<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบสอบปากคำทีมแพทย์รักษาน้องอมยิ้ม-อิ่มบุญ &#039;ผบก.ป.&#039; ยันผลดีเอ็นเอไม่มีผลต่อรูปคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.63 - กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าคดี น.ส.นิษฐา วงวาล หรือแม่ปุ๊ก แม่เลี้ยงเดี่ยววัย 29 ปี ผู้ต้องหาคดีวางยา ด.ญ.อมยิ้ม วัย 4 ขวบ บุตรบุญธรรมและ ด.ช.อมยิ้ม วัย 2 ขวบ ลูกแท้ๆ เพื่อหลอกรับเงินบริจาค ว่า แม้ว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวจะทราบผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเออย่างไม่เป็นการซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นแม่-ลูกโดยสายเลือดกันจริง &amp;nbsp;แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงต้องรอผลอย่างเป็นทางการเพื่อนำมาประกอบสำนวนอยู่ดี พร้อมกันนี้ตนยังขอยืนยันว่าผลดีเอ็นเอที่ออกมาไม่มีผลกระทบต่อรูปคดี เพราะคดีนี่ไม่เกี่ยวกับใครเป็นบิดามารดาของใคร แต่เกี่ยวกับใครกระทำต่อเด็ก และใครได้รับผลประโยชน์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. กล่าวว่า การเชิญตัวบุคคลใกล้ชิดภายในของครอบครัวของ น.ส.นิษฐา มาสอบปากคำเมื่อวานที่ผ่านมาเป็นการเชิญมาสอบปากคำในฐานะพยาน เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงทางคดีบางอย่างที่ยังมีข้อสงสัยอยู่ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กทั้ง 2 คน ของ น.ส.นิษฐา และเส้นทางการเงินบางส่วน ซึ่งทั้งหมดก็ให้ความร่วมมือและให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นเรื่องในสำนวนคดี ทั้งนี้ภายหลังสอบปากคำแล้วเสร็จก็ได้ปล่อยตัวทั้งหมดกลับบ้านตามปกติ ไม่ได้มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใด โดยหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะนำคำให้การของพยานทั้งหมดไปตกผลึกวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ปทักข์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆในขณะนี้ยังคงยืนยันว่า ยังไม่พบผู้ร่วมกระทำผิดอื่นๆ ผู้ต้องหายังคงมีแค่ น.ส.นิษฐา เพียงคนเดียว แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และจำเป็นต้องสอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนจะเชิญตัวใครมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกนั้นไม่ขอเปิดเผย และต้องพิจารณาสำนวนก่อน &amp;nbsp; ส่วนการตรวจสอบยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีทั้ง 5 บัญชีจนมียอดเงินหมุนเวียนกว่า 15 ล้านบาทในช่วงเวลา 2-3 ปี นั้น พบว่าเป็นการโอนเงินเข้ามาครั้งละจำนวนไม่มากจากผู้ใจบุญ ก่อนที่ น.ส.นิษฐา จะทยอยถอนออกไปเพื่อนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นเรื่อยๆ จนมียอดถอนออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งการจะตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเงินถูกนำไปใช้อะไรบ้างนั้นจึงจำเป็นต้องเวลาในการตรวจสอบให้แน่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวได้มีการจัดทีมคณะพนักงานสอบสวน กก.4 บก. ป. ไปทำการสอบปากคำแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ รังสิต ทั้งแพทย์ผู้รักษาและแพทย์ที่ดูแลอาการป่วยของ ด.ญ.อมยิ้ม และ ด.ช.อิ่มบุญ เพื่อสักถามในประเด็นเกี่ยวกับอาการป่วยของเด็กรวมไปถึงพฤติกรรมต่างๆของ น.ส.นิษฐา ขณะที่ไปเฝ้าเยี่ยมเด็กทั้ง 2 คน นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้เตรียมประสานไปยังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์ เพื่อขอให้จัดส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตเวชเข้าทำการตรวจสอบ น.ส.นิษฐา ภายในเรือนจำ เพื่อพิสูจน์ว่า น.ส.นิษฐา นั้นมีปัญหาทางสุขภาพจิตจริงตามที่พ่อของ น.ส.นิษฐา กล่าวอ้างจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผลการตรวจวินิจฉัยพบว่ามีปัญหาด้านสุขภาพจิตจริงก็จะมีการพิจารณาดูต่ออีกว่าอาการป่วยอยู่ในเกณฑ์ใด และจะมีผลทางคดีหรือไม่ ซึ่งในส่วนขงกรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่เองก็ไม่ได้เป็นกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากปกติแล้วตามหลักกฎหมายจะมีการพิจารณาตามเกณฑ์การป่วยออกเป็นหลายระดับไม่ใช่ว่าหากป่วยทางสุขภาพจิตแล้วจะได้รับละเว้นโทษหรือคดี ประกอบกับการสังเกตพฤติกรรมของ น.ส.นิษฐา ของทางเจ้าหน้าที่เมื่อครั้งสอบปากคำหลังถูกจับกุมตัวที่ผ่านมา ก็ไม่พบอาการทางจิตที่ผิดปกติ น.ส.นิษฐา สามารถพูดคุยตอบข้อสักถามได้เหมือนคนที่มีสติสัมปชัญญะทั่วไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67101</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปราม, นิษฐา วงวาล, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece35f7076d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลดีเอ็นเอตรงกัน แม่วางยาลูก2ขวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ &amp;quot;แม่ปุ๊ก&amp;quot; ผู้ต้องหาวางยาลูกขอรับบริจาค ตรงกับ &amp;quot;เด็กชายวัย 2 &amp;nbsp;ขวบ&amp;quot; ยืนยันความสัมพันธ์แม่ลูกกันจริง ส่วนผลการตรวจสารเคมีคาดภายในสัปดาห์นี้จะทราบผล เร่งตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาคกว่า 15 ล้านบาทล่องหนไปไหน ขณะที่ &amp;quot;ด.ช.อิ่มบุญ&amp;quot; อาการปลอดภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ น.ส.นิษฐา วงวาล หรือแม่ปุ๊ก อายุ 29 ปี หลังมีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตที่ผิดปกติของ ด.ญ.อมยิ้ม อายุ 4 ขวบ บุตรบุญธรรม และ ด.ช.อิ่มบุญ อายุ 2 ขวบ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นบุตรแท้ๆ ล้มป่วยด้วยอาการผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมีรายงานผลการตรวจดีเอ็นเอ หรือสารพันธุกรรมของ น.ส.นิษฐา หรือแม่ปุ๊ก เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นแม่ของเด็กชายอิ่มบุญจริงหรือไม่ โดยให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิสูจน์ดีเอ็นเอยืนยันอัตลักษณ์บุคคล โดยแหล่งข่าวระดับสูงภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอในห้องปฏิบัติการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลระหว่าง น.ส.นิษฐากับเด็กชายอิ่มบุญวัย 2 ขวบ เป็นแม่ลูกแท้ๆ โดยสายเลือด โดยกองพิสูจน์หลักฐานกลางจะส่งผลพิสูจน์ให้พนักงานสอบสวนประกอบสำนวนคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตรวจดีเอ็นเอของ น.ส.นิษฐา กับ ด.ช.อิ่มบุญ ก็เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าอาจไม่ใช่แม่ลูกกันจริง เหมือนกรณีของ ด.ญ.อมยิ้ม วัย 4 ขวบ ที่ น.ส.นิษฐารับมาดูแล ก่อนวางยาแล้วสร้างเรื่องราวน่าสงสารขอความเห็นใจจากสังคมหวังเงินบริจาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผลตรวจสารเคมีนั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจแยกสารอย่างละเอียด คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ผลพิสูจน์จะออกมาอย่างละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอาการของ ด.ช.อิ่มบุญ ล่าสุดอาการปลอดภัย แข็งแรงดีขึ้นแล้ว โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม.ได้รับตัวไปดูแลทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินจากบัญชีรับโอนเงินทั้ง 5 &amp;nbsp;บัญชี เบื้องต้นพบว่าระหว่างปี 2561-2563 หรือตั้งแต่เปิดบัญชีมา มีเงินหมุนเวียนรวมกว่า 15 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นยอดเงินที่มาจากการรับบริจาครักษาอาการป่วยของเด็กทั้งสองคนกับเงินขายสินค้าต่างๆ แต่หลังจากที่ตำรวจอายัดบัญชีกลับมียอดคงเหลือเพียงหลักร้อยบาทเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบต่อไปว่าเงินถูกยักย้ายถ่ายเทไปที่บัญชีใครบ้าง หรือถูกโอนเข้าบัญชีพ่อและแม่ของ น.ส.นิษฐา หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่า น.ส.นิษฐามีพฤติกรรมติดการพนัน แต่เชื่อว่าอาจมีการรับเด็กเล็กมาอุปการะ และใช้ความน่าสงสารในการหาประโยชน์รับบริจาคเงิน เพราะที่ผ่านมามีประวัติถูกจับกุมคดีฉ้อโกงทรัพย์ตั้งแต่ปี 2559 จำนวน 2-3 คดีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า น.ส.นิษฐาเคยเข้ารับการรักษาปัญหาสุขภาพจิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ &amp;nbsp;2563 นั้น ตำรวจยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดและอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ แต่จากการสอบปากคำผู้ต้องหาก็ยังให้การเหมือนคนปกติ มีสติครบถ้วนดี ไม่พบอาการคล้ายการป่วยทางจิตใดๆ เชื่อว่าไม่น่าจะกระทบต่อรูปคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67000</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิษฐา วงวาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecd0861c9021.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มข้อหาค้ามนุษย์ เงิน&#039;แม่ปุ๊ก&#039;ล่องหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกองปราบฯ ระบุคดี &amp;quot;แม่ปุ๊ก&amp;quot; ผู้ต้องสงสัยวางยาให้ลูก &amp;quot;อมยิ้ม-อิ่มบุญ&amp;quot; เพื่อให้มีอาการป่วยและขอรับเงินบริจาค ขณะนี้คืบหน้ากว่า 50% สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องหลายปากแล้ว &amp;nbsp;เร่งรัดผลตรวจหลักฐานต่างๆ ในบ้านเพื่อหาสารพิษ รอผลพิสูจน์ดีเอ็นเอแม่-ลูก เผยเตรียมสอบเพิ่ม &amp;quot;แม่ปุ๊ก&amp;quot; แชตไลน์หลุดโดนแฉ &amp;quot;น้องอิ่มบุญ&amp;quot; ไม่ใช่ลูกแท้ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีจับกุม น.ส.นิษฐา วงวาล หรือแม่ปุ๊ก อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่เชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำให้ ด.ช.อิ่มบุญ อายุ 2 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรแท้ๆ และ ด.ญ.อมยิ้ม อายุ 4 ขวบ บุตรบุญธรรม ล้มป่วยด้วยอาการผิดปกติ เพื่อสร้างเรื่องให้ดูน่าสงสาร หลอกเอาเงินจากคนอื่นจนเป็นเหตุให้ ด.ญ.อมยิ้มเสียชีวิต และ ด.ช.อิ่มบุญอาการสาหัส ก่อนที่ต่อมาจะได้รับการรักษาจนอาการปลอดภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดพยานหลักฐานต่างๆ ที่พบในบ้านพัก ตั้งแต่ภาชนะและเครื่องใช้เด็ก ไปจนถึงสารต้องสงสัยทั้งหมดส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐานและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ตรวจพิสูจน์เรื่องสารพิษแล้ว แต่ยังไม่ทราบผลตรวจ ซึ่งทางตำรวจก็จะมีการเร่งรัดผลตรวจอีกครั้ง และในส่วนของแม่ปุ๊ก ตำรวจได้นำตัวฝากขังศาลไปแล้วตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ป.กล่าวอีกว่า ส่วนหลักฐานบันทึกการสนทนาแชตไลน์ที่อ้างว่าเป็นสนทนาระหว่าง น.ส.นิษฐา ผู้ต้องหา กับแม่เอม แม่ที่แท้จริงของ ด.ญ.อมยิ้ม โดยในบทสนทนาอ้างว่าน้องอิ่มบุญไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่เป็นลูกของน้องชาย ซึ่งตัวเองได้รับมาเลี้ยงเป็นลูกนั้น ตำรวจก็ได้เก็บข้อมูลดังกล่าวแล้ว และได้นำไปประกอบสำนวน ถึงแม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะไม่ตรงกับคำให้การของ น.ส.นิษฐา ที่ยืนยันว่า ด.ช.อิ่มบุญเป็นลูกของตนเอง แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญ เพื่อประกอบกับผลการตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลในสัปดาห์นี้ จากนั้นอาจต้องสอบปากคำ น.ส.นิษฐาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีแชตสนทนาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ น.ส.นิษฐา หรือแม่ปุ๊ก ว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เรียกคณะทำงานประชุมติดตามในประเด็นต่างๆ แต่ขออนุญาตไม่ให้สื่อมวลชนทำข่าว ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานคลี่คลายความสงสัยให้กับสังคมก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ปทักข์กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้วหลายปาก มีความคืบหน้าเกิน 50% ยังเหลือพยานหลักฐานบางอย่างที่ต้องรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ผลการตรวจดีเอ็นเอของ น.ส.นิษฐา และ ด.ช.อิ่มบุญ อายุ 2 ขวบ ว่าเป็นแม่ลูกโดยกำเนิดหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ ต้องรอผลการตรวจจากทางกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผกก.บก.ป.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการสอบปากคำ น.ส.นิษฐา เพิ่มเติม และตัวผู้ต้องหาก็อยู่ในเรือนจำ ตำรวจมีการสอบปากคำไปก่อนหน้านั้นแล้ว แม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ ก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ สิ่งที่ น.ส.นิษฐาให้ปากคำตำรวจก็อยู่ระหว่างพิสูจน์ว่าสิ่งไหนจริง สิ่งไหนเท็จ ส่วนแม่เอม ที่เป็นแม่แท้ๆ ของ ด.ญ.อมยิ้ม ยังไม่มีการสอบปากคำเพิ่มเติมเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้ได้สอบไปครบถ้วนแล้ว ถ้าหากระหว่างนี้มีประเด็นใดสงสัยก็สามารถสอบปากคำได้ ส่วนข้อมูลทั้งสองคนที่ให้การกับตำรวจสอดคล้องหรือขัดแย้งกันหรือไม่ เป็นเรื่องในสำนวน ไม่ขอเปิดเผยรายระเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ น.ส.นิษฐาเปลี่ยนชื่อถึง 4 ครั้ง ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่า เพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามเปลี่ยนชื่อ ส่วนจะมองว่าจงใจเปลี่ยนชื่อบ่อยเพื่อปกปิดหรืออำพรางความผิดหรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้ ต้องมีบริบทอื่นมาประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองปราบฯ ได้จับกุมตัว น.ส.นิษฐา 5 ข้อหา ได้แก่ 1.ฉ้อโกงประชาชน 2.รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ 3.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 4.ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย และ 5.ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้น ก็ยังคงดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาว่ายอดเงินหมุนเวียนกว่า 20 ล้านนั้น ถูกยักย้ายโอนไปให้ใครบ้าง ข้อสงสัยที่ว่าเงินบริจาคจำนวนมากขนาดนั้น ทำไมการใช้ชีวิตและที่อยู่อาศัยของแม่ปุ๊กขัดแย้งกับเงินเหล่านั้น หรือว่าเงินบริจาคนั้นถูกแบ่งไปให้ใครหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการสอบปากคำแม่เอม แม่แท้ๆ ของน้องอมยิ้มที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านั้น ก็ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเกือบครบแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อพิรุธกับให้การของแต่ละคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ทั้งนี้แม่เอมได้หายออกไปจากบ้านพักนั้น ทางตำรวจยืนยันว่ายังสามารถติดต่อได้ ซึ่งคาดว่าที่หายไปจากบ้านพักเนื่องจากมีผู้สื่อข่าวบางสำนักไปก่อกวนบริเวณหน้าบ้านจึงทำให้เกิดความเครียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคดีนี้ ดีเอ็นเอของน้องอิ่มบุญจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการไขปมข้อสงสัยหลายอย่าง เนื่องจากหากน้องอิ่มบุญไม่ได้เป็นลูกแท้ๆ ของ น.ส.นิษฐา คดีนี้จะมีน้ำหนักมาก และมูลเหตุแรงจูงใจให้ก่อเหตุ รวมไปถึงการทำเป็นขบวนการค้ามนุษย์ อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่าใครเป็นผู้เอาสารพิษเข้าสู่ร่างกายเด็กทั้ง 2 คน แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะใช้หลักฐานในหลายส่วนมาประกอบการพิจารณาคดี เช่น คำให้การ เส้นทางการเงิน ผลดีเอ็นเอจากหลักฐานที่เก็บได้ในบ้านที่เกิดเหตุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66900</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิษฐา วงวาล, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecbab1b8b7a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยันหลักฐานมัด แม่ฆ่าลูกรับบริจาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป.แถลงจับ &amp;quot;แม่ปุ๊ก&amp;quot; วางยาฆ่าลูกขอรับเงินบริจาค ได้ไป 20 ล้านแลกกับชีวิตลูกบุญธรรมวัย 4 ขวบ ส่วนลูกแท้ๆ วัย 2 ขวบอาการยังโคม่า ดำเนินคดี 5 ข้อหาหนัก แพทย์ระบุเด็กได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยการกิน รอผลตรวจใช่น้ำยาล้างห้องน้ำที่พบหรือไม่ เผยผู้ต้องหาเคยเรียนเภสัชฯ เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลมาแล้ว 6 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) วันที่ 24 พฤษภาคมนี้ &amp;nbsp;พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รอง ผกก.4 บก.ป. และ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม รอง ผกก.4 บก.ป. ร่วมแถลงกรณีตำรวจ กก.4 บก.ป. จับกุม น.ส.นิษฐา วงวาล หรือแม่ปุ๊ก ในข้อหา &amp;ldquo;รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, &amp;nbsp;ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ฉ้อโกงประชาชน&amp;rdquo; จากการก่อเหตุหลอกลวงชาวเน็ตให้สั่งซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่าต้องการนำเงินไปรักษาลูกสาวชื่อน้องอมยิ้ม อายุ 4 ขวบ ที่ป่วยเป็นโรคประหลาดก่อนจะเสียชีวิตไปเมื่อปลายปี 2562 ต่อมาแม่ปุ๊กอ้างว่าน้องอิ่มบุญ อายุ 2 ขวบ ลูกชายคนเล็กได้ป่วยแบบเดียวกัน แต่เมื่อแพทย์ตรวจสอบอาการเด็กแล้วพบพิรุธว่าเด็กอาจถูกสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำลายร่างกาย ขณะที่ตัวแม่ปุ๊กกลับได้เงินช่วยเหลือไปร่วม 20 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.เอกสิทธิ์กล่าวว่า คดีนี้ในส่วนของกองปราบฯ เริ่มจากแม่เอม ซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ของน้องอมยิ้ม ถูกหมายเรียกในคดีหลอกขายสินค้าออนไลน์ เจ้าตัวจึงเข้าชี้แจงว่าถูกแม่ปุ๊กนำเอกสารส่วนตัวไปใช้เปิดบัญชีธนาคาร โดยอ้างว่าจะนำไปทำประกันสุขภาพให้น้องอมยิ้ม ต่อมาตำรวจสืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่าบัญชีชื่อแม่เอมเกี่ยวข้องกับการรับบริจาคเงินให้น้องอมยิ้มและน้องอิ่มบุญ &amp;nbsp;เมื่อขยายผลพบว่ามีผู้เสียหายสั่งซื้อของกับแม่ปุ๊กแล้วไม่ได้รับสินค้าจำนวนมากได้โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับจนกลายเป็นที่มาของการจับกุมครั้งนี้ พบเงินหมุนเวียนรวม 5 บัญชี เป็นชื่อของแม่เอม 3 บัญชี โดยแม่ปุ๊กเป็นผู้ดำเนินการเอง และชื่อแม่ปุ๊ก 2 บัญชี รวมยอดเงินราว 15-20 ล้านบาท แต่ยังไม่พบหลักฐานเงินบริจาคที่เชื่อมโยงไปถึงแม่เอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.ณัฐพงษ์กล่าวว่า ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าโรคประหลาดที่แม่ปุ๊กอ้างว่าลูกทั้งสองป่วยนั้น ไม่มีอยู่จริง ส่วนอาการเจ็บป่วยของเด็กซึ่งมีร่องรอยแผลไหม้ที่ปากนั้น ชัดเจนว่าเป็นการรับสารพิษเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานเข้าไป ไม่ใช่โรคทางพันธุกรรมตามคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา ซึ่งแพทย์ยืนยันข้อเท็จจริงมาแล้ว โดยในวันที่จับกุมผู้ต้องหา ตำรวจได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านและพบสารเคมีเป็นของเหลวต้องสงสัยบางอย่าง ซึ่งกำลังส่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นสารที่ออกฤทธิ์ตรงกับที่แพทย์ให้ข้อมูลเรื่องอาการของเด็กหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย แต่ยืนยันว่าตำรวจมีหลักฐานที่น่าเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง และหากมีพยานหลักฐานยืนยันได้ว่ามีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ว่า น.ส.นิษฐาเคยเรียนเภสัชศาสตร์ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการนำสารเคมีมาใช้หรือไม่ ก็นับเป็นข้อมูลสำคัญที่กำลังสืบสวนอยู่ ทั้งนี้ พบว่ายอดเงินบริจาคที่ได้รับ ไม่สอดคล้องกับค่ารักษาอาการเด็กอย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะอาจมีการใช้สิทธิ์เบิกประกันอย่างไรหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.ณัฐพงษ์กล่าวว่า การที่แม่เอมยกน้องอมยิ้มให้แม่ปุ๊กรับไปดูแลนั้น เพราะเจ้าตัวไม่พร้อมจะมีบุตร โดยไปรู้จักกันผ่านโซเชียลเท่านั้น ซึ่งแม่ปุ๊กอ้างว่าจบเภสัชศาสตร์ แม่เอมจึงเชื่อว่าเด็กจะมีอนาคตที่ดีกว่า จึงขอฝากว่า การมีบุตรในสภาพไม่พร้อมนั้น ยังมีหน่วยงานรัฐที่พร้อมให้การช่วยเหลือ การนำบุตรไปยกให้คนอื่นเองอาจไม่ปลอดภัยต่อสวัสดิภาพของเด็กอย่างที่ควรจะเป็น และกลายเป็นบ่อเกิดปัญหาสังคม ขอเตือนด้วยว่า การให้เอกสารส่วนตัวกับคนอื่นนั้นไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ และฝากประชาชนที่ได้รู้เห็นพฤติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้องอิ่มบุญ น้องอมยิ้ม ขอให้ติดต่อ กก.4 บก.ป. เพื่อให้ข้อมูลประกอบการทำคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ต้องหารับสารภาพเฉพาะคดีฉ้อโกงประชาชน ที่มีพฤติกรรมหลอกลวงให้มาคนบริจาค ส่วนข้อหาอื่นๆ เช่น ทำร้ายร่างกาย พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาค้ามนุษย์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ตำรวจก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม คาดว่าจะส่งสำนวนสั่งฟ้องได้ภายใน 1 เดือน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีแม่ปุ๊กต้องหาวางยาลูก มีข้อมูลที่น่าสนใจ ย้อนไปเมื่อปี 2560 แม่ปุ๊กสร้างโปรไฟล์เฟซบุ๊ก อ้างตัวเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูก 2 คน คือ ด.ญ.อมยิ้ม และ ด.ช.อิ่มบุญ ต่อมาปี 2562 แม่
ปุ๊กโพสต์ภาพและรับบริจาคช่วยน้องอมยิ้ม อ้างว่าป่วยเป็นโรคประหลาด มีเลือดไหลและอ้วกเป็นเลือด ซึ่งมีผู้ป่วยเพียง 1 ในล้าน ชื่อโรค &amp;quot;เรนินโนม่าห์&amp;quot; มีการทำสินค้าต่างๆ ออกมาเพื่อขอรับบริจาค อ้างจะใช้เป็นทุนในการรักษา แต่ปรากฏว่าเดือนสิงหาคม 2562 น้องอมยิ้มอาการทรุดหนัก กระทั่งเสียชีวิตในเดือนธันวาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 2563 แม่ปุ๊กอ้างว่าเสียใจที่น้องอมยิ้มเสียชีวิต จึงจะไปถือศีลบวชชี แต่ก่อนไปบวชได้โพสต์อ้างว่าน้องอิ่มบุญป่วยด้วยโรคเดียวกัน จึงจะขอขายสินค้าต่างๆ เพื่อนำเงินไปรักษาลูก ทำให้ชาวเน็ตแห่บริจาคเงิน และซื้อสินค้าจำพวกหน้ากากอนามัยและถุงผ้าจากแม่ปุ๊กจำนวนมาก คาดว่ามียอดบริจาครวม 20 ล้านบาท แต่แม่ปุ๊กไม่ได้ส่งสินค้าให้ผู้ซื้อและผู้บริจาค ทำให้ชาวเน็ตบางส่วนเริ่มตั้งข้อสงสัย กระทั่งมีผู้โพสต์ตั้งข้อสังเกตว่าเด็กทั้ง 2 คนถูกวางยาหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นดังกล่าว ทำให้แม่ปุ๊กเข้าแจ้งความตำรวจเมื่อวันที่ 24 เมษายน ให้ดำเนินคดี 2 บุคคลที่โพสต์โจมตีว่ามีการวางยาลูก ขณะที่แพทย์ตรวจร่างกายน้องอิ่มบุญอย่างละเอียด พบสารเคมีที่ออกฤทธิ์เป็นกรด ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส คล้ายสารเคมีที่เป็นส่วนผสมของน้ำยาล้างห้องน้ำหรือน้ำยาซักฟอก เข้าสู่ร่างกายโดยการกลืนเข้าไป ทำให้มีแผลในปาก ลำไส้ และกระเพาะอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ตำรวจได้ตรวจสอบสูติบัตรของน้องอมยิ้ม พบว่าแม่ปุ๊กไม่ใช่แม่เด็ก ส่วนสูติบัตรของน้องอิ่มบุญ ระบุว่ามารดาคือ แม่ปุ๊ก แต่ไม่มีบิดา และไม่ปรากฏประวัติฝากครรภ์ นอกจากนี้ ชื่อบัญชีที่รับโอนเงินยังไม่ใช่ชื่อของตนเอง อีกทั้งพบประวัติเคยเปลี่ยนชื่อและนามสกุล 6 ครั้ง ในที่สุดตำรวจกองปราบฯ จึงจับกุมแม่ปุ๊กดำเนินคดี โดยสถานะปัจจุบันถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิง เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว 300,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66816</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิษฐา วงวาล, พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca66065c67e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
