<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือดำน้ำสหรัฐเริ่มติดตั้งมิสไซล์หัวรบนิวเคลียร์จิ๋ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เพิ่มความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ กระทรวงกลาโหมสหรัฐประกาศติดตั้งมิสไซล์พิสัยไกลรุ่นใหม่ติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาดค่อนข้างเล็กที่มีอานุภาพทำลายล้างต่ำไว้ในเรือดำน้ำ เพื่อตอบโต้การทดสอบอาวุธคล้ายกันของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือดำน้ำยูเอสเอส โอไอโอ ติดมิสไซล์นำวิถีของสหรัฐ (Photo by Dave Fliesen/U.S. Navy via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า นักวิจารณ์หลายรายแสดงความวิตกว่าอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กลงยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ของการถูกใช้งาน เนื่องจากสร้างความเสียหายน้อยกว่า ฉะนั้น จึงทำให้เกณฑ์กำหนดเส้นแบ่งความขัดแย้งด้านนิวเคลียร์ลดต่ำลงไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของจอห์น รู้ด ผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กล่าวว่า การวางกำลังอาวุธนิวเคลียร์อานุภาพทำลายต่ำ W76-2 มีความจำเป็นต่อการป้องปรามประเทศที่อาจเป็นศัตรูของสหรัฐ เช่น รัสเซีย จากความเชื่อที่ว่าการที่คู่แข่งมีอาวุธนิวเคลียร์อานุภาพต่ำ จะทำให้ได้เปรียบสหรัฐและชาติพันธมิตร โดยทึกทักเอาว่า การมีเพียงอาวุธนิวเคลียร์ขนาดใหญ่อานุภาพทำลายล้างสูงในคลังแสงสหรัฐจะไม่ตอบโต้ประเทศอื่นที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์เชิง &amp;quot;ยุทธวิธี&amp;quot; ขนาดเล็กในการโจมตีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิลเลียม อาร์กิน และฮานส์ คริสเต็นเซ็น เขียนบทความลงเว็บไซต์ของสหพันธ์นักวิทยาศาสตร์อเมริกันว่า หัวรบนิวเคลียร์ W76-2 มีอานุภาพขนาดประมาณ 5 กิโลตัน ในขณะที่หัวรบนิวเคลียร์ที่สหรัฐติดตั้งบนเรือดำน้ำปกตินั้นมีอานุภาพทำลายขนาด 455 กิโลตัน และ 90 กิโลตัน เปรียบเทียบกับระเบิดปรมาณู 2 ลูกที่สหรัฐทิ้งลงเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่นช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2488 ซึ่งมีขนาด 15 กิโลตัน และ 21 กิโลตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่กล่าวว่า หัวรบนิวเคลียร์ใหม่ที่มีขนาดค่อนข้างเล็กนี้ถูกติดตั้งไว้กับเรือดำน้ำ ยูเอสเอส เทนเนสซี ที่ลาดตระเวนอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เพนตากอนเคยกล่าวไว้ในรายงานทบทวนท่าทีด้านนิวเคลียร์ ปี 2559 ว่าสหรัฐจะวางกำลังอาวุธนิวเคลียร์ที่มีขนาดเล็ก ท่าทีนี้เกิดขึ้นจากทัศนะที่ว่ารัสเซียกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี ด้วยความคาดหมายว่าจะสามารถใช้ได้โดยไม่ยั่วยุให้เกิดการโจมตีระดับทำลายล้าง ซึ่งเป็นพื้นฐานของหลักการป้องปรามนิวเคลียร์สมัยสงครามเย็นที่ว่า การทำลายล้างที่สร้างความพินาศด้วยกันทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวางกำลังหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กในเรือดำน้ำครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางเมื่อปีที่แล้ว ข้อตกลงกับรัสเซียที่ทำไว้ตั้งแต่ยุคสงครามเย็นนี้มีเป้าหมายลดความเสี่ยงของความขัดแย้งทางนิวเคลียร์ด้วยการห้ามขีปนาวุธและมิสไซล์ครูซชนิดยิงจากพื้นที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ พิสัยระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร โดยสหรัฐอ้างว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงจากการพัฒนามิสไซล์ SSC-8&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สหรัฐและรัสเซียกำลังอยู่ระหว่างตัดสินใจด้วยว่าจะต่ออายุสนธิสัญญาลดอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ใหม่ ปี 2553 หรือไม่ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56410</URL_LINK>
                <HASHTAG>W76-2, นิวเคลียร์อานุภาพทำลายต่ำ, หัวรบนิวเคลียร์, เพนตากอน, เรือดำน้ำสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ad82bef57d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
