<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; ชี้ไม่เกิน 3 อาทิตย์ ร.พ.ในเครือ สธ.จ่ายยากัญชาได้ เผยปลูก 6 ต้น อสม.ได้สิทธิก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.62 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความกังวลที่บางส่วนมองว่านายทุนต่างชาติ กำลังเข้ามาแทรกแซงตลาดกัญชาในประเทศไทย ว่ายังไม่ใช่เรื่องที่ต้องวิตก การพูดคุยที่ปรากฎเป็นข่าว ภาครัฐแค่หารือเรื่ององค์ความรู้ในการปลูกและแปรรูปกัญชา ไม่ได้ไปไกลถึงขั้นจะซื้อจะขายกับใคร ตอนนี้เราเน้นเรื่องการรักษาผู้ป่วยก่อน และวัตถุดิบที่มีอยู่ก็แทบไม่พอต่อความต้องการ แผนการคือผลิตสารสกัดกัญชาให้ได้ 1 ล้านขวด ขวดละ 5 ซีซีส่งมอบให้โรงพยาบาลในเครือของกระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้ และเก็บข้อมูลการรักษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่าระหว่างที่รอผลิตภัณฑ์ ได้สั่งให้แก้กฎหมายรองรับภารกิจนี้ โดยภายใน 2-3 อาทิตย์ โรงพยาบาลในเครือของกระทรวงสาธารณสุข ต้องสั่งใช้ยาที่มีส่วนผสมของกัญชาได้ จากนั้นเมื่อผลการรักษาออกมาดี นโยบายกัญชาจะก้าวสู่ขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ยังอธิบายถึงแนวทางการควบคุมการใช้กัญชา จากนโยบายให้ปลูกบ้านละ 6 ต้นว่า อสม.จะเป็นกลุ่มแรกที่มีสิทธิ์ในการปลูก โดยผ่านการลงทะเบียนภายใต้การควบคุมโดยรัฐ มุ่งเน้นให้เป็นพืชสมุนไพรประจำบ้านเท่านั้น ห้ามซื้อขายกันเอง และห้ามนำมาใช้นอกบ้าน ถ้าจัดการ อสม.ได้จะนำไปสู่การเปิดให้ใช้อย่างเสรีมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องของ อ.เดชา ศิริภัทร กำลังดำเนินการคืนสถานะของหมอพื้นบ้านแก่ อ.เดชา เพื่อให้สามารถกลับมาจ่ายยารักษาผู้ป่วย&amp;rdquo;รมว.สาธารณสุข กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42467</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, กัญชารักษาโรค, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นโยบายกัญชา, เดชา ศิริภัทร, เดชา หมอพื้นบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d427747b667d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;เตือนสายเขียวอย่าประเจิดประเจ้อ&#039;กัญชา&#039;ใช้หรือปลูกยังผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.62-นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม(รมว.ยุติธรรม) กล่าวถึงนโยบายกัญชาเสรีว่า วันนี้เขายังไม่ได้อนุญาตอย่างถูกต้อง ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชนว่าอย่าไปประเจิดประเจ้อ เพราะจะถูกจับดำเนินการทางกฎหมาย ถ้ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำเป็นนโยบายจริงจัง ก็ต้องไปเร่งออกกฎหมาย และออกระเบียบกฎเกณฑ์ว่าจะสามารถใช้หรือปลูกได้อย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42187</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นโยบายกัญชา, ยาเสพติด, รมว.ยุติธรรม, สายเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5ee6d19cc74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัญชาไปต่อ/ขึ้นค่าแรงส่อวืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; ฟิตจัด ระเบิดนโยบายกัญชา &amp;nbsp;เดินทางเยี่ยมโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรก่อนนั่งเก้าอี้ รมว.สาธารณสุขเต็มตัว ยันไม่เอื้อทุนธุรกิจ &amp;nbsp;&amp;quot;กอบศักดิ์&amp;quot; เผยเหลือเวลาแค่ 3 สัปดาห์ต้องร่างนโยบายรัฐบาลให้เสร็จ ยอมรับพรรคร่วมเยอะต้องคุยกันนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มีชื่อติดโผรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางไปโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับการต้อนรับจากภาคส่วนต่างๆ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า การลงมาติดตามความคืบหน้าการดำเนินการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่นี่ เพื่อหาองค์ความรู้ต่อการผลักดันการใช้ทางการแพทย์ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน โดยเห็นว่าการผลักดันเรื่องนี้จะอาศัยเพียงภาคการเมืองฝ่ายเดียวอาจไม่สำเร็จ ต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสถาบัน โรงพยาบาล อย่าง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นกับการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค และย้ำว่ากัญชาเสรีที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันคือเสรีเพื่อการแพทย์เป็นหลัก และจะไม่มีการเอื้อทุนธุรกิจใดๆ เด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายอนุทินรับฟังข้อมูล ติดตามดำเนินโครงการ &amp;quot;กัญชาอภัยภูเบศรโมเดล&amp;quot; การพัฒนาใช้กัญชาทางการแพทย์แบบครบวงจรทั้งระบบ ตั้งแต่การปลูก ที่สร้างพื้นที่ต้นแบบความร่วมมือกับชุมชนที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจปลูกและพัฒนากัญชาให้มีคุณภาพและความปลอดภัย เดินหน้าปลูกกัญชาสายพันธุ์ที่มีสาร THC เด่น และ CBD เด่น 16 ต้น ในระบบปิด ที่มีการควบคุมความชื้น อุณหภูมิและแสง ภายในตู้คอนเทนเนอร์ ที่มีต้นทุนต่ำกว่าระบบปิดทั่วไปถึง 3 เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงหรือเป็นแหล่งเพาะปลูกวัตถุดิบในอนาคต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเดินหน้าศึกษาสกัดสารสำคัญจากกัญชาในการรักษาโรค รวมถึงการสั่งจ่ายยาให้กับผู้ป่วย ที่เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์นำร่องรักษาผู้ป่วยโรคลมชักและพาร์กินสันไปแล้วตั้งแต่สัปห์ดาที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายอนุทินได้หารือร่วมกับตัวแทนโรงพยาบาลที่เดินหน้าโครงการนี้ ถึงแนวทางการดำเนินการระยะสั้นและระยะยาว และการร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กร ตลอดจนปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการใช้กัญชาทางการแพทย์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หนึ่งในทีมทำงานร่างนโยบายรัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำนโยบายรัฐบาลว่า ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคได้ส่งนโยบายของแต่ละพรรคมาที่พรรคพลังประชารัฐแล้ว อาทิ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นต้น ซึ่งพรรคพลังประชารัฐ จะเตรียมรวบรวมนโยบายทั้งหมดเพื่อเขียนเป็นร่างนโยบายรัฐบาล โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.นี้ จะเชิญตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล มาหารือถึงการร่างนโยบาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สำหรับนโยบายของพรรค พปชร.ที่คิดว่าจะสามารถทำได้ทันที และเราจะเสนอต่อที่ประชุม ได้แก่ 1.นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะนโยบายนี้ขึ้นกับกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;และสิ่งที่พรรคประชาธปัตย์เคยถูกถึงในช่วงหาเสียงว่า &amp;ldquo;บัตรนี้ใช้แล้วเจ้าสัวรวย&amp;rdquo; ตรงนี้อาจจะเป็นการพูดเชิงการเมืองเท่านั้น เพราะตอนนี้ร้านค้าต่างๆ ที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้ได้ก็มีสินค้าด้านการเกษตรและภูมิปัญญาชาวบ้านขายอยู่ นอกจากนี้ การรูดบัตรไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องรูดบัตรอย่างเดียว เนื่องจากนี้ตอนนี้มีแอปพลิเคชันของธนาคารกรุงไทยมาใช้ได้แล้ว ซึ่งจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.นโยบายพักหนี้เกษตรกร เพราะคิดว่าหลายพรรคการเมือง คนเห็นด้วยและไม่ต้องใช้งบประมาณมาก สามารถทำได้เลย เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร 3.นโยบายมารดาประชารัฐ ที่จะได้ประมาณคนละ 180,000 บาท ซึ่งนโยบายนี้ช่วงหาเสียงพบว่ามีช่องโหว่ คือการไม่ได้จำกัดอายุผู้ที่จะมีบุตร ซึ่งในรายละเอียดจะต้องมีการระบุอายุว่าต้องอายุเท่าไหร่ถึงจะรับเงินตรงนี้ เพื่อป้องกันปัญหา &amp;ldquo;แม่วัยใส&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์กล่าวว่า นโยบายที่แต่ละพรรคการเมืองคล้ายกัน เช่น นโยบายกัญชาเสรี ของพรรคภูมิใจไทย เชื่อว่า รมว.สาธารณสุขจะเป็นคนดูแลเป็นหลัก โดยประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพรรค พปชร.มองว่าก็ควรเป็นนโยบายที่ควรขับเคลื่อนต่อไป ส่วนนโยบายที่มีแนวโน้มว่าจะต้องพูดคุยกันอย่างหนัก คือนโยบายเรื่องการเกษตร จากเดิมพรรคพปชร.เสนอให้ราคาข้าวเปลือกเจ้า ต้องได้รับเกิน 10,000 บาทต่อตัน ส่วนข้าวหอมมะลิต้องได้เกิน 15,000 บาทต่อตัน และเพิ่มค่าเก็บเกี่ยวจากไร่ละ 1,500 บาท เป็น 2,000 บาท ซึ่งนโยบายนี้เป็นงบที่ผูกพันธ์และต้องคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า เห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่ หากไม่เห็นด้วยก็ต้องมาผสมกัน &amp;nbsp;เพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ วันละ 400-425 บาท เป็นนโยบายที่พรรค พปชร.ใช้หาเสียงและยอมรับว่าตอนนี้ยังไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน เพราะการขยับขึ้น 400-425 บาทในทีเดียวจะมีผลกระทบต่อภาคเอกชนแน่นอน พรรค พปชร.จึงจะเสนอให้ขึ้นค่าแรงในลักษณะเป็นขั้นบันได และทุกจังหวัดก็ไม่ใช่ว่าจะได้ค่าแรงเหมือนกัน ขึ้นกับทักษะ การประกอบอาชีพ ทั้งนี้ วิธีการขึ้นค่าแรงแบบขั้นบันได ก็จะใช้กับนโยบายค่าแรงของปริญญาตรีขั้นต่ำที่พรรคพลังประชารัฐเคยหาเสียงไว้ 20,000 บาท/คน &amp;nbsp;ส่วนผู้ที่จบอาชีวะ 18,000 บาท/คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้เหลือเวลาอีก 3 สัปดาห์ที่ต้องร่างนโยบายรัฐบาลให้เสร็จ ซึ่งพบว่าอุปสรรคสำคัญคือมีหลายพรรคร่วมรัฐบาล และต้องใช้เวลาคุยกันให้ชัดเจน &amp;nbsp;เพื่อป้องกันการอภิปรายในประเด็นเรื่องงบประมาณของพรรคฝ่ายค้าน ท้ายที่สุดก็เชื่อว่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน ทันทีที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา&amp;quot; นายกอบศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน เพื่อพบปะเกษตรกร-กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ชาวสวนลำไย รับเรื่องแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อแก้ราคาพืชผลการเกษตรครบวงจร เพื่อทำงานเชิงรุกการแก้ไขปัญหาและยกระดับราคาพืชผลการเกษตร กลุ่มสหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน โดยมีอดีตผู้สมัครและตัวแทนประชาธิปัตย์ ประสานงานภาคเกษตรเพื่อให้โอกาสเกษตรกรประชาชนได้เสนอแนวทางความคิดเห็น ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวมีกลุ่มเกษตรกรอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงต้องการมายื่นหนังสือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้ นอกจากมาเยี่ยมชาวสวนลำไยแล้ว ก็มาเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเท็จจริงในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ล่าสุด ซึ่งจะได้เป็นข้อมูลที่จะนำไปช่วยแก้ไขปัญหาให้กับชาวสวนลำไยในอนาคต จึงตั้งใจมาดูให้ครบวงจร ทั้งการปลูก แปรรูป และการส่งออก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถือว่าเป็นการเตรียมก่อนเข้าตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ นายจุรินทร์ ตอบว่า ยังไม่ขอพูดจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ตอนนี้ขอมาในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อน ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน เพราะไม่มีผู้แทนมาหลายปี และขาดคนที่จะเข้ามาช่วยดูแลในพื้นที่หลายปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า ระหว่างวันที่ 3-5 ก.ค.2562 ทีมเศรษฐกิจทันสมัย (New Economy) ปชป. นำโดยนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะทำงาน รวมถึงนายอรรถ เหมวิจิตรพันธุ์, ดร.อักษรศรี พาณิชสาส์น, นางฮอลลี่ อัมระนันทน์, นายสุริยพงศ์ ทับทิมแท้ และนายนาวี นาควัชระ ได้ลงพื้นที่อีสานประเดิมจังหวัดขอนแก่นพบสภาเกษตรกร เพื่อรับฟังปัญหาเกษตรกรภาพรวม ราคาสินค้าเกษตร พร้อมหาแนวทางบูรณาการโดยใช้กลไกของกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ที่พรรคจะได้บริหารมาแก้ปัญหา เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปริญญ์เผยว่า การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรในปัจจุบัน จำเป็นต้องมุ่งพัฒนาคุณภาพสินค้าควบคู่ไปกับการทำตลาด ซึ่งในระยะยาวจะช่วยเพิ่มราคาให้กับสินค้าเกษตร การลงพื้นที่มารับฟังปัญหาที่จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับสภาเกษตรกร ต.ท่าพระ และการพบปะชุมชนสหกรณ์โคนม บ้านซำจาน ต.เขาค้อ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ในครั้งนี้ ถือเป็นแนวทางในการที่จะนำไปปรับใช้ในทุกพื้นที่ การแก้ปัญหาเกี่ยวกับสินค้าเกษตรในปัจจุบัน ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนวิธีคิด ไม่ใช่มุ่งที่จะขายสินค้าเพื่อป้อนตลาดเพียงอย่างเดียว ต้องเน้นการพัฒนาคุณภาพด้วย นอกจากจะทำให้ขายสินค้าได้ราคาเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศได้ด้วยเช่นกัน แนวทางทำงานของเราจึงเน้นเรื่องความยั่งยืนเป็นหลัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40285</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, ขึ้นค่าแรง, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นโยบายกัญชา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1f4ce85efd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยหนู&#039;ฮึ่ม!&#039;กกต.-คสช.&#039;อย่าจุ้นนโยบายกัญชา เพราะจะเกิดหลังมีรัฐบาลของประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.62- &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ กกต.ตรวจสอบนโยบายกัญชาของฝ่ายการเมืองว่า กกต.เป็นองค์กรอิสระ ทำไมต้องไปให้ใครบอกว่าท่านต้องมาตรวจสอบคนนี้คนนั้น นโยบายของพรรคเรา เกิดจากการศึกษาและปฏิบัติตามกรอบทุกประการ ที่สำคัญ ได้เสนอกับ กกต.แล้ว ตรวจสอบแล้วว่าหาเสียงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน คิดแต่ความอยู่ดีกินดีของประชาชน เกิดเรื่องแบบนี้ก็ดี พี่น้องจะได้เห็นความสวยงามของประชาธิปไตย เพราะจะได้รู้ว่าคนที่เข้ามาด้วยเสียงพี่น้องประชาชน เขาทำเพื่อประชาชน ต่างจากคนที่เข้ามาด้วยวิธีการอื่นที่จะไม่เข้าใจพี่น้องประชาชนต้องการอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;นโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย จะเกิดขึ้นเมื่อเรามีรัฐบาลที่มาจากพี่น้องประชาชนแล้ว คนที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์อะไรโดยอ้างกฎหมายปัจจุบัน สถานการณ์ปัจจุบัน ก็คือคนที่ไม่รู้เรื่อง อย่ามายุ่งกับเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยต้องการจะทำเพื่อพี่น้องประชาชน เมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้าไปบริหารบ้านเมือง มันคนละขั้นตอน มันคนละเวลา คนละคนนะครับ เราก็ไม่เคยไปวิจารณ์อะไรโดยเฉพาะการทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน ก็ควรจะต้องให้เกียรติกันเรื่องนโยบายของแต่ละพรรค&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31129</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, นโยบายกัญชา, หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c873bc66433c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเป็นเล่นไป!คนวัยทำงานชอบนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.62- &amp;nbsp;ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เปิดใจคนวัยทำงาน กับ นโยบายกัญชา กรณีศึกษาประชาชนคนวัยทำงานทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,116 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง วันที่ 1 &amp;ndash; 11 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.6 ระบุควรหยุดต่างชาติ เป็นเจ้าของกัญชาไทย ในขณะที่เพียงร้อยละ 9.4 ระบุไม่ควรหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนวัยทำงานผู้ชาย ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 58.5 เห็นด้วยกับ นโยบาย กัญชาของพรรคภูมิใจไทย มากกว่า ผู้หญิงที่มีอยู่ร้อยละ 43.2 และเมื่อเปรียบเทียบกับ อาชีพกลุ่มต่าง ๆ พบว่า กลุ่มเกษตรกร เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.8 เห็นด้วยกับ นโยบาย กัญชา ของพรรคภูมิใจไทย ในขณะที่ กลุ่มพนักงานเอกชนมีสัดส่วนสูงที่สุดคือ ร้อยละ 71.4 เห็นด้วยกับ นโยบายกัญชา ของพรรคภูมิใจไทย และที่น่าสนใจคือ นักศึกษา ครึ่ง ครึ่ง คือร้อยละ 50.0 และกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐร้อยละ 61.5 เห็นด้วย กับนโยบายกัญชา ของพรรคภูมิใจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เมื่อสอบถามความเห็นต่อ นโยบาย กัญชา เปรียบเทียบระหว่าง นโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย กับ พรรคอื่น พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.5 ระบุ นโยบายกัญชา ของพรรคภูมิใจไทย จริงใจช่วยเหลือเกษตรกร และประชาชนผู้มีรายได้น้อย ตามแนวปลูกกัญชาพารวย รองลงมาคือ ร้อยละ 13.3 ระบุ นโยบาย กัญชา ของพรรคอื่น ก็จริงใจช่วยเหลือเกษตรกร ร้อยละ 7.7 ระบุ นโยบาย กัญชา ของพรรคอื่น เอาใจกลุ่มนายทุนใหญ่ นายทุนต่างชาติ ครอบครอง กัญชาไทย และร้อยละ 5.5 ระบุ อื่น ๆ ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า จากผลวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าประชาชนส่วนใหญ่กังวลและเป็นห่วงว่า นโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาจะเอื้อต่อชาวต่างชาติที่จะอาศัยกฎหมายของประเทศไทยและการเอื้อประโยชน์ของผู้ใหญ่บางคนในรัฐบาลที่ผ่านมาทำให้คนไทยหมดสิทธิจะเป็นเจ้าของกัญชาไทย แต่เมื่อถามถึงนโยบาย กัญชาของพรรคภูมิใจไทยกลับพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ทุกกลุ่มอาชีพสนับสนุนนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทยเพราะจะทำให้คนไทยทั้งประเทศเป็นเจ้าของโดยไม่ปล่อยให้เป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลที่ผ่านมาที่ไปเอื้อประโยชน์กลุ่มนายทุนต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของกัญชาไทย ดังนั้น แนวนโยบาย กัญชา ของพรรคภูมิใจไทยจึงโดดเด่นขึ้นมาสอดคล้องกับกลุ่มคนไทยที่ต้องการปกป้องรักษาสมบัติชาติของไทยและของลูกหลานคนไทยสืบต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, นโยบายกัญชา, พรรคภูมิใจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c872d4c7aea8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
