<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.ซักซ้อมความเข้าใจรับนักเรียนปี63  ลดจำนวนนร.นั่งสอบต่อห้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17มี.ค.63- นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงนามวันที่ 16มี.ค.2563 ในหนังสือแจ้งสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา/มัธยมศึกษาทุกเขต เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเรื่องการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 และแนวปฏิบัติในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษากําชับ ติดตาม และแจ้งให้โรงเรียนปฏิบัติ ดังนี้
1. ดําเนินการรับนักเรียนทุกระดับ ให้เป็นไปตามประกาศและปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563
2. การรับสมัคร ให้จัดสถานที่รับสมัครให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด เป็นไปตามที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนด
3. การสอบคัดเลือก
3.1 การจัดห้องสอบ หากสถานที่เพียงพอ ควรลดจํานวนนักเรียน : ห้อง
3.2 ห้องสอบมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
3.3 จัดบริการเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย ให้เพียงพอ
3.4 จัดบริการตรวจวัดไข้ หากพบนักเรียนที่มีไข้ ให้คณะกรรมการรับนักเรียนของโรงเรียนพิจารณาตามที่เห็นสมควร
3.5 ครูที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง หรืออยู่ระหว่างการแยกตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการ (14 วัน) ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข หากมีหน้าที่เป็นผู้คุมสอบหรือมีหน้าที่อื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการรับสมัครการสอบ การรายงานตัว และการมอบตัว ขอให้เปลี่ยนตัวผู้อื่นมาทําหน้าที่แทน
4. การรายงานตัวและการมอบตัว ควรใช้สถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่แออัด กระจายจุดบริการให้เพิ่มขึ้น และปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันฯ โดยเคร่งครัด
5. หากมีสถานการณ์จําเป็นที่ไม่สามารถดําเนินการสอบคัดเลือกได้ ตามที่คณะกรรมการรับนักเรียนพิจารณา ให้รายงานต่อศูนย์การรับนักเรียน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายเลขโทรศัพท์ 0 2280 5530 หรือ 0 2288
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59995</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., #โควิด-19, นโยบาบรับนักเรียนปี63, สนิท แย้มเกษร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e7023a03df50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ด กพฐ.เห็นชอบแนวปฎิบัติรับนร.ปี63เปิดช่องให้อิสระพื้นที่กำหนดเงื่อนไขพิเศษรับเด็กได้ ตามบริบทของรร. แต่ถ้ามีใต้โต๊ะ ผู้บริหารต้องรับผิดชอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
18ต.ค.62-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ที่ประชุม กพฐ. ได้มีมติเห็นชอบร่างนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา 2563 โดยที่ประชุมเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) รับผิดชอบดูแลการรับนักเรียน แต่ยังคงหลักการจำนวนนักเรียนต่อห้อง เพื่อเป็นหลักประกันเรื่องคุณภาพ เช่น ระดับชั้นประถมศึกษา 30 คนต่อห้องเรียน มัธยมศึกษา 40 คนต่อห้อง เป็นต้น ส่วนในกรณีจะมีการขยายห้องเรียนก็ไม่คาดเกิน 5 คนต่อห้องเรียนและยังให้ กศจ.)ตั้งคณะกรรมการรับนักเรียนระดับจังหวัด เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมการฯ จะมีอำนาจหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์การรับนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของนักเรียน สัดส่วนการรับนักเรียนของโรงเรียน การจะสอบหรือไม่สอบ จะใช้คะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) หรือไม่ใช้ และมีคณะกรรมการรับนักเรียนระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อีก 1 ชุด ดูแลการรับนักเรียนภายในเขตพื้นที่การศึกษาและร่วมกับเขตพื้นที่การศึกษาอื่นภายในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการรับนักเรียนในระดับการศึกษาปฐมวัย สพฐ.จะต้องให้หน่วยงานต่างๆ เช่น เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่จัดการศึกษาอยู่ดำเนินการรับเด็กไปก่อน ส่วนสถานศึกษาในสังกัด สพฐ.จะรับในส่วนที่ไม่มีสถานศึกษาสังกัดอื่นดูแลเด็กอยู่ ทั้งนี้ที่ประชุม กพฐ.เสนอว่าควรเปิดโอกาสให้เด็กพิเศษที่สามารถเรียนรวมได้เข้าเรียนรวมกับเด็กปกติในโรงเรียนทั่วไปด้วย นอกจากนี้ยังกระจายอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และ สพท. สามารถกำหนดเงื่อนไขพิเศษในการรับนักเรียนได้ ที่จากเดิม กพฐ.ได้มีแก้ไขประกาศ เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2562 &amp;nbsp;ในการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษจากเดิม 7 ข้อ เหลือ 4 ข้อ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอให้ยกเลิกหลักเกณฑ์การรับนักเรียนกรณีนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ แต่ทั้งนี้การดำเนินการจะต้องมีการหารือกันภายในคณะกรรมการรับนักเรียนของจังหวัดให้ชัดเจน ว่า หากโรงเรียนใดมีความจำเป็นก็พิจารณาเป็นรายกรณีไปและเป็นไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ในที่ประชุมเห็นตรงกันว่าหากเกิดปัญหาเกี่ยวกับการรับนักเรียนที่ไม่เป็นไปตามกติกา หรือไม่โปร่งใส ผู้บริหารต้องรับผิดชอบทั้งหมด เพราะเมื่อมีการกระจายอำนาจออกไปแล้ว ความรับผิดชอบก็ต้องตามไปด้วย &amp;ldquo;ประธาน กพฐ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48337</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, นโยบาบรับนักเรียนปี63, บอร์ดกพฐ., ให้อิสระเขตพื้นที่้รับเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d035f9135908.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
