<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตบอร์ดแบงก์ชาติ&#039;ชงใช้นโยบายการเงินกระตุ้นการลงทุนยุคโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.63- นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;ข้อเสนอใช้นโยบายการเงิน Yield Curve Control กระตุ้นภาคการลงทุนพร้อมนโยบายดอกเบี้ย 0% กระตุ้นเศรษฐกิจภาคบริโภคนั้นมีความจำเป็นเพิ่มขึ้นในการประคับประคองเศรษฐกิจไทยให้กระเตื้องขึ้นเนื่องจากมีข้อจำกัดทางการคลังมากขึ้นตามลำดับ ข้อเสนอในการใช้นโยบายการเงิน Yield Curve Control โดยแบงก์ชาติต้องกำหนดเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลระยะกลางหรือระยะยาว จากนั้นจะเข้าทำการซื้อหรือขายพันธบัตรเพื่อรักษาเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ขอเสนอให้มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายพันธบัตรระยะกลางอายุ 3-4 ปีที่ 0.75%-1.25% และ อายุ 7 ปีถึง 10 ปี ไม่เกิน 2-2.50% ส่วนอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรอายุ 1-2 ปีควรปรับลงมาไม่ให้เกิด 0.50% ต้นทุนทางการเงินสินเชื่อระยะ 3 ปีถึง 10 ปีของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจจะลดต่ำลง โดยเฉพาะต้นทุนเงินกู้ซื้อบ้านและรถยนต์จะลดลง ส่งผลกระตุ้นเชิงบวกต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งยังคงหดตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนซบเซาให้กระเตื้องขึ้นได้ระดับหนึ่งและจะช่วยบรรเทาปัญหาการว่างงาน นอกจากนี้ Yield Curve Control ควรจะส่งผลให้ราคาทรัพย์สินทางการเงินโดยเฉพาะราคาหุ้น ค่าเงินบาท ปรับไปในทิศทางที่สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยราคาหุ้นน่าจะปรับตัวสูงขึ้นเกิดผลบวกต่อความมั่งคั่ง (Wealth Effect) ไปกระตุ้นภาคการบริโภคและภาคการลงทุนอีกทอดหนึ่ง ผลของการทำ Yield Curve Control ที่มีประสิทธิภาพควรทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงกระตุ้นการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งโดยไม่ต้องกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ เพราะขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะเงินฝืดและมีเงินเฟ้อติดลบอยู่ หากธนาคารแห่งประเทศไทยตัดสินใจจะทำ Yield Curve Control ขอแนะนำให้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ใกล้ 0% หรือ 0% เสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ธนาคารกลางบางประเทศได้เริ่มใช้นโยบาย Yield Curve Control ควบคู่กับนโยบายดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เช่น ธนาคารกลางออสเตรเลีย ธนาคารกลางอินเดีย และ มีรายงานผลในทางบวกของนโยบายดังกล่าว มีงานวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์การเงินของ Brookings Institution และ Huchins center on Fiscal&amp;amp;Monetary Policy ยืนยันว่า การใช้นโยบายดอกเบี้ย 0% หรือ ใกล้ 0% ควบคู่กับการควบคุมให้อัตราดอกเบี้ยระยะกลางและระยะยาวอยู่ในระดับต่ำ (Yield Curve Control) จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น แต่อาจจะมีความเสี่ยงเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นหรือภาวะเฟ้อสบู่ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการดำเนินนโยบาย Yield Curve Control ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางในการดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้ .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78786</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายการเงิน, อนุสรณ์ ธรรมใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc0266adb57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยกระทุ้งทีมศก.ชุดใหม่อย่าเน้นแต่การเงินควรใช้การคลังมุ่งจ้างงาน-ลงทุน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.2563 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ว่าเห็นสัญญาณบวก ในแง่ของการเห็นปัญหานโยบายการเงิน ที่มีแต่กรอบวงเงิน แต่สินเชื่อไม่ถึงมือประชาชน เห็นด้วยกับแพคเกจสินเชื่อล่าสุด การค้ำประกันสินเชื่อ PGS Soft Loan ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และการเพิ่มบทบาทสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อโดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทั้งนี้การระบุว่า บสย. จะค้ำประกันได้เฉพาะผู้กู้ตามเงื่อนไขตาม พ.ร.ก. ซอฟท์โลน ยังคงเป็นปัญหาและต้องเร่งแก้ไข แต่ในขณะเดียวกันก็เห็นสัญญาณลบ ด้านนโยบายการคลัง ซึ่งเหมือนจะถูกละเลย เข้าใจดีว่าทีมชุดใหม่นี้มาจาก สายการเงิน สายธนาคาร แต่พึงระลึกว่า นโยบายการเงินช่วยประคองไม่ให้บริษัทล้มตายก็จริง แต่นโยบายการคลังเท่านั้นที่จะเป็นตัวดึงเศรษฐกิจขึ้นจากเหวได้ ซึ่งจนถึงวันนี้ยังไม่เห็นวิสัยทัศน์และแนวทางการผลิตนโยบายการคลังของทีมชุดใหม่ว่าจะมีทิศทางอย่างไร ต่างจากแบบเดิมๆที่เคยล้มเหลวไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากฝากว่านโยบายการคลัง ที่ทำๆกันอยู่ในทีมชุดก่อน มันเป็นแค่เปลือก หรือภาพทางการตลาดเท่านั้น และเป็นมาตั้งแต่ก่อนโควิด-19 แล้วด้วย มาตรการลักษณะแบบชิมช็อปใช้ต่างๆ ช้อปช่วยชาติ จนมาถึงมาตรการเราเที่ยวด้วยกันในปัจจุบัน เหล่านี้ไม่ใช่คำตอบ สิทธิ์การเข้าพัก 5 ล้านคืน ที่มีผู้ใช้เพียง 5 แสนคืน หรือเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นภาพฟ้องว่าแก่นของปัญหาจริงมันไม่ได้ถูกแก้ ท่านกำลังเอา &amp;ldquo;ของลดราคามาล่อคนไม่มีเงิน&amp;rdquo; ให้ไปใช้จ่าย การสนับสนุนด้านราคาไม่มีทางสำเร็จหากรากเหง้าของการตกงาน ขาดรายได้ ไม่ได้รับการแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องการนโยบายการคลังที่เข้มข้น ทั้งหมดมุ่งตรงไปสู่การจ้างงาน สร้างการลงทุน และสร้างโครงสร้างคงทนให้กับประเทศ ต้องยึดหลักนี้ให้แม่น แล้วเขียนมาตรการจากหลักนี้ อะไรไม่ตอบโจทย์เรื่องเหล่านี้ต้องหยุดทำ ต้องตัดทิ้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75277</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่, นโยบายการคลัง, นโยบายการเงิน, เผ่าภูมิ โรจนสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190202/image_big_5c5522723d17f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
