<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิยาย รถไฟ ป้ายโฆษณา และปราสาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากท่านอยู่ในกรุงโตเกียวเวลานี้ มีธุระปะปังต้องนั่งรถไฟไปย่านชินจุกะ ถ้าเดินออกจากทางออก &amp;ldquo;East Exit&amp;rdquo; แล้วเงยหน้าขึ้น ก็อาจตาค้างด้วยความตะลึงระคนตกใจ แมวยักษ์เคลื่อนไหวอยู่บนอาคารสูงหลังหนึ่ง พลางส่งเสียงสวัสดี &amp;ldquo;เนี้ยนิจิวะ&amp;rdquo; อันเป็นคำผสมระหว่าง &amp;ldquo;โกนนิจิวะ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เนี้ย เนี้ย&amp;rdquo; เสียงแมวร้องของคนญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งแปลกใหม่ในย่านชินจุกุชั่วโมงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไม่ได้อยู่ในกรุงโตเกียว แต่มีเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งส่งลิงก์ข่าวภาษาอังกฤษมาให้ ดูวิดีโอที่แนบมาด้วยในครั้งแรกต้องบอกว่าเจ้าแมวสามสีขนาดยักษ์เคลื่อนไหวได้เสมือนจริงจนน่าตกใจมากกว่าน่ารัก กระทั่งดูซ้ำหลายรอบ จึงค่อยๆ โดนมนต์แมวสะกด จนเคลิบเคลิ้มไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าของบิลบอร์ดหรือป้ายโฆษณาขนาดยักษ์คืออาคาร Cross Space ได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ 2 บริษัทให้จัดแสดงภาพวิดีโอ 3 มิติความคมชัดระดับ 4K บนจอโค้งพิเศษขนาดประมาณ 19 คูณ 8 เมตร ให้ภาพแมวเคลื่อนไหวเสมือนจริงในหลากหลายอิริยาบถ บางคราวก็ส่งเสียงร้องออกมา แสดงเป็นช่วงๆ ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ระหว่างตี 1 ถึง 7 โมงเช้า เจ้าเหมียวสามสีนี้จะนอนเอาคางเกยขาหน้า ประมาณว่าคนหลับ แมวก็หลับเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายผู้ถือสิทธิ์บิลบอร์ดบอกเหตุผลการแสดงภาพเคลื่อนไหว 3 มิตินี้ว่าการระบาดของโควิด-19 กำลังทำให้โลกมืดมน การแสดงแมวยักษ์สามสีนี้ก็เพื่อทำให้ย่านชินจุกุกลับมามีชีวิตชีวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดแสดงนี้คงเป็นการเรียกน้ำจิ้มสำหรับแคมเปญบางอย่างที่จะเปิดตัวในวันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ หรือไม่ก็เป็นการโฆษณาตัวป้ายโฆษณาเอง เพราะมีคนข้ามถนนและเดินผ่านไปมาในย่านนี้ประมาณ 190,000 คนต่อวันทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแสดงวิดีโอบนป้ายโค้ง 3 มิติ คมชัดระดับ 4K นี้เคยมีให้เห็นมาแล้วในกรุงโซลของเกาหลีใต้ สร้างความฮือฮาด้วยภาพคลื่นยักษ์เสมือนจริงในอาคารหลังหนึ่งกลางย่านกังนัม และที่นครเฉิงตู มณฑลเสฉวนของจีน กับการลงจอดของยานอวกาศคล้ายออกมาจากหนัง Star Trek&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อมาถึงญี่ปุ่นก็คงไม่มีอะไรที่จะดึงดูดความสนใจของผู้คนได้เท่ากับแมว เพราะชาวญี่ปุ่นนั้นมีวัฒนธรรมเกี่ยวเนื่องและผูกพันกับแมวมาเป็นเวลาช้านาน โดยเฉพาะเรื่องราวของแมวกวักที่เล่ากันว่ากาลครั้งหนึ่งฝนกำลังตกหนัก ขุนนางระดับใดไม่ทราบได้ท่านหนึ่งกำลังหลบฝนอยู่ใต้ต้นไม้ หันไปเห็นแมวเหมียวตัวหนึ่งยกอุ้งขาหน้าขึ้นมากวักเรียก ท่านขุนนางก็เดินเข้าไปหาเจ้าแมวกวัก เพียงอึดใจ ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมายังจุดที่ท่านขุนนางยืนอยู่เมื่อครู่ก่อนหน้านั้น แมวจึงเป็นที่มาของสัตว์มงคล และแมวกวักก็คือสัญลักษณ์แห่งความโชคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทามะสอง&amp;rdquo; นายสถานีรถไฟ สถานีคิชิ ท่านปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนญี่ปุ่นเรียกแมวว่า &amp;ldquo;เนโกะ&amp;rdquo; ปรากฏบันทึกในภาษาญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 8 จากนั้นในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 12&amp;ndash;14 พระสงฆ์ในสมัยนาระยกย่องความสามารถของเจ้าเนโกะในการกำจัดหนูให้ออกห่างไปจากวัด ด้วยเหตุนี้แมวจึงเป็นผู้พิทักษ์ประจำวัดและศาลเจ้าทั่วญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 14&amp;ndash;16 มีเรื่องราวบันทึกว่าตามบ้านของขุนนางหรือคนชั้นสูงที่มีแมวจะผูกเชือกล่ามพวกมันไว้กับบ้าน โดยเฉพาะในเวลากลางคืน เพราะกลัวโจรจะมาขโมย อีกทั้งกลัวว่าพวกมันจะไปไหนเสียไกลๆ จนหลงทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงสมัยกำเนิดมีกล้องถ่ายภาพ พ่อค้าชาวเอโดะหรือโตเกียวในปัจจุบันมักจะถือภาพแมวไปทั่วเมืองเพื่อเร่โฆษณาขายแมวให้กับเจ้าของบ้านเรือน รวมถึงบรรดาเจ้าของร้านอาหาร และกิจการที่ถูกรบกวนด้วยสัตว์จำพวกหนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากแมวตัวจริงเพื่อกำจัดหนูแล้ว การนำรูปปั้นแมวกวัก หรือ &amp;ldquo;มาเนกิ เนโกะ&amp;rdquo; ตั้งไว้ก็เป็นที่นิยมในยุคหลังๆ นี้ เพราะเชื่อว่าจะนำลูกค้าและโชคลาภเข้ามาสู่กิจการร้านรวง แมวที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์มงคลคือแมวสีขาวและสีส้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแมวบนตึกย่านชินจุกะนี้ยังไม่มีชื่อ ชาวโตเกียวเรียกมันเพียงว่า &amp;ldquo;แมวชินจุกุประตูตะวันออก&amp;rdquo; เป็นแมวสามสี ขาว ส้ม และดำ มีศัพท์เรียกแมวแบบนี้ว่า &amp;ldquo;คาลิโกะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สีของแมวชินจุกุประตูตะวันออกนี้ทำให้ผมหวนนึกถึงแมวที่เคยเป็นนายสถานีรถไฟแห่งหนึ่งในจังหวัดวากะยามะ ทางใต้ของโอซากะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถไฟสายคิชิกาวะวิ่งจากตัวเมืองเข้าสู่เขตชนบทที่มากด้วยเนินเขา วัดวาอาราม และเส้นทางจาริกแสวงบุญ มีอยู่ด้วยกัน 14 สถานี โดยสถานีปลายทางฝั่งชนบทมีชื่อว่า &amp;ldquo;สถานีคิชิ&amp;rdquo; และที่สถานีแห่งนี้มีแมวสามสีตัวหนึ่งสิงสถิตอยู่ มันชื่อว่า &amp;ldquo;ทามะ&amp;rdquo; เป็นแมวเพศเมีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังปี ค.ศ.2000 ปริมาณผู้โดยสารลดลงอย่างมาก อีกทั้งบริษัทเดินรถไฟกำลังประสบปัญหาทางด้านการเงิน มีการลดจำนวนพนักงานลงเรื่อยๆ จนปี 2006 ก็ไม่เหลือพนักงานให้ลดอีกต่อไป และถึงกาลต้องประกาศปิดตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ได้มีชาวเมืองจำนวนหนึ่งยกขบวนกันไปร้องต่อประธานของบริษัทใหม่ที่เข้ามาซื้อกิจการขอให้เปิดบริการอีกครั้ง เจ้าของร้านสะดวกซื้อที่ดูแลเจ้าเหมียวทามะอยู่ก็ได้มาขอให้ช่วยดูแลทามะต่อจากเขา ท่านประธานซึ่งเป็นคนเลี้ยงหมา กลับโดนเสน่ห์นะจังงังของเจ้าทามะเข้าให้ ตัดสินใจรับเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ไดเมียวซันจูโร&amp;rdquo; เจ้าของประสาท &amp;ldquo;บิตจุ มัตสิยามะ&amp;rdquo; จังหวัดโอกะยามะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดือนมกราคม ปี 2007 เหมียวทามะได้รับการแต่งตั้งเป็นนายสถานีคิชิ พร้อมรับหมวกสั่งตัดพิเศษ แบบเดียวกับที่นายสถานีรถไฟทั่วไปใช้ หน้าที่ของเหมียวทามะคือปรากฏตัวบนสื่อประชาสัมพันธ์ ปกนิตยสาร โปสการ์ด ของที่ระลึกหลากหลายชนิดในร้านของสถานี ประทับอุ้งเท้าไว้ตามจุดต่างๆ ของสถานีในรูปแบบสติกเกอร์และภาพเขียน ในชั่วโมงทำงานนายสถานีสี่ขาต้องนั่งอยู่หลังช่องขายตั๋วหรือในออฟฟิศกระจกใสเล็กๆ ได้รับค่าตอบแทนเป็นอาหารแมวชนิดดีเยี่ยมแบบไม่จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่นานรถไฟสายนี้ก็ได้รับความสนใจจากคนทั่วญี่ปุ่น ปีต่อมาทามะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น &amp;ldquo;ผู้จัดการระดับสุดยอด&amp;rdquo; อีกทั้งได้รับการประดับยศอัศวินจากผู้ว่าราชการจังหวัดวากะยามะ นักท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนมากขึ้นไม่หยุดหย่อน พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ต่างพาลูกหลานเดินทางมายังสถานีคิชิซึ่งมีเพียงชานชาลาเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงสิ้นปี 2008 มีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟสายคิชิกาวะเพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 55,000 คน และระหว่างปี 2007&amp;ndash;2015 เศรษฐกิจท้องถิ่นของรถไฟสายนี้ได้รับอานิสงส์คิดเป็นเงินถึง 1.1 พันล้านเยน หรือประมาณ 350 ล้านบาท จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากปี 2006 ถึงประมาณปีละ 300,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี 2009 บริษัทรถไฟได้ว่าจ้าง &amp;ldquo;เอจิ มิโตโอกะ&amp;rdquo; นักออกแบบอุตสาหกรรมชื่อดัง ผู้ชำนาญทางด้านรูปลักษณ์ของรถไฟรวมถึงชิงกันเซ็น มาออกแบบอาคารสถานีใหม่ให้มีลักษณะเป็นศีรษะแมวอันมาจากแนวความคิดความเชื่อที่ว่าแมวช่วยปัดเป่าโชคร้ายและนำโชคดีมาให้ และปีถัดมาบริษัทก็ยังให้คุณมิโตโอกะรังสรรค์ตู้รถไฟทั้งภายในและภายนอกโดยยึดโยงกับเหมียวทามะ เกิดเป็น &amp;ldquo;ทามะเดนฉะ&amp;rdquo; หรือรถไฟสายทามะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกเล่นมากมายถูกนำมาใช้ในการให้บริการรถไฟสายนี้ หนึ่งในนั้นคือเมื่อรถไฟจอดและประตูเปิดที่สถานีใด เสียงของเหมียวทามะก็ดังขึ้นจากระบบกระจายเสียง ซึ่งเป็นเสียงจริงๆ ของทามะที่ได้บันทึกเทปไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี 2015 ช่วงเดือนพฤษภาคม ผมเดินทางไปญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก เที่ยวจากนางาซากิขึ้นเหนือไปจนถึงโตเกียว ตอนแวะค้างคืนที่โอซากะนั้นไม่มีเวลาไปหานายสถานีทามะ พอกลับไปญี่ปุ่นอีกรอบในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันนายสถานีก็ลาโลกกลับไปดาวแมวเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน ยังนึกเสียดายอยู่เรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมียวทามะจากไปในวัย 16 ขวบ เทียบเท่ากับมนุษย์อายุ 80 ปี ผู้คนหลายพันเข้าร่วมงานศพที่สถานีคิชิพร้อมวางหรีดอาลัย รวมถึงปลาทูน่ากระป๋อง ทางสถานีได้สร้างศาลเจ้าเล็กๆ ไว้บนชานชาลา และต่อมาผู้วายชนม์ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอีกครั้งเป็น &amp;ldquo;นายสถานีผู้ทรงเกียรตินิรันดร&amp;rdquo; ในทางชินโตเหมียวทามะได้รับการนับถือให้เป็น &amp;ldquo;เทพแห่งวากายามะอิเล็กทริกเรลเวย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกเฉลี่ยปีละหนจนถูกเบรกด้วยโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว ไม่เคยทราบเลยว่าเหมียวทามะมีผู้สานงานต่อเรื่อยมา จนเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้ข่าวว่านายสถานีคิชิท่านต่อมาก็มีชื่อว่าทามะเหมือนกัน เรียกว่า &amp;ldquo;นิทามะ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ทามะสอง&amp;rdquo; เป็นแมวสามสีและเพศเมียเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีทามะสาม (ซานทามะ) และทามะสี่ (ย่งทามะ) อีกด้วย เข้าใจว่าเป็นเพศเมียทั้งหมด และมีลวดลายสามสีแบบเดียวกัน ทามะสี่เป็นผู้ช่วยของทามะสอง ประจำการอยู่ที่สถานีอิดาคิโสะ ห่างจากสถานีคิชิไป 5 สถานี ส่วนทามะสามดำรงตำแหน่งรักษาการผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ &amp;ldquo;โอกะเดน&amp;rdquo; ของบริษัทรถรางไฟฟ้าโอกะยามะ จังหวัดโอกะยามะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดถึงจังหวัดโอกะยามะ มีเรื่องราวของแมวที่วาสนาสูง จับพลัดจับผลูได้เป็นถึงท่านโชกุนประจำปราสาทเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ฝนตกใหญ่เดือนกรกฎาคม ปี 2018 ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่นทางภาคตะวันตก นักท่องเที่ยวที่มาเยือนปราสาท &amp;ldquo;บิตจุ มัตสึยามะ&amp;rdquo; เมืองทากาฮาชิ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1240 ลดจำนวนลงไปจนน่าใจหาย ทั้งที่เป็นปราสาทที่ได้ชื่อว่าตั้งอยู่สูงสุดในปัจจุบัน (ที่มีตัวตึกหลักดั้งเดิม) ถึง 430 เมตรจากระดับน้ำทะเล ได้มีแมวสีขาว-ส้มตัวหนึ่งเข้ามาอยู่ในปราสาท เวลานั้นไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากไหน รู้แต่เป็นแมวเพศผู้ คะเนอายุประมาณ 3 ขวบ เชื่องและขี้เล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฮิเดโอะ อาอิฮาระ ผู้อำนวยการบริหารของสมาคมการท่องเที่ยวเห็นเข้าก็ชอบใจ ตั้งชื่อให้ว่า &amp;ldquo;ซันจูโร&amp;rdquo; ตามชื่อของซามูไรท้องถิ่น นาม &amp;ldquo;ตานิ ซันจูโร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกลางเดือนตุลาคม คนชื่อ &amp;ldquo;เมกูมิ นัมบะ&amp;rdquo; ทราบข่าวว่าแมวตนที่เคยเลี้ยงและหายตัวไปหลังน้ำท่วมได้หนีมาอยู่บนปราสาทก็เดินทางมาหา หมายจะรับกลับบ้าน แต่พอเห็นว่าเจ้าเหมียวได้ดิบได้ดีแล้ว นัมบะก็ตัดใจ ยอมกลับไปเพียงลำพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดือนธันวาคมปีนั้นซันจูโรได้ปราบดาขึ้นเป็นไดเมียวประจำปราสาท และด้วยอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย นักท่องเที่ยวก็กลับมาอย่างล้มหลาม เป็นจำนวนที่มากกว่าก่อนเหตุพิบัติภัยเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่กล่าวมาคือตัวอย่างของการนำแมวมาใช้ในการตลาดและการประชาสัมพันธ์ทำให้สินค้าและบริการเกิดมูลค่าเพิ่มโดยแทบไม่ต้องลงทุนอะไร ด้วยรู้กันดีว่าชาวญี่ปุ่นนิยมและยกย่องแมวขนาดไหน เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก เกิดเป็นกระแสคาเฟ่แมว เกาะแมว หมู่บ้านแมว ส่งเสริมการท่องเที่ยว นำเงินเข้าประเทศได้มหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังมีตัวอย่างการนำแมวมาเป็นตัวละครในวรรณกรรม เรื่องที่โด่งดังมากคือ &amp;ldquo;I am a Cat&amp;rdquo; ของ &amp;ldquo;นัตสึเมะ โซเซกิ&amp;rdquo; เขียนในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 แม้ว่าแมวบ้านในเรื่องจะมีอารมณ์ขันและเสียดสีผู้อื่นแบบมนุษย์ แต่พอให้แมวเดินเรื่องก็เป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้อ่าน จากเดิมที่เขียนในรูปแบบเรื่องสั้น ความนิยมที่กลายเป็น &amp;ldquo;ความต้องการสูง&amp;rdquo; ได้ทำให้ผู้เขียนขยายขนาดออกมาเป็นนิยายในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุคหลังๆ ยังมีวรรณกรรมญี่ปุ่นที่ข้องแวะเกี่ยวกับแมวอยู่อีกไม่น้อย อาจเป็นเพราะผู้เขียนชอบแมวเป็นทุนอยู่แล้ว หรือรู้ดีว่าแมวดึงดูดผู้อ่าน (ที่ชอบแมว) ได้มาก อาทิ If Cars Disappeared from the World โดย &amp;ldquo;เกนกิ คาวามูระ&amp;rdquo;, The Guest Cat โดย &amp;ldquo;ทาคาชิ ฮิราอิเดะ&amp;rdquo;, A Cat, A Man, and Two Women ของ &amp;ldquo;จุนนิชิโร ทานิซากิ&amp;rdquo; และ The Travelling Cat Chronicles ของ &amp;ldquo;ฮิโระ อาริคาวะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;Kafka on the Shore&amp;rdquo; นิยายพิมพ์ครั้งแรกปี 2002 ของ &amp;ldquo;ฮารูกิ มูราคามิ&amp;rdquo; แปลไทยโดย &amp;ldquo;นพดล เวชสวัสดิ์&amp;rdquo; ผู้รับเหมาแปลงานของมูราคามิ ใช้ชื่อภาษาไทยว่า &amp;ldquo;คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ&amp;rdquo; ซึ่งวิฬาร์ก็คือแมวในภาษาสันสกฤต ส่วนนาคาตะคือตัวละครที่คุยภาษาแมวได้ สาระของเรื่องไม่ได้อยู่ที่แมว แต่ในเรื่องมีแมวหลายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และแมวที่มูราคามิบรรยายว่าฉลาดที่สุดมีชื่อว่า &amp;ldquo;มิมิ&amp;rdquo; เธอเป็นแมวไทย. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109283</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยาย รถไฟ ป้ายโฆษณา และปราสาท, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f6a0504095.jpg  </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
