<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เพื่อไทย การันตี &#039;2 พระดัง&#039; รักษาศีลบริสุทธิ์ ชี้ไลฟ์ขายขำเอื้อคนดูไม่ต้องไปวัดก็เข้าถึงธรรมะได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.64 - นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระนักเทศน์ของวัดสร้อยทอง ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ถือเป็นการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาฟังการเทศน์ในรูปแบบใหม่ เพื่อให้เข้าถึงพระพุทธศาสนาได้ง่ายมากขึ้น ไม่มีส่วนใดในการไลฟ์ที่ผิดพระธรรมวินัย&amp;nbsp;มองว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การหัวเราะที่ถูกมองว่าไม่สำรวมนั้น มองว่าการหัวเราะไม่ใช่เรื่องผิดบาป และการไม่สำรวมในความหมายตามพระพุทธศาสนาคือ ทำผิดโลกวัชชะ ทำในสิ่งที่ทางโลกติเตียน ไม่ได้หมายความว่าห้ามหัวเราะหรือห้ามพูดด้วยศัพท์ของวัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พระทั้งสองรูปยังคงปฏิบัติรักษาศีล 227 ข้อ และในศีล 227 ข้อไม่มีข้อใดที่ห้ามไม่ให้พระหัวเราะ ทั้งยังอยู่ในมัชฌิมาปฏิปทา คือ ทางสายกลาง ดังนั้นการหัวเราะของพระทั้งสองรูป ไม่ใช่สิ่งที่ผิดในทางพระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การไลฟ์เทศนาธรรมแบบใหม่ของพระทั้งสองรูป ถือเป็นจริต ในทางศาสนาพุทธในสมัยพุทธกาล จริตหมายความว่า เคยเป็นแบบไหนก็เป็นแบบนั้น&amp;nbsp; ในพระไตรปิฎกบันทึกไว้ว่า มีพระที่ยังไม่บรรลุพระอรหันต์ &amp;nbsp;กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า พระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า &amp;ldquo;ไม่สำรวม&amp;rdquo; ในการเดิน คือกระโดดข้ามคลองเล็กๆ พระพุทธเจ้าตรัสว่า มันเป็น &amp;ldquo;จริต&amp;rdquo; ของท่าน เพราะในชาติภพก่อนพระสารีบุตรเคยเกิดเป็นวานร &amp;nbsp;มาชาตินี้บางครั้งจึงมีจริตเดิมได้ ไม่ถือว่าไม่สำรวมในปัจจุบันหมายถึง เคยเป็นแบบใดก็เป็นแบบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กำลังขอมติออกหนังสือนิมนต์พระสงฆ์ทั้ง 2 รูปเข้ามาชี้แจงนั้น กมธ.ศาสนาฯ ไม่มีสิทธิเรียกพระสงฆ์เข้ามาชี้แจงหรือวินิจฉัยว่าใครผิดถูก ไม่มีอำนาจสอบสวนพระ เพราะคณะสงฆ์มีองค์กรปกครองคณะสงฆ์อยู่ ทั้งมหาเถรสมาคม เจ้าคณะ หรือเจ้าอาวาส&amp;nbsp;สิ่งที่ กมธ.ทำได้คือนิมนต์พระสงฆ์ทั้ง 2 รูปเล่าให้ฟังว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีเครื่องวัดว่าหัวเราะแบบไหนสำรวมหรือไม่สำรวม ถ้าจะให้เทศน์ธรรมะแบบโบราณจริงๆ คนรุ่นนี้ไม่ฟังหรอกครับ ใส่ตลกขบขันบ้างเพื่อให้คนสนใจ อาจจะดูหวือหวาบ้างเพราะเป็นถ่ายทอดสด&amp;nbsp;แต่การไลฟ์ก็ไม่มีพระธรรมวินัยข้อใดห้ามไว้ กลับดีเสียอีกที่ในยุค New normal คนไม่ต้องเดินทางไปวัด ก็รับธรรมะที่บ้านได้ เป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อีกทางหนึ่ง&amp;rdquo; นายนิยมกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115907</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เวชกามา, พรรคเพื่อไทย, พระมหาสมปอง, พระมหาไพรวัลย์, พระไลฟ์เฟซบุ๊ก, โลกวัชชะ, ไม่สำรวม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613719fc01cf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.เพื่อไทย&#039; ขู่ มส.โดน 157 ออกมติสั่งสึกพระมหาสมปองตามอำเภอใจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 - นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เผยแพร่มติมหาเถรสมาคม (มส.)ที่ 360/2564 เรื่องที่พระมหาสมปอง ตาลปุตโต แสดงความคิดเห็นการป้องกันโควิด 19 กระทบกระทั่งรัฐบาล ไม่ใช่กิจของสงฆ์นั้น เป็นเพียงการแสดงความเห็นเพื่อให้สติรัฐบาล อาจจะออกแนวขบขันบ้าง ก็เป็นเพียงบุคลิกของท่านเท่านั้น ไม่ควรถือเป็นจริงเป็นจัง จนถึงขนาดต้องออกเป็นมติ มส. เพื่อให้พระสังฆาธิการดำเนินการเอาผิดกับท่าน ปรากฎตามมติดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิยม กล่าวว่า นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดำเนินการนำเข้าสู่การประชุมมหาเถรสมาคม เพื่อเอาผิดพระมหาสมปองอย่างรีบเร่ง ต้องถามนายอนุชาว่า การที่พระแสดงความคิดเห็นในการกระทำของรัฐบาลที่ล้มเหลวจริงๆ มันไม่ชอบมาพากล จะไม่ให้ท่านพูดบ้างเลยหรือ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ แก้ปัญหาโควิด19 ไม่ได้ พระก็เป็นคนไทย ไม่ให้แตะต้องเลยหรือ เงินเยียวยาพระรูปละ 60 บาท ข้ามมาสองรัฐมนตรีแล้ว พระก็ยังไม่ได้รับ พูดจาหลอกล่อท่านไปเรื่อย ท่านก็เสียภาษีเหมือนกันกับคนอื่น ทำไมพูดติติงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบางรูปที่ยกย่องรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องการเมืองหรือ ทำไมนายอนุชาไม่สั่งให้สำนักพุทธ นำเข้ามหาเถรสมาคม หรือพวกยกย่องพูดได้ ไม่เป็นการเมือง พวกติติงพูดไม่ได้ เป็นการเมือง เห็นพระ 3 รูป ออกมาพูดตำหนินายกประยุทธ์ แก้ปัญหาโควิด 19 ล้มเหลว คือ ท่านเจ้าประสาร และท่านเจ้าคุณพิพิธฯ วัดสุทัศน์ โดนทั้งหมด ทั้งที่พูดความจริง พระท่านก็มีความรู้ เรียนจบระดับ ดร. ทำไมวิจารณ์การบริหารบ้านเมืองไม่ได้ ขอให้รัฐมนตรีอนุชาทบทวนบทบาทตัวเองเสียก่อน หรือว่า เขาตั้งมาเพื่อจับผิดพระ หรือมาเพื่อเตรียมจับพระสึกเท่านั้น ระวังนะ เวลาตายจะไม่มีพระมาสวดศพให้ เปิดสภาผู้แทนราษฎรมาต้องเจอกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิยม กล่าวด้วยว่า ขอฝากไปถึงสำนักพุทธและมหาเถรสมาคมทั้ง 2 หน่วยงาน ขอให้ยึดพระธรรมวินัยเป็นหลัก พระพุทธเจ้าตรัสมาแล้ว 2,600 ปี เป็นที่พึ่งของพระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชน พระมหาเถรสมาคม ต้องเป็นหลักและเป็นที่พึ่งของพระภิกษุสามเณร ไม่ใช่ทำตามใบสั่งของฝ่ายการเมือง จะออกมติมาสั่งใครสึกตามอำเภอใจก็ได้&amp;nbsp;มส. คิดจะออกมติให้พระรูปไหนสึกก็ได้ แบบมติเงินทอนวัดไม่ได้แล้ว อำนาจที่ พรบ.สงฆ์ให้มหาเถรมาปกครองพระภิกษุสามเณรตาม มาตรา 15 ตรี หากใช้ผิดอำนาจ ไม่อยู่ในขอบเขตพระวินัย มันมีผลทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า อย่าลืมว่า มส. ก็เป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามกฎหมาย หากมีใครไปฟ้องร้อง มส. ขึ้นมา จะเกิดปัญหาใหญ่ ถ้ามหาเถรใช้กฎหมายตามอำเภอใจ ไม่นึกถึงธรรมนึกถึงวินัยแบบนี้ พระภิกษุ สามเณร อยู่ยากแน่ การแก้ปัญหาคณะสงฆ์จะไม่คิดใช้หลัก นิคคหกรรมเลยเหรอ ขอให้ท่านย้อนไปอ่าน พรบ.สงฆ์ มาตรา 24 และ 25 และกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11/2521 บ้าง ยังไม่ยกเลิก ยังมีผลทางกฎหมาย และท่านก็เป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามมาตรา 45 ทำไปทำมาผมเกรงว่า มติ มส. ที่สำนักพุทธชงให้มหาเถรตามฝ่ายการเมืองจะกลับมาผูกคอ มส. เอง รัฐบาลต้องใจกว้าง ประชาชนรวมทั้งพระภิกษุสามเณร เดือดร้อน ทุกหย่อมหญ้า ให้เขาพูดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อก่อนไม่เคยมีใครฟ้องร้องมาตรา 157 มส.&amp;nbsp;ที่ไม่เคยมี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าพระเณรถูกกดดัน ถูกบีบคั้นมากๆเข้า ต่อไปก็ไม่แน่ มส.อาจจะถูกฟ้องร้อง 157 ก็เป็นได้ ถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่า คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาจะเป็นอย่างไร ก็ได้แต่ปลงเวทนา ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา มันจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับชาวพุทธ&amp;quot;นายนิยม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101953</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เวชกามา, พระมหาสมปอง, ส.ส.เพื่อไทย, อนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60937a94ae6bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กบิล55ส.ส.ฝ่ายค้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ้นสื่อลามถึงสภาสูง &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; อ้างอาจมี 21 ส.ว.เข้าข่ายถือหุ้นอันมีลักษณะต้องห้าม ร้อง กกต.จันทร์นี้ รัฐบาล-ฝ่ายค้านสู้กันมันหยด หมัดต่อหมัด พปชร.พบ 55 ส.ส.ปีก 7 พรรคฝ่ายค้านถือหุ้นกิจการสื่อ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ติดโผ ส่งเรื่องให้ &amp;quot;ชวน&amp;quot; ส่งต่อศาล รธน.สัปดาห์นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีกรณี 27 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถูกร้องถือครองหุ้นและเป็นเจ้าของกิจการสื่อ เปิดเผยว่า สำหรับการต่อสู้คดีในส่วนของ 27 ส.ส.พรรค พปชร.ที่ทางพรรคได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญไปก่อนหน้านี้ เพื่อขอให้ศาลมีมติคุ้มครองชั่วคราวนั้น เพราะต้องการขอให้ศาลมีการไต่สวนพยานหลักฐาน ก่อนจะรับไว้พิจารณาหรือมีคำสั่งวินิจฉัย ซึ่งศาลอาจจะไม่มีการไต่สวนก็ได้ แต่เราเพียงขอโอกาสชี้แจง ส่วนกรณีที่พรรค พปชร.จะยื่นให้ตรวจสอบการถือหุ้นสื่อมวลชนของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งรายชื่อที่เข้าข่ายมาแล้วมากกว่า 30 รายชื่อ เพื่อให้ตรวจสอบในรายละเอียด พร้อมจัดทำคำร้องให้ถูกต้อง ไม่ให้ตกม้าตายเหมือนพรรคอนาคตใหม่ ที่ยื่นให้มีการตรวจสอบ ส.ส.พรรค พปชร.ผิดช่องทาง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ระหว่างการประชุมสภา จะสามารถยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐแจ้งถึงความคืบหน้าการรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ฝั่ง 7 พรรคการเมือง ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ เพื่อยื่นให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก่อนยื่นเรื่องให้ศาลพิจารณากรณีถือหุ้นสื่อนั้น จะดำเนินการให้เสร็จในสัปดาห์นี้ โดยล่าสุดอยู่ที่จำนวน 55 คน เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ระบุว่ามี 20-30 คน โดยปรากฏว่าในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ มี 33 คนที่อยู่ในข่าย อาทิ พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อในข่ายประมาณ 10 คน อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่, นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง, &amp;nbsp;นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์, นางอาภรณ์ สาราคำ ส.ส.อุดรธานี, นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก และนายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อชาติ จำนวน 4 คน ได้แก่ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนางลินดา เชิดชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคเสรีรวมไทย จำนวน 4 คน อาทิ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ส่วนพรรคประชาชาติ 2 คน ได้แก่ นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.ยะลา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ขณะที่พรรคเศรษฐกิจใหม่และพรรคพลังปวงชนไทย มีพรรคละ 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานระบุเพิ่มเติมว่า ทีมงานของ พปชร.ได้ตรวจสอบพบว่า นอกจาก 33 คนของพรรคอนาคตใหม่ที่อยู่ในข่ายนั้น ปรากฏว่ามีอีกประมาณ 10 คน มีการดำเนินการแก้ไขวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการ จึงเป็นเหตุให้ควรเชื่อได้ว่าบุคคลเหล่านี้ถือหุ้นและประกอบกิจการสื่ออย่างชัดเจนหรือไม่ ซึ่งต้องดูว่าจะมีการตรวจสอบย้อนหลังต่อไป ทั้งนี้ สำหรับการยื่นให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะเป็นหน้าที่ของนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ฝ่ายเพื่อไทยก็มีการเคลื่อนไหวเช่นกัน โดยที่ สภ.เมืองสกลนคร อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย หอบเอกสารหลักฐานหนังสือคำให้การต่อ กกต.ในกรณีถือหุ้นสื่อ และหลักฐานการจดแจ้งยกเลิกบริษัท มติไท จำกัด ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ เล่มที่ 10759 เลขที่ 537914 ลงวันที่ 7 ก.ค.2547 พร้อมคำร้องทุกข์ เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สมจิตร เบ็ญเจิด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ร้อยเอกทรงกลด ชื่นชูผล หรือ &amp;ldquo;ผู้กองปูเค็ม&amp;rdquo; ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแจ้งข้อความแก่เจ้าหน้าที่พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยมกล่าวว่า จากการเข้าแจ้งความครั้งนี้เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีความผิดในการถือหุ้นสื่อ บริษัท มติไท จำกัด และการหาหลักฐานมาใส่ร้ายตนเอาแต่หลักฐานจดแจ้งแต่ไม่เอาหลักฐานจดยกเลิก &amp;nbsp;จึงมีเจตนากลั่นแกล้งหวังผลทางการเมือง เรื่องนี้ตนได้เข้าชี้แจงต่อ กกต.แล้วตั้งแต่วันที่ 6 &amp;nbsp;มิถุนายนที่ผ่านมา กกต.มีมติยุติการไต่สวนตามที่ชี้แจง ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลเสียหายอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ก็ผู้กองปูเค็มก็นำเรื่องดังกล่าวไปลงในสื่อโซเชียล และล่าสุดนายทศพล ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ นำรายชื่อในฝั่งของ 7 พรรคการเมือง ประมาณ 30 คน ไปยื่นถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา โดยมีชื่อตนเองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งตนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ได้รับโทษทางอาญา ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น จึงทำให้ได้รับความเสียหาย อับอาย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะอภิปรายเพื่อให้ที่ประชุมสภาได้รับทราบต่อไป&amp;quot; ส.ส.เพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าของสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่ง พบว่า มี 21 รายที่อาจเข้าข่ายต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ เพราะการเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ อันเข้าลักษณะต้องห้ามตามความในรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (4) ประกอบมาตรา 108 (ข.) และมาตรา 98 (3) หรือไม่ เพราะเมื่อพิจารณาตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 8475/2561 และตามข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ 10/2562 มีเหตุที่ต้องขอให้ กกต.รีบส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยและขอให้ศาลสั่งให้ ส.ว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยตามแนวทางที่ กกต.ใช้กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาแล้ว ดังนั้นจากข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ จะไปยื่นหนังสือให้ กกต.ตรวจสอบเรื่องนี้ว่า ส.ว. 21 รายดังกล่าวจะเข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นสื่อและต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เหมือนนายธนาธรหรือไม่ ในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ เวลา 11.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39264</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, ทศพล เพ็งส้ม, นิยม ช่างพินิจ, นิยม เวชกามา, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาภรณ์ สาราคำ, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, โกศล ปัทมะ, ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190623/image_big_5d0f86cd83196.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
