<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิสสัน “Go Anywhere” ตะลุยมาเลเซียกับสื่ออาเซียน รวมระยะทางกว่า 2,000 กม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;นิสสัน ประเทศไทย พร้อมสื่อมวลชน 78 คนจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมผจญภัย เป็นเวลา 8 วัน 7 คืน มีระยะทางรวมกว่า 2,000 กิโลเมตร ตะลุยรอบประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การทดสอบขับภายใต้ธีม &amp;ldquo;Go Anywhere&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ลุยได้ทุกที่&amp;rdquo; ของนิสสัน ผ่านภูมิประเทศที่หลากหลายของมาเลเซียจัดขึ้นเพื่อทดสอบรถยนต์นิสสันที่ผลิตขึ้นจากฐานการผลิตในประเทศไทย โดยเส้นทางรอบประเทศมาเลเซียสามารถพิสูจน์สมรรถนะ ความสะดวกสบายในการขับขี่ และเทคโนโลยีอัจฉริยะจากการใช้งานจริง ของนิสสัน เทอร์ร่า นิสสัน นาวารา และนิสสัน เอ็กซ์เทรล สภาพเส้นทางที่ผสมผสานถนนลาดยาง ถนนโค้งบนภูเขา หรือการผจญภัยแบบออฟโรด ประสบการณ์การขับขี่เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงคุณภาพระดับโลกของรถยนต์นิสสัน การเดินทางรอบประเทศมาเลเซียมีสื่อมวลชนหลากหลายด้าน อาทิ ยานยนต์และไลฟ์สไตล์ร่วมผจญภัยใน 3 กลุ่ม ขับรถยนต์นิสสันไปตามเส้นทางที่หลากหลาย พิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์แต่ละรุ่น ไปตามจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นเต้นเร้าใจสำหรับการเดินทางที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เส้นทาง และสภาพการขับขี่ที่มีเอกลักษณ์ตามลักษณะภูมิประเทศ การจราจรเป็นแบบพวงมาลัยขวาและขับรถชิดทางด้านซ้ายเช่นเดียวกับประเทศไทย เขตเมืองสำคัญมีการจราจรหนาแน่นในช่วงเช้าและบ่าย การเดินทางรอบประเทศมาเลเซียจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;Go Anywhere&amp;rdquo; ณ ประเทศมาเลเซีย เริ่มต้นด้วยการขับรถบนทางหลวงจากอำเภอหาดใหญ่ ไปยังชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ด่านสะเดา หลังจากนั้นคาราวานได้เดินทางเข้าสู่รัฐเกอดะฮ์ (Kedah) ประเทศมาเลเซีย ก่อนเดินทางไปยังภูเขาเจไร (Mount Jerai) ปราสาทเคลลี (Kellie&amp;#39;s Castle) และกรุงกัวลาลัมเปอร์ ขณะที่กลุ่มที่สองขับจากกัวลาลัมเปอร์ไปยังเมืองกวนตัน (Kuantan) ผ่านเมืองปุตราจายา (Putrajaya) และเมืองมะละกา (Malacca) ในขณะที่กลุ่มสุดท้ายเดินทางจากกวนตันผ่านเมืองกัวลาตรังกานู (Kuala Terengganu) ไปยังรัฐปีนัง (Penang) ก่อนที่จะข้ามชายแดนด่านสะเดากลับสู่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์นิสสันทั้งสามรุ่นนี้ได้มอบการขับขี่ที่ปลอดภัยตลอดการเดินทางบนสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย รวมถึงการใช้ความเร็วบนถนนลาดยาง แสดงความสามารถในการยึดเกาะถนนบนทางโค้งที่แคบ และความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรด แสดงสมรรถะที่แท้จริงจากอัตราเร่งที่ดีของเครื่องยนต์ในรถยนต์แต่ละรุ่นให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการควบคุมรถผ่านอุปสรรคต่างๆ อย่างนุ่มนวล พิสูจน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบบนเส้นทางที่ท้าทายโดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนที่ขรุขระธุรกันดาร ในขณะที่ฟังก์ชันการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนขณะขับขี่ หรือ shift-on-the-fly ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากสองล้อ (2H) เป็นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4H) เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในสภาพถนนที่มีความลื่นไถล นอกจากนี้ในโหมดการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อที่ความเร็วต่ำ (4LO) ได้ช่วยเสริมกำลังเมื่อเผชิญกับทรายและโคลนที่ลึก ขณะเดินทางข้ามแหล่งน้ำ การขับขึ้นโขดหิน รวมถึงขึ้นและลงจากเนินสูงต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเดินทางบนทางหลวงเป็นระยะทางไกลๆ ผู้ขับขี่สามารถใช้เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control &amp;ndash; ICC) ซึ่งจะรักษาระยะห่างตามความเร็วของรถคันหน้าตามที่ตั้งค่าไว้โดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีช่วยลดความเร็วอัตโนมัติ (Intelligent Engine Brake) จะเปลี่ยนเกียร์ลงอย่างนุ่มนวลเมื่อรถคันหน้าชะลอความเร็ว เทคโนโลยีทั้ง 2 อย่างนี้จะช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ตลอดการเดินทาง ซึ่งจะเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีอัจฉริยะเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนในขับขี่บนทางหลวง ทางด่วน หรือในสภาพการจราจรที่หนาแน่น เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงและนิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี ได้ถูกใช้ประโยชน์ตลอดการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นกล้องมองภาพรอบทิศทาง ที่มอบมุมมอง แบบ 360 องศาของรถยนต์ จะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นมุมรอบคันของรถทั้งหมดได้อย่างง่ายดายเมื่อขับผ่านพื้นที่แคบ ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชันและเทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA และ Hill Descent Control - HDC) ป้องกันไม่ให้รถยนต์ไหลเมื่อขับขึ้นหรือลงพื้นที่ลาดชัน อีกทั้งเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ใช้ในการขับขี่ ได้แก่ เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control &amp;ndash; VDC) เทคโนโลยีกระจายแรงเบรก (Electronic Brake-force Distribution &amp;ndash; EBD) ระบบเบรกกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System &amp;ndash; ABS) เทคโนโลยีเสริมแรงเบรก (Brake Assist &amp;ndash; BA) เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning &amp;ndash; LDW) และเทคโนโลยีเตือนเมื่อมีวัตถุอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Warning &amp;ndash; BSW) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคาราวานขับขี่ในสภาพออฟโรดบนเส้นทางเข้าสู่สภาพป่า ในสภาพเส้นทางที่เต็มไปโคลน เทคโนโลยีอัจฉริยะของนิสสันที่แสดงประสิทธิภาพอย่างชัดเจนคือ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System &amp;ndash; TCS) ช่วยควบคุมการหมุนของล้อ เมื่อพบอาการล้อหมุน ซึ่งเทคโนโลยีป้องกันล้อหมุนฟรีนี้ จะช่วยลดความเร็วโดยอัตโนมัติหรือใช้เบรกเพื่อเรียกคืนการยึดเกาะ ทำให้รถอยู่ในการควบคุมและเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และยังเสริมด้วยมาตรวัดการขับขี่บนทางออฟโรด (Off-road Meter) ที่ช่วยแสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญรวมถึงมุมเอียงต่างๆ ในขณะขับขี่แบบออฟโรด , ระบบนำทางช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนการเดินทางในเส้นทางประจำแต่ละวันได้ล่วงหน้าและสามารถนำได้ด้วยเสียงได้ในแบบ turn-by-turn ในทิศทางที่ถูกต้องโดยไม่ต้องใช้แผนที่อื่นๆ เพื่อนำทางไปยังป่าฝนเขตร้อนอันเขียวชอุ่มและเมืองที่น่าสนใจต่างๆ ในมาเลเซีย ระบบนำทางที่สั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะนี้ (Voice Recognition) ยังช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาสถานที่ด้วยการสั่งงานด้วยเสียงได้อีกด้วย,ภายใต้การเชื่อมต่อของ Nissan Connect ได้รวบรวมระบบสำคัญต่างๆ ในรูปแบบดิจิตอลที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดการรบกวนขณะขับขี่ ระบบนำทาง ระบบความบันเทิง และการรักษาความปลอดภัย ให้สามารถใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงระบบอินโฟเทนเมนท์แบบ Alliance In-Vehicle Infotainment (A-IVI) ที่เชื่อมต่อข้อมูลอย่างรวดเร็วกับสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay กับแอพพลิเคชันอื่นๆ ให้สามารถเชื่อมต่อได้ผ่านหน้าจอพร้อมกับระบบเสียงแบบสเตอริโอ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขับขี่ที่ท้าทายครั้งนี้ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมผัสกับสมรรถนะของนิสสัน เทอร์ร่า นิสสัน นาวารา และนิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีช่วยการขับขี่อัจฉริยะ นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี ที่ยกระดับความปลอดภัย เพิ่มความมั่นใจ และสะดวกสบายตลอดการเดินทาง รถยนต์นิสสันทั้ง 3 รุ่นสามารถให้ประสบการณ์การขับขี่ในมาเลเซียเต็มไปด้วยความมั่นใจ เติมเต็มคำนิยามภายใต้แนวคิดของการขับขี่แบบ &amp;ldquo;Go Anywhere&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ลุยได้ทุกที่&amp;rdquo; ภายใต้วิถีการขับขี่ในทุกเส้นทางของนิสสัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59894</URL_LINK>
                <HASHTAG>000 กม., nattythaipost, thaipost, นิสสัน “Go Anywhere” ตะลุยมาเลเซียกับสื่ออาเซียน รวมระยะทางกว่า 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f07607d7f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
