<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐสังเวยน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มเป็น44ศพ เกินสิบตายในชั้นใต้ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รายงานของทางการสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีเพิ่มยอดผู้สังเวยชีวิตจากน้ำท่วมฉับพลันเพราะฝนตกหนักด้วยอิทธิพลของพายุโซนร้อนไอดาใน 4 มลรัฐทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มเป็นอย่างน้อย 44 คน จำนวนมากหนีน้ำไม่ทันตายในชั้นใต้ดิน ประธานาธิบดีประกาศสถานการณ์ฉุุกเฉินที่นิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวของที่เสียหายถูกนำมากองไว้หน้าบ้านเรือนในย่านควีนส์ของนิวยอร์กซิตีเมื่อวันพฤหัสบดี ภายหลังน้ำท่วมฉับพลัน (Photo by Scott Heins/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุไอดาอ่อนกำลังลงจากพายุเฮอริเคนระดับ 4 เมื่อเข้าถล่มรัฐลุยเซียนาเมื่อสุดสัปดาห์ กลายเป็นพายุโซนร้อนขณะเคลื่อนผ่านรัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์, เพนซิลเวเนีย และคอนเนตทิคัต เมื่อวันพุธ อิทธิพลของพายุทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นปริมาณมากเป็นสถิติ รอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลของสำนักบริการสภาพอากาศแห่งชาติ (NWS) ว่าไอดาทำให้เกิดฝนตกวัดปริมาณน้ำฝนได้ 6-8 นิ้วใน 4 รัฐนี้ ส่วนที่แมนฮัตตันของนิวยอร์กสร้างสถิติฝนตกหนัก 3.15 นิ้วภายในเวลา 1 ชั่วโมง ทำลายสถิติน้ำฝนที่เกิดจากพายุโซนร้อนเฮนรีเมื่อไม่ถึง 2 สัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กันยายนว่า ประชาชนใน 4 มลรัฐนี้ยังคงต้องรับมือกับผลพวงของอุทกภัยที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ น้ำท่วมฉับพลันไหลบ่าลงชั้นใต้ดินของบ้านเรือนประชาชนและสถานีรถไฟใต้ดินหลายสายของนิวยอร์กซิตี, ไฟฟ้ายังดับเป็นบริเวณกว้างกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าเกือบ 170,000 รายในวันพฤหัสบดี ยังไม่รวมความเสียหายของทรัพย์สิน หลังคาปลิดปลิวเพราะลมพายุและทอร์นาโด และยังผู้คนติดอยู่กลางน้ำท่วมที่ร้องขอความช่วยเหลือจากญาติมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถนนสายหลักๆ ทั่วนิวเจอร์ซีย์และนิวยอร์กยังมีน้ำท่วม รวมถึงที่แมนฮัตตัน, ย่านบร็องซ์และควีนส์ รถยนต์หลายคันถูกจอดทิ้งไว้กลางน้ำ หน่วยดับเพลิงต้องเข้าช่วยเหลือผู้คนหลายร้อยคนที่ติดอยู่ในยานพาหนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ ฟิล เมอร์ฟีย์ ผู้ว่าการรัฐกล่าวว่า ที่รัฐของเขามีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน ส่วนนิวยอร์กซิตีมีรายงานคนเสียชีวิตอย่างน้อย 13 คน และที่เวสต์เชสเตอร์เคาน์ตีที่อยู่ชานเมืองมีคนเสียชีวิตอีก 3 คน ตำรวจกล่าวว่า เฉพาะที่นิวยอร์กซิตีมี 11 คนเสียชีวิตในชั้นใต้ดิน ผู้ตายอายุตั้งแต่ 2 ปี ถึง 86 ปี&amp;nbsp; ส่วนที่เมืองเอลิซาเบธของนิวเจอร์ซีย์ มีผู้พักอาศัย 4 คนในอาคารเคหะจมน้ำที่ท่วมสูงถึง 2.4 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นชานเมืองฟิลาเดลเฟียในรัฐเพนซิลเวนียเผยว่า มีคนเสียชีวิต 4 คนเพราะพายุลูกนี้ ส่วนรัฐคอนเนตทิคัตที่อยู่ติดกัน มีตำรวจรัฐเสียชีวิต 1 นายเพราะกระแสน้ำพัดรถจมที่เมืองวูดเบอรีเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์ถูกทิ้งไว้กลางสายน้ำบนทางด่วนสายดีแกนในย่านบร็องซ์ เมื่อวันพฤหัสบดี (Photo by Spencer Platt/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อไอดาเข้าถล่มสร้างความเสียหายรุนแรงที่รัฐลุยเซียนาเมื่อวันอาทิตย์นั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพียง 9 คน ความสูญเสียอย่างมากมายใน 4 รัฐนี้เพราะอิทธิพลของพายุที่อ่อนกำลังลงแล้วสร้างความประหลาดใจ เจ้าหน้าที่รัฐนิวยอร์กกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมในรัฐนี้ว่าเป็นเพราะฝนตกหนักมากในเวลาสั้นๆ ส่วนแคธี โฮคุล ผู้ว่าการรัฐกล่าวโทษว่าเป็นเพราะภาวะโลกร้อนที่จะทำให้ต้องรับมือกับภัยธรรมชาติแบบนี้บ่อยขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเที่ยวบินยกเลิกหลายร้อยเที่ยวบินที่สนามบินลากวาเดียและเจเอฟเค รวมถึงสนามบินนวร์กในนิวเจอร์ซีย์ที่น้ำฝนเข้าท่วมอาคารผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่รัฐนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์เมื่อวันพฤหัสบดี และสั่งการให้สำนักจัดการภาวะฉุกเฉินกลาง (FEMA) ประสานความพยายามบรรเทาทุกข์และสนับสนุนความพยายามของท้องถิ่นในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115534</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์, น้ำท่วมฉับพลัน, พายุไอดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_61320cea53564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ภาวะฉุกเฉินน้ำท่วมฉับพลันดับแล้ว9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝนตกหนักจากอิทธิพลของเฮอริเคนไอดาที่อ่อนตัวเป็นพายุโซนร้อนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ของรัฐนิวเจอร์ซีย์และนิวยอร์ก ผู้ว่าการสองรัฐนี้ประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อวันพุธ สื่อท้องถิ่นเผยมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำท่วมทางหลวงสาย 440 ในเมืองเจอร์ซีย์ของรัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2564 (Photo by Tayfun Coskun/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พายุไอดาเคยสร้างความเสียหายรุนแรงแก่รัฐลุยเซียนาทางภาคใต้ของสหรัฐเมื่อครั้งเข้าถล่มด้วยความรุนแรงของเฮอริเคนระดับ 4 เมื่อ 3 วันก่อนหน้านี้ แต่พายุลูกนี้อ่อนกำลังลงเมื่อเคลื่อนมายังรัฐริมฝั่งแอตแลนติกตอนกลางของสหรัฐ กระนั้นอิทธิพลของพายุยังทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน รวมถึงก่อให้เกิดทอร์นาโดหลายลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า แคธี โฮคุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก และฟิล เมอร์ฟี ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ ประกาศภาวะฉุกเฉินในทั้งสองรัฐนี้เมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนิวยอร์กซิตี กล่าวถึงอุทกภัยและสภาพอากาศเมื่อวันพุธที่่ผ่านมาว่าเป็น &amp;quot;เหตุการณ์ด้านสภาพอากาศครั้งประวัติศาสตร์&amp;quot; ขณะที่สำนักบริการสภาพอากาศแห่งชาติ (เอ็นดับเบิลยูเอส) ของสหรัฐออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินน้ำท่วมฉับพลันในนครนิวยอร์กเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 รายในสองรัฐนี้ ซีเอ็นเอ็นและเอ็นบีซีนิวยอร์กรายงานว่า มีคนเสียชีวิตเพราะน้ำท่วมที่นิวเจอร์ซีย์ 2 ราย และที่นิวยอร์กซิตี 7 ราย รวมถึงเด็กชายอายุ 2 ขวบ สื่อท้องถิ่นกล่าวกันว่า มีคนติดอยู่ในชั้นใต้ดินเมื่อพายุมาถึงแล้วทำให้น้ำไหลบ่าผ่านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเอ็นเอ็นกล่าวว่า รถไฟใต้ดินเกือบทุกเส้นทางของนครนิวยอร์กถูกระงับบริการเมื่อวันพุธ หลังจากไอดาทำให้มีฝนตกหนักและมีความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันและเกิดทอร์นาโดในหลายพื้นที่ ส่วนทางการนิวยอร์กประกาศผ่านทวิตเตอร์ ห้ามยานพาหนะที่ไม่ใช่บริการฉุกเฉินทุกชนิดวิ่งบนถนนในนิวยอร์กซิตีจนถึงเวลา 05.00 น.ของวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนตกหนักทำลายสถิติทั่วเมือง, น้ำท่วมหนัก และสภาพที่เป็นอันตรายบนถนน เที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวที่สนามบินลากวาร์เดียและเจเอฟเคในนิวยอร์กต้องยกเลิก รวมถึงเที่ยวบินที่สนามบินเมืองนวร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ น้ำท่วมทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนสายหลักในหลายเขตของนครนิวยอร์ก รวมถึงที่เขตแมนฮัตตัน, บรองซ์และควีนส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นดับเบิลยูเอสออกทวีตว่า วัดปริมาณน้ำฝนได้ 3.15 นิ้วในเวลาแค่ 1 ชั่วโมงที่เซ็นทรัลปาร์กในนิวยอร์ก เป็นปริมาณฝกตกหนักที่สุดในพื้นที่นี้ ช่วงค่ำวันพุธ เอ็นดับเบิลยูเอสออกคำเตือนฉุกเฉินน้ำท่วมฉับพลันอย่างน้อย 5 ฉบับ ไล่ตั้งแต่ทางตะวันตกของเมืองฟิลาเดลเฟียมาถึงทางเหนือของนิวเจอร์ซีย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานี WPVI รายงานว่า ทอร์นาโดลูกหนึ่งเข้าถล่มเทศมณฑลกลูเชสเตอร์ของรัฐนิวเจอร์ซีย์ ทำให้บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง ขณะที่บริการรถไฟของรัฐนี้เกือบทุกเส้นทางยกเว้นสายแอตแลนติกซิตีระงับบริการเพราะสภาพอากาศรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเสียหายจากไอดาสร้างความประหลาดใจแก่บรรดาเจ้าหน้าที่ โดยการบินสำรวจเผยให้เห็นว่าหลายชุมชนโดนลมพายุและน้ำท่วมทำลายอย่างสิ้นเชิง ภาพที่เผยแพร่ทางสื่อโซเชียลเผยด้วยว่า ทอร์นาโดหลายลูกกวาดล้างหลายพื้นที่ของรัฐเพนซิลเวเนียและนิวเจอร์ซีย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115439</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์, น้ำท่วมฉับพลัน, ประกาศภาวะฉุกเฉิน, พายุไอดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_6130c7be2a73b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 19:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจนิวยอร์กจับกุมชายผิวสีกระทืบหญิงเอเชียวัย65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจอตัวแล้ว ตำรวจนิวยอร์กจับกุมชายผิวดำที่ก่อเหตุทำร้ายหญิงอเมริกันเชื้อสายเอเชีย วัย 65 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส บนทางเท้าย่านใจกลางเมืองกลางวันแสกๆ ท่ามกลางสายตาผู้พบเห็นรวมถึงยามของอาคารที่นิ่งเฉยไม่ช่วยเหลือ ในอาชญากรรมจากความเกลียดชังที่คนเชื้อสายเอเชียในสหรัฐตกเป็นเหยื่อแล้วหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพนิ่งจากวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่กรมตำรวจนิวยอร์กนำออกเผยแพร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจนิวยอร์กประกาศข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่ปรากฏในวิดีโอจากกล้องวงจรปิดรายนี้เมื่อวันพุธ โดยบอกว่า เขาถูกตั้งข้อหาอาญาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชัง คำประกาศทางทวิตเตอร์ไม่ได้เปิดเผยชื่อของชายผู้นี้ แต่สื่ออเมริกันหลายสำนักระบุว่า เขาคือแบรนดอน เอลเลียต อายุ 38 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ทำร้ายคนอเมริกันเชื้อสายเอเชียล่าสุดนี้เกิดเมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ 29 มีนาคมตามเวลาสหรัฐ บนทางเท้าย่านใจกลางเมืองแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก กล้องวงจรปิดของอาคารใกล้ที่เกิดเหตุจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจนิวยอร์กนำวิดีโอจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุมาโพสต์ทางออนไลน์เพื่อขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลของผู้ก่อเหตุ ซึ่งในภาพชายคนนี้เดินปรี่เข้าหาหญิงอเมริกันเชื้อสายเอเชีย อายุ 65 ปี เขาถีบเธอที่ท้องจนเธอล้มลงกับพื้นทางเท้า จากนั้นเขาเตะที่ศีรษะเธอหลายครั้งและเดินจากไปอย่างไม่เร่งรีบ เธอถูกส่งเข้าโรงพยาบาลโดยได้รับบาดเจ็บที่ร่างกายหลายแห่งและกระดูกเชิงกรานหัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพจากกล้องวงจรปิดของอาคารใกล้ที่เกิดเหตุเป็นภาพของพนักงานส่งของยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอาคาร หลังจากนั้นชาย 2 คน ที่ดูเหมือนเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารแห่งนี้ เดินเข้ามาในกล้อง โดยชายคนหนึ่งปิดประตูกระจกของอาคาร แทนที่จะเข้าไปช่วยเหลือหญิงที่โดนทำร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอร์ดสกี ออร์แกไนเซชั่น บริษัทพัฒนาที่ดินและจัดการอาคารใกล้ที่เกิดเหตุ เขียนทางอินสตาแกรมว่า ได้สั่งพักงานพนักงานของบริษัทที่เห็นเหตุการณ์ทำร้ายหญิงคนนี้แล้ว ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำรวจนิวยอร์กแถลงว่า ผู้ก่อเหตุทำร้ายหญิงคนนี้ กล่าวถ้อยคำเกลียดชังชาวเอเชียขณะที่เตะหญิงคนนี้ หน่วยสืบสวนคดีอาชญากรรมจากความเกลียดชังกำลังสอบสวนคดีนี้ และอีกคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่หญิงเชื้อสายเอเชียมีอาชีพเป็นพยาบาล โดนชายคนหนึ่งตบหน้าที่สถานีรถไฟใต้ดินในนิวยอร์ก แต่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองนิวยอร์กและอีกหลายเมืองของสหรัฐมีเหตุทำร้ายร่างกายคนเชื้อสายเอเชียเพิ่่มมากขึ้นนับแต่โควิด-19 แพร่ระบาดในสหรัฐ แล้วประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มักกล่าวถึงไวรัสนี้โดยใช้คำเรียกว่า &amp;quot;ไวรัสจีน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนมีนาคม มือปืนคนหนึ่งโจมตีสปาของชาวเอเชีย 3 แห่งในเมืองแอตแลนตา มีเหยื่อเสียชีวิต 8 คน โดย 6 คนเป็นหญิงเชื้อสายเอเชีย&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;วิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่กรมตำรวจนิวยอร์กนำออกเผยแพร่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97930</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทืบหญิงเอเชีย, ต่อต้านเอเชีย, ทำร้ายคนอเมริกันเชื้อสายเอเชีย, นิวยอร์ก, อาชญากรรมจากความเกลียดชัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60646aadd1156.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 22:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 22:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบตำรวจนิวยอร์กใช้หมวกครอบหัวชายผิวดำจนขาดใจตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อัยการรัฐนิวยอร์กเปิดการสอบสวนการเสียชีวิตของชายผิวดำคนหนึ่งเมื่อเดือนมีนาคม ภายหลังมีวิดีโอเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ที่ชายคนนี้โดนตำรวจใช้หมวกครอบป้องกันการถ่มน้ำลายสวมศีรษะแล้วจับกดพื้นถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากกล้องติดตัวตำรวจเผยช่วงขณะที่ตำรวจนิวยอร์กควบคุมตัวชายผิวดำโดยใช้หมวกครอบศีรษะไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอเหตุการณ์จากกล้องติดตัวของตำรวจเผยให้เห็นว่าแดเนียล พรูด ชายผิวดำอายุ 41 ปี โดนตำรวจเมืองโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก ควบคุมตัว จับเขาสวมฮู้ดป้องกันการถ่มน้ำลายแล้วกดเขาไว้กับพื้นถนนราว 2 นาทีเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พรูดเสียชีวิตที่โรงพยาบาลใน 1 สัปดาห์ต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวญาติมิตรของเขาและนักเคลื่อนไหวหลายรายเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ และในวันพุธ เลทิเชีย เจมส์ อัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์ก แถลงว่า หน่วยสอบสวนพิเศษและฟ้องคดีอาญาในสำนักอัยการรัฐนิวยอร์กกำลังสอบสวนคดีนี้ และจะทำงานอย่างโปร่งใสและด้วยความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจ พรูด น้องชายของแดเนียล เผยกับผู้สื่อข่าวว่า พี่ชายของเขาทำงานอยู่ที่ชิคาโก แต่มาเยี่ยมเขาที่บ้าน แต่เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา เขาโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาควบคุมตัวพี่เนื่องจากพี่มีอาการโรคประสาทกำเริบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากวิดีโอจากกล้องติดตัวของตำรวจโรเชสเตอร์ที่มาระงับเหตุ เมื่อตำรวจมาถึง พรูดอยู่กลางถนนในสภาพเปลือยกายและไม่มีอาวุธ ตำรวจสั่งให้เขาหมอบตัวกับพื้นและใส่กุญแจมือเขา แต่เขาไม่หยุดขัดขืนและบอกกับตำรวจว่าติดเชื้อโรคโควิด-19 ตำรวจบอกให้เขาหยุดถ่มน้ำลายและนำฮู้ดป้องกันถ่มน้ำลายมาสวมที่ศีรษะเขาและจับเขากดไว้กับถนน จากนั้นเขาหมดสติ ตำรวจพยายามช่วยให้เขาฟื้นสติก่อนส่งตัวไปโรงพยาบาลแต่เขาเสียชีวิตใน 1 สัปดาห์ต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลชันสูตรศพพบว่า พรูดเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจจากการโดนยึดยั้งร่างกายและพบยาเคในปริมาณไม่มากในร่างของเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76451</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจฆ่าชายผิวดำ, นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา, หมวกป้องกันถ่มน้ำลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f51123714f71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิวยอร์กผุดป้ายแจ้งยอดสังเวยโควิดเพราะ&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่โผล่ที่ย่านไทม์สแควร์ของนครนิวยอร์ก แสดงตัวเลข &amp;quot;นาฬิกาการเสียชีวิตเพราะทรัมป์&amp;quot; โดยแจ้งยอดคนตายเพราะโควิด-19 ในสหรัฐที่ควรป้องกันได้หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้มาตรการควบคุมที่เร็วกว่านี้ อีกด้านทรัมป์งอนนักข่าวทิ้งการแถลงปุบปับหลังโดนถามจี้เรื่องยอดคนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2563 กล่าวว่า ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบนดาดฟ้าอาคารหลังหนึ่งในย่านไทม์สแควร์เป็นฝีมือของยูจีน จาเร็กกี ผู้ผลิตภาพยนตร์มือรางวัลชาวนิวยอร์ก โดยตัวเลขบนป้าย &amp;quot;Trump Death Clock&amp;quot; เมื่อวันจันทร์ แจ้งยอดผู้เสียชีวิตไว้ที่มากกว่า 48,000 ราย จากจำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ในสหรัฐทั้งหมดมากกว่า 80,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จาเร็กกีโพสต์ชี้แจงทางแอพมีเดียมว่า &amp;quot;นาฬิกา&amp;quot; นี้เดินตามข้อสันนิษฐานที่ว่า 60% ของผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ในสหรัฐควรป้องกันได้หากรัฐบาลของทรัมป์บังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและปิดสถาบันการศึกษาเร็วขึ้น 1 สัปดาห์ หรือตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม แทนที่จะเป็นวันที่ 16 มีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอธิบายว่า ตัวเลข 60% นี้เป็นประมาณการอย่างระมัดระวังแล้วตามการคำนวณของผู้เชี่ยวชาญที่อ้างอิงจากคำกล่าวเมื่อกลางเดือนเมษายนของแอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐ ซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านโควิด-19 ให้ทำเนียบขาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟาซีซึ่งเป็นบุคคลที่ชาวอเมริกันไว้วางใจในการรับข้อมูลเกี่ยวกับการตอบสนองต่อโรคระบาดของรัฐบาลสหรัฐ เคยกล่าวไว้ว่า หากสหรัฐเริ่มมาตรการบรรเทาผลกระทบเร็วกว่านี้ ก็จะช่วยชีวิตคนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จาเร็กกีเขียนในโพสต์มีเดียมของเขาว่า หลายชีวิตที่สูญเสียไปแล้วโดยไม่จำเป็นเรียกร้องให้เราแสวงหาความเป็นผู้นำในยามวิกฤติที่มีความรับผิดชอบมากกว่านี้ เหมือนกับที่รายนามทหารผู้สละชีพถูกจารึกไว้บนอนุสรณ์สถานเพื่อเตือนให้เรานึกถึงความสูญเสียของสงคราม การแสดงจำนวนชีวิตที่สูญเสียไปเพราะการตอบสนองไวรัสโคโรนาที่ล่าช้าของประธานาธิบดีก็คือการทำหน้าที่สาธารณะที่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐเมื่อวันจันทร์ สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 แล้ว 1,347,936 ราย จากยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก 4,190,817 ราย และมีผู้เสียชีวิต 80,684 ราย จากผู้เสียชีวิตทั่วโลก 286,513 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงข่าวที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาวและถูกนักข่าวหญิงของสถานีซีบีเอสซักถามเกี่ยวกับการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 ในสหรัฐ ซึ่งทำให้ทรัมป์ไม่พอใจและตัดบทจบการแถลงข่าวกะทันหัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว่ยเจี๋ย เจียง นักข่าวหญิงชาวอเมริกันเชื้อสายจีนรายนี้ตั้งคำถามกับประธานาธิบดีว่า ทำไมทรัมป์จึงยืนกรานว่าสหรัฐจัดการกับไวรัสโคโรนาได้ดีกว่าประเทศอื่นในเรื่องการตรวจหาเชื้อ &amp;quot;ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญนัก?&amp;quot; เธอถาม &amp;quot;ทำไมนี่จึงเป็นการแข่งขันระดับโลก ในเมื่อทุกๆ วันคนอเมริกันยังคงเสียชีวิต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์หัวเสียทันทีกับคำถามนี้และย้อนว่า &amp;quot;พวกเขาก็เสียชีวิตกันทุกที่ในโลก และบางทีคุณน่าจะถามคำถามนี้กับจีน อย่ามาถามผม ไปถามจีนโน่น โอเค้?&amp;quot; จากนั้นทรัมป์ก็เรียกให้นักข่าวหญิงด้านหลังถามคำถามต่อ แต่เจียง ซึ่งมีเชื้อสายจีน ขอความกระจ่าง ที่อยู่ดีๆ ทรัมป์ก็ไล่ให้เธอไปถามจีน &amp;quot;ท่านคะ ทำไมท่านถึงพูดกับดิฉันแบบนี้โดยเฉพาะ&amp;quot; ทรัมป์ตอบว่า เขาพูดแบบนี้กับทุกคนที่ถามคำถามน่ารังเกียจเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้าย ทรัมป์ซึ่งไม่เคยปิดบังความเป็นอริกับสื่อ ก็หันไปเรียกนักข่าวคนอื่นตั้งคำถาม แต่นักข่าวหญิงที่รออยู่พยายามถามคำถามของเธอ ทรัมป์จึงยุติการแถลงข่าวแล้วเดินจากไปทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65754</URL_LINK>
                <HASHTAG>Trump Death Clock, นาฬิกาการเสียชีวิตเพราะทรัมป์, นิวยอร์ก, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba9911f2ee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบอาการอักเสบโยงโควิด-19 คร่าผู้ป่วยเด็ก 3 รายในนิวยอร์ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แนวโน้มน่าวิตก ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กของสหรัฐเผย มีเด็กเล็กเสียชีวิตแล้ว 3 รายจากอาการอักเสบที่พบได้ยาก ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวโยงกับการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากหลายชาติในยุโรปเคยพบผู้ป่วยเด็กมีอาการคล้ายกัน แต่ไม่มีใครเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม รายงานอ้างคำแถลงของแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐกำลังตรวจสอบรายงานคนไข้เด็ก 73 รายในรัฐนิวยอร์กที่ป่วยหนักจากอาการคล้ายกับโรคคาวาซากิและอาการท็อกซิกช็อก ซึ่งรวมถึงอาการอักเสบที่หลอดเลือดและโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้หัวใจล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ด้วยว่า ถึงขณะนี้มีผู้ป่วยเด็กเสียชีวิตเพราะอาการนี้แล้ว 3 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กอายุ 5 ปีที่เจ้าหน้าที่ประกาศข่าวการเสียชีวิตเมื่อวันศุกร์ ทั้งหมดถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือมีแอนติบอดีที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างอาการเหล่านี้กับโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูโอโมเตือนว่า หากความเชื่อมโยงระหว่างโควิด-19 กับโรคคาวาซากิเป็นเรื่องที่ยืนยันได้จะเป็นพัฒนาการที่น่าห่วงกังวล &amp;quot;นี่จะเป็นข่าวที่เจ็บปวดอย่างแท้จริง และจะเปิดบทใหม่ที่ต่างไปอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้มีข้อสันนิษฐานว่าเด็กไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงที่ไวต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่การปรากฏของอาการป่วยที่พบได้ยากนี้ทำให้คูโอโมยอมรับว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวอาจไม่แน่นอนแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่อาการนี้อาจเกิดมานานหลายสัปดาห์ แต่ไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเกี่ยวโยงกับโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว สำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษเคยมีคำเตือนเกี่ยวกับการพบเด็กหลายคนที่ติดไวรัสโคโรนา มีอาการคาบเกี่ยวกับอาการท็อกซิกช็อกและโรคคาวาซากิผิดแบบด้วย ทางการของฝรั่งเศส, อิตาลี และสเปน ก็รายงานว่ามีเด็กหลายคนป่วยด้วยอาการคล้ายกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาการเหล่านี้รวมถึงมีไข้สูง, มีผื่นตามผิวหนัง, มีอาการบวมของต่อมต่างๆ และในรายที่อาการหนัก จะเกิดภาวะอักเสบที่หลอดเลือดหัวใจ นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามหาข้อสรุปว่าอาการเหล่านี้เกี่ยวโยงกับไวรัสโคโรนาหรือไม่ เพราะเด็กที่แสดงอาการ ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65534</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวยอร์ก, ภาวะอักเสบ, แอนดรูว์ คูโอโม, โควิด-19, โรคชิคุนกุนยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb7ac54d87e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ นิวยอร์กเจอศพนับร้อยเก็บในรถตู้ไม่มีเครื่องทำความเย็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลิ่นตลบอบอวล สถานรับจัดการศพแห่งหนึ่งในนิวยอร์กใช้รถตู้ 2 คันที่ไม่มีเครื่องทำความเย็นเก็บศพไว้ราว 100 ศพ เพื่อนบ้านทนกลิ่นไม่ไหวร้องเรียนเจ้าหน้าที่เมื่อวันพุธ ทางการต้องสั่งรถห้องเย็นมาทดแทนให้ ยังไม่ชัดเจนว่าศพเหล่านี้เป็นเหยื่อโควิด-19 ด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2563 กล่าวว่า มีพยานหลายคนเห็นศพหลายศพถูกเก็บไว้ในรถตู้ยู-ฮอลคันหนึ่ง ซึ่งเป็นรถบรรทุกของทั่วไปที่ไม่ได้ติดตั้งเครื่องทำความเย็น โดยพยานพบเห็นรถตู้ 2 คันและรถบรรทุก 1 คัน จอดอยู่ด้านนอกสถานรับจัดการศพ ที่ตั้งอยู่บนถนนยูทิกาในย่านแฟล็ตแลนด์ของเมืองนิวยอร์กแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอบีซีนิวส์กล่าวว่า มีศพประมาณ 100 ศพถูกเก็บไว้ในรถยนต์เหล่านี้ หลังจากเจ้าของสถานจัดการศพ แอนดรูว์ ที เคล็กลีย์ อ้างว่าเครื่องทำความเย็นในห้องแช่แข็งที่ใช้เก็บศพนั้นใช้การไม่ได้ เอบีซีไม่ได้ระบุชื่อเจ้าของสถานที่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีความชัดเจนว่า ศพเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในรถตู้ยู-ฮอลมานานเท่าใดแล้ว หรือศพเหล่านี้เป็นผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดหนักที่สุดในรัฐนิวยอร์กหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อท้องถิ่นของนิวยอร์กกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าศพถูกเก็บไว้ในรถตู้เหล่านี้หลังจากเพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นแล้วแจ้งทางการ กระทรวงสาธารณสุขของนิวยอร์กได้ส่งรถบรรทุกห้องเย็นมาให้เก็บศพแทนชั่วคราวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เอบีซีนิวส์กล่าวว่า ตามกฎระเบียบ ผู้บริหารสถานจัดการศพจะต้องเก็บศพที่รอการฝังหรือรอการจัดการขั้นตอนสุดท้ายในสภาพที่เหมาะสม และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อและการควบคุม แต่ขณะนี้สถานรับจัดการศพหลายแห่งกล่าวกันว่า พวกเขามีศพที่รอคิวฝังหรือเผาอีกหลายสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลแบบเรียลไทม์ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีของไทย นครนิวยอร์กมีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 มากที่สุดในสหรัฐ 18,076 ศพ จากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งประเทศ 60,999 ศพ โดยมีผู้ติดเชื้อทั่วสหรัฐ 1,040,488 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64734</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวยอร์ก, เก็บศพในรถตู้, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaac02a34566.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
