<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสเตรเลียปิดแดนนิวเซาท์เวลส์-วิกตอเรียสกัดไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียจะเริ่มปิดพรมแดนระหว่างกันเพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาตั้งแต่คืนวันอังคารนี้ ขณะที่อินเดียมียอดผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ขึ้นเป็นอันดับ 3 ของโลก ด้านพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในกรุงปารีสกลับมาเปิดแล้วหลังปิดไปเกือบ 4 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มัคคุเทศก์ชูรูปโมนาลิซาประท้วงสภาพการจ้างงาน ที่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียแถลงร่วมกันว่าเป็นครั้งแรกที่ตั้งแต่การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่จะต้องปิดพรมแดนระหว่าง 2 รัฐ โดยเริ่มตั้งแต่คืนวันอังคารนี้ เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐวิกตอเรียมีประชากรมากกว่า 6.6 ล้านคน เมื่อวันจันทร์มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 127 ราย พบผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ส่วนใหญ่ที่นครเมลเบิร์น โดยมีผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในอพาร์ตเมนต์หลายแห่งที่มีผู้อาศัยอย่างหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาเนียล แอนดรูว์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย กล่าวว่า การปิดพรมแดนระหว่างรัฐวิกตอเรียและรัฐนิวเซาท์เวลส์ เป็นสิ่งที่ถูกต้องและจำเป็นที่จะต้องทำ เมื่อต้องเผชิญกับการท้าทายในการควบคุมไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจรัฐวิกตอเรียแถลงว่า จะใช้โดรนและเครื่องมือสอดส่องทางอากาศอย่างอื่น เพื่อลาดตระเวนบริเวณชายแดนของรัฐที่มีพื้นที่ยาวไกลมาก ผู้ฝ่าฝืนจะต้องเสียค่าปรับเป็นเงินจำนวนมากและมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแผนที่จะกลับมาเปิดพรมแดนระหว่างรัฐวิกตอเรียกับรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ยังต้องเลื่อนไปอีกนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นมากในชุมชนต่างๆ ของนครเมลเบิร์น เมื่อวันเสาร์พบผู้ป่วยโรคนี้รายใหม่ 16 รายในการเคหะชุมชน 9 แห่ง ที่มีผู้อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ทำให้ต้องมีคำสั่งล็อกดาวน์ประชาชนที่อาศัยอยู่ในอาคารการเคหะทั้ง 9 แห่ง จำนวน 3,000 คน ตามมาตรการควบคุมไวรัสโคโรนาอย่างเข้มงวด ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมในเคหะชุมชนทั้ง 9 แห่งอยู่ที่ 53 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงสาธารณสุขอินเดียแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วประเทศมากกว่า 697,400 ราย ทำให้อินเดียกลายเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ขึ้นเป็นอันดับ 3 ของโลก แซงหน้ารัสเซียที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 681,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในอินเดียที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้หลายเมืองในอินเดียกลับมาใช้มาตรการควบคุมไวรัสที่เข้มงวดอีกครั้ง รวมถึงนครกัลกัตตา โดยในวันจันทร์ประกาศระงับเที่ยวบินจากเมืองหลักทั่วประเทศบินเข้ากัลกัตตา และช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาจัดตั้งโซนควบคุมไวรัสหลายสิบแห่ง ส่วนที่เมืองตริวันดรัม เมืองเอกของรัฐเกรละทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย มีคำสั่งปิดขนส่งสาธารณะทั้งหมดและปิดร้านค้าต่างๆ อนุญาตเฉพาะร้านขายยาที่ให้เปิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในกรุงปารีส กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อเวลา 09.00 น. วันจันทร์ตามเวลาในฝรั่งเศส หลังปิดไปเกือบ 4 เดือนตามมาตรการควบคุมไวรัสโคโรนา โดยผู้เข้าชมต้องซื้อตั๋วทางออนไลน์และต้องสวมหน้ากากระหว่างเข้าชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฌอง ลุค มาร์ติเนซ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เผยว่า ในวันแรกมีผู้จองตั๋วเข้าชมราว 7,000 คน จากที่ตามปกติพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีผู้เข้าชมราว 30,000 คนต่อวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70687</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวเซาท์เวลส์, ปิดพรมแดน, รัฐวิกตอเรีย, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f03327d53988.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟป่าทุเลา ออสซี่ผจญพายุฝุ่น-ลูกเห็บซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียเผชิญพายุฝนฟ้าคะนองและพายุลูกเห็บเมื่อวันจันทร์ หลังจากพายุฝุ่นกระหน่ำทั่วพื้นที่ที่เผชิญภัยแล้ง ขณะสถานการณ์ไฟป่าทุเลาลงแล้วแต่ยังไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกเห็บขนาดเท่าลูกกอล์ฟตกที่อาคารรัฐสภาในกรุงแคนเบอร์ราเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออสเตรเลียประสบกับฤดูไฟป่ารุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วด้วยผลพวงจากภาวะโลกร้อน ไฟได้เผาทำลายพื้นที่กว้างใหญ่ในรัฐฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย บ้านเรือนถูกไฟไหม้มากกว่า 2,000 หลัง และมีคนสังเวยชีวิตอย่างน้อย 29 ราย ฝนที่ตกลงในช่วงไม่กี่วันนี้บรรเทาสถานการณ์ลงได้มาก แต่ยังคงมีไฟป่าลุกไหม้อยู่มากกว่า 80 จุด ในรัฐนิวเซาท์เวลส์และวิกตอเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม กล่าวว่า พายุลูกเห็บรุนแรงกระหน่ำกรุงแคนเบอร์รา โดยมีภาพวิดีโอเผยสภาพกิ่งไม้หักโค่น กระจกรถยนต์และกระจกหน้าต่างแตก เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือหลายร้อยราย หน่วยกู้ภัยต้องแนะนำประชาชนให้เคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากสถานที่กลางแจ้งและห่างจากต้นไม้และเสาไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งรวมถึงนครซิดนีย์ ให้เตรียมรับมือกับพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้ และอาจสร้างความเสียหายทั้งจากกระแสลมรุนแรง ลูกเห็บขนาดใหญ่ และฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐวิกตอเรีย, นิวเซาท์เวลส์ และควีนส์แลนด์ เผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ช่วงหลายวันมานี้ เมื่อวันจันทร์ หน่วยรถพยาบาลนิวเซาท์เวลส์แถลงว่า มีเด็กชายวัย 16 ปี และชายวัย 24 ปี ได้รับบาดเจ็บจากฟ้าผ่าขณะไปท่องเที่ยวที่บลูเมาเทนส์ แต่โชคดีที่ทั้งคู่ไม่ได้โดนสายฟ้าโดยตรงจึงรอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองในฝั่งตะวันตกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ เช่น เมืองออเรนจ์และดับโบ เผชิญกับลมพายุรุนแรงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ก่อให้เกิดกำแพงพายุฝุ่นขนาดมหึมาปกคลุมเมือง ชาวเมืองกล่าวกันว่าเมฆฝุ่นปกคลุมท้องฟ้าบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้เวลากลางวันเหมือนยามค่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอชลีห์ ฮัลล์ ชาวเมืองดับโบ บอกกับเอเอฟพีว่า พวกเธอคุ้นเคยกับการรับมือเมื่อเห็นพายุฝุ่นเคลื่อนเข้าใกล้ เช่น ปิดประตูหน้าต่าง ปิดเครื่องปรับอากาศ แต่พายุฝุ่นครั้งนี้น่าตื่นตะลึงกว่าพายุฝุ่นทั่วๆ ไป มันเหมือนกับที่เห็นในหนังวันสิ้นโลก ที่คลื่นขนาดมหึมากำลังเคลื่อนเข้ามาหา เป็นภาพที่น่าประทับใจ แต่เธอหวังให้พายุนี้นำฝนมา ไม่ใช่ฝุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครเมลเบิร์นทางใต้ในรัฐวิกตอเรียก็เผชิญกับพายุลูกเห็บขนาดใหญ่ด้วยเมื่อวันอาทิตย์ รัฐนี้ยังคงมีไฟป่าคุกรุ่นอยู่หลายจุด ฝนที่ตกกระหน่ำในพื้นที่ทางเหนือช่วยบรรเทาไฟป่าลงได้ แต่แดเนียล แอนดรูส์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย เตือนว่า สภาพพื้นดินที่ชุ่มฝนเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกับเครื่องจักรกลหนักในพื้นที่เสียหายจากไฟป่า ปัญหาดินถล่มยิ่งเพิ่มความยุ่งยากต่อการเปิดเส้นทางที่ถูกปิดด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55070</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวเซาท์เวลส์, พายุฝนฟ้าคะนอง, พายุฝุ่น, พายุลูกเห็บ, วิกตอเรีย, ออสเตรเลีย, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25b67a188b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กออสซี่ 4 คน วัย 10-14 ปี ขโมยรถโฟร์วีลขับไกล 1,000 กม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจออสเตรเลียควบคุมตัวเด็กชาย 3 คนอายุ 13-14 ปี และเด็กหญิงอายุ 10 ปี ภายหลังพบว่าเด็กกลุ่มนี้ขโมยรถโฟร์วีลของพ่อแม่เด็กคนหนึ่งขับข้ามพื้นที่กันดารใจกลางประเทศเป็นระยะทางถึง 1,000 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากตำรวจรัฐควีนส์แลนด์ / Queensland Police&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของตำรวจออสเตรเลียเมื่อวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคมว่า เด็กชายโตสุดในกลุ่มอายุ 14 ปี ส่วนเด็กชายอีก 2 คนอายุ 13 ปี และเด็กหญิงอายุ 10 ปี เริ่มการเดินทางของพวกเขาเมื่อวันเสาร์จากเมืองร็อกแฮมป์ตัน รัฐควีนส์แลนด์ โดยขโมยรถยนต์ของครอบครัวสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่ม พร้อมกับนำเงินสดและเบ็ดตกปลาติดรถไปด้วย เด็กคนหนึ่งเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้ครอบครัวรู้ถึงแผนของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจรัฐควีนส์แลนด์กล่าวว่า มีผู้พบเห็นรถคันนี้เมื่อเช้าตรู่วันอาทิตย์ ที่เมืองบานานาในเขตเอาต์แบ็ก ที่นั่นเด็กๆ ขโมยเติมน้ำมัน ก่อนจะขับรถลงใต้ จากนั้นคืนวันเดียวกัน รถยนต์คันนี้โผล่ใกล้เมืองแกรฟตัน รัฐนิวเซาท์เวลส์ ห่างจากเมืองร็อกแฮมป์ตันโดยใช้เวลาขับรถประมาณ 11 ชั่วโมง หรือเกินกว่า 1,000 กิโลเมตร&amp;nbsp; ตำรวจนิวเซาท์เวลส์ติดตามจนเจอรถคันนี้ แต่พวกเด็กๆ ไม่ยอมลงจากรถ ตำรวจต้องใช้ไม้ตะบองทุบกระจกแล้วจับกุมพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ชัดเจนว่าเด็กคนไหนเป็นคนขับ แต่ตำรวจบอกว่าพวกเขาน่าจะสลับกันขับ ตำรวจกำลังสอบสวนการกระทำผิดหลายกระทงระหว่างทริปผจญภัยของพวกเขา และอาจจะตั้งข้อหา ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรคือมูลเหตุจูงใจ เด็กกลุ่มนี้ไม่ได้มาจากครอบครัวเดียวกันทั้ง 4 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎหมายรัฐควีนส์แลนด์และนิวเซาท์เวลส์ ผู้ขับรถสามารถขอใบอนุญาตขับขี่ได้เมื่ออายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41068</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับไกล 1000 กม., ขโมยรถ, ควีนส์แลนด์, นิวเซาท์เวลส์, เด็ก 4 คน, เด็กออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c885deb365.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
