<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียฉีดวัคซีนโควิดฟรีให้ผู้ใหญ่ทุกคน &#039;โมดี&#039;ชูโยคะป้องกันโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอินเดียประกาศขยายโครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 ฟรีครอบคลุมผู้ใหญ่ทุกคนในประเทศ ตั้งเป้าฉีดให้ครบ 1.1 พันล้านคนสิ้นปีนี้ ด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ปราศรัยในวันโยคะสากล บอกการฝึกโยคะเป็นโล่ป้องกันร่างกายจากไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนร่วมการฝึกโยคะเนื่องในวันโยคะสากลที่เมืองกูวาฮาตีของอินเดีย เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 (Photo credit Anuwar Ali Hazarika/Barcroft Media via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในอินเดียล่าช้าไปมากในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากขาดแคลนวัคซีนและความลังเลของผู้คน แม้อินเดียจะเผชิญกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 สูงมากในเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันผู้ป่วยจากติดเชื้อไวรัสโคโรนาลดลงอย่างมาก ทำให้เจ้าหน้าที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า รัฐบาลอินเดียขยายโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ครอบคลุมผู้ใหญ่ทุกคนที่อายุต่ำกว่า 45 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม แต่รัฐต่างๆ และโรงพยาบาลเอกชนต้องจัดหาและซื้อวัคซีนด้วยตัวเองเพื่อมาฉีดให้กับประชากรกลุ่มดังกล่าว ทำให้เกิดความสับสนและขาดแคลนวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอินเดียประกาศเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน โดยระบุว่า จะจัดสรรวัคซีนที่มีอยู่ 75% ส่งไปให้รัฐต่างๆ เพื่อที่รัฐเหล่านี้จะได้ฉีดวัคซีนให้ประชาชนฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ชาวอินเดียเข้ารับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 275 ล้านโดส แต่มีไม่ถึง 4% ของประชากรอินเดียที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดส รัฐบาลอินเดียตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ประชากรผู้ใหญ่ในประเทศเกือบ 1,100 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แถลงเมื่อเช้าวันจันทร์เนื่องในวันโยคะสากลที่เขาเป็นผู้ผลักดันผ่านองค์การสหประชาชาติโดยปีนี้เป็นปีที่ 7 แล้วว่า การฝึกโยคะสร้างความแข็งแกร่งภายใน จากการได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ด่านหน้า พวกเขาเล่าว่าได้นำโยคะมาใช้เป็นโล่ในการต่อสู้กับไวรัสโคโรนา บรรดาแพทย์สร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเองด้วยการฝึกโยคะ และใช้โยคะรักษาผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ทำให้วันโยคะสากลในอินเดียปีนี้ไม่มีการจัดงานฝึกโยคะที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก บีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีราม นาถ โกวินท์ ของอินเดีย โพสต์ภาพฝึกโยคะส่วนตัวที่ทำเนียบประธานาธิบดี และเขียนว่า โยคะเป็นของขวัญพิเศษของอินเดียที่มอบให้กับมนุษยชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนฟรีให้ผู้ใหญ่ทั้งประเทศ, นเรนทรา โมดี, วันโยคะสากล, อินเดีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d08e0e178e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 20:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โมดี&#039; จัดมวลชนนับแสนต้อนรับ &#039;ทรัมป์&#039; เยือนอินเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี เปิดสนามคริกเกตแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บรรจุมวลชนนับแสนคนต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาเยือนอย่างเป็นทางการนาน 2 วัน ด้านทรัมป์ปากหวาน อเมริการักและเคารพชาวอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางมาเยือนอินเดียของประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เกิดในช่วงยามที่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 1 และ 5 ของโลกกำลังมีความตึงเครียดทางการค้ากันมากขึ้น ที่เกิดจากการผลักดันตามนโยบายหลักของผู้นำทั้งสอง โดยฝ่ายหนึ่งเน้น &amp;quot;อเมริกามาก่อน&amp;quot; แต่อีกฝ่ายยึดคาถาปกป้องทางการค้าว่า &amp;quot;ผลิตในอินเดีย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ โมดีจัดพิธีต้อนรับทรัมป์และนางเมลาเนีย ภริยา ที่เมืองอาห์เมดาบัด รัฐคุชราต ที่เป็นฐานทางการเมืองของเขา โดยทรัมป์ได้ไปเยี่ยมเยือนอาศรมของมหาตมะ คานธี และได้รับของที่ระลึกจากโมดีเป็นรูปสลักลิงปิดตา ปิดหู ปิดปาก จากนั้นคณะเดินทางไปที่สนามคริกเกตที่เพิ่งสร้างเสร็จและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทรัมป์กล่าวปราศรัยที่นี่ต่อหน้าฝูงชนราว 100,000 คน ยกย่องโมดีว่าเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมและเป็นแชมเปียนผู้ยิ่งใหญ่ของอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อเมริการักอินเดีย, อเมริกาเคารพอินเดีย และอเมริกาจะเป็นมิตรที่ซื่อสัตย์และภักดีต่อคนอินเดียเสมอ&amp;quot; ทรัมป์กล่าวเอาใจชาวอินเดีย ทั้งยังหวังผลถึงคะแนนสนับสนุนในการเลือกตั้งด้วยการยกยอชาวอเมริกัน-อินเดีย 4 ล้านคนด้วยว่า เป็นคนที่พิเศษอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฯ โมดี กล่าวว่า การมาเยือนอินเดียครั้งแรกของประธานาธิบดีทรัมป์เปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ที่จะบันทึกความเจริญก้าวหน้าและความรุ่งเรืองของประชาชนอเมริกาและอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวอินเดียที่ตื่นเต้นกับการต้อนรับผู้นำสหรัฐพากันมาเข้าแถวรอกันตั้งแต่ตี 4 เพื่อร่วมชุมนุม &amp;quot;นมัสเตทรัมป์&amp;quot; ซึ่งรัฐบาลโมดีจัดตอบแทนที่ทรัมป์จัดงาน &amp;quot;ฮาวดีโมดี&amp;quot; ต้อนรับเขาที่เมืองฮุสตันเมื่อปีที่แล้ว ที่นั่นทรัมป์เปรียบเทียบโมดีว่าเป็นเหมือนเอลวิส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนามกีฬาแห่งนี้ถูกเร่งสร้างเพื่อให้เสร็จทันงานนี้ ทางการยังสร้างกำแพงขึ้นเพื่อบดบังทัศนียภาพของสลัม และยังตามเก็บสุนัขจรจัด, วัว และลิง ให้พ้นจากสายตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังพิธีต้อนรับ ทรัมป์และเมลาเนียจะขึ้นเครื่องบินเดินทางต่อไปยังเมืองอัคระเพื่อชมทัชมาฮาลยามอาทิตย์อัสดง จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังกรุงนิวเดลี เพื่อการหารืออย่างเป็นทางการในวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดกันว่าทั้งสองฝ่ายคงไม่ลงนามข้อตกลงการค้าที่กว้างขวาง แต่จะเป็นข้อตกลงฉบับย่อยๆ เช่น เรื่องมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสันและผลิตภัณฑ์จากนมโคของสหรัฐ นอกจากนี้ทรัมป์และโมดีอาจลงนามข้อตกลงด้านกลาโหมและหารือเรื่องการจัดหาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 6 หน่วยให้แก่อินเดีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58069</URL_LINK>
                <HASHTAG>นเรนทรา โมดี, เยือนอินเดีย, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53cbc08e3a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 20:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นศ.อินเดียเดือด ประท้วง กม.สัญชาติกีดกันชาวมุสลิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การประท้วงต่อต้านกฎหมายให้สัญชาติผู้อพยพเข้าเมืองจากประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ใช่มุสลิมลุกลามเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยทั่วอินเดียแล้วในวันจันทร์ ภายหลังตำรวจบุกสลายการชุมนุมในมหาวิทยาลัยในกรุงนิวเดลี ทำให้บาดเจ็บร้อยคนเมื่อคืนวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถบัสโดนวางเพลิงที่กรุงนิวเดลีระหว่างการประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า เมื่อคืนวันอาทิตย์ ตำรวจซึ่งใช้ไม้ตะบองเป็นอาวุธ บุกเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยจาเมีย มิลเลีย อิสลาเมีย ในกรุงนิวเดลี แล้วยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม การปะทะทำให้มีคนบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเกิดเหตุตำรวจปะทะกับนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยอาลีครห์มุสลิม ในรัฐอุตตรประเทศ ภาคเหนือของอินเดียด้วยในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอาทิตย์ นักเคลื่อนไหวนับพันคนชุมนุมด้านนอกกองบัญชาการตำรวจของนิวเดลี เพื่อประท้วงการใช้ความโหดร้ายและการจับกุมนักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีอินเดียและสถาบันสังคมศาสตร์ทาทาในนครมุมไบก็จัดชุมนุมประท้วงเมื่อคืนวันอาทิตย์และชุมนุมต่อในวันจันทร์ และที่มหาวิทยาลัยบอมเบย์กับมหาวิทยาลัยในเมืองเบงกาลูรูทางใต้, เมืองเจนไน, บังกาลอร์ และลัคเนา ก็มีแผนชุมนุมประท้วงด้วยในวันจันทร์ ที่ลัคเนา นักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิมตามภาพข่าวที่เห็นในโทรทัศน์ พยายามบุกสถานีตำรวจและขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ที่ต้องหลบหลังกำแพง พวกเขากล่าวกันว่าต้องการแสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับนักศึกษาในกรุงนิวเดลีที่ปะทะกับตำรวจเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายการให้สัญชาติที่รัฐบาลชาตินิยมฮินดูภายใต้การนำของนายกฯ นเรนทรา โมดี ผลักดันผ่านสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะลัดขั้นตอนการให้สัญชาติแก่ผู้อพยพเข้าเมืองที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมจากปากีสถาน, อัฟกานิสถาน และบังกลาเทศ ประเทศเพื่อนบ้านของอินเดีย ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในอินเดียก่อนปี 2558 บนเหตุผลว่าคนเหล่านี้เป็นชนกลุ่มน้อยทางศาสนาที่ถูกข่มเหงรังแกในประเทศเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมดียืนกรานว่า เขาไม่ได้ต่อต้านมุสลิมและกฎหมายนี้ &amp;quot;ถูกต้อง 1,000 เปอร์เซ็นต์&amp;quot; เหตุที่ชาวมุสลิมใน 3 ประเทศไม่อยู่ในข่ายเพราะคนเหล่านั้นไม่ต้องการการคุ้มครองจากอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์กล่าวกันว่า กฎหมายฉบับนี้บั่นทอนฐานรากของความเป็นรัฐโลกวิสัยของอินเดีย และลดความสำคัญของประชากรชาวมุสลิม 200 ล้านคนของอินเดีย เหตุผลนี้ทำให้ประชาชนในเมืองหลวงและเมืองใหญ่ออกมาชุมนุมประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียคัดค้านกฎหมายนี้เพราะกลัวว่าคนเข้าเมืองจำนวนมากจะหลั่งไหลเข้ามาแย่งงานและเบียดเบียนที่ดินทำกิน โดยเฉพาะในรัฐอัสสัม ที่มีชายแดนติดบังกลาเทศ การประท้วงสัปดาห์ที่แล้วเกิดความรุนแรง ม็อบวางเพลิงอาคารหลายหลังและสถานีรถไฟ การปะทะในภูมิภาคห่างไกลแถบนั้นทำให้ผู้ประท้วงถูกฆ่าตายแล้ว 6 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52609</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายสัญชาติ, ชาตินิยมฮินดู, ต่อต้านมุสลิม, นักศึกษาอินเดีย, นเรนทรา โมดี, ประท้วง, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df78293a674c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นเรนทรา โมดี&#039; ชนะเลือกตั้งอินเดียแบบถล่มทลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีชาตินิยมฮินดูของอินเดีย ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไป โดยพรรคบีเจพีของเขากวาดที่นั่งเกินครึ่งสภา ผู้นำปากีสถานพร้อมพูดคุยสันติภาพกับโมดี ขณะ 2 ชาติประกาศความสำเร็จในการทดสอบมิสไซล์ล้ำสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนนายกฯ นเรนทรา โมดี และพรรคภารติยะชนะตะ ฉลองชัยชนะด้านนอกที่ทำการพรรคในนครมุมไบ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียจัดการเลือกตั้งมาราธอน ซึ่งต้องแบ่งการลงคะแนนเป็น 7 รอบ ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน และสิ้นสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม การนับคะแนนของคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งผ่านพ้นเกินครึ่งหนึ่งของบัตรลงคะแนน 600 ล้านใบ ปรากฏผลว่า พรรคภารติยะชนะตะ (บีเจพี) พรรคชาตินิยมฮินดูของโมดีกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้ถึง 300 ที่นั่ง จากสภาผู้แทนราษฎร 543 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วในปี 2557 ที่ได้ 282 ที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคคองเกรส คู่แข่งสำคัญของบีเจพีนั้น ได้ ส.ส.แค่ 49 ที่นั่ง โดยราหุล คานธี ทายาทวัย 48 ปี ของตระกูลคานธี ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 รุ่น กำลังเสี่ยงที่สูญเสียเก้าอี้ในเขตที่เป็นของตระกูลคานธีมาช้านาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในวุฒิสภา พรรครัฐบาลยังไม่สามารถครองเสียงข้างมากได้ ทำให้โมดียังต้องเผชิญอุปสรรคในการผ่านกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมดีทวีตประกาศชัยชนะว่า เมื่อพวกเราร่วมมือกัน อินเดียจะเติบโต รุ่งเรือง ด้วยการร่วมมือกันเราจะสร้างอินเดียที่แข็งแกร่งและครอบคลุม อินเดียชนะได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวชัยชนะอย่างถล่มทลายของโมดียังส่งผลให้ดัชนีเซ็นเซ็กซ์ของอินเดียพุ่งทะยานถึง 40,000 จุดเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมดี วัย 68 ปี เปลี่ยนการเลือกตั้งครั้งนี้ให้กลายเป็นการลงประชามติผลงานการบริหารประเทศของเขา ด้วยการชูภาพพจน์ว่าเขาคือบุคคลเดียวที่สามารถปกป้องประเทศนี้ได้ แม้ว่าพรรคคองเกรสและคานธีจะพยายามโจมตีผลงานด้านเศรษฐกิจและคำกล่าวหาทุจริตจัดซื้ออาวุธจากฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์มือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีสังหารทหารอินเดีย 40 นายที่แคชเมียร์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ และนำไปสู่การคุมเชิงและการปะทะทางทหารกับปากีสถาน ยิ่งเสริมคะแนนนิยมในตัวเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลปากีสถานส่งสัญญาณว่าพร้อมจะเปิดการเจรจาสันติภาพกับอินเดียภายหลังโมดีชนะการเลือกตั้งอีกสมัย นายกฯ อิมรอน ข่าน เคยกล่าวไว้เมื่อเดือนก่อนว่า มีความเป็นไปได้มากขึ้นสำหรับการเจรจากับอินเดียหากบีเจพีชนะเลือกตั้ง ในวันพฤหัสบดี ข่านส่งสารแสดงความยินดีต่อโมดี และกล่าวว่า เขาเฝ้ารอที่จะร่วมงานกับโมดีเพื่อสันติภาพ, ความก้าวหน้าและความรุ่งโรจน์ในเอเชียใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า ปากีสถานประกาศความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธชาฮีน 2 ชนิดยิงจากพื้นสู่พื้น ขีปนาวุธชนิดนี้มีพิสัย 1,500 ไมล์ และสามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ ขณะเดียวกันอินเดียก็ประกาศความสำเร็จในการทดสอบยิงมิสไซล์ซูเปอร์โซนิก พรามอส ซึ่งเป็นมิสไซล์ครูซที่เร็วที่สุดในโลกที่พัฒนาร่วมกับรัสเซีย โดยทำความเร็วได้ 3,450 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36644</URL_LINK>
                <HASHTAG>นเรนทรา โมดี, พรรคภารติยะชนะตะ, อินเดีย, เลือกตั้งอินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce6a6d02f8c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2019 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2019 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียปิดฉากเลือกตั้งมาราธอนนาน 6 สัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินเดียปิดฉากการเลือกตั้งมาราธอนนาน 6 สัปดาห์แล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือเป็นประชามติวัดความนิยมของนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีหัวชาตินิยมที่เคยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อปี 2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอินเดียต่อแถวรอใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งนอกเมืองอมฤตสาร์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า การเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562 เป็นการเลือกตั้งรอบที่ 7 ที่เป็นรอบสุดท้ายของการลงคะแนนเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยครั้งใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึง 900 ล้านคน รอบนี้เป็นการลงคะแนนในรัฐทางภาคเหนือ 8 รัฐ โดยเป็นการชิงชัยเก้าอี้ผู้แทนราษฎร 59 ที่นั่ง จากสภา 543 ที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยเลือกตั้งปิดหีบในเวลา 19.30 น.ตามเวลาประเทศไทย และจะประกาศผลการนับคะแนนได้ในวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศการเลือกตั้งมีความตึงเครียดและมีการปะทะกันในหลายพื้นที่ ที่รัฐเบงกอลตะวันตก รัฐบาลวางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ภายหลังกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคภารติยะชนะตะ (บีเจพี) ปะทะกับกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ที่หน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งในเมืองกัลกัตตา มือดีขับรถจักรยานยนต์มาปาระเบิดแสวงเครื่องใส่คูหา แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ที่เมืองนี้ยังเกิดเหตุคนกลุ่มหนึ่งโจมตีที่ทำการชั่วคราวของบีเจพี และมีนักเคลื่อนไหวขัดขวางการเข้าหน่วยเลือกตั้ง ตำรวจต้องเข้าเคลียร์พื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคบีเจพีของนายกฯ โมดี วัย 68 ปีซึ่งไปใช้สิทธิลงคะแนนที่เมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ หาเสียงอย่างดุดันโดยชูภาพพจน์ความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งของโมดีและเล่นประเด็นการโจมตีทางอากาศตอบโต้กันข้ามชยแดนแคชเมียร์ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน ขณะที่ฝ่ายค้าน ซึ่งนำโดยพรรคคองเกรส และราหุล คานธี ผู้นำพรรควัย 48 ปี ตำหนิโมดีว่าใช้นโยบายที่สร้างความแตกแยกและละเลยปัญหาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คารัน ทาปาร์ นักวิเคราะห์การเมือง ให้ทัศนะผ่านบทความในฮินดูสถานไทมส์ว่า โมดีหาเสียงเล่นกับความไม่มั่นคงและความหวาดกลัวลึกๆ ในใจของประชาชน แต่ทาปาร์ก็วิจารณ์การหาเสียงของคานธีเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักจัดทำผลสำรวจกล่าวกันว่า โมดียังได้รับความนิยมในแง่ตัวบุคคล แต่พรรคของเขาอาจได้รับผลกระทบจนทำให้สูญเสียความเป็นพรรคเสียงข้างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมดีเดินสายหาเสียงอย่างหนักโดยจัดปราศรัย 142 ครั้งทั่วประเทศ แต่นักจัดทำโพลกล่าวว่า พรรคของเขาอาจสูญเสียที่นั่งหลายสิบที่นั่งจากที่เคยได้ 282 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2557 ที่พรรคชนะอย่างถล่มทลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์อินเดียศึกษาประเมินว่า ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการเลือกตั้งของอินเดียครั้งนี้อาจสูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้เป็นการเลือกตั้งที่ใช้เงินมากที่สุดครั้งหนึ่งของโลก โดยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่นั้นเป็นทุนหาเสียงของพรรคบีเจพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายส่วนมากนั้นใช้กับการโฆษณาและเผยแพร่สารผ่านโซเชียลมีเดีย พรรคต่างๆ ใช้กองทัพ &amp;quot;นักรบไซเบอร์&amp;quot; กระหน่ำหาเสียงกับผู้ใช้เฟซบุ๊กและวอตส์แอปของอินเดียที่มีหลายร้อยล้านราย ขณะเดียวกัน ข่าวปลอมและภาพตัดต่อเพื่อโจมตีคู่แข่งก็มีกลาดเกลื่อน รวมถึงการตัดต่อภาพที่คานธีและโมดีกินมื้อกลางวันกับอิมรอน ข่าน นายกรัฐมนตรีปากีสถาน หรือภาพปรียันกา คานธี นักการเมืองที่เป็นน้องสาวของผู้นำพรรคคองเกรส เมาเหล้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการโจมตีสาดโคลนกันแล้ว การเลือกตั้งอินเดียยังเกิดเหตุการณ์รุนแรงหลายครั้ง ที่รัฐมหาราษฏระในภาคตะวันตกของประเทศ เช่นกบฏนิยมลัทธิเหมาฆ่าทหาร 15 นายพร้อมคนขับรถเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คานธีพยายามจับประเด็นโจมตีโมดีหลายเรื่องด้วยกัน โดยเฉพาะคำกล่าวหาคอร์รัปชันในการทำสัญญาซื้ออาวุธจากฝรั่งเศส และความเดือดร้อนของเกษตรกรและปัญหาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสมัยรัฐบาลชาตินิยมของโมดียังเกิดเหตุชาวมุสลิมและชาวจัณฑาลตกเป็นเป้าโจมตีของชาวฮินดู โทษฐานที่กินเนื้อวัว, ฆ่าวัวและขายวัว ซึ่งถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของฮินดู ทำให้ชนส่วนน้อยเหล่านี้มีชีวิตอยู่ด้วยความกังวลต่ออนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36250</URL_LINK>
                <HASHTAG>นเรนทรา โมดี, พรรคภารติยะชนะตะ, ราหุล คานธี, อินเดีย, เลือกตั้งมาราธอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190519/image_big_5ce1723f0fa51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียรูดม่านเปิดฉากเลือกตั้งมาราธอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินเดียเปิดฉากการเลือกตั้งทั่วไปแบบมาราธอนช่วงแรกจาก 7 ช่วงเมื่อวันพฤหัสบดี และจะเสร็จสิ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งเป็นการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยครั้งใหญ่ที่สุดของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หญิงอินเดียชนเผ่าดอนเกรียต่อแถวรอใช้สิทธิที่รัฐโอริสสา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 11 เมษายน ว่า ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า นายกฯ โมดี และพรรคภาระติยะชะนะตะ (บีเจพี) ของเขา จะชนะเลือกตั้งกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่ผ่านมาการจัดทำโพลในอินเดียไม่อาจพึ่งพาได้เท่าใดนัก ตัวชี้วัดคือต้องดูคะแนนนิยมของบีเจพีในรัฐสำคัญๆ เช่น รัฐอุตตรประเทศและเบงกอลตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยความที่เป็นประเทศขนาดใหญ่และมีประชากรที่มีสิทธิ์เลือกตั้งถึง 900 ล้านคน จากประชากร 1,300 ล้านคน อินเดียจึงต้องแบ่งการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 543&amp;nbsp; ที่นั่ง ออกเป็น 7 ช่วง โดยจะสิ้นสุดวันที่ 19 พฤษภาคม และคาดว่าจะรู้ผลเลือกตั้งภายในวันที่ 23 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ราว 1.1 ล้านเครื่อง ถูกนำส่งไปยังพื้นที่ห่างไกลในป่าและเทือกเขา ซึ่งรวมถึงหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้ชายแดนจีนที่มีผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งวันพฤหัสบดีนั้นมีผู้มีสิทธิ์ประมาณ 142 ล้านคน หน่วยแรกๆ ที่เปิดให้ลงคะแนนก่อนคือ รัฐในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น รัฐอรุณาจัลประเทศที่ติดชายแดนจีน ตามด้วยหลายพื้นที่ในรัฐพิหารทางภาคเหนือ และรัฐจัมมูและแคชเมียร์บนเทือกเขาหิมาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐอัสสัมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชาชนมาต่อแถวรอใช้สิทธิ์ก่อนเปิดหีบ 45&amp;nbsp; นาที จำนวนมากเป็นคนหนุ่มสาวที่ตื่นเต้นกับการมีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งครั้งแรก ซึ่งในครั้งนี้มีผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนครั้งแรก 84 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ โมดี วัย 68 ปี เรียกร้องผ่านทวิตเตอร์ถึงผู้ติดตามเขาเกือบ 47 ล้านคน เช้าวันเลือกตั้ง ให้ออกมาใช้สิทธิ์กันมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมดีนำพรรคบีเจบีของเขาชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อปี 2557 และสร้างประวัติศาสตร์เป็นพรรคแรกในรอบ 30 ปี ที่กวาดที่นั่ง ส.ส.ข้างมากอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากบริหารประเทศ บีเจพีก็โดนวิพากษ์วิจารณ์ว่าพยายามผลักดันวาระฮินดูในอินเดีย กระตุ้นการโจมตีชาวมุสลิมและพวกวรรณะจัณฑาลที่ขายเนื้อวัว แก้ไขตำราเรียนและเปลี่ยนชื่อเมืองหลายเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คู่แข่งของโมดีคือ ราหุล คานธี ทายาทวัย 48 ของนายกรัฐมนตรี 3 รุ่น จากพรรคคองเกรส ซึ่งเพิ่งทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อเดือนธันวาคม โดยได้อานิสงส์จากความไม่พอใจผลงานด้านเศรษฐกิจของโมดี คานธีกล่าวโจมตีโมดีว่าก่อ &amp;quot;หายนภัยแห่งชาติ&amp;quot; ขึ้น คนไม่มีงานทำ ยกเลิกธนบัตร เกษตรกรทุกข์ทรมาน มีแต่การโกหก ไม่น่าไว้วางใจ ความรุนแรง เกลียดชัง และหวาดกลัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33460</URL_LINK>
                <HASHTAG>นเรนทรา โมดี, อินเดีย, เลือกตั้งทั่วไป, เลือกตั้งมาราธอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190411/image_big_5caf4464aebe0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2019 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 21:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียยิงมิสไซล์สอยดาวเทียม โวขึ้นชั้นมหาอำนาจอวกาศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ประกาศความสำเร็จในการยิงทดสอบมิสไซล์ทำลายดาวเทียมในวงโคจรต่ำเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โวอินเดียเป็นชาติที่ 4 ในก๊วนมหาอำนาจด้านอวกาศ แต่ย้ำวัตถุประสงค์เพื่อสันติ ไม่มีเจตนาสร้างบรรยากาศสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอินเดียดูการแถลงของนายกฯ นเรนทรา โมดี เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า นายกฯ นเรนทรา โมดี ประกาศข่าวการยิงมิสไซล์ทำลายดาวเทียมดวงนี้ผ่านการแถลงต่อประชาชนทั้งประเทศเมื่อวันที่ 27 มีนาคม โดยบอกว่าจากความสำเร็จครั้งนี้ทำให้อินเดียเป็นชาติล่าสุดในกลุ่มมหาอำนาจด้านอวกาศซึ่งได้แก่ สหรัฐ, รัสเซีย และจีน ที่สามารถยิงดาวเทียมในวงโคจรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแถลงทางโทรทัศน์แห่งชาติครั้งนี้เป็นครั้งแรกของโมดีนับแต่ปลายปี 2559 และมีออกมาก่อนหน้าที่อินเดียจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนหน้า ซึ่งโมดีหวังจะครองเก้าอี้ผู้นำอินเดียต่อเป็นสมัยที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมดีกล่าวว่า มิสไซล์ลูกนี้ยิงจากฐานทดสอบที่รัฐโอริสสา ทางภาคตะวันออกของประเทศ และสามารถยิงโดนดาวเทียมตกจากวงโคจรอยู่ที่ความสูงประมาณ 300 กิโลเมตร ปฏิบัติการที่ยากเย็นนี้ใช้เวลาประมาณ 3 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่เป็นช่วงเวลาอันน่าภาคภูมิใจสำหรับอินเดีย&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;อินเดียได้จดจารชื่อของตนไว้ในรายชื่อมหาอำนาจด้านอวกาศแล้ว ซึ่งจนถึงบัดนี้มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จเรื่องนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยิงทดสอบมิสไซล์ทำลายดาวเทียมครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังอินเดียและปากีสถานเพิ่งมีความขัดแย้งเหนือพรมแดนแคชเมียร์ ที่เครื่องบินรบของแต่ละฝ่ายประจัญบานกัน เครื่องบินรบลำหนึ่งของอินเดียโดนยิงตกและนักบินโดนปากีสถานจับตัวไว้ ก่อนที่จะส่งตัวคืนให้อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมดีกล่าวว่า การทดสอบมิสไซล์ทำลายดาวเทียมครั้งนี้เป็นการทดสอบอย่างสันติ ไม่ได้ละเมิดสนธิสัญญาใดๆ และไม่ได้มีเจตนาสร้าง &amp;quot;บรรยากาศของสงคราม&amp;quot; เขาขอรับประกันต่อประชาคมโลกว่าขีดความสามารถใหม่ของอินเดียนี้ไม่ได้ต่อต้านชาติใด แต่เป็นไปเพื่อปกป้องและสร้างหลักประกันให้อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐและสหภาพโซเวียตทดสอบยิงมิสไซล์ทำลายดาวเทียมสำเร็จครั้งแรกเมื่อปี 2528 ส่วนจีนทำสำเร็จในปี 2550 กล่าวกันว่าปัจจุบันทั้งสามชาตินี้กำลังพัฒนาโครงการอาวุธเลเซอร์ยิงทำลายดาวเทียม&amp;nbsp; หรือที่เรียกกันว่าสตาร์วอร์ส และก่อความวิตกเรื่องการแข่งขันกันติดตั้งอาวุธในอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำประกาศของโมดี กระทรวงการต่างประเทศของอินเดียออกแถลงการณ์ย้ำว่า อินเดียไม่มีเจตนาจะเข้าร่วมการแข่งขันด้านอาวุธในอวกาศ อินเดียยึดมั่นมาโดยตลอดว่า การใช้ประโยชน์จากอวกาศต้องเป็นไปเพื่อสันติเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32403</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรวดทำลายดาวเทียม, นเรนทรา โมดี, มหาอำนาจอวกาศ, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190327/image_big_5c9b8a1d0776b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
