<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2019 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2019 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมพงษ์ จิตระดับ ประเมินผลงานการศึกษารัฐบาล คสช.ยังไม่น่าพอใจ เชียร์ พท.รวม อนค.ตั้งรัฐบาล ดึงคนรุ่นใหม่ ปฎิวัติ ไม่ใช่ปฎิรูปการศึกษา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25มี.ค.62-ตามที่มีการเผยแพร่ผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการตามสื่อสำนักต่างๆ และพบว่าคะแนนของพรรคพลังประชารัฐอยู่ในอันดับ 1 &amp;nbsp;แต่ก็สูสีกับคะแนนของพรรคเพื่อไทยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สำหรับเรื่องนโยบายด้านการศึกษาของพรรคพลังประชารัฐ ประเด็นที่ 1 ตนมองว่านโยบายที่นำมาใช้หาเสียงยังไม่สอดคล้องกับผลงานของรัฐบาลนี้ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเชื่อมโยงและต่อยอด เพราะผลงานที่ดีของรัฐบาลชุดนี้ก็มีในหลายเรื่อง เช่น การปราบปรามทุจริตความโปร่งใส การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning การลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่เห็นว่านโยบายของพรรคพลังประชารัฐมีความเชื่อมโยงกับเรื่องเหล่านี้อย่างไร และงานที่สำคัญที่สุดที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้ดำเนินการมา ไม่ว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... และกฎหมายการศึกษาอีกหลายๆ ฉบับ ซึ่งตนยังไม่พบการอ้างอิงหรือกล่าวถึงเลย ซึ่งตนคิดว่าหากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาลก็ควรที่จะมีการเชื่อมโยงเรื่องเหล่านี้ ประเด็นที่ 2 คือการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ข้ามกระโดดคุณภาพชีวิตของเด็ก โดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของเด็กว่าเรียนหนังสือเป็นอย่างไร เครียดหรือไม่ มีปัญหาการเตรียมการสอบที่มีจำนวนมากมายหรือไม่ เพราะตนคิดว่าเราจะสร้างเด็กที่เป็นนักนวัตกรได้อย่างไร หากเด็กยังคงมีปัญหา ประสบกับความทุกข์ เป็นโรคซึมเศร้า เพราะเขาไม่เข้าใจปัญหาเรื่องตัวตนของเด็กไทยกับระบบการศึกษาอย่างลึกซึ้งมากพอ ดังนั้นตนคิดว่าจึงต้องมีการคิด วิเคราะห์เรื่องการศึกษาใหม่ หาจุดแข็ง จุดอ่อน ซึ่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีการสร้างผลงานอะไรที่โดดเด่นจนเข้าถึงประชาชน ทำให้รู้สึกได้ว่าลูกหลานได้รับการศึกษาที่ดีหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 3 โครงการโรงเรียนพลังประชารัฐเป็นเรื่องที่ดี แต่จะต้องสร้างความร่วมมือในทุกภาคส่วนดึงชุมชน ประชาสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ประเด็นที่ 4 เรื่องกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตนมองว่าเขามองว่าอุดมศึกษาเป็นเครื่องมือของเอกชนมากไป เป็นการเติบโตของข้างบน ซึ่งจะทำให้ความเหลื่อมล้ำของสังคมยิ่งสูง เขาไม่แคร์เรื่องความเหลื่อมล้ำเท่าไรเลย และตนก็ยังไม่เห็นกลุ่มบุคคล หรือนโยบายที่จะเข้ามาดูแลเรื่องเด็ก สังคม และการศึกษาเลย ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นภาคที่อ่อนของพรรคพลังประชารัฐเลย และสุดท้ายประเด็นที่ 5 สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลจะต้องมีคนที่รู้เรื่องปัญหาการศึกษาอย่างแน่จริงเข้ามาดูแลกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่เช่นนั้น ศธ.จะกลายเป็นเรื่องการจัดสรร ปันส่วน และอาจจะได้นักการเมืองที่ไม่ค่อยมีคุณภาพและไม่รู้เรื่องการศึกษาเข้ามาดูการศึกษาที่กำลังวิกฤต ซึ่งการที่ให้ใครก็ได้มาเป็นตนคิดว่าเป็นการทำร้ายประเทศไทยอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากผลคะแนนเลือกตั้งมีเปลี่ยนแปลงส่งผลให้พรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล สถานการณ์การศึกษาของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร นายสมพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี หากมองในแง่ที่พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลก็จะมีการรับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งตนคิดหากมีการรวมพรรคอนาคตใหม่เพื่อจัดตั้งรัฐบาลด้วยแล้ว ถือเป็นเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก และตนขอคนที่อายุ 25-30 ปี เข้ามานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมฯ เพราะตอนนี้เราได้เห็นเจตจำนงของคนรุ่นใหม่ที่สามารถปลุกสังคมให้ลุกขึ้นมาได้อย่างจำนวนมาก ดังนั้นถ้าหากต้องการให้เกิดการปฏิวัติการศึกษาไม่ใช่ปฏิรูปก็จำเป็นที่จะต้องให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำและขอให้ทำอย่างเต็มที่ ให้โดนใจประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก และเยาวชนที่มีความต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นจริงๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32199</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พปชร., นโยบายการศึกษารัฐบาลคสช., ปฎิวัติการศึกษาแทนการปฎิรูป, สมพงษ์ จิตรระดับ, เพื่อไทย -อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be19680d892f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2019 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2019 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;หมอธี&quot;ฝากขรก.ศธ.รักษาส่วนดีของนโยบายรัฐบาลคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2ม.ค.62-&amp;nbsp;&amp;quot;รมว.ศธ.&amp;quot; หารือ ขับเคลื่อนการศึกษาปี 62 ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันทำหน้าที่ของตนเองให้ดี พร้อม มอบผู้บริหารรวมพลัง &amp;nbsp;เร่งดำเนินการงานที่คั่งค้างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว โดยเฉพาะการปรับหลักสูตรแกนกลาง &amp;nbsp;รวมถึงเก็บรักษานโยบายการศึกษาที่ดีที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ให้คงอยู่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่การกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกับผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ถึงการทำงานช่วยกันขับเคลื่อนการศึกษาในปี 2562 ซึ่งตนเหลือเวลาทำงานกับรัฐบาลชุดนี้อีกไม่กี่เดือนก่อนจะหมดวาระลง ซึ่งตนได้เน้นย้ำเรื่องสำคัญที่มีผลต่อข้าราชการครู เช่น การเข้าสู่ตำแหน่งของผู้บริหารสถานศึกษา เป็นต้น และขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันทำหน้าที่ของตนเองให้ดี รวมถึงยังมีหลายเรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะการปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะถึงช่วงครบรอบของการปรับหลักสูตรแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายเรื่องของการศึกษาที่ยังนิ่งอยู่ ดังนั้นผู้บริหารทุกคนจะต้องรวมพลังเร่งดำเนินการงานที่คั่งค้างไว้เสร็จสิ้นโดยเร็ว รวมถึงนโยบายการศึกษาที่ดีที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้จะต้องทำให้คงอยู่ไว้ต่อไปให้ได้ &amp;nbsp;และจะต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าเราเดินทางมาที่จุดปฏิรูปการศึกษาเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้วและเหมาะสม อีกทั้งมีหลายประเด็นที่เราคิดไว้และเริ่มทำแต่ก็อยากให้ทำอย่างจริงจัง คือ ขับเคลื่อนการนำหลักสูตรการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มาสอนในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มากขึ้น รวมทั้ง &amp;nbsp;เรื่องการสร้างอุปนิสัยที่ดีงามและการกล้าแสดงออกในสิ่งที่ดีของเด็กและเยาวชน โดยประเด็นนี้ผมคิดว่าเรายังทำได้น้อย และเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ แต่ผมก็ไม่ได้ต้องการให้ สพฐ.จะต้องเร่งนำนโยบายสู่การปฏิบัติ เพราะคิดว่าโรงเรียนแต่ละแห่งมีรูปแบบวิธีการในการดำเนินการอยู่แล้ว แต่สิ่งเหล่านี้เราจะต้องเริ่มจากผู้บริหารที่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กเห็นก่อนมากกว่า&amp;quot;รมว.ศธ. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25623</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับเคลื่อนงานด้านการศึกษา, นพ.ะีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, นโยบายการศึกษารัฐบาลคสช., ฝากข้าราชการศธ.รักษานโยบายการศึกษาที่ดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a404cde779.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
