<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.จัดระเบียบริมทางรถไฟปรับภูมิทัศน์-สร้างสีสันการเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค. 2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ริมทางรถไฟว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง รฟท. ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนในพื้นที่บริเวณริมทางรถไฟสายตะวันออก ระหว่างสถานีมักกะสัน-คลองตัน ช่วงทางผ่านเสมอระดับถนนนารายณ์ร่วมพิพัฒน์-ทางผ่านเสมอระดับถนนซอยศูนย์วิจัย เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และปลอดภัย เพื่อป้องกันการบุกรุกเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ และส่งเสริมการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;&amp;ldquo;คมนาคมสีสัน สร้างสรรค์ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่บริเวณพื้นที่ริมทางรถไฟสายตะวันออก ระหว่างสถานีมักกะสัน-คลองตัน บริเวณทางผ่านเสมอระดับถนนนารายณ์ร่วมพิพัฒน์-ทางผ่านเสมอระดับถนนซอยศูนย์วิจัย มีระยะทางการปรับปรุงทั้งสิ้น 500 เมตร คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 2,000 ตารางเมตร มีการพัฒนาพื้นที่เพื่อส่งเสริมทัศนียภาพ และเพิ่มความสวยงาม ร่มรื่น ด้วยการปลูกหญ้า พันธุ์ไม้ประจำถิ่น พร้อมจัดระเบียบพื้นที่ จัดเก็บขยะมูลฝอย ติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย มีบรรยากาศที่สดชื่น สร้างความร่มรื่นแก่ผู้ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรุฒ กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;หลังจากนี้ รฟท. ยังเตรียมดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่บริเวณโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานของ รฟท. ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นระเบียบ เรียบร้อย สวยงาม รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเข้ามาใช้ประโยชน์ ตลอดจนเป็นการสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าว และประชาชนที่ใช้เส้นทางในการเดินทางสัญจร รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มมากขึ้นด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119649</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), นิรุฒ มณีพันธ์, ปรับภูมิทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614060407c742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ผนึกการเคหะฯ ใช้ที่ดินรถไฟสร้างที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.2564-นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)และนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ด้านบูรณาการใช้ที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อจัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยมี พลตรี ดร. เจียรนัย วงษ์สอาด ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ นายมงคล จันทษี ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และนายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน การรถไฟฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคาร 5 สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายนิรุฒ กล่าวว่า ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการบูรณาการการใช้ที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อจัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ระหว่างการรถไฟฯ กับการเคหะแห่งชาติในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย และคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อย ซึ่งความร่วมมือนี้ถือเป็นภารกิจเพื่อสังคมที่เป็นการบูรณาการทำงานร่วมระหว่างสองหน่วยงาน ตามกรอบระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2564 &amp;ndash; 2569) ในการวางแผนพัฒนาและขับเคลื่อนโครงการฯ โดยใช้ที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ข้าราชการบำนาญ พนักงานรถไฟที่ปฏิบัติงานหรือเกษียณอายุไปแล้ว รวมถึงกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างของภาครัฐ และประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายนิรุฒ กล่าวว่าปัจจุบัน การรถไฟฯ ได้จัดทำโครงการพัฒนาการบริหารที่ดินของการรถไฟฯ ทั่วประเทศ เพื่อนำมาจัดประโยชน์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด และในขณะเดียวกันก็จัดพื้นที่บางส่วนมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายของรัฐบาล และทิศทางการพัฒนาของประเทศ ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;การบูรณาการร่วมกันของทั้งสององค์กร คือการรถไฟแห่งประเทศไทย และการเคหะแห่งชาติในครั้งนี้ มุ่งหวังที่ช่วยแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ให้มีที่อยู่อาศัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119142</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), การเคหะแห่งชาติ, ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ, นิรุฒ มณีพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615fd8380b13f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.แจ้งงดเดินรถสายเหนือ 4 ขบวน ปรับเปลี่ยนสถานี 8 ขบวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.2564-นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายจังหวัดจนทำให้เกิดน้ำท่วม ส่งผลให้มีมวลน้ำไหลเข้าท่วมทางรถไฟ และพัดหินบนทางรถไฟไปกับกระแสน้ำ ช่วงระหว่างสถานีบ้านหมอ - หนองโดน จังหวัดสระบุรี ทำให้ไม่สามารถเดินรถในเส้นทางสายเหนือผ่านบริเวณดังกล่าวได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การรถไฟฯ จึงจำเป็นต้องประกาศงดเดินขบวนรถสายเหนือ จำนวน 4 ขบวน และปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง - ปลายทาง จำนวน 8 ขบวน เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความปลอดภัยของผู้โดยสาร ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. งดเดินขบวนรถ จำนวน 4 ขบวน ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9/10 กรุงเทพ - เชียงใหม่ &amp;ndash; กรุงเทพ ,ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 7/8 กรุงเทพ - เชียงใหม่ - กรุงเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง &amp;ndash; ปลายทางขบวนรถ จำนวน 8 ขบวน ขบวนรถชานเมืองที่ 301/302 กรุงเทพ &amp;ndash; ลพบุรี &amp;ndash; กรุงเทพ ปรับเปลี่ยนเป็น กรุงเทพ &amp;ndash; บ้านหมอ &amp;ndash; กรุงเทพ.ขบวนรถเร็วที่ 109 กรุงเทพ &amp;ndash; เชียงใหม่ ปรับเปลี่ยนเป็น ลพบุรี - เชียงใหม่,ขบวนรถเร็วที่ 102 เชียงใหม่ - ชุมทางบางซื่อ ปรับเปลี่ยนเป็น เชียงใหม่ - ลพบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนรถธรรมดาที่ 201/202 กรุงเทพ - พิษณุโลก &amp;ndash; กรุงเทพ ปรับเปลี่ยนเป็น ลพบุรี &amp;ndash; พิษณุโลก - ลพบุรี,ขบวนรถธรรมดาที่ 211/212 กรุงเทพ &amp;ndash; ตะพานหิน &amp;ndash; กรุงเทพ ปรับเปลี่ยนเป็น ลพบุรี &amp;ndash; ตะพานหิน - ลพบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ทั้งนี้ในส่วนความคืบหน้าขณะนี้ เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายในเบื้องต้น พบว่า เส้นทางรถไฟช่วงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 113/5-116/1 ระดับน้ำท่วมสูงเหนือสันราง 25 เซนติเมตร พบความเสียหายมาก เนื่องจากหินบนทางรถไฟถูกพัดไปกับกระแสน้ำ ระบบอาณัติสัญญาณได้รับความเสียหาย &amp;nbsp;อีกทั้งระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ประชาชนที่ซื้อตั๋วโดยสารไว้ล่วงหน้า สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690&amp;nbsp; ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118588</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), นิรุฒ มณีพันธ์, ปรับการเดินรถ, สายเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_615929f484ee2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การรถไฟฯ แจ้งเปิดเดินรถเพิ่มอีก 18 ขบวน ดีเดย์ 23 ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;21 ก.ย.2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.64 รฟท. จะเปิดเดินขบวนรถเพิ่ม 18 ขบวน เพื่อรองรับความต้องการเดินทางของประชาชน ทั้งขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน และรถเร็วในเส้นทางสายใต้ สายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนเวลา สถานีต้นทางปลายทางของขบวนรถในบางขบวนใหม่ และขบวนรถจะไม่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร ในช่วงเวลาประกาศเคอร์ฟิว ระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. ในจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัดด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขบวนรถที่เปิดให้บริการเพิ่มทั้ง 18 ขบวน ประกอบด้วย สายเหนือ 4 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 7/8 กรุงเทพ &amp;ndash; เชียงใหม่ &amp;ndash; กรุงเทพ และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9/10 กรุงเทพ &amp;ndash; เชียงใหม่ &amp;ndash; กรุงเทพ, สายใต้ &amp;nbsp;8 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 43/40 กรุงเทพ &amp;ndash; สุราษฎร์ธานี &amp;ndash; กรุงเทพ, ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31/32 กรุงเทพ &amp;ndash; ชุมทางหาดใหญ่ &amp;ndash; กรุงเทพ, ขบวนรถด่วนที่ 83/84 กรุงเทพ &amp;ndash; ตรัง &amp;ndash; กรุงเทพ และขบวนรถด่วนที่ 85/86 กรุงเทพ &amp;ndash; นครศรีธรรมราช &amp;ndash; กรุงเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายตะวันออกเฉียงเหนือ 6 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถเร็วที่ 139/140 กรุงเทพ &amp;ndash; อุบลราชธานี &amp;ndash; กรุงเทพ, ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 23/24 กรุงเทพ &amp;ndash; อุบลราชธานี &amp;ndash; กรุงเทพ และขบวนรถด่วนดีเซลรางที่ 71/72 กรุงเทพ &amp;ndash; อุบลราชธานี &amp;ndash; กรุงเทพ สำหรับขบวนรถที่ปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง/ปลายทาง มี 2 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถเร็วที่ 171/172 กรุงเทพ &amp;ndash; ชุมทางทุ่งสง &amp;ndash; กรุงเทพ ปรับเป็น กรุงเทพ &amp;ndash; สุไหงโกลก &amp;ndash; กรุงเทพ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน รฟท. ได้ทยอยปรับเพิ่มการเดินรถให้สอดรับกับการผ่อนคลายมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรุฒ กล่าวด้วยว่า โดยเมื่อวันที่ 23 ก.ค.64 ได้เปิดให้บริการเดินขบวนรถเชิงพาณิชย์เพิ่มเติม 8 ขบวน ประกอบด้วย สายเหนือ 2 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ขบวน สายใต้ 2 ขบวน และเมื่อวันที่ 1 ก.ย.64 เปิดให้บริการเดินขบวนรถเชิงสังคมเพิ่มเติม 20 ขบวน ประกอบด้วย สายเหนือ 4 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ขบวน สายใต้ 4 ขบวน สายตะวันออก 4 ขบวน สายแม่กลอง 4 ขบวน พร้อมทั้งยังเปิดให้บริการขบวนรถท้องถิ่นแก่ประชาชนทุกพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ตามปกติอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรุฒ กล่าวอีกว่า การให้บริการเดินรถ รฟท. ยังคงคำนึงถึงความสะดวกในการให้บริการประชาชน ควบคู่กับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยได้กำหนดจุดคัดกรองวัดไข้ผู้โดยสารก่อนเข้าในพื้นที่สถานี การตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ การให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พร้อมกับให้สแกนแอพพลิเคชันไทยชนะก่อนและหลังใช้บริการ หากผู้โดยสารไม่สามารถใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะ ให้กรอกข้อมูลการเดินทางแทน พร้อมกับต้องกรอกข้อมูลเดินทางข้ามจังหวัด-ข้ามเขตผ่านเว็บไซต์ &amp;ldquo;หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117412</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิรุฒ มณีพันธ์, ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), เปิดเดินขบวนรถเพิ่ม 18 ขบวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614060407c742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลายล็อก รฟท.เปิดเดินเพิ่ม 20 ขบวน ดีเดย์ 15 ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ย.2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้พิจารณาผ่อนคลายมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) &amp;nbsp;การรถไฟฯ จึงได้พิจารณาเปิดเดินขบวนรถเชิงสังคม ให้บริการเพิ่มเติมจำนวน 20 ขบวน และปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางของขบวนรถในบางขบวนใหม่ เพื่อรองรับแนวทางการผ่อนปรนมาตรการ และความต้องการเดินทางของผู้ใช้บริการรถไฟในเส้นทางต่าง ๆ &amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2564 เป็นต้นไป ดังนี้
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ได้แก่ สายเหนือ 4 ขบวน ขบวนรถธรรมดาที่ 211/212 กรุงเทพ-ตะพานหิน-กรุงเทพ &amp;nbsp;ขบวนรถชานเมืองที่ 317/318 กรุงเทพ-ลพบุรี-กรุงเทพ สายตะวันออกเฉียงเหนือ 4 ขบวน ได้แก่ &amp;nbsp;ขบวนรถธรรมดาที่ 233/234 กรุงเทพ&amp;ndash;สุรินทร์&amp;ndash;กรุงเทพ ปรับเปลี่ยนต้นทางปลายทางเป็น นครราชสีมา &amp;ndash; สุรินทร์ &amp;ndash; นครราชสีมา และขบวนรถท้องถิ่นที่ 433/434 ชุมทางแก่งคอย&amp;ndash;ชุมทางบัวใหญ่&amp;ndash;ชุมทางแก่งคอย
&amp;nbsp;
สายใต้ 4 ขบวน &amp;nbsp;ขบวนรถธรรมดาที่ 261/262 กรุงเทพ&amp;ndash;หัวหิน&amp;ndash;กรุงเทพ &amp;nbsp;ขบวนรถท้องถิ่นที่ 463/464 พัทลุง&amp;ndash;สุไหงโกลก&amp;ndash;พัทลุง &amp;nbsp;สายตะวันออก 4 ขบวน &amp;nbsp; ได้แก่ ขบวนรถธรรมดาที่ 277/278 กรุงเทพ-กบินทร์บุรี-กรุงเทพ ขบวนรถธรรมดาที่ 279/280 กรุงเทพ &amp;ndash; ด่านพรหมแดนบ้านคลองลึก-กรุงเทพ ปรับเปลี่ยนต้นทางปลายทางเป็น กรุงเทพ-อรัญประเทศ-กรุงเทพ สายแม่กลอง 4 ขบวน ได้แก่ &amp;nbsp;ขบวนรถท้องถิ่นที่ 4380/4383 แม่กลอง-บ้านแหลม-แม่กลอง ขบวนรถท้องถิ่นที่ 4386/4387 แม่กลอง-บ้านแหลม-แม่กลอง
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ในการปรับการให้บริการเดินรถในครั้งนี้ การรถไฟฯ ได้คำนึงถึงการอำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ประชาชน ควบคู่กับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&amp;ndash;19 ทั้งในขบวนรถโดยสาร สถานีรถไฟทั่วประเทศ ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยได้กำหนดจุดคัดกรองวัดไข้ผู้โดยสารก่อนเข้าในพื้นที่สถานี การตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ การให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา การสแกนแอพพลิเคชัน ไทยชนะ ก่อนและหลังใช้บริการ
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม หากผู้โดยสารไม่สามารถใช้แอพพลิเคชันไทยชนะ ให้กรอกข้อมูลการเดินทางแทน พร้อมกับต้องกรอกข้อมูลเดินทางข้ามจังหวัด-ข้ามเขตผ่านเว็บไซต์ &amp;ldquo;หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo; https://covid-19.in.th/ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116676</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), นิรุฒ มณีพันธ์, ผ่อนคลายมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19, โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614060407c742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท. ลงนามเปิดทาง &#039;เอสอาร์ที&#039; เข้าบริหารทรัพย์สินรถไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย. 2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยภายหลังตกลงการบริหารจัดการทรัพย์สินระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย กับ บริษัท เอสอาร์ที เเอสเสท จำกัด นี้ ถือเป็นการปฏิรูปด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินครั้งสำคัญของการรถไฟฯและเป็นการดำเนินภารกิจตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 &amp;nbsp;ที่เห็นชอบให้รฟท.ดำเนินการจัดตั้งบริษัทลูกฯขึ้น เพื่อบริหารทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยฟื้นฟู สร้างรายได้ให้แก่การรถไฟฯ ตามแผนฟื้นฟูกิจการฯ ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทั้งหมดนั้น ยังคงเป็นของ รฟท.เช่นเดิม ในช่วงแรก รฟท.จะเริ่มทยอยโอนทรัพย์สินโครงการขนาดใหญ่ที่มีการทำสัญญาไว้แล้ว จำนวน 75 สัญญา มูลค่าทรัพย์สิน 1,645 ล้านบาท โดยใช้เวลาโอนเสร็จสิ้นภายในเวลา 2 เดือน ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม 2564 ซึ่งจะทำให้บริษัท เอสอาร์ที เเอสเสท จำกัด สามารถดำเนินการบริหารจัดการทรัพย์สินได้ทันที และหลังจากนั้นจะมีการทยอยโอนส่งมอบทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายดำเนินการโอนทรัพย์สินทั้งหมด 12,839 สัญญา มูลค่า 3,166 ล้านบาท แล้วเสร็จภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรุฒ กล่าวว่าต่อว่า บริษัท เอสอาร์ทีฯจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยบริหารจัดการและสร้างรายได้ให้กับ รฟท.ทั้งด้านการบริหารสัญญาเช่าที่ได้รับมอบจากการรถไฟแห่งประเทศไทย การจัดหาผู้ลงทุนและการเช่าพื้นที่เพื่อพัฒนาโครงการบนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งการพัฒนาด้วยตนเอง การซื้อหรือเช่าที่ดินจากบุคคลภายนอกเพื่อพัฒนาหรือร่วมทุน หวังสร้างการเติบโตในระยะยาวให้แก่ รฟท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามซึ่งจะส่งผลให้ รฟท.มีรายได้จากการบริหารทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น มีระบบบริหารจัดการที่มีมาตรฐานสากล และมีทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอื่นๆ ตลอดจนยังส่งผลดีต่อภาพรวมในอีกหลายมิติ ทั้งมิติทางเศรษฐกิจในการช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ การจ้างงานการท่องเที่ยว &amp;nbsp;ด้านสังคมช่วยให้การบริหารพื้นที่ชุมชนที่บุกรุกสามารถดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คาดว่าภายหลังการส่งมอบการบริหารทรัพย์สินแล้ว บริษัท เอสอาร์ที เเอสเสท จำกัด ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นอิสระและเป็นมืออาชีพด้านการจัดการอสังหาริมทรัพย์จะสามารถบริหารจัดการทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อ รฟท.สามารถสร้างรายได้แก่องค์กร และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการช่วยพลิกฟื้นการรถไฟฯ ให้กลับมาเป็นองค์กรที่มีความเข้มแข็ง สามารถดูแลและให้บริการแก่พี่น้องประชาชนตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคมได้อย่างยั่งยืน&amp;quot;นายนิรุฒ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116250</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), นิรุฒ มณีพันธ์, เอสอาร์ที เเอสเสท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0b015e85a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.เปิดเดินขบวนรถท้องถิ่นสายใต้เพิ่ม 2 ขบวน เริ่ม 1 ก.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ก.ย.2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.64 เป็นต้นไป รฟท. ได้พิจารณาเปิดเดินขบวนรถท้องถิ่นสายใต้เพิ่ม 2 ขบวน และปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางของขบวนรถในบางขบวนใหม่ เพื่อให้สอดรับกับการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้ผ่อนคลายมาตรการการเดินทางในจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด (พื้นที่สีแดงเข้ม) และรองรับความต้องการเดินทางของผู้ใช้บริการรถไฟในเส้นทางสายใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขบวนรถท้องถิ่นสายใต้ที่เปิดเดินรถเพิ่ม 2 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถท้องถิ่นที่ 453/454 &amp;nbsp;ยะลา &amp;ndash; สุไหงโกลก &amp;ndash; ยะลา ส่วนขบวนรถที่ปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง/ปลายทาง &amp;nbsp;4 ขบวน ได้แก่ ขบวนรถท้องถิ่นที่ 447/448 &amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี &amp;ndash; ยะลา &amp;ndash; สุราษฎร์ธานี เปลี่ยนเป็นสุราษฎร์ธานี &amp;ndash; สุไหงโกลก &amp;ndash;สุราษฎร์ธานี และขบวนรถท้องถิ่นที่ 451/452 &amp;nbsp;นครศรีธรรมราช &amp;ndash; ยะลา &amp;ndash; นครศรีธรรมราช เปลี่ยนเป็นนครศรีธรรมราช &amp;ndash; สุไหงโกลก &amp;ndash; นครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการปรับการให้บริการเดินรถดังกล่าว รฟท. ได้คำนึงถึงความสะดวกในการให้บริการประชาชน ควบคู่กับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;ndash;19 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้กำหนดจุดคัดกรองวัดไข้ผู้โดยสารก่อนเข้าในพื้นที่สถานี การตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือ การให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พร้อมกับให้สแกนแอพพลิเคชัน ไทยชนะ ก่อนและหลังใช้บริการ แต่หากผู้โดยสารไม่สามารถใช้แอพพลิเคชันไทยชนะ ให้กรอกข้อมูลการเดินทางแทน พร้อมกับต้องกรอกข้อมูลเดินทางข้ามจังหวัด-ข้ามเขตผ่านเว็บไซต์ &amp;ldquo;หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo; https://covid-19.in.th/ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทาง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1690 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115304</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), นิรุฒ มณีพันธ์, เปิดเดินขบวนรถท้องถิ่นสายใต้เพิ่ม 2 ขบวน, เพิ่มขบวนสายใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f439860081.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
