<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุญยอด&#039; ย้อนเกล็ด &#039;นิ้วกลม&#039; ได้ยินเสียงร้องไห้ ของประชาชนบ้างไหม?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.64 - จากกรณีนายสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ &amp;quot;นิ้วกลม&amp;quot; นักเขียนชื่อดัง เผยแพร่ข้อเขียนเรื่อง &amp;quot;ได้ยินเสียงร้องไห้ของประชาชนบ้างไหม&amp;quot; พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	ได้ยินเสียงร้องไห้ของประชาชนบ้างไหม &amp;#39;นิ้วกลม&amp;#39; ไล่รัฐบาลแล้ว!


&lt;p&gt;ล่าสุด นายบุญยอด สุขถิ่นไทย &amp;nbsp;อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณี ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนเขียนว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้ยินเสียงร้องไห้ ของประชาชนบ้างไหม?&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากเขียนบ้างว่า:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาวิกฤติของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราควรให้โอกาส ให้เวลา คนที่กำลังแก้ปัญหาอยู่บ้างไหม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107879</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิ้วกลม, บุญยอด สุขถิ่นไทย, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c00c4cb00b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้ยินเสียงร้องไห้ของประชาชนบ้างไหม &#039;นิ้วกลม&#039; ไล่รัฐบาลแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64 - นายสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ &amp;quot;นิ้วกลม&amp;quot; นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;Roundfinger&amp;rdquo; มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ยินเสียงร้องไห้ของประชาชนบ้างไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลับไปแล้วตื่นมาตอนตีสอง เห็นข่าวล็อกดาวน์ท่ามกลางเสียงร้องระงมของผู้คนทำกิจการค้าขาย เห็นแล้วก็เห็นใจเพื่อนพี่น้องและสงสารตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโรคระบาด สิ่งที่ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีกคือความไม่แน่นอนที่เกิดจากการบริหารจัดการของร้าบานที่ทำอะไรเหมือนไม่เห็นหัวประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ไม่จริงใจเปิดเผยปัญหาและบอกข้อมูลที่จำเป็น ทำให้ทุกคนทุกธุรกิจไม่รู้จะวางแผนรับมือยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ไม่เคยมีการบอกแผนการล่วงหน้า แต่ใช้วิธีประกาศฉุกละหุก (เช่นเที่ยงคืน???) ทั้งที่เมื่อวานยังชูสองนิ้ว victory อยู่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ตัดสินใจในเรื่องที่มีผลต่อคนจำนวนมหาศาลแต่ไม่มีมาตรการเยียวยาช่วยเหลืออย่างทั่วถึงในรูปแบบต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกท่านกำลังทำงานที่รับผิดชอบกับความเป็นความตายของประชาชน ทั้งตายจากโรคระบาดและตายจากตกงาน ธุรกิจพัง รวมทั้งตายจากหมดแรงสู้ ท้อใจ ใจสลาย อยากรู้ว่าท่านๆได้ยินเสียงร้องไห้ของประชาชนบ้างไหม หรือเสียงหัวเราะของคนรอบตัวกลบไปหมดแล้ว งงจริงๆ ว่าหัวเราะปล่อยมุกกันแบบนั้นได้ยังไง แล้วถัดมาอีกวันก็มาประกาศล็อกดาวน์ตอนเที่ยงคืน โดยจะมีผลในอีก 2 วันถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นรอยยิ้ม การปล่อยมุก เสียงหัวเราะคึกครื้นของท่านแล้วอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่าท่านรับรู้ความเจ็บช้ำของประชาชนบ้างไหม โรคระบาดอาจไม่กระทบรายได้และความเป็นอยู่ของพวกท่านเพราะไม่เคยมีไอเดียที่แสดงถึงการร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนแต่อย่างใด ท่านเหมือนอยู่คนละโลกกับประชาชนจริงๆ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เค้าจะตายกันหมดแล้ว--ท่านได้ยินบ้างเถอะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้พูดคุยกับเพื่อนที่ทำธุรกิจที่ปรับตัวแล้วปรับตัวอีก เปลี่ยนมาสามธุรกิจตั้งแต่โควิดเกิดขึ้น แต่จากการไม่มีภาพระยะยาวจากภาครัฐและเปลี่ยนแปลงไปมา ทำให้เขาท้อใจและหมดแรง ผู้คนในองค์กรก็หมดใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เค้าจะซึมเศร้ากันหมดแล้ว--ท่านได้ยินบ้างเถอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำอะไรคิดถึงความทุกข์ ความเหนื่อย ความลำบาก และความเป็นความตายของประชาชนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าใจทุกครั้งที่มีคนบอกว่าประเทศอื่นก็มีปัญหา เข้าใจครับว่าปัญหานี้มันไม่ง่าย แต่สิ่งที่เข้าใจไม่ได้คือความไม่รู้สึกรู้สากับความเดือดร้อนของประชาชน เสียงหัวเราะ ใบหน้าระรื่น มุกไม่ขำ คำพูดล้อเล่นนะจ๊ะเหล่านั้นไม่ได้ช่วยคลายเครียดแต่อย่างใด ตราบที่วันหนึ่งประกาศอย่าง พอเที่ยงคืนอีกวันประกาศอีกอย่าง สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนว่าท่านคิดถึงประชาชนน้อยเหลือเกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นผู้คนช่วยเหลือกัน ธุรกิจก็ซัพพอร์ตกัน คนตัวเล็กตัวน้อยดิ้นรนทุกวิถีทาง พยายามปรับตัวขูดเค้นสมองมาแก้วิกฤตในมุมส่วนตัว แล้วหันมาเจอการทำงานของฝั่งรัฐบาลแบบนี้แล้วท้อใจจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนเต็มที่แล้ว ท่านทำอะไรที่ดีกว่านี้เพื่อประชาชนบ้างหรือยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าทำไม่ได้ ลาออกเถอะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกไปเถอะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตประชาชนไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ถ้าเราได้เห็นความจริงใจ ความพยายามในการหาวัคซีนที่หลากหลายตั้งแต่ต้น การคิดถึงประชาชนก่อนผลประโยชน์ของตัวเองหรือคนได้เปรียบทั้งหลาย ความโปร่งใสในการแก้ปัญหา ความตรงไปตรงมาในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร รวมถึงศักยภาพและฝีมือในการรับมือรวมถึงสื่อสาร ต่อให้สถานการณ์เลวร้ายก็จะสู้ไปด้วยกัน แต่ที่ผ่านมาทั้งหมดมันไม่ใช่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านควรได้ยินเสียงความทุกข์จากประชาชนให้ชัดๆ สองรูหูของพวกท่านบ้าง ซึ่งมาถึงวันนี้เราได้ยินเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ แทรกจากเสียงโอดครวญจากความเจ็บปวดท้อใจ นั่นคือเสียงที่บอกว่า &amp;quot;ไม่ไหวก็ออกไปเถอะครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าพวกท่านไม่เต็มที่ก็ควรออกไป ถ้าเต็มที่แล้วได้แค่นี้ก็ควรออกไปเช่นกัน ไม่ใช่จะไม่เห็นใจ แต่ท่านไม่เห็นใจประชาชนก่อน ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขกันหรือคิดถึงประชาชนเป็นหลัก เสียงหัวเราะท่ามกลางทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นเครื่องยืนยันสิ่งนี้ การประกาศตอนเที่ยงคืนยิ่งตอกย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนทำเต็มที่แล้ว เราต้องการผู้นำที่มีหัวจิตหัวใจเรามากกว่านี้ มีศักยภาพกว่านี้ ไม่งั้นเราจะตายกันหมดจริงๆ ไม่เฉพาะจากโรคระบาด แต่จากความท้อใจ สิ้นหวัง หมดแรง ที่จะต้องเผชิญความไม่แน่นอนซ้อนความไม่แน่นอนที่เกิดจากการบริหารจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ยินเสียงร้องไห้ของประชาชนบ้างไหมครับ หรือเสียงหัวเราะของคนรอบตัวของท่านมันดังกลบไปหมดแล้ว???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ลาออกไปเถอะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107772</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิ้วกลม, สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์, ไล่รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d80f4c0bc29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวใจที่หายไป! นักเขียนดัง สะเทือนใจ &#039;แม่เพนกวิน&#039; โกนหัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 64 - ​นายสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ นักเขียนชื่อดัง นามปากกาว่า &amp;nbsp;&amp;quot;นิ้วกลม&amp;quot; โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวใจที่หายไป
---
เมื่อวานนี้เป็นวันที่ท่วมท้นไปด้วยความรู้สึก แต่ความรู้สึกทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเรายังมีชีวิตอยู่ ยังมีหัวใจรับรู้ถึงความทุกข์ของเพื่อนร่วมโลกร่วมสังคม
นอกจากข่าวการจากไปของน้าค่อมแล้ว อีกหนึ่งข่าวที่สะเทือนใจอย่างมากคือข่าวคุณแม่ของเพนกวิน (คุณสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์) โกนหัวเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม โดยมีน้องสาวเพนกวินเป็นผู้ลงมือโกนศีรษะให้แม่เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้พี่ชาย ผมติดตามข่าวด้วยความสะเทือนใจ คิดถึงหัวใจคนเป็นแม่ที่ทำทุกวิถีทางเพื่อต่อสู้ให้กับลูกชายที่ถูกคุมขัง ดูแล้วคิดถึงแม่ตัวเอง ผมเชื่อว่าหากผมได้รับความไม่เป็นธรรม แม่ก็จะต่อสู้ทุกวิถีทางเท่าที่แม่จะทำได้เช่นกัน--ในความเป็นแม่ ไม่มีอะไรต่างกัน สิ่งนี้คือหัวใจมนุษย์ที่เชื่อมโยงกับมนุษย์อีกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างเรียบเรียงความคิดเพื่อเขียน ผมได้อ่านโพสต์ของตุล-คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ซึ่งเขียนถึงเส้นผมของแม่ รับรู้ความเศร้าใจของเพื่อนและคิดว่าตุลเขียนครบถ้วนหมดจดจึงแชร์โพสต์ของตุลไป ใต้โพสต์มีคอมเมนต์ทำนองว่า &amp;quot;ทรงนี้เงินน่าจะเข้าบัญชีเยอะ&amp;quot; ชวนให้เศร้าและหดหู่ แต่ขณะเดียวกัน ผมรู้สึกมีความหวังเมื่อเห็นเพื่อนที่มีความคิดทางการเมืองฝั่งตรงข้ามกับเพนกวินแชร์สเตตัสของตุลต่อแล้วเขียนทำนองว่า &amp;quot;แม้จะไม่เห็นด้วยกับเพนกวิน แต่รับรู้ถึงหัวอกคนเป็นแม่ และอยากให้ทุกคนปลอดภัยและได้รับความยุติธรรม&amp;quot; ผมคิดว่าเราเริ่มต้นกันตรงนี้ได้--ตรงที่ &amp;#39;ความเป็นมนุษย์&amp;#39;
...
เมื่อคืนนี้ ช่วงสองทุ่ม สถาบันวัชรสิทธาจัดกิจกรรมภาวนาเคียงข้างผู้ถูกกดขี่ นำโดยพี่อวยพร เขื่อนแก้ว หลังภาวนามีการเปิดให้สนทนาและถามคำถามกับพี่อวยพร เพื่อนร่วมวงเอ่ยถามพี่อวยพรทำนองว่า รู้สึกเป็นทุกข์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและทนไม่ไหวเวลาได้อ่านคอมเมนต์หรือได้ฟังจากคนใกล้ตัวซึ่งไม่มีความเห็นอกเห็นใจเพนกวินและแม่ หรือมองข้ามไม่รับรู้ ทั้งที่ก็เป็นคนมีการศึกษาดี หน้าที่การงานดี รับรู้ข่าวสารตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบของพี่อวยพรเปี่ยมไปด้วยความกรุณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่อวยพรตอบว่า &amp;quot;การศึกษาบางทีก็ทำให้หลายคนมองไม่เห็นความอยุติธรรม บางครั้งการศึกษานี่เองที่เป็นกรอบความคิดให้เราคิดในกรอบนั้น&amp;quot; ส่วนการรับมือกับความรู้สึกของตัวเองเวลาที่อ่านหรือฟังความเห็นจากคนที่เฉยชาต่อเรื่องราวกดขี่ทั้งหลาย พี่อวยพรชวนให้มองไปถึงโครงสร้างที่ใหญ่กว่านั้น คือโครงสร้างที่ก่อร่างสร้างความคิดของคนคนนั้นขึ้นมา &amp;quot;เขาไม่ได้เกิดมาเป็นแบบนี้ เขาไม่ได้เกิดมาเป็นคนละเลย ไม่เห็นอกเห็นใจคนอื่น แต่เขาถูกปลูกฝังมา เติบโตมากับวัฒนธรรม ค่านิยม และระบบต่างๆ ที่สร้างเขาให้เป็นแบบนี้&amp;quot; พี่อวยพรบอกว่า ถ้าเรามองเห็น &amp;#39;โครงสร้าง&amp;#39; ที่สร้างคนแต่ละคนขึ้นมาเราจะเข้าใจเขามากขึ้น มีเมตตากับเขาได้มากขึ้น ผมฟังคำตอบของพี่อวยพรแล้วรู้สึกว่า หากเราสามารถมองเห็นคนที่คิดแตกต่างไปถึงเบื้องหลังแบบนี้ได้ นอกจากเข้าใจ (ซึ่งไม่ได้แปลว่าเห็นด้วย) แล้วก็ยังทำให้ความเดือดดาลในใจลดลงได้บ้าง
...
กรณีที่เกิดขึ้นกับเพนกวินและเพื่อนๆ รวมถึงคุณแม่สุ จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดว่าเหตุใดจึงมีคนจำนวนหนึ่งรู้สึกรู้สาอย่างมาก และคนอีกจำนวนหนึ่งไม่รู้สึกร่วมหรือกระทั่งด่าทอหยามหมิ่น น่าตั้งคำถามว่า สังคมแบบไหนที่สร้างความแตกต่างเช่นนี้ขึ้นมา โครงสร้างความคิดแบบไหนที่ทำให้ความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์หายไปจากหัวใจเรา ซึ่งในธรรมชาติความเป็นมนุษย์ เราล้วนมีความรู้สึกเห็นใจ เศร้า ทุกข์ กับคนที่คิดเห็นแตกต่างจากเราได้เป็นเรื่องปกติ ถ้าความรู้สึกเช่นนี้หายไปก็น่าทบทวนโครงสร้างที่ก่อร่างความคิดของเราขึ้นมาเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องปกติของทุกสังคม แต่เรื่องที่น่าตระหนักและน่ากังวลก็คือ หากสังคมถูกผลักไปอยู่ในจุดที่อยากให้ใครสักคน &amp;#39;ตายๆ ไปได้ก็ดี&amp;#39; หรือ &amp;#39;ก็สมควรแล้วที่จะตาย&amp;#39; หรือเห็นการต่อสู้ของแม่เพื่อลูกเป็นละครแลกเงิน อันนี้ใจร้ายเกินไป ซึ่งมันย่อมส่งผลร้ายสำหรับตัวเจ้าของความคิดเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณอาจทำหัวใจหล่นหายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวใจ--ที่รู้สึกรู้สาต่อความทุกข์ความเจ็บปวดของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยไม่นับว่าจะคิดเห็นแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร หัวใจ--ที่บ่งบอกถึงความเป็นมนุษย์ที่รักลูกรักพี่รักน้อง ที่ต้องการมีชีวิตที่ดี ต้องการอิสระเสรี ต้องการความเป็นธรรม ในความเป็นมนุษย์ เราไม่ได้ต่างกันมากขนาดนั้น, นอกเสียจากใครบางคนโดนขโมยหัวใจของความเป็นมนุษย์ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมันน่าตั้งถามอย่างยิ่งว่า &amp;#39;โครงสร้าง&amp;#39; แบบไหนที่ขโมยความเป็นมนุษย์จากผู้คนในสังคมไป ความรัก ความศรัทธา ความกลัว ความเกลียดชัง ผลประโยชน์ อะไรกันหรือที่อยู่เบื้องหลังความไม่รู้สึกรู้สาต่อทุกข์เข็ญของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความรู้สึกทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเรายังมีชีวิตอยู่ ยังมีหัวใจรับรู้ถึงความทุกข์ของเพื่อนร่วมโลกร่วมสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมที่น่าอยู่อาศัยคือสังคมที่ผู้คนยังรู้สึกรู้สาต่อความทุกข์ของเพื่อนร่วมสังคม เสียงหัวเราะต่อความทุกข์ การเฉยเมยต่อความเจ็บปวด เหล่านี้ล้วนน่าสยดสยอง--ถามจริงๆ ว่าเราอยากอยู่ในสังคมแบบนั้นกันหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอแสดงความคารวะต่อการต่อสู้ของแม่สุ--คุณแม่ของเพนกวิน และขอให้พลังความรักของแม่เอาชนะความอยุติธรรมทั้งปวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101382</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิ้วกลม, พริษฐ์ ชิวารักษ์, แม่เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bc50f580d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เขียนยังไง ให้คนยังอ่าน” เปิดประสบการณ์นักเขียนสุดฮอตจากเวที “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพราะเรากำลังอยู่ในยุคสมัยที่คอนเทนท์จากแพลตฟอร์มต่างๆ แข่งขันกันแย่งชิงเวลาในชีวิต การอ่านเอง ก็เป็นหนึ่งในสื่อสำคัญที่ถูกแบ่งปันเวลาและความสนใจไปจากเดิมอยู่ไม่น้อย และนำไปสู่คำถามในใจที่ว่าจะ &amp;ldquo;เขียนยังไง ให้คนยังอ่าน&amp;rdquo; โดยเฉพาะจากนักเขียนทั้งหลาย ในวันเวลาที่สื่อต่างๆ กำลังถูกดิสรัพเช่นนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินโครงการประกวดหนังสือดีเด่น &amp;ldquo;รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด&amp;rdquo; มากว่า 18 ปี ด้วยเจตนารมณ์ที่มุ่งส่งเสริมการอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหนทางของการพัฒนาคน นำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติ สอดคล้องกับนโยบายของ ซีพี ออลล์ ที่มุ่งส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชนอย่างจริงจังต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เห็นถึงความสำคัญของประเด็นดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมพิเศษ เปิดคลับเฮาส์ ชวนนักเขียนชื่อดังทั้งสายออฟไลน์อย่าง โตมร ศุขปรีชา, นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา และสายออนไลน์ คือ &amp;ldquo;หนูแดง&amp;rdquo; บุญญาณี จงทวีพรมงคล และ Dollarosaka -ธนพร เพชรจรัส มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในประเด็น &amp;ldquo;เขียนยังไง ให้คนยังอ่าน&amp;rdquo; โดยมีนักเขียนสุดฮอตอย่าง &amp;ldquo;นิ้วกลม&amp;rdquo; สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ ชวนพูดคุย ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ฟังอย่างคับคั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา เจ้าของผลงานแนว Pop Science ที่นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ยากๆ มาเล่าให้น่าสนใจและง่ายขึ้นจนกลายเป็นหนังสือขายดีหลายเล่ม และเคยได้รับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดจากเล่ม &amp;ldquo;เรื่องเล่าจากร่างกาย&amp;rdquo; บอกว่า สิ่งที่เขาพยายามอยู่ในฐานะนักเขียนตอนนี้นั้น คือการพยายามเข้าใจแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งจะช่วยสามารถบอกได้ในบางส่วนว่าคนอ่านของเขาคือกลุ่มไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราอยากรู้มากๆ เลย ว่าคนที่อ่านหนังสือเราเป็นใคร เพราะตอนที่เราเขียนเรานึกภาพไม่ออกหรือว่าจินตนาการว่าจะเป็นคนนั้นคนนี้ เมื่อก่อนต้องอาศัยเวลาเราไปงานหนังสือ ก็สังเกตว่าใครที่มาซื้อ แต่เมื่อมีสื่อออนไลน์อย่างเช่น Facebook Blog Youtube Podcast เราก็สามารถที่จะดูหลังบ้านได้ว่าคนอ่านของเราคือใคร กลุ่มอายุเท่าไหร่ เพศไหน และใครใช้แพลตฟอร์มไหนก็จะอยู่ประจำตรงนั้นเลย ซึ่งก็ต้องการรูปแบบการนำเสนอคอนเทนท์ที่แตกต่างกันไปด้วย แม้จะเนื้อหาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ละสื่อจะมีธรรมชาติของตัวเอง ในแต่ละสื่อเราก็จะต้องไปปรับคอนเทนท์เพื่อให้เหมาะกับการนำเสนออย่างนี้ คือ หนังสือก็มีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่ง เสียงก็มีแบบหนึ่ง วิดีโอก็มีแบบหนึ่ง เราก็พยายามเรียนรู้ที่จะเอาคอนเทนท์จากที่เราเขียนนี้ไปใส่ในแพลตฟอร์มต่างๆ แล้วก็ปรับให้เข้ากับแต่ละแพลตฟอร์มมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สุดแล้วหนังสือก็ยังเป็นคอนเทนท์ที่แข็งแรง ปกติเวลาเขียนจะมี 2 ส่วนด้วยกันคือ ในแง่ของการเขียน อยากให้คนอ่านก็คือเรื่องของศิลปะของการเล่าเรื่อง คือไม่ว่าจะเป็นฟอร์มแบบไหนก็ตาม พื้นฐานก็จะมีเรื่องของการเปิดเรื่อง การดึงจุดสนใจ จะมีจุดสนใจอย่างไรให้คนอ่านไปเรื่อยๆ ซึ่งศิลปะพวกนี้มันก็เป็นเหมือนกับฐานไม่ว่าจะใช้ในแพลตฟอร์มไหน &amp;rdquo;&amp;nbsp;ในมุมของคุณหมอนักเขียน จึงมั่นใจว่าการเขียนยังมีคนอ่าน แต่ต้องรู้จักปรับจากหนังสือไปสู่สื่ออื่นๆ ด้วย เป็นการอ่านเจเนอเรชั่นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมมีความคิดว่าหนังสือจะไม่ตาย แต่จะมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปตามเจเนอเรชั่น อย่างผมเป็นคนที่อ่าน e-book เยอะมาก เพราะไม่มีที่เก็บหนังสือ เราก็อ่าน e-book จนกระทั่งเราชิน ในคอนเซ็ปต์ที่เป็นหนังสือเล่มคือ ผมมองว่าหนังสือที่เป็นตัวกระดาษมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น และจะผสานเข้ากับสื่ออื่นๆ มากขึ้น จะมีในลักษณะของเสียงและภาพ เมื่อถึงตอนนั้นแล้วก็จะพูดยากแล้วว่ายังคงเป็นหนังสืออยู่หรือเปล่า แต่นั่นคือวิวัฒนาการ เพราะคนเจเนอเรชั่นใหม่ๆ ที่โตขึ้นมา เขาก็จะรู้สึกว่านี่คือหนังสือในเวอร์ชั่นของเขา&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;หนูแดง&amp;rdquo; บุญญาณี จงทวีพรมงคล นักเขียนออนไลน์สุดฮอตที่แฟนคลับเยอะมากๆ และเขียนหนังสือได้หลากแนวสุดๆ จนสามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือนในสายนิยายออนไลน์ ก็เล่าให้ฟังว่า นักอ่านรุ่นใหม่ๆ ย้ายแพลตฟอร์มในการอ่าน จากหน้ากระดาษไปสู่ออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่ e-book ไม่ได้เหมาะกับการเขียนทุกประเภท ขายได้แต่ไม่ได้แปลว่าขายดี กลุ่มที่ขายดีก็คือประเภทนิยายรัก ซึ่งก็แบ่งเป็นซับเซ็ตย่อยๆ อีก ด้วยความที่เราเป็นนักเขียนอาชีพ เวลาจะลงงานเราก็จะมีโมเดลในรูปแบบต่างๆ เขียนไป ลงไป แล้วค่อยออกเล่มทีหลัง หรือเขียนจบก่อนแล้วค่อยไปโพสต์ลงทีละตอน ใครรอไม่ไหวก็ซื้อ e-book ที่เราเปิดพรีออเดอร์ งานของเรามี 2 พาร์ท พาร์ทแรกคือเขียนตามความนิยม ดูกระแสในช่วงนั้นว่างานนิยายไหนกำลังมา แต่การเขียนลักษณะนี้ บางทีพอเขียนไปเรื่อยๆ ก็จะหมดไฟ ก็จะมีพาร์ทที่ 2 คือ เขียนอะไรก็ได้ที่เราอยากจะเขียน และเรื่องที่เราอยากจะเขียนส่วนมากจะมีกระแสตอบรับค่อนข้างดี เพราะว่าบางทีมันเหมือนเป็นความสดใหม่บางอย่าง หรือว่ามีตลาดบางอย่างที่ยังไม่ได้อยู่ในเทรนด์ เหมือนโผล่ขึ้นมากลางเทรนด์ ซึ่งก็จะมีคนอ่านที่เขาเบื่อแบบเดิมๆ และอยากอ่านอะไรใหม่ๆ ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งไปเลย เราก็จะเขียนควบทั้ง 2 อย่างคือทั้งตามกระแส แล้วก็เขียนในสิ่งที่อยากเขียน แต่ในทุกอย่างคือรักษามาตรฐานงานเขียนของตนเองไว้ค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ ธนพร เพชรจรัส เจ้าของนามปากกา Dollarosaka ที่มาพร้อมผลงานสุดฮิต #กุเชอร์รี่ ในแพลตฟอร์มนิยายแชท Joylada แอปพลิเคชันอ่านนิยายที่ดำเนินเรื่องผ่านบทสนทนา เป็นข้อความสั้นๆ โต้ตอบกันคล้ายกับการคุยแชท ที่ขึ้นอันดับ 1 ในเทรนด์ทวิตเตอร์ทุกครั้งที่อัพตอนใหม่ เล่าว่างานเขียนแนวนี้ท้าทายกฎของนักเขียนสำหรับเธอมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;งานหลักของเราจริงๆ คือเขียนบทภาพยนตร์ เขียนบทซีรีส์ แล้วคือ Joylada ท้าทายเรามาก เราบรรยายความรู้สึกไม่ได้ เราบรรยายสถานที่ไม่ได้ แต่เราต้องทำออกมาให้เป็นตัวหนังสือที่ให้คนอ่านเข้าใจทั้งหมดใน 3 พารากราฟ แต่คนอ่านจะต้องเข้าใจใน 10 บับเบิ้ลแล้วสร้างอารมณ์ได้ ก็สร้างได้จริงๆ แบบที่เราไม่เคยคิดมาก่อนเหมือนกันว่า แค่เราอ่านแชทคำพูดของคนจะสร้างอารมณ์ได้เหมือนกับนิยายบรรยายที่เราเคยเขียนเป็นพารากราฟอย่างนั้นเลย พอได้ลองแล้วก็รู้สึกว่าท้าทายในกฎของนักเขียนเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับเรา เวลาเขียนจะคิดว่าเขียนอย่างไรให้คนต้องอ่าน และต้องบอกต่อด้วย นั่นคือตัวของตัวเอง รู้สึกว่าเราต้องพัฒนาความคิดและมุมมองอยู่ตลอดเวลา จะต้องใหม่อยู่เสมอ แล้วก็จะต้องไม่ยึดแบบแผนของงานเขียนที่ผ่านมาว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือเป็นมาตรฐานตอนนี้ เพราะว่าสังคมเปลี่ยนไปทุกวัน เรารู้สึกว่าการที่เราได้เขียนอะไรออกไปในแต่ละยุคแต่ละสมัยก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเลยคิดว่าตรงนี้สำคัญที่สุดในการสื่อสารงานออกมาค่ะ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในมุมของกรรมการรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดหลายสมัย โตมร ศุขปรีชา ก็บอกว่ามองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของวิธีการเขียนของแต่ละยุคสมัยที่น่าสนใจมากๆ ทั้งในสารคดีและวรรณกรรม ซึ่งเป็นความท้าทายของกรรมการอยู่เสมอ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมเป็นกรรมการตัดสินรางวัลประเภทสารคดี แต่ละครั้งที่ต้องตัดสินก็จะมีหนังสือที่กรรมการต้องถามกันตลอดเวลาเลยว่าแบบนี้มันเป็นสารคดีหรือเปล่า งานใหม่ๆ เหล่านี้กลับมาท้าทายกฎเกณฑ์หรือความคุ้นเคยเดิมของกรรมการ ซึ่งบางคนในบางรางวัล ก็ยังถึงขั้นต้องคิดว่าเราต้องตั้งเกณฑ์ใหม่หรือเปล่า เราต้องคิดต้องมองโลกในแบบใหม่หรือเปล่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การที่เกิดงานแบบใหม่ๆ ขึ้นไม่ได้แค่ท้าทายคนผลิตงาน แต่ท้าทายทั้งระบบ ทั้งผู้อ่าน ทั้งคนผลิตงานด้วย และท้าทายไปถึงระบบคิดของเราด้วยว่าแบบไหนมันคืองานเขียนที่ดี หรือไม่ดี แล้วถ้าดีโดยที่ไม่มีรูปแบบเดิมๆ ดีเพราะอะไร ผมว่างานเขียนในสมัยใหม่มันมีความพิเศษที่ทำให้เราคาดไม่ถึงเต็มไปหมดเลย แล้วถ้าเกิดว่าไม่ด่วนตัดสินเสียก่อน จะทำให้เปิดโลกตัวเองเยอะมากว่ามีแบบนั้นมีแบบนี้ด้วย แพลตฟอร์มของสื่อแบบใหม่ๆ ก็ทำให้เกิดในรูปแบบของการคิดการเขียนแบบใหม่มาจากแพลตฟอร์ม ซึ่งหากเป็นสมัยก่อนที่ไม่มีแพลตฟอร์มแบบนี้ คนอาจจะคิดออกมาไม่ได้ก็เป็นไปได้&amp;rdquo; โตมรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดท้ายที่ นพ.ชัชพล หนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ก็บอกว่าท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมายที่ท้าทายในทุกภาคส่วน รางวัลทางวรรณกรรมคือสิ่งจำเป็น และดีต่อวงการหนังสือมาก ทั้งการช่วยไกด์ผู้อ่านว่าควรอ่านเล่มไหน ช่วยสำนักพิมพ์ในแง่ยอดขาย ทั้งจากการคัดเลือกโดยห้องสมุดและการซื้ออ่านของบุคคล และที่สำคัญ คือการสร้างกำลังใจให้นักเขียน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนที่หนังสือผมได้รับรางวัล ผมดีใจมากเหมือนกับว่ามีคนลองให้โอกาสกับหนังสือเล่มนี้ดู ถ้าไม่ได้รางวัลก็อาจจะเขียนแค่เล่ม 2 เล่มแล้วก็ออกจากวงการไป คล้ายๆ กับเป็นรางวัลทางใจว่ามีคนเห็นคุณค่าว่าสิ่งที่เราทำมันดี แล้วทำให้เราอยากทำต่อ ต่อให้สุดท้ายแล้วจะขายไม่ได้มาก ผมก็เชื่อว่าการที่ได้รับรางวัลช่วยให้เราอยากสร้างผลงานต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98009</URL_LINK>
                <HASHTAG>Dollarosak, ธนพร เพชรจรัส, นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา, นิ้วกลม, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บุญญาณี จงทวีพรมงคล, รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด, สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์, หนูแดง, เขียนยังไง ให้คนยังอ่าน, โตมร ศุขปรีชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_606590dbab7ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
