<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เราคือราษฎรภูธรคึกคัก เน้นจี้ประยุทธ์-รื้อรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราคือราษฎร&amp;rdquo; ในภูมิภาคคึกคัก มาก่อนเวลานัดและยกเลิกตามกำหนด &amp;ldquo;นนทบุรี-พระประแดง&amp;rdquo; ต้องปิดการจราจร &amp;ldquo;มช.-มข.&amp;rdquo; นิสิต-นักศึกษาพรึ่บ ทุกเวทีพร้อมใจเรียกร้องประยุทธ์ลาออก-แก้ไขรัฐธรรมนูญ-ยุบสภา-ปล่อยเพื่อน ไม่มีเสียงเรื่องปฏิรูปสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ก่อนการนัดชุมนุมของกลุ่มเราคือราษฎรในพื้นที่ภูมิภาคนั้น เพจเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH ได้โพสต์ข้อความนัดชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ ว่า ในภาคกลาง จังหวัดปทุมธานี ท่ารถตู้ต่างจังหวัด ตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เวลา 16.00 น., จ.สมุทรสาคร แยกพุทธมณฑลสาย 4 เวลา 17.00 น., จ.สมุทรปราการ หน้าอิมพีเรียลสำโรง เวลา 16.00 น., จ.นนทบุรี รถไฟฟ้าสามแยกบางใหญ่ เวลา 15.00 น., จ.สระบุรี สวนสาธารณะ จุดพักรถบายพาส เวลา 15.00-18.00 น., จ.สิงห์บุรี ศาลหลักเมือง เวลา 18.00 น., จ.สุพรรณบุรี กำแพงเมืองสุพรรณ เวลา 14.00 น. และ จ.ปราจีนบุรี ศาลากลางหลังเก่า หรือหน้า ร.5
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น บึงสีฐาน เวลา 15.00 น., จ.นครราชสีมา เทคโนโคราช คุรุสัมมนาคาร เวลา 16.00 น., จ.ยโสธร หน้าศาลากลาง เวลา 17.00 น., จ.อุดรธานี ลานศิษย์เก่า มรภ.อุดรธานี เวลา 17.00 น., จ.ศรีสะเกษ ศาลหลักเมือง เวลา 17.00 น. และ จ.กาฬสินธุ์ ศาลากลางหลังเก่า เวลา 17.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา ศาลากลาง, จ.จันทบุรี ลานจันทน์, จ.ชลบุรี สี่แยกปากร่วม บ่อวิน 17.00-20.00 น. และ จ.ระยอง สวนสุขภาพบ้านฉาง 17.00 น. ส่วนภาคใต้ จ.ภูเก็ต ลานมังกร 17.00-19.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ใครพร้อมแล้ว ออกมาร่วมกันเวลานี้ เพื่อยืนยันข้อเรียกร้องไปด้วยกัน เพราะทุกคนคือแกนนำ ม็อบ 18 ตุลา&amp;rdquo; เพจโพสต์ทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี มีประชาชน นักเรียน นักศึกษาใน จ.นนทบุรี จำนวนมากทยอยเดินทางมาตามนัดเวลา 15.00 น. อย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันชู 3 นิ้ว เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมให้ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจับกุมตัวท่ามกลางสายฝน ซึ่งปริมาณผู้ชุมนุมก็ทำให้ต้องปิดการจราจรในในช่องทางในสุด ขณะเดียวกันห้างเซ็นทรัลก็ปิดทางเข้า-ออกตรงสกายวอล์ก โดยการปราศรัยมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันพูดในลักษณะไม่มีแกนนำ แต่ยังพร้อมใจกันเปล่งเสียงขับไล่รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบริเวณหน้าห้างอิมพีเรียลสำโรง จ.สมุทรปราการ หนึ่งในสถานที่นัดรวมพล ก่อนถึงเวลานัดคือ 16.00 น. โดยเวลา 05.30 น. ผู้ชุมนุมเริ่มทยอยกันมาราว 300 คน และเดินทางมากันอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีการปิดการจราจรแต่อย่างใด และในเวลา 17.00 น. มีผู้ชุมนุมกว่า 1,000 คน ทำให้การจราจรติดขัด จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดการจราจรบน ถ.สุขสวัสดิ์ มุ่งหน้า อ.พระสมุทรเจดีย์โดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งได้นัดหมายชุมนุมที่กำแพงเมืองสุพรรณบุรี ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปตรวจสอบ พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้ย้ายไปชุมนุมกันที่บริเวณสี่แยก ถ.นางพิม อ.เมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 200 คน พร้อมส่งเสียง ถือป้ายแสดงจุดยืนท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง และให้พรรคชาติไทยพัฒนาลาออกจากรัฐบาล ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง คอยดูแลความเรียบร้อย เพื่อไม่ให้ทำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดบริเวณพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งเวลา 15.30 น. จึงได้แยกย้ายกันอย่างสงบเรียบร้อย
&amp;ldquo;มช.-มข.&amp;rdquo;ม็อบพรึ่บ
เวลา 15.00 น. กลุ่มประชาคมมอชอ พร้อมทั้งนักศึกษา และประชาชนชาวเชียงใหม่ ได้ออกมารวมตัวกันที่บริเวณลานสิงห์ขาว หน้าคณะรัฐศาสตร์ ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประมาณ 1,000 คน ร่วมชุมนุมก่อนแสดงความคิดเห็นโจมตีการทำงานของรัฐบาล พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม และให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก รวมไปถึงการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังได้มีการเรียกร้องให้มีการปล่อยแกนนำทั้งหมดที่ถูกจับ นอกจากนั้นกลุ่มนักศึกษาและประชาชนยังเคลื่อนขบวนไปตามถนนภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปที่อาคารยุทธศาสตร์ มช. เพื่อบุกทวงถามผู้บริหารของมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือนายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ แกนนำคณะราษฎร และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่
ขณะเดียวกัน กลุ่มนักเรียนและนักศึกษาใน จ.ขอนแก่นได้ประชาสัมพันธ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กขอนแก่นพอกันที และภาคีนักเรียน KKC นัดรวมพลกันเตรียมเดินทางไปชุมนุมโดยรอบบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยนัดรวมตัวกัน 2 จุด ในเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป และจะเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่จุดหมายที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในเวลา 16.00 น.พร้อมกัน โดยจุดแรกอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ฝั่ง ถ.มะลิวัลย์ ซึ่งนักศึกษาได้เช่าเหมารถโดยสารสองแถว 10 คัน เพื่อนำกลุ่มนักศึกษาที่จะมาร่วมชุมนุมในเย็นวันนี้ไปที่จุดหมาย และมีนักศึกษาบางส่วนใช้รถส่วนตัวได้ทยอยเดินทางมายังจุดชุมนุมเพื่อเดินทางไปพร้อมกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ รปภ.มหาวิทยาลัยขอนแก่นคอยเฝ้าสังเกตการณ์และอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรและความปลอดภัย
ขณะที่จุดที่ 2 อยู่ที่บริเวณหน้าโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน เขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยเป็นในส่วนของกลุ่มนักเรียนภาคีนักเรียน KKC ที่นักเรียนเริ่มทยอยเดินทางมารอที่บริเวณหน้าป้ายของโรงเรียน เพื่อร่วมเดินขบวนไปยังจุดนัดหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมเฝ้าสังเกตการณ์ไม่ให้เกิดความวุ่นวายด้วยเช่นกัน
ล่าสุด กลุ่มนักเรียนระดับมัธยมจากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่นกว่า 500 คน ได้มารวมตัวกันที่หน้าโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน โดยมีการเช่ารถเครื่องเสียงประชาสัมพันธ์ถึงการจัดกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ โดยผู้ชุมนุมได้นำพวงหรีดที่เขียนคำว่า ไว้อาลัยแด่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ (?) และป้ายผ้าที่เขียนคำว่า &amp;ldquo;ปล่อยพี่เรา&amp;rdquo; ก่อนเดินขบวนไปยังหน้า สภ.เมืองขอนแก่น ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเมื่อขบวนถึงหน้า สภ.เมืองขอนแก่น กลุ่มภาคีนักเรียน KKC ได้หยุดแสดงสัญลักษณ์ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ด้วยการยืนชู 3 นิ้วด้วยความสงบ 1 นาที เพื่อไว้อาลัยแด่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ (?)
จากนั้นนักเรียนที่เป็นแกนนำได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจัดกิจกรรม ว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาลในการสลายการชุมนุมที่กรุงเทพมหานคร ทั้งการฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุม และการกระทำที่รุนแรงอื่นๆ จนรุ่นพี่และแกนนำ รวมถึงผู้มาร่วมกิจกรรมถูกจับกุมตัวไป 22 คน จึงขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวรุ่นพี่และแกนนำทั้งหมด และรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีควรออกไป ซึ่งตำรวจได้ดูแลความสงบเรียบร้อยเท่านั้น ไม่มีการกีดกันแต่อย่างใด เมื่อกลุ่มภาคีนักเรียน KKC ทำกิจกรรมในจุดดังกล่าวเรียบร้อยก็เดินทางไปสมทบกับกลุ่มขอนแก่นพอกันที ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และเมื่อทั้งหมดมาถึงศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต่างพากันขับรถวนรอบศาลเจ้าพ่อหลักเมืองพร้อมด้วยการบีบแตรส่งเสียงดังลั่นไปทั่ว โดยมี พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ใช้เครื่องขยายเสียงพูดจากับกลุ่มผู้ชุมนุมให้ทราบถึงข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ผู้ชุมนุมก็ไม่รับฟัง และยังมีการใช้เครื่องขยายเสียงพูดถึงข้อเท็จจริงในการรวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องในครั้งนี้ ทั้งหยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภาเลือกตั้งใหม่ รวมถึงปล่อยตัวแกนนำทั้ง 22 คนด้วย
เน้นเรียกร้อง 3 ข้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.30 น. กลุ่มขอนแก่นพอกันที กลุ่มดาวดิน และ ภาคีนักเรียน KKC เคลื่อนทัพจากหน้า มข.และ รร.ขอนแก่นวิทยายนมายังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อปักหลักชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจับกุม พร้อมประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สลายการชุมนุม ซึ่งแกนนำของกลุ่มต่างๆ ก็ผลัดกันขึ้นอภิปราย โดยยังไม่มีกำหนดว่าจะยุติในเวลาใด
ที่ จ.นครราชสีมา ที่อาคารคุรุสัมมนาคาร ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา กลุ่มเยาวชน นิสิต นักศึกษานัดรวมตัวชาวเทคโนฯ ร่วมแสดงความคิดเห็นและแสดงจุดยืนทางเสรีภาพ ต่อต้านการใช้ความรุนแรง โดยมีเยาวชนนิสิตนักศึกษากว่า 500 คน แสดงพลังในนามกลุ่ม Korat No เผด็จการ #เอาเสรีภาพกูคืนมา #อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อย่าลืมร่ม เสื้อกันฝน เสื้อคลุมมาด้วยนะ #ไม่ได้เป็นหมอแต่เป็นห่วงนะ โดยไม่มีแกนนำหลักคนสำคัญ แต่ทุกคนคือแกนนำทั้งหมด ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นกล่าวปราศรัยด้วยคำดุเดือดเผ็ดร้อน โจมตี พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมตะโกนเปล่งเสียงกึกก้อง ชู 3 นิ้วว่า ประยุทธ์...ออกไปๆๆ ส.ว.ออกไปๆๆ และมีการชูป้ายขับไล่โจมตีต่างๆ นานา ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ พร้อมเรียกร้อง 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.ให้ พล.อ.ประยุทธ์และพรรคพวกลาออกจากตำแหน่ง 2.ร่างรัฐธรรมนูญข้ามาใหม่ โดยภาคประชาชน และ 3.ยุบสภา รวมทั้งประณามการที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงยุติการชุมชน พร้อมเรียกร้องให้หยุดคุกคามและปล่อยตัวแกนนำทุกคนที่ถูกจับกุมไปทันที โดยในเวลา 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ลุกขึ้นยืนตรงเคารพธงชาติ พร้อมแสดงสัญลักษณ์ ชู 3 นิ้ว ก่อนสลายตัวในเวลา 19.00 น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนเพจเฟซบุ๊กคณะราษฎรภูเก็ตโพสต์ว่า วันนี้เราต้องการแสดงความคิดเห็นในเรื่องของประชาธิปไตยและเศรษฐกิจ อุดมการณ์ของเราคือประชาธิปไตยและเศรษฐกิจเท่านั้น การชุมนุนครั้งนี้เป็นแบบแฟลชม็อบ ขอแค่ 2 ชั่วโมง รวมตัวแสดงพลังกัน ไม่มีแกนนำ และจะไม่มีแกนนำ จะมีเพียงราษฎรเท่านั้น ใครมีโทรโข่งนำมา ใครมีเครื่องกระจายเสียง นำออกมาได้เลย มาร่วมตะโกนไล่เผด็จการไปด้วยกันช่วยกันโพสต์ลงเฟซบุ๊ก หรือโซเชียลมีเดีย ช่วยกันแชร์ต่อไปให้มากที่สุด เรามีอุดมการณ์เดียวกัน คือ ประชาธิปไตยและเศรษฐกิจแล้วพบกัน ราษฎรทุกท่าน เตรียมเสื้อกันฝนมาด้วย ชุมนุมคู่ขนานทั่วประเทศ เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ ให้มันจบที่รุ่นเรา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81054</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิสิต-นักศึกษา, ปิดการจราจร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราคือราษฎร, เรียกร้องประยุทธ์ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201018/image_big_5f8c52027d3f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนทฤษฎีสมคบคิด บิ๊กแดงกระตุกนิสิต-นักศึกษา/ปิยบุตรปลุกปฏิวัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อ้อนนิสิต-นักศึกษาเป็นลูกหลานต้องดูแลทุกคน ขอให้ยึด 3 สถาบันหลักของชาติ มอบผู้ว่าฯ สร้างการรับรู้ช่วงรอยต่อคนรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; น้ำตาคลอเตือน นศ.-โซเชียลฯ อย่าใช้วาจาผรุสวาทมิบังควร เชื่อ &amp;quot;ทฤษฎีสมคบคิด&amp;quot; แต่ยันไม่ติดใจ &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; ฉีกรูป &amp;quot;สาธิต-หมอตุลย์&amp;rdquo; ร้อง ผบ.ทบ.ห่วงม็อบก้าวล่วงสถาบันฯ ขณะที่ม็อบมุ้งมิ้งเผารูป &amp;quot;ประยุทธ์-ประวิตร&amp;quot; หน้าทำเนียบฯ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ปลุกเร้าห้วงเวลาปฏิวัติ ซูเปอร์โพลเผยปชช.เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แนะ นศ.อย่าก้าวล่วงสถาบันฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ระหว่างเปิด &amp;ldquo;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&amp;rdquo; ว่ารัฐบาลเน้นย้ำในเรื่องการดูแลทรัพยากรบุคคล เด็กนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล รัฐบาลต้องดูแล สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเขาเติบโตเป็นนิสิตนักศึกษา ทุกคนคืออนาคตของชาติ เพราะทุกคนเป็นลูกหลานของคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น เราเติบโตมาด้วยสถาบันหลักคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แผ่นดินของเราประกอบด้วย 3 สิ่งนี้ เราต้องร่วมมือกันสานต่อ และบางครั้งประสบการณ์คือสิ่งสำคัญ คนรุ่นเก่าคือผู้ที่มีประสบการณ์&amp;nbsp; บางอย่างอาจทำดี บางอย่างอาจจะไม่ดี เราต้องนำมาเสริมซึ่งกันและกัน ทำใหม่ขึ้นมา แต่ถ้ารื้อทั้งหมดมันไปไม่ได้ ตรงนี้คือหลักการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากฝากอะไรไปถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่บ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมฝากถึงทุกคน วันนี้ที่พูดคือพูดถึงเด็กทุกคน ไม่ได้หมายถึงกลุ่มใดเป็นพิเศษ นั่นเพราะทุกคนคือคนไทย รวมไทยสร้างชาติ ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกฯ ได้ประชุมและกล่าวมอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ตอนหนึ่งว่า ขอให้ทุกคนปรับใหม่ ทำงานต้องร่วมมือกับนายกฯ ซึ่งเป็นไปตามแนวคิด รวมไทยสร้างชาติ ที่รวมทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ทุกคนต้องทราบดีว่าปัญหาอะไรขึ้น เป็นช่วงรอยต่อระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ต้องหาวิธีการสร้างการรับรู้ให้ได้จะไปบอกว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ ต้องมีเหตุมีผล ซึ่งคนไทยมีความอยากรู้อยากเห็นเรื่องที่เป็นสาระ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ รักษาราชการแทน รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาว่า ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่อยากให้ดูว่าประเทศไทยผ่านวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาได้เพราะความร่วมมือของคนไทยทุกคน ทุกคนเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น แม้จะมีเสียงบ่นไม่พอใจบ้าง แต่ก็พร้อมทำตามกฎระเบียบ เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า อนาคตก็เช่นกัน เราไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ หากยังมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในประเทศ สถานการณ์ตอนนี้แตกต่างจากเมื่อก่อน วันนี้เราต้องการความเป็นเอกภาพของประชาชนทุกคนในประเทศ จึงอยากให้เข้าใจในส่วนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค. กรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่มีการดึงสถาบันฯ มาเกี่ยวข้องด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ทุกคนก็เป็นราษฎรภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ไม่ใช่เพียงแค่ทหารเท่านั้น ประชาชนบางคนไม่ได้เกิดเมืองไทย แต่ก็มาอยู่เมืองไทย บางคนเกิดเมืองไทย เกิดมาในหลายตระกูล ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย อยู่ในพระบรมโพธิสมภาร ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด หรือเป็นเชื้อชาติใดก็ตาม ก็มีสิทธิเสรีภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้เป็นวันดี ไม่อยากจะพูดอะไร ที่จะไปกระทบกระทั่งสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ แต่อยากจะให้ประชาชนชาวไทยทุกคนได้ลองตั้งจิตให้เป็นกลางดูว่า คำพูด คำเขียน ทั้งที่เราเห็นในการชุมนุม ผมทราบดี และตระหนักในสิทธิเสรีภาพ ในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่คนเห็นทั้งในโซเชียลฯ มีการใช้วาจาผรุสวาท ใช้คำพูดไม่เหมาะสม ไม่บังควร ผมมองว่าหลายคนเห็นคงไม่สบายใจ&amp;rdquo;
ยกทฤษฎีสมคบคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า กองทัพบกเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง ขณะนี้เรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หน่วยความมั่นคงก็ต้องทำงาน แต่การกระทำใดที่จะไปกระทบกระเทือนการแสดงสิทธิเสรีภาพ คนที่ทำแบบนั้น ควรคำนึงถึงขอบเขตใช้สิทธิเสรีภาพ ของแต่ท่าน ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร หรือการชุมนุมต่างๆ เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราต้องไม่จาบจ้วงหรือใช้วาจาที่ไม่สุภาพต่อบุคคลที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ละท่านจะอะไรขอให้นึกย้อนกลับไป คงจะรู้สึกเสียใจ แม้ประชาชนบางส่วนบางกลุ่มจะไม่พอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า ขออนุญาตอ้างถึงสำนักข่าวบีบีซีไทย ซึ่งตนได้ศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2561 คือทฤษฎีสมคบคิด หรือเป็นเรื่องที่น่าศึกษา ฝากให้ทุกคนไปดู เพราะเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน และปัจจุบัน ตนมองแล้วว่ามีการดำเนินการอย่างเป็นระบบเป็นกระบวนการ มีความคล้ายคลึงกับทฤษฎีสมคบคิด มีหลายคนพยายามอธิบายความหมายในทฤษฎีสมคบคิด ซึ่งในข้อมูลของสำนักข่าวบีบีซีไทยได้มีการพูดถึงนิสิตนักศึกษา ผู้มีความรู้ นำมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของกองทัพเองได้แต่เฝ้ามอง ติดตาม แต่ไม่คุกคาม รวมถึงรัฐบาลและนายกฯ ก็ไม่เคยมีคำสั่ง เพียงแต่ให้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ชุมนุมให้เกิดความเรียบร้อย และประสานงานกับตำรวจ แม้แต่จะเดินทางมาชุมนุมที่หน้า บก.ทบ. เราก็ไม่ได้มีมาตรการอะไร และไม่ได้ติดใจอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้ม็อบมีการชุมนุมขยายวงกว้าง และมีการพูดในเชิงลักษณะหมิ่นสถาบันฯ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ขณะนี้มีหน่วยงานความมั่นคงเข้าไปดู จะให้ตนเตือนสติคงจะลำบาก แต่อยากให้ไปดูว่าตนเองกลายเป็นหนึ่งในทฤษฎีสมคบคิดหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่าทฤษฎีนี้มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ผบ.ทบ.ตอบว่า ตนเป็นผู้บัญชาการทหารบก จะพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าอยากให้ประชาชนแสดงความเห็นในเรื่องของการปกป้องสถาบันฯ อย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วคนดีจะไม่กล้าแสดงออก และกลัว ซึ่งหลายๆ คนก็เป็นเช่นนี้ แม้กระทั่งการใช้สื่อโซเชียล ก็ถูกถล่มกลับมา ซึ่งเรื่องนี้มีหน่วยงานด้านการข่าวได้ติดตาม ผู้ใช้ Twitter หรือผู้เปิดแอคเคาต์เอง ได้ใช้ช่องทางทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter โดยมีการรีทวีต ซึ่งมีค่อนข้างเยอะมาก ประมาณ 4-5 แอคเคาต์ที่สามารถทำลักษณะเช่นนี้ได้ ถือว่าเป็นการต่อสู้กันในโลกโซเชียล ซึ่งถนนแห่งความเป็นจริงรัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ดี และทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือ หากเราทุกคนสามัคคีกัน เราจะผ่านจุดเปราะบางตรงนี้ไปให้ได้ก็จะเป็นเรื่องดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีความพยายามปลุกเหตุการณ์ 2475 ขึ้นมาอีกครั้ง พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ไม่เป็นไร ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นฝ่ายดำเนินการ เมื่อถามอีกว่าจะมีการซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 หรือไม่ เพราะนักการเมืองมีความเป็นห่วง พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า คงไม่หรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นักเคลื่อนไหวการเมืองฉีกรูป ผบ.ทบ.นั้น พล.อ.อภิรัชต์กล่าวติดตลกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวให้แบทแมนรีเทิร์นไปจัดการ เพราะเพนกวินแพ้แบทแมน (จากภาพยนตร์แบทแมน ตอนศึกมนุษย์เพนกวินกับนางแมวป่า)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายสาธิต เซกัล ประธานหอการค้าไทย-อินเดีย เดินทางเข้ามาพบ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า ก็ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขานุการกองทัพบกเป็นผู้ดำเนินการ ตนติดภารกิจ
ห่วงละเมิดสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ บก.ทบ. นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจชาวอินเดีย, นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ หรือหมอตุลย์ อดีตแกนนำกลุ่มหลากสี พร้อมกลุ่มพลเมืองไทยผู้รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ยื่นหนังสือถึง ผบ.ทบ. ผ่าน พล.ท.วิชาญ สุขสม รองเสนาธิการทหารบก ผู้แทนกองทัพบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสาธิต เซกัล ขอให้ดูแลและแก้ไขปัญหากรณีการก้าวล่วง การละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของกลุ่มผู้ชุมนุม ทำกิจกรรมในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าเป็นสิทธิที่จะกระทำได้ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย แต่การชุมนุมนำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องในทางที่ไม่เหมาะสม ถือเป็นการล่วงละเมิดต่อสถาบันหลักของชาติ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นสถาบันอันสูงสุดที่คนไทยเคารพเทิดทูนตลอดมา อีกทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญยังให้ความคุ้มครองในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ เราพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนการดำเนินการของกองทัพในแนวทางละมุนละม่อม แต่ไม่ใช่การปลุกม็อบมาสู้ เพื่อทำความเข้าใจและดำเนินการกับผู้ที่ล่วงละเมิดสถาบันฯ พร้อมขอให้น้องๆ เยาวชนรับฟังความจริงจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ ที่สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแพทย์ตุลย์กล่าวเรียกร้องให้นักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ศึกษาข้อมูลทางการเมือง 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 รวมทั้งเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 พร้อมย้ำว่ามีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่รักและปกป้องสถาบันฯ จึงขอให้เยาวชนเข้าใจข้อมูลอย่างถูกต้อง ฟังเราบ้าง เราก็คือรุ่นพ่อรุ่นแม่ ปู่ย่าตายายของพวกคุณทั้งนั้น อย่ามาแบ่งแยกกัน เราพร้อมสนับสนุนกองทัพในการปกป้องสถาบันฯ อย่างถึงที่สุด ขอน้องๆ กรุณาเปิดฟังสลิ่มบ้างว่าสลิ่มเขาพูดกันว่าอย่างไร จริงหรือเท็จอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่หน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล เวลา 11.20 น. กลุ่มแนวร่วมนวชีวินร่วมกับภาคีนักศึกษาศาลายา นัดรวมตัวทำกิจกรรม BURN IN HELL &amp;#39;84,000 cells&amp;#39; เผารูปประท้วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยก่อนการชุมนุม มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่นำกำลังตำรวจจากพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล (บก.น.1)&amp;nbsp; กว่า 300 นาย นำโดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ตรึงกำลังโดยรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มงวดพร้อมตั้งรั้วเหล็กกั้นตลอดแนวฟุตปาธทำเนียบรัฐบาล และเตรียมถังดับเพลิงไว้ด้วยเพื่อดับไฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีผู้ชุมนุมประมาณกว่า 20 ราย ทยอยเดินทางมาถึง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ได้พูดกับแกนนำผู้ชุมนุมเพื่อทำความเข้าใจถึงขอบเขตของการชุมนุม ซึ่งกลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายา นำโดยนายณวิบูล ชมภู่ ได้อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง 5 ข้อคือ และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกทันทีและยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด
เริ่มอดข้าวหน้าทำเนียบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นกลุ่มภาคีนักศึกษาศาลายาได้ทำเผารูปภาพ พล.อ.ประยุทธ์ และรูปภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พร้อมระบุว่า เป็นการเผาสิ่งไม่ดีของประเทศไทยออกไป พร้อมกับมีการปราศรัยเล็กน้อยและชูป้ายประท้วง โดยมีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมาร่วมด้วย ก่อนที่ทางกลุ่มจะเข้าไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน เพื่อยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ กลุ่มแนวร่วมนวชีวิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประท้วงอดอาหารว่า วันนี้เป็นวันแรกที่จะดื่มน้ำอย่างเดียว ไม่รับประทานอาหาร หวังว่าจะฟังกันบ้าง ให้ช่วยทำอะไรให้ดีขึ้น หากทำไม่ได้ก็รีบออกไป และตนจะอดข้าวไปจนกว่าจะทนไม่ไหว แล้วมีคนมารับไม้ต่อ ถ้าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็จะยกระดับไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) กลุ่มนิสิตภายใต้ชื่อ &amp;quot;มอกะเสด (KU Daily)&amp;quot; จัดงานชุมนุม &amp;ldquo;ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน&amp;rdquo; ต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามคนเห็นต่าง ยุบสภา และแก้รัฐธรรมนูญ โดยบรรยากาศก่อนการชุมนุมยังคงมีฝนตกลงมาโปรยปรายตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา กลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ส่วนใหญ่มาจากมหาวิทยาลัยใน จ.นครราชสีมา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราสีมา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล นักเรียนจากสถาบันการศึกษา และประชาชนส่วนหนึ่ง รวมตัวกันเพื่อแสดงพลังชูป้ายขับไล่และตะโกนคำว่า พล.อ.ประยุทธ์ออกไป, พล.อ.ประวิตรออกไป โดยส่วนใหญ่สวมเสื้อยืดสีดำ เปิดเวทีปราศรัยโจมตีขับไล่รัฐบาล ก่อนช่วงเวลา 18.00 น. ได้ลุกขึ้นยืนแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการ ก่อนทุกคนยืนเคารพธงชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนักศึกษาภาคอีสานในหลายจังหวัดชุมนุมว่า ในฐานะ ส.ส.หญิงภาคอีสาน พร้อมที่จะพิสูจน์ศรัทธาของประชาชนอีกครั้งหากมีการยุบสภา และใช้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย แต่ขอเรียกร้องไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายกฯ เปิดเวทีรับฟังเสียงนักศึกษาเพื่อลดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเหมือนในอดีตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ พร้อมทั้งหยุดคุกคามนักศึกษาและพี่น้องประชาชนที่ เห็นต่างจากรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์โควิด-19 ประจำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีการชุมนุมต้องการส่งสัญญาณไปยังนายกฯ ว่าเขาไม่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมอีกต่อไป พล.อ.ประยุทธ์จึงอาศัยเหตุการณ์ที่ระยอง ขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก เชื่อว่าเหตุที่รัฐบาลยังคงบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อกระชับอำนาจในการสั่งการ และเป็นเครื่องมือในการจัดการกับกลุ่มที่เห็นต่างมากกว่า เพื่อป้องกันโรคระบาด การไม่รับรู้ไม่สนใจข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา และประชาชน จะเป็นจุดตกต่ำสุดของรัฐบาลในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ชี้แจงกรณีพรรคก้าวไกลไม่ร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความเห็นนิสิตนักศึกษาว่า การตั้งกรรมาธิการชุดนี้ รัฐบาลมีมติให้ศึกษาการรับฟังความเห็น แต่ไม่ต้องส่งรายงานให้นายกฯ รับทราบ จึงเห็นได้ชัดว่านายกฯ ไม่ต้องการรับฟังความเห็นอย่างแท้จริง เพราะแม้แต่การรับฟังในเวทีสภา นายกฯ ยังไม่เข้าร่วมทั้งที่ข้อเรียกร้องของกลุ่มนักศึกษา 3 เรื่องคือ ยุบสภา ยุติการคุกคาม และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ล้วนเป็นข้อเรียกร้องถึงนายกฯ และเป็นอำนาจของนายกฯ เพียงผู้เดียว จึงมองว่านายกฯ ควรรับฟังความเห็นกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยตัวเอง แต่กลับถ่วงเวลาด้วยการตั้งกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา อีกทั้งสภามีกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งทับซ้อนกัน
ปลุกเร้าห้วงเวลาปฏิวัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง กล่าวว่า กรรมาธิการดำเนินการเรื้องนี้อยู่แล้วตั้งแต่แฟลชม็อบปี 2562 และเอาจริงเอาจังในการตรวจสอบอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้กรรมาธิการมีกำหนดการลงพื้นที่พิษณุโลกวันที่ 25 ก.ค. กลับถูกสกัดจากผู้มีอำนาจ ที่ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ โดยอ้างเรื่องของการตรวจโควิด จึงมองว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ ห้วงเวลาปฏิวัติ - Revolutionary Moment ระบุว่า การปฏิวัติจะบังเกิดได้ในห้วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ประชาชนจำนวนมหาศาลเกิดความรู้สึกนึกคิดร่วมกันในสองมิติ ได้แก่ มิติแห่งความโกรธแค้น และมิติแห่งความหวัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาชนคับแค้นใจกับสิ่งที่ดำรงอยู่ พร้อมกับมีความหวังร่วมกันในการไปก่อตั้งสิ่งใหม่ ทั้งสองความรู้สึกนึกคิดนี้ผสานหลอมรวมกันในความคิดจิตใจของประชาชน จนผลักดันให้ร่วมกันออกไปกระทำการ สิ่งนั้นคือ &amp;ldquo;ปฏิวัติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรระบุว่า หากไม่โกรธแค้น ก็จะไม่ทำลายสิ่งที่เป็นอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากไม่มีความหวัง ก็จะไม่สรรค์สร้างสิ่งใหม่เข้าแทนที่ หากไม่โกรธแค้น ก็จะเฝ้าแต่อดทนรอเวลา ฝันลมๆ แล้งๆ ว่าสิ่งใหม่จะมาตามกาลเวลา หากไม่มีความหวัง ก็จะมุ่งแต่ทำลายล้างโดยไม่เตรียมการสร้างสิ่งใหม่ การปฏิวัติจึงจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยจากความโกรธแค้นและความหวัง มันจึงเป็นเหรียญเดียวกันที่มีสองหน้า หน้าหนึ่ง การทำลายล้างสิ่งที่เป็นอยู่ให้พังภินท์ อีกหน้าหนึ่ง การก่อตั้งสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิมเข้าแทนที่ ประชาชนจึงมีภารกิจร่วมกันแบกตัว &amp;ldquo;R&amp;rdquo; เข้าไปใส่หน้า evolution ให้ &amp;ldquo;Evolution&amp;rdquo; กลายเป็น &amp;ldquo;Revolution&amp;rdquo; ให้ &amp;ldquo;พัฒนาการที่ล่าช้า&amp;rdquo; กลายเป็น &amp;ldquo;การเปลี่ยนแปลงอย่างถึงราก&amp;rdquo; ให้ &amp;ldquo;ความเป็นไปไม่ได้&amp;rdquo; กลายเป็น &amp;ldquo;ความเป็นไปได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกรณีที่นายปิยบุตรโพสต์ข้อความเกี่ยวกับห้วงเวลาปฏิวัติว่า&amp;nbsp; นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เคยอธิบายความหมายในบทความปฏิวัติรัฐประหาร หรือกบฏ ว่า &amp;quot;การปฏิวัติ (revolution) หมายถึง &amp;quot;การใช้ความรุนแรงทางการเมือง&amp;quot; เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างเบ็ดเสร็จ ตัวอย่างของการปฏิวัติที่ผ่านมาก็คือการปฏิวัติเมื่อ 24 มิถุนายน 2475&amp;quot; ดังนั้น การที่นายปิยบุตรโพสต์เช่นนี้ เป็นการกระทำที่ควรหรือไม่ในห้วงเวลานี้ บ้านเมืองเรากำลังเดินหน้าไปในทิศทางแห่งประชาธิปไตย สิ่งหนึ่งที่นายปิยบุตรควรรู้คือ &amp;quot;ที่นี่คือประเทศไทย&amp;quot; ดังนั้นจึงควรอธิบายอย่างลูกผู้ชายให้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;นายปิยบุตรต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร?&amp;rdquo; สังคมได้รับรู้และตัดสินใจ และเข้าใจว่ามีจุดประสงค์เจตนาใดในการเผยแพร่ข้อความดังกล่าว
โพลเตือน นศ.อย่าจาบจ้วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่นำเสนอให้การชุมนุมของนักศึกษาขีดเส้นใต้ข้อเรียกร้อง 3 ข้ออันชอบธรรมนั้น มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ตนออกมาเตือนเรื่องนี้ ทันทีโดนเล่นงาน จึงรู้เลยว่าทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมจะมีเรื่องได้ตลอดเวลา ตนผ่านการต่อสู้มาตลอด เห็นต้นทาง จึงรู้ปลายทางจะเกิดอะไรขึ้น ขอย้ำอีกครั้งด้วยการเตือนการชุมนุมของนักศึกษาให้ขีดเส้นใต้ ป้ายส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา แต่มีป้ายไม่กี่ป้ายเท่านั้นที่จะเป็นปัญหาให้ถูกหยิบไปขยายจนกลายเป็นจุดอ่อนได้ และที่ทั้งสองฝ่ายรุมเล่นงานนั้น หมายความว่าเขากำลังปฏิบัติการอยู่แล้ว มาห้ามทำไม พวกเขาจึงร่วมกันกระทืบผมก่อนที่จะไปฆ่ากัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดคือความปรารถนา และเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายกำลังรบกับ ทำลายกัน แต่ผมกลับดันเข้ามาอยู่ตรงกลางจึงถูกรุม เมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง ก็เชิญหาความสำราญกับความตายกันเอาเอง วันนี้เราต้องช่วยกันเมื่อประเทศกำลังเดินไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ แต่ในทางการเมือง เราไม่ควรจะมีคนมาตายกันอีก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขวาหรือซ้าย&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ม็อบเยาวชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,308 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20-23 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.0 ระบุไม่มีเยาวชนมากันเอง ในขณะที่ร้อยละ 23.0 ระบุมีเช่น ต่างชาติ นักการเมือง และนักเคลื่อนไหวการเมือง ที่น่าพิจารณาคือข้อแนะนำต่อม็อบเยาวชนกับสถาบันหลักของชาติ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.1 ระบุอย่าพาดพิง อย่าก้าวล่วงสถาบันหลักของชาติ ในขณะที่เพียงร้อยละ 1.9 ระบุแล้วแต่ม็อบเยาวชนใช้ดุลพินิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อถามถึงคณะบุคคลที่พร้อมออกมาปกป้องเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.7 ระบุประชาชนทุกคน รองลงมาคือร้อยละ 84.3 ระบุทุกภาคส่วน,&amp;nbsp; ร้อยละ 82.5 ระบุผู้ตอบแบบสอบถาม, ร้อยละ 82.1 ระบุกองทัพ และร้อยละ 81.2 ระบุเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการ ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เกินครึ่งหรือร้อยละ 53.9 เห็นด้วยกับม็อบเยาวชน ถ้าโจมตีรัฐบาล เช่น การแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีขณะชาวบ้านกำลังเดือดร้อน ทุกข์ยาก การกดดันต่อรองให้มีการลาออกจากตำแหน่ง ความล้มเหลว แก้เศรษฐกิจ และการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นต้น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72431</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สถาบันหลักของชาติ, นิสิต-นักศึกษา, รอยต่อคนรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1aea0087e55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้เกมม็อบเปิดอกฟังปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ประเดิมซีรีส์ &amp;ldquo;มีปัญหา ปรึกษานายกฯ&amp;rdquo; ชี้เป็นการรับฟังต้นตอจะได้แก้ตรงจุด &amp;ldquo;พีระพันธุ์&amp;rdquo; ยันไม่เชิญนิสิต-นักศึกษา เพราะเน้นเศรษฐกิจ ขณะที่ตัวแทนเกษตรกรร้องนายกฯแก้ปัญหาหนี้สิน-ราคาพืชผลตกต่ำ &amp;quot;ไพบูลย์&amp;rdquo; ชงตั้งอนุ กมธ.ฟังเด็กโดยเฉพาะ แต่ที่ประชุมเสียงแตกไร้บทสรุป กำนันเทือกเตือนสติน้องๆ ก่อนซัดไอ้โมงชักใบทำบาป &amp;ldquo;นคร&amp;rdquo; โผล่เสนอวิธีเอาชนะบิ๊กตู่ ให้ ส.ส.ฝ่ายค้านลาออกยกยวง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประเดิมแคมเปญซีรีส์ &amp;ldquo;มีปัญหา ปรึกษานายกฯ&amp;rdquo; ด้วยการเปิดตึกไทยคู่ฟ้าต้อนรับภาคประชาชน 3 กลุ่ม ประกอบด้วย ตัวแทนเกษตรกร, ตัวแทนประชาชน และตัวแทนผู้ประกอบการอิสระ เพื่อรับฟังปัญหา และนำเสียงสะท้อนที่ได้รับออกเป็นมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนได้ตรงกับความต้องการที่แท้จริงแต่ละกลุ่มต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากความตั้งใจของตนเองที่ต้องการรับฟังเสียงของประชาชนโดยตรงแบบเปิดใจ และเข้าอกเข้าใจถึงสภาวะความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลกจากสงครามการค้า ผนวกกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาต่อเนื่อง แต่เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตรงจุด จึงเปิดรับฟังข้อคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากผู้ที่ได้รับผลกระทบว่าต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติมให้ครอบคลุมตรงเป้าหมายยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลจริงใจและจริงจังในการทำเพื่อพี่น้องประชาชน ข้อมูลที่ได้จากการพูดคุยกันครั้งนี้ช่วยให้รัฐบาลได้เข้าใจปัญหาของแต่ละกลุ่มลงลึกถึงรายละเอียด เพราะได้มารับฟังข้อคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากต้นทางของปัญหา ซึ่งรัฐบาลพร้อมดูแลคนของเรา ประเทศไทยของเรา เพื่อให้คนไทยทุกคนไปต่ออย่างยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
และเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบฯ พล.อ.ประยุทธ์ให้การต้อนรับภาคประชาชน 3 กลุ่ม โดยมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 สภาผู้แทนราษฎร และคณะเข้าร่วมด้วย
&amp;nbsp;ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์กล่าวก่อนพูดคุยว่า วันนี้มีตัวแทนภาคประชาชนเกือบ 30 คนเข้าพูดคุยถึงความทุกข์ร้อน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายและนโยบายของนายกฯ อยู่แล้วที่ต้องการรับฟัง โดยเฉพาะความเดือดร้อนจากสภาวะเศรษฐกิจ การทำมาหากิน การประกอบอาชีพ และสิ่งที่อยากได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยครั้งต่อไปจะต้องดูตารางงานนายกฯ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อถามว่า เวทีจะเชิญกลุ่มนักศึกษาที่ชุมนุมทางการเมืองเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า คนละเรื่องกัน เพราะเรื่องนั้นเป็นเรื่องทางการเมือง แต่สำหรับเวทีของนายกฯ จะเน้นเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาของประชาชน โดยคณะ กมธ.จะหารือถึงแนวทางการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มนักศึกษา เพราะสอดคล้องกับการทำงานของคณะอนุ กมธ.รับฟังความคิดเห็นอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นแนวทางการทำงานของคณะ กมธ.อยู่แล้ว ในส่วนของมหาวิทยาลัย ทาง กมธ.ได้ประสานงานไปยังอธิการบดีบางแห่งแล้ว แต่เกิดกรณีแฟลชม็อบขึ้นมา นักศึกษามีความคิดเห็นเรื่องนี้เหมือนกัน วันหนึ่งเขาต้องเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่แทนเรา มาดูแลบ้านเมืองแทน เขามีความคิดเห็นอย่างไรก็ต้องรับฟังไว้ด้วย&amp;quot; นายพีระพันธุ์กล่าว และว่า ส่วนเวทีรับฟังความคิดเห็นในต่างจังหวัดยังไม่ได้ยกเลิก แต่ต้องเลื่อนออกไป เพราะเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส จึงเน้นการรับฟังความคิดเห็นผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์แทน
นายกฯ เปิดอกคุยชื่นมื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมา เมื่อตัวแทนกลุ่มต่างๆ เดินทางมาถึง นายกรัฐมนตรีได้ลงมาทักทายพร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนที่จะเข้าพบและพูดคุยทีละกลุ่ม ใช้เวลากลุ่มละประมาณ 40 นาที โดยนายกฯ เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สะท้อนปัญหาและสิ่งที่อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขแบบเปิดอกคุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกลุ่มเกษตรกรที่ทำนา พืชสวนพืชไร่ อย่างตัวแทนผู้ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด จาก จ.นครราชสีมา ชาวสวนปลูกผลไม้ จ.จันทบุรี และตัวแทนเกษตรกร จ.สิงห์บุรี ได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชนว่านายกฯ ต้องการเจอกับกลุ่มเกษตรกรที่ทำไร่ทำนาจริง และอยากทราบถึงปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ ปัญหาส่วนใหญ่ที่เสนอต่อนายกฯ เป็นปัญหาคล้ายกัน ได้แก่ ปัญหาแหล่งน้ำ ภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตร และพืชผล ปุ๋ย ปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่มีดอกเบี้ยสูง ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินทุนไปพัฒนาคุณภาพพืชผล ซึ่งนายกฯ รับปากว่าจะมอบหมายให้แต่ละกระทรวงที่รับผิดชอบไปดำเนินการ ยืนยันว่านายกฯ ไม่ได้ห้ามให้จัดม็อบเกษตรกรหรือการชุมนุม และไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ เพ็ชร์พูน อายุ 65 ปี ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ จ.สิงห์บุรี เปิดเผยความรู้สึกภายหลังได้พูดคุยกับนายกฯ ว่า รู้สึกดีใจที่ได้สะท้อนปัญหาและความต้องการให้นายกฯ รับทราบโดยตรง และเห็นความจริงใจในการทำงานของนายกฯ โดยทางกลุ่มเกษตรกรก็ได้ให้กำลังใจนายกฯ ในการทำงานต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตัวแทนผู้ประกอบการ อย่างผู้ประสานงานถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในไทย ได้ร้องถึงผลกระทบจากโควิด-19 ถูกยกเลิกการถ่ายทำจากหลายประเทศ ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลมีความจริงใจและจริงจังในการทำเพื่อพี่น้องประชาชน การได้มาเจอกับตัวแทน เกษตรกรและผู้ประกอบการอิสระในครั้งนี้ ทำให้มองเห็นสายตาความมุ่งมั่นของแต่ละท่านที่อยากจะแก้ไขปัญหาทั้งของตนเองและส่วนรวม ข้อมูลที่ได้จากการพูดคุยกันครั้งนี้ ช่วยให้รัฐบาลได้เข้าใจปัญหาของแต่ละกลุ่ม ลงลึกถึงรายละเอียด เพราะได้มารับฟังข้อคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากต้นทางของปัญหา รัฐบาลจะไม่ยอมให้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำมาหยุดยั้งการเจริญเติบโตประเทศไทยของเราได้ รัฐบาลพร้อมดูแลคนของเราประเทศไทยของเราเพื่อให้คนไทยทุกคนได้ไปต่ออย่างยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการพูดคุย นายกฯ ยังได้มอบสมุดโน้ตเป็นที่ระลึกให้กับทุกคนที่มาเข้าพบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงในส่วนของนักศึกษาจะเชิญมาด้วยหรือไม่ว่า จะมอบหมายให้นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไปพูดคุยกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยในการรับฟังปัญหาจากนักศึกษาโดยตรง ซึ่งมองว่าตอนนี้เป็นเวลาคนไทยทุกคนต้องรวมพลังฟันฝ่าวิกฤตินี้ ที่ดูเหมือนเริ่มต้น ยังไม่เห็นว่าจะจบอย่างไร ดังนั้นเราต้องฟันฝ่าไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ตัวแทนแต่ละกลุ่มได้สะท้อนปัญหาโดยตรงถึงนายกฯ จากนี้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะแยกแยะปัญหาออก เป็นหัวข้อต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไข ซึ่งนายกฯ รับปากจะหาทางแก้ให้กับกลุ่มต่างๆ โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ถอดสูทเปิดอกคุยกับทุกกลุ่มอย่างเป็นกันเอง พร้อมระบุว่าการเมืองคือการเมือง แต่รัฐบาลเดินหน้าบริหารประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะเปิดช่องทางสื่อสารและสั่งการให้รัฐมนตรีเข้าไปติดตามปัญหาต่างๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป
ชงตั้งอนุ กมธ.ฟังเด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์กล่าวถึงกรณีของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ยังคงเป็น กมธ.ตามเดิม เพราะคนนอกสามารถดำรงตำแหน่งได้ จึงคิดว่านายปิยบุตรไม่จำเป็นต้องออกแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในการประชุม กมธ.วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์แก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ได้ประชุมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ซึ่งในช่วงแรกที่ประชุมได้หยิบยกกรณีการชุมนุมของนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยขึ้นหารือ ซึ่งเห็นว่าควรให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วม เพราะเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของกลุ่มด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เรามีคณะอนุ กมธ.รับฟังความคิดเห็นที่มีนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นประธานอยู่แล้ว และที่ผ่านมาคณะอนุ กมธ.ได้เตรียมการจะระดมความคิดเห็นด้วยการจัดเวทีตามสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัย 5 แห่ง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ทำให้มหาวิทยาลัยขอเลื่อนเวทีดังกล่าวออกไป จึงต้องหารือรูปแบบที่จะให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนากล่าวว่า มหาวิทยาลัย 5 แห่งได้มีหนังสือขอเลื่อนจัดเวทีออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลายลง ซึ่งคณะอนุ กมธ.จะหารือกันอีกครั้ง เพื่อนำมาเสนอต่อที่ประชุมต่อไป โดยเห็นว่าหากจะเปิดเวทีรับฟัง ควรใช้สถานที่ของรัฐสภา เพราะสามารถควบคุมและคัดครองบุคคลได้ดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะ กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า ควรเร่งจัดเวทีเพื่อทำความเข้าใจกับนักศึกษาเพื่อไม่ให้บานปลาย โดยควรเชิญมาพูดเป็นกลุ่มๆ เมื่อได้ข้อสรุปอย่างไรก็เสนอต่อที่ประชุมคณะ กมธ.วิสามัญฯ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองประธานคณะ กมธ. ได้เสนอให้ที่ประชุมตั้งคณะอนุ กมธ.อีกหนึ่งคณะ เพื่อทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นจากนักศึกษาโดยเฉพาะ และให้มีนักศึกษาเข้ามาเป็นอนุ กมธ.ด้วย โดยเป็นนักศึกษาที่สนใจเรื่องการเมืองการปกครอง ไม่ใช่แค่เก่งแต่ไฮด์ปาร์ก และที่เสนอเช่นนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดแรงกดดันทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายไพบูลย์เสนอตั้งคณะอนุ กมธ.ดังกล่าว ปรากฏว่า กมธ.ในสัดส่วนฝ่ายค้านหลายคนไม่เห็นด้วย อาทิ มองว่าเวลา กมธ.ใกล้สิ้นสุดลงในกลางเดือน เม.ย.แล้ว ขณะที่บางส่วนมองว่าอาจถูกมองว่า กมธ.กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ลดกระแสของรัฐบาล โดยหลังเสนอความเห็นกันหลากหลาย นายพีระพันธุ์สรุปว่าไม่ได้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของใคร เพราะเมื่อได้ยินได้ฟังว่านักศึกษาแสดงความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งสอดคล้องกับ กมธ. และคิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็ให้นายวัฒนาประสานดู ยืนยันไม่มีเรื่องการเมืองข้างนอก แต่เป็นเรื่องที่เราเตรียมการไว้ ถ้าอยากให้ตั้งคณะอนุ กมธ.ก็ตั้งให้ได้ แต่ถ้าไม่เห็นด้วย เราก็ไม่ฝืน ซึ่งการประสานงานกับนักศึกษาจะฝากให้นายวัฒนาดำเนินการต่อไป
กำนันดึงสติน้องๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแฟลชม็อบของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ว่าต้องทำด้วยความระมัดระวัง อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดกันได้ โดยยืนยันในหลักการการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นของกลุ่มไหน เป็นสิทธิที่ดำเนินการได้ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ให้การรับรองเอาไว้ แต่ในฐานะคนที่มีประสบการณ์ในการชุมนุมต่อสู้มาแล้ว และถูกดำเนินคดียาวนานเป็นเวลานับปี ต้องเรียนไปถึงน้องๆ ว่าใครก็ตามที่เป็นผู้นำต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้ผู้ชุมนุมกระทำการใดที่เป็นการทำผิดกฎหมาย แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ไปเคลื่อนไหวอะไรมีการบันทึกไว้เป็นคลิป วันข้างหน้าจะกลายเป็นปัญหาถูกดำเนินคดี เหมือนพวกตนเองตอนนี้ คนอื่นกลับบ้านกันหลายปีแล้ว พวกตนเองต้องขึ้นโรงขึ้นศาลทุกวัน ไม่ได้ไปทำมาหากินที่ไหน เหนื่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็ฝากให้เป็นแง่คิด น้องๆ นักศึกษาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และผมคิดว่าการแสดงความคิดความเห็นของเขาก็เป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนก็ควรได้ติดตามรับฟัง ว่าเขาคิดอะไร เขามีความเห็นอย่างไร ส่วนถ้ามีใครไปปลุกปั่นยุยงนักศึกษาก็ต้องเรียกว่าเป็นบาปของเขา คนไปทำน่ะ ไม่ใช่นักศึกษา คนที่ไปพยายามที่จะปลุกปั่นใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือ ให้รู้ว่ากำลังทำบาปอย่างมหันต์&amp;rdquo; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มองว่าจะนำไปสู่การชุมนุมใหญ่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ทราบ คิดไม่ได้ คาดการณ์ไม่ได้ อายุกว่า 70 ปีคิดต่างกันเยอะ แต่คิดว่าชุมนุมในมหาวิทยาลัย ในโรงเรียนปลอดภัยที่สุด ตอนที่พวกตนเองมาชุมนุมบนถนน คนไม่หวังดีเอาอาวุธมาทำร้ายบาดเจ็บล้มตายไปเยอะ ฉะนั้นต้องอยู่ในมหาวิทยาลัย ในโรงเรียนดีที่สุด เรียกร้องว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ต้องให้การคุ้มครองเป็นพิเศษ ระวังคนที่มีเจตนาร้ายต่อบ้านเมือง ใจคออำมหิต วันที่ 10 เม.ย.2553 ยิงประชาชนยิงทหาร หวังสร้างสงครามกลางเมือง ตอนพันธมิตรฯ ชุมนุมก็เอาเอ็ม 79 ไปยิง ตอนพวกตนเองชุมนุม เด็กอายุ 5-6 ขวบก็เสียชีวิต ผู้หญิงก็เสียชีวิตทั้งหมด 24 คน คนพวกนั้นที่คิดไม่ดีต่อประเทศไทย เป็นพวกอำมหิต ต้องระวัง เรามีหน้าที่ปกป้องดูแลลูกหลานให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรค พท. โพสต์เฟซบุ๊กร่าวยาวสรุปว่า เพื่อนำเอาบทเรียนอดีตมาเป็นกรณีศึกษาให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ ให้ฝ่ายเผด็จการพ่ายแพ้อย่างเด็ดขาดตลอดไป ในส่วนตัวเห็นว่า 1.ส.ส.ฝ่ายค้านทุกคนควรลาออกจาก ส.ส. รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ก็จะหมดความชอบธรรมที่จะอยู่ต่อไป เพราะทั่วโลกจะไม่ยอมรับ และ 2.พรรคฝ่ายค้านและมวลชนที่สนับสนุนทั้งชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติภายใต้การบริหารรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ ควรเดินหน้ากดดันให้รัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปนี้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของนักเรียน-นักศึกษาปัญญาชนแบบคู่ขนาน ด้วยความสงบ สันติ และปราศจากอาวุธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58999</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิสิต-นักศึกษา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มีปัญหา ปรึกษานายกฯ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนี้สิน-ราคาพืชผลตกต่ำ, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0645a4fc3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
