะที่นายพรชัยเดินไปที่กระสอบ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุมนายพรชัยไว้ ตรวจสอบในกระสอบพบเป็นยาบ้ารวม 167,000 เม็ด และไอซ์ 708 กรัม ตรวจปัสสาวะนายพรชัยพบมีสีม่วง สารภาพรับจ้างนำยาบ้าไปกระจายตามจุดต่างๆ ที่ได้รับคำสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บึงกาฬ ตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรบึงกาฬ แถลงผลการจับกุมนายอภิชาติ หรือหมี สุวรรณมณี อายุ 43 ปี มีพฤติกรรมรับจ้างส่งยาบ้าให้เอเยนต์ชาวลาว พร้อมของกลางยาบ้า 20,096 เม็ด และไอซ์น้ำหนักประมาณ 6.42 กรัม สอบสวนนายอภิชาติรับสารภาพว่า รับการว่าจ้างจากชาวลาวชื่อ &amp;quot;เทพยาซะ&amp;quot; ให้ลูกน้องเอายาบ้าและไอซ์มาฝากไว้ โดยจะมีกลุ่มผู้ค้ามารับช่วงต่ออีกที ทำมาหลายครั้งแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62948</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เติมศรีสุข, พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e930a755dd07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่ายึดสารตั้งต้น ปั๊มยาบ้า740ล.เม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พม่าตรวจยึดสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดในรัฐชานได้กว่า 12 ตัน เผยหากเล็ดลอดไปได้ สามารถนำไปผลิตไอซ์ได้ 11 ตัน หรือยาบ้า 740 ล้านเม็ด เลขาฯ ป.ป.ส.ชี้เป็นผลสำเร็จของแผนปฏิบัติการ 1511 รวม 6 ประเทศ โดยมีไทยเป็นแกนนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สำนักงานคณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติดแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (CCDAC) ได้ตรวจยึดสารโซเดียม อีท็อกไซด์ กว่า 12.4 ตัน ในพื้นที่รัฐชานตอนเหนือ ก่อนถูกลำเลียงเข้าไปแหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่รัฐชาน ซึ่งเป็นผลจากการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ 1511 ที่ประเทศไทยเป็นแกนหลักร่วมกับ 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง โดยสารตั้งต้นจำนวน 12.4 ตันที่ตรวจยึดได้ หากเล็ดลอดไปได้จะนำไปผลิตไอซ์ได้ไม่น้อยกว่า 11 ตัน หรือผลิตยาบ้าได้ไม่น้อยกว่า 740 ล้านเม็ด และก่อนหน้านี้ CCDAC ของเมียนมาก็จับยึดกาเฟอีนได้กว่า 1 ตัน ซึ่งถือเป็นการลดทอนศักยภาพการผลิตทั้งไอซ์และยาบ้าได้เป็นจำนวนมาก และคาดว่าน่าจะมีผลต่อปริมาณยาเสพติดในตลาดและราคายาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผลการปฏิบัติของเมียนมาที่ได้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 อย่างเข้มแข็ง จนมีผลการยึดยาเสพติดและสารเคมีได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรอบ 2 เดือนนี้ เฉพาะในเมียนมาสามารถยึดสารเคมีไปแล้วกว่า 52.1 ตัน มีผลให้ยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ถูกผลิตขึ้นและถูกส่งออกมากระจายแพร่ระบาดในประเทศต่างๆ การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 ของ 6 ประเทศ ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2562 สามารถยึดสารเคมีสำคัญที่นำไปใช้ในการผลิตยาเสพติดรวมกว่า 62 ตัน เท่ากับหยุดการผลิตยาบ้าได้ไม่น้อยกว่า 1,358 ล้านเม็ด หรือไอซ์ 32.4 ตัน ถือเป็นการตัดวงจรการผลิตยาเสพติดได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของแผน&amp;quot; นายนิยมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปฏิบัติการ 1511 ถูกริเริ่มโดยประเทศไทย และเสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีของ 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย จีน กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม เห็นชอบร่วมกันเพื่อสกัดกั้นเคมีภัณฑ์/สารตั้งต้นไม่ให้เข้าไปยังแหล่งผลิต และสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้ออกจากแหล่งผลิต ตามนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56498</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เติมศรีสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3c13724e020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาเสพติดออนไลน์เฟื่องฟูทำยาบ้าลดราคา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบเล่ห์พ่อค้ายาเสพติด หันมาขายทางออนไลน์ จัดส่งของทางพัสดุภัณฑ์ นอกจากถูกจับยากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดต้นทุน จนยาบ้าราคาลดฮวบ ป.ป.ส.ประสานดีอี สั่งปิดกว่า 178 บัญชีค้ายา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า ป.ป.ส.ได้สืบสวนจับกุมนักค้ายาเสพติดทางอินเทอร์เน็ต และใช้บริการรับ/ส่งพัสดุภัณฑ์ในการส่งยาเสพติดให้ลูกค้าทั่วประเทศ โดยผู้ค้ารายนี้อยู่ในระดับขายส่งรายย่อย ใช้วิธีอำพรางการค้ายาเสพติดของตนโดยการขายสินค้าออนไลน์ และส่งยาเสพติดให้ลูกค้าที่สั่งซื้อทางบริการรับ-ส่งพัสดุภัณฑ์จากศูนย์กลางที่กรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดต่างๆ โดยขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กำลังจัดส่งยาบ้ารวม 10,200 เม็ด ไอซ์ 55 กรัม แยกบรรจุอยู่ในห่อพัสดุให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวม 16 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า การค้ายาเสพติดผ่านทางอินเทอร์เน็ตควบคู่กับการใช้บริการรับ/ส่งพัสดุภัณฑ์ในการส่งยาเสพติดให้ลูกค้า เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคายาเสพติดในระดับขายปลีกให้กับผู้เสพถูกลง เพราะลดความเสี่ยงและลดค่าใช้จ่ายจากการจ้างผู้ลำเลียง สำหรับการปราบปรามการค้ายาเสพติดผ่านทางอินเทอร์เน็ต ในห้วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีการจับไปแล้ว 8 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 6 คน และในปี 2562 สำนักงาน ป.ป.ส.แจ้งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอศาลสั่งระงับ 178 บัญชีค้ายาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, นายสงวนศักดิ์ ศรีวัฒนพงศ์ ผอ.สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 1 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสมเจตน์ วอแพง อายุ 24 ปี ที่อยู่ 300 หมู่ 2 ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,531,000 เม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพลเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี สืบสวนจับนายธวัชชัย แปงใจ ผู้ค้ารายย่อยพร้อมยาบ้าจำนวน 7 เม็ด สอบสวนขยายผลรับสารภาพว่ารับยามาจากนายเอ จึงเข้าจับกุมไว้ได้ ขยายผลรับสารภาพยาบ้าทั้งหมดรับมาจากนายสมเจตน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อล่อซื้อ จำนวน 48,000 เม็ด โดยนัดส่งยากันภายในซอยสุขสวัสดิ์ 47 ต.ลัดหลวง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 247/65 ม.1 ซ.ประชาอุทิศ 61 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ เมื่อถึงเวลานัดหมายเวลา 04.20 น. นายสมเจตน์ขี่ จยย.มาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ จึงแสดงตัวเข้าจับกุมไว้พร้อมด้วยของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนนายสมเจตน์ รับสารภาพมียาเสพติดล็อตใหญ่ซุกอยู่ที่บ้านพักเลขที่ 247/65 หมู่ 1 ซอยประชาอุทิศ 61 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น พบยาบ้า 1,531,000 เม็ด, อุปกรณ์ชั่งน้ำหนัก, ซองพลาสติกขนาดเล็ก, ค้อนยาง, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 6 เล่ม และรถ จยย. 3 คัน จึงยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมด ซึ่งนายสมเจตน์รับว่ายาบ้าทั้งหมดมีนายทุนอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนขยายผิดติดตามกลุ่มคนร้ายที่เหลือต่อไป สำหรับผู้ต้องหาที่จับได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56404</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เติมศรีสุข, พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย, พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, สงวนศักดิ์ ศรีวัฒนพงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ac22894b0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยร่วม2เดือนปปส.จับยาบ้า32ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป.ป.ส.เผย ห้วงเกือบ 2 เดือนล่าสุด จับยาบ้าปริมาณเกิน 1 ล้านเม็ด รวม 7 คดี ยึดของกลางได้กว่า 32 ล้านเม็ด ทั้งยังสกัดกรดไฮโดรคลอลิกได้ 25 ตัน หากหลุดรอดจะนำไปผลิตยาบ้าได้ถึง 2.5 พันล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า ผลการจับกุมยาบ้าต่อคดีตั้งแต่ 1 ล้านเม็ดขึ้นไป ในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ถึง 20 กันยายน 2562 จับกุมได้ทั้งสิ้นรวม 7 คดี แยกเป็น จ.เชียงราย 1 คดี &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ 6 คดี รวมจำนวนยาบ้ากว่า 32,390,000 เม็ด และยึดกรดไฮโดรคลอริก จำนวน 25.35 ตัน ซึ่งเป็นสารเคมีจำเป็นที่ใช้ผลิตยาเสพติด หากหลุดรอดไปจะสามารถนำไปเข้าสู่กระบวนการผลิตยาบ้าได้ถึง 2,500 ล้านเม็ด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า ปริมาณยาเสพติดที่จับยึดได้มากขึ้นในห้วงนี้ เป็นผลมาจากการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือแบบเบ็ดเสร็จ พ.ศ.2562-2565 ที่จะสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดที่ถูกลำเลียงจากสามเหลี่ยมทองคำ ข้ามชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งการจับกุมไม่เฉพาะภายในประเทศเท่านั้น แต่มีการจับกุมยาเสพติดในกลุ่มสารสังเคราะห์ได้ในปริมาณมากขึ้นในทุกประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการทำลายแหล่งผลิตและพักยาเสพติดตามกรอบการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันของ 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ภายใต้ &amp;ldquo;โครงการแม่น้ำโขงปลอดภัย&amp;rdquo; และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เน้นย้ำให้ดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุก ให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยที่ผ่านมาพบว่าปริมาณยาเสพติดที่ผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและกระจายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ยังมียาเสพติดบางส่วนที่หลุดรอดเข้ามา จึงขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการดูแลไม่ให้มีผู้เสพยาเสพติดรายใหม่เกิดขึ้น และไม่ให้ผู้เสพที่ผ่านกระบวนการบำบัดรักษาและหยุดเสพแล้วกลับไปเสพซ้ำ หากผู้ใดพบการกระทำหรือพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ สายด่วน สำนักงาน ป.ป.ส. โทร.1386 ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46355</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เติมศรีสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190922/image_big_5d8777e5ac448.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2019 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2019 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์น้ำมันกัญชาสกัด กรกฎาล็อตแรก2.5พันขวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ส.เร่งขับเคลื่อนนโยบายกัญชา ให้เวลา 5 ปีแรกช่วงตั้งไข่ ย้ำผู้ปลูกและผลิตต้องทำงานร่วมกับรัฐเท่านั้น กัญชาแปลงแรกของ อภ.ออกดอกแล้ว คาดเดือน ก.ค.นี้ผลิตน้ำมันกัญชาได้ &amp;nbsp;2,500 ขวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp;พ.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส) &amp;nbsp;นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาภายหลังมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ว่า ขณะนี้ ป.ป.ส.ได้เร่งสร้างการรับรู้เรื่องกัญชาถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายให้แก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ที่จะปลูกหรือผลิตกัญชาได้นั้นต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการองค์การอาหารและยา (อย.) ซึ่งในช่วง 5 ปีแรกต้องดำเนินการโดยรัฐหรือร่วมกับรัฐ อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาอย่างถูกกฎหมายและได้มีการดำเนินการปลูกแล้ว 2 องค์กร คือ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และมหาวิทยาลัยรังสิต ส่วนกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกซึ่งอยู่ระหว่างขออนุญาตปลูก ในส่วนขององค์การเภสัชกรรมที่ได้อนุญาตให้ปลูกไปก่อนหน้านี้ ขณะนี้ใกล้จะออกดอกแล้ว คาดว่าในเดือนกรกฎาคมนี้จะสามารถสกัดน้ำมันจากกัญชาที่ปลูกได้ประมาณ 2,500 ขวด ขวดละ 5 ซีซี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวอีกว่า ในส่วนของรัฐบาลยังได้สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยกัญชาเพื่อพัฒนาตำรับยาเพิ่มขึ้นจาก 16 ตำรับยา เชื่อว่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยที่จะนำกัญชามาใช้ประโยชน์เพื่อการรักษาอาการป่วยได้ โดย ป.ป.ส.และกระทรวงสาธารณสุขได้วางมาตรการเร่งด่วนจัดหากัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาคการผลิต การใช้การศึกษาวิจัย และพัฒนาตำรับยาให้สามารถนำไปใช้หรือศึกษาวิจัยได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมพิจารณาจัดหากัญชาอย่างเร่งด่วนเพื่อใช้ในระยะสั้นๆ ต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35559</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, นิยม เติมศรีสุข, น้ำมันกัญชา, ปปส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c384a5790f17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
