<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิวัฒน์ธำรง&#039; ยันทำถูกต้องตามระเบียบ บอกยินดีได้มีโอกาสแจง ปปช.ชี้มูลจัดอีเวนต์ 240 ล้านโดยมิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 - นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดกรณีการจัดจ้างผู้ทําโครงการรณรงค์ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ จัดนิทรรศการ และสํารวจความคิดเห็นของประชาชน สําหรับโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือโครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 นั้น ขอเรียนชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา อีกทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ยังกําหนดว่าโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อประชาชนจํานวนมาก จะต้องมีการดําเนินการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจและสํารวจความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงได้ดําเนินโครงการฯ ดังกล่าวตามกฎหมาย และการดําเนินการจัดจ้างผู้ทําโครงการ Roadshow ได้กระทําอย่างถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ โดยสามารถยืนยันได้เพราะได้รับการตรวจสอบจาก คณะกรรมการติดตาม และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และสํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่าโครงการสรุป Roadshow ได้ดําเนินการมาถูกต้อง และได้อนุมัติจ่ายค่าจ้างการจัดทําโครงการให้กับเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่าขอยืนยันว่าการดําเนินการในการจัดจ้างดังกล่าวนั้น ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ได้ดําเนินการไปตามอํานาจหน้าที่ ตามระเบียบ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างระมัดระวัง และรอบคอบทุกประการ ได้กระทําด้วยความสุจริต บริสุทธิ์ใจ มิได้ทําเพื่อประโยชน์ส่วนตน หรือประโยชน์ของบุคคลใด หากแต่ได้คํานึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้ง ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์ว่าการดำเนินโครงการ Roadshow ได้ดําเนินการอย่างถูกต้องตามข้อกฎหมาย และระเบียบราชการทุกประการ และผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนสํานักงานอัยการสูงสุด และกระบวนการทางศาลต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72278</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f190951eb0f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุรนันทน์&#039; ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่ผิด หลัง &#039;ปปช.&#039; เตรียมดำเนินคดีอีเวนต์ 240 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.63 - นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตามที่คณะกรรมการ ปปช.ได้แถลงกรณีการดำเนินการจัดนิทรรศการ การสัมมนาและการโฆษณาประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งของประเทศให้แก่สาธารณชนทราบ ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;โครงการ Roadshow สร้างอนาคตไทย Thailand 2020&amp;rdquo; โดยมิชอบ โดยมีผมซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในช่วงวันเวลาดังกล่าว เป็นผู้หนึ่งที่ถูกชี้มูลความผิด เป็นผู้ถูกกล่าวหาโดย คณะกรรมการปปช. ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอยืนยันว่าการดำเนินการใดๆ ในตำแหน่งหน้าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ และด้วยความระมัดระวัง อย่างรอบคอบ ยึดถือกฎหมายและระเบียบ รวมถึงนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งมั่นและคำนึงถึง ประโยชน์ของรัฐและประชาชน เป็นที่ตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ ของผม ในส่วนที่เกี่ยวกับขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ผมได้ยึดถือ และปฏิบัติตาม ระเบียบและกฎหมาย อย่างเคร่งครัด ทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังที่พ้นจากตำแหน่งแล้วได้มีการตรวจสอบจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีข้อสรุปว่าการจัดจ้างดำเนินโครงการ Roadshow สร้างอนาคตไทย Thailand 2020 ถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ และได้อนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณตามโครงการดังกล่าว โดยไม่มีหน่วยงานใดทักท้วง ปัจจุบันนี้ มีสถานะเป็นผู้ถูกกล่าวหา ตามวรรคสองของรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 บัญญัติให้สันนิษฐาน ไว้ก่อนว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีความผิด เพราะจะต้องมีการพิสูจน์ ความถูกผิดกันในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป จึงขออนุญาตเรียนข้อเท็จจริง ดังกล่าว ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ทั้งนี้เชื่อมั่นว่า กระบวนการยุติธรรมขั้นต่อไป ทั้งสำนักงานอัยการสูงสุดและกระบวนการทางศาล จะให้ความเป็นธรรมและประสาธน์ความยุติธรรมแก่ผมและผู้ที่ถูกกล่าวหาท่านอื่นด้วย อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72218</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล, ปปช., ยิ่งลักษณ์, สุรนันท์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f18190e888a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เชือด &#039;ยิ่งลักษณ์-สุรนันทน์-นิวัฒน์ธำรง&#039; พ่วง 2 สื่อดังจัดอีเวนต์ 240 ล้านโดยมิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อนุมัติและดำเนินการจัดนิทรรศการ การสัมมนา และการโฆษณาประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ &amp;ldquo;โครงการ Roadshow สร้างอนาคตไทย Thailand 2020&amp;rdquo; โดยมิชอบ ซึ่งปรากฎข้อเท็จจริงฟังได้ว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา กล่าวถึงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางรางระบบรถไฟทางคู่เชื่อมชานเมืองและหัวเมือง ศึกษาและพัฒนารถไฟความเร็วสูง จากนั้นรัฐบาลได้มีการยกร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือ ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้มีดำริให้จัดนิทรรศการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;โครงการ Roadshow สร้างอนาคตไทย Thailand 2020&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปรากฎว่า ในการดำเนินการโครงการดังกล่าวมีการอนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น วงเงิน 40 ล้านบาท เพื่อจัดโครงการในจังหวัดหนองคายและนครราชสีมา ทั้งที่ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ยังไม่ผ่านสภาฯ อีกทั้งการจัดโครงการประชาสัมพันธ์ไม่ใช่ความเร่งด่วนที่จะต้องใช้งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น โดยบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้างจัดโครงการดังกล่าว โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจนถึงขั้นตอนการลงนามในหนังสือสั่งจ้างใช้เวลาดำเนินการเพียง 2 วัน เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกันอนุมัติหลักการจัดโครงการ Roadshow อีก 10 จังหวัดที่เหลือ วงเงิน 200 ล้านบาท โดยตกลงแบ่งงานให้บริษัท มติชนฯ และบริษัท สยามสปอร์ตฯ บริษัทละ 5 จังหวัด ซึ่งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจนถึงขั้นตอนการลงนามในหนังสือสั่งจ้างใช้เวลาดำเนินการเพียงวันเดียวเท่านั้น และพบว่าการลงนามในหนังสือสั่งจ้างได้กระทำไปก่อนที่ได้รับเงินประจำงวดจากสำนักงบประมาณ ทั้งที่ส่วนราชการทราบดีว่า การลงนามในหนังสือสั่งจ้างได้ งก็ต่อเมื่อสำนักงบประมาณได้แจ้งจัดสรรเงินงบประมาณ (ใบงวดงาน) มาให้แล้วเท่านั้น ภายหลังจึงมีการเสนอ ครม.ให้ยกเว้นการลงนามในหนังสือสั่งจ้างก่อนใบงวดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ตราขึ้นโดยมิใช่กรณีจำเป็นเร่งด่วน ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและมีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มีผลให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นอันตกไป ทำให้โครงการต่างๆ ตามที่ได้ออกไป Roadshow มิได้เกิดขึ้นจริงแต่อย่างใด การใช้งบประมาณในโครงการ Roadshow จำนวน 240 ล้านบาท จึงเกิดความสูญเปล่า เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์, นายนิวัฒน์ธำรง และนายสุรนันท์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2554 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 192 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ 2542 มาตรา 12 และ 13&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกระทำของ 2 สื่อ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนันสนุนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2554 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 192 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ 2542 มาตรา 4 ฐานเป็นผู้สนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ป.ป.ช. จึงให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นพร้อมสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ ไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72212</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล, นิวัติไชย เกษมมงคล, ปปช., ยิ่งลักษณ์, สุรนันทน์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f1810d3d2279.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
