<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2019 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2019 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039;นำปชป.แถลงใหญ่นโยบายเศรษฐกิจ ฮือฮา!ชู&#039;ปิติ&#039;วัดเศรษฐกิจแทน&#039;จีดีพี&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา &amp;nbsp;10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมเศรษฐกิจของพรรค &amp;nbsp;อาทิ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ , นางการดี เลียวไพโรจน์, นายเกียรติ สิทธีอมร, นายอลงกรณ์ พลบุตร, นายศุภชัย ศรีหล้า, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี,นายธราดล เปี่ยมพงษ์ศาสน์, นายกรณ์ จาติกวณิช แถลงถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจ &amp;ldquo;10 จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย สร้างชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในการแถลงพรรคมีนโยบายที่สำคัญๆ 10 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ปรับกระบวนทัศน์ด้านเศรษฐกิจ ผ่านการใช้ดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่เรียกว่า &amp;quot;ปิติ&amp;quot; ซึ่งวัดความก้าวหน้าผ่านมิติเศรษฐกิจ, มิติด้านสังคมที่สะท้อนจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมิติด้านสิ่งแวดล้อม แทนการวัดตัวเลขผ่านดัชนีมวลรวมของประเทศ (จีดีพี) เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เร่งรัดโครงการด้านคมนาคม ได้แก่ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายในพื้นที่กทม. รวมระยะทาง 225 กิโลเมตร นอกจากนั้นจะลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่ลงทุนโดยรัฐ &amp;nbsp;15 บาทตลอดสาย รวมทั้งสถานีบางใหญ่ถึงสถานีหัวลำโพง เดิมราคา 70 บาท ให้เหลือ 43 บาท และสถานีบางใหญ่ถึงสถานีเตาปูน จาก 52 บาท เหลือ 42 บาท นอกจากนี้จะสานโครงการรถไฟความเร็วสูง สายนครราชสีมา ถึง หนองคาย เพื่อเชื่อมต่อรถไฟจากประเทศลาว และประเทศจีน รวมถึงเชื่อมต่อไปยังด่านปาดังเปซาร์ และประเทศสิงคโปร์, โครงการรถไฟรางคู่ นอกจากนั้นระบบขนส่งจะพัฒนาเพิ่มเติม คือ โมโนเรล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา &amp;nbsp;เป็นต้น เพื่อเพิ่มโอกาสการแข่งขันของประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ปฏิรูปงานราชการ และภาครัฐ ผ่านการใช้เทคโนโลยียกระดับงานบริการให้กับประชาชน นอกจากนั้นปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ รวมถึงเชื่อมโยงกลุ่มสตาร์ทอัพเข้ากับงานภาครัฐ, 4.นโยบายปฏิวัติเขียว เพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมของไทยให้มีบทบาทในเวทีโลก อาทิ ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางหรือส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ไฟฟ้า, ต่อยอดและพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์อุตสาหกรรมอาหาร, เชื้อเพลิง, ยา, อาหารเสริม, เวชสำอาง รวมถึงบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้การพัฒนาอุตสาหกรรม จะปรับกองทุนที่มีอยู่ เช่น กองทุนเอสเอ็มอี 2หมื่นล้านบาท ให้สอดคล้องกับนโยบาย​ รวมถึงทำโครงการให้ภาครัฐร่วมลงทุนกับเอกชน ด้านเทคโนโลยี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ยกระดับเศรฐกิจสร้างสรรค์สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ 6. สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ และส่งเสริมเกษตรกรแบบสมาร์ทฟาร์ม เพื่อให้เป็นศูนย์รวม หรือ สหกรณ์ (MODERN CO-OP) ที่รวมปัจจัยด้านการผลิตยุคใหม่ที่ทันสมัย &amp;nbsp;เช่น รถไถ, โรงบ่ม กระจายอยู่ในพื้นที่ รวมถึงทำหน้าที่ตัดพ่อค้าคนกลาง และมีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร &amp;nbsp;เพื่อยกระดับภาคเกษตรกรให้เป็นจุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ประกาศให้เป็น ปีแห่งการแก้หนี้ 3 ประเภท คือ 1.หนี้เกษตรกร จะปรับแนวทางของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ( ธกส. ) ไม่ยึดที่ดินทำกินของเกษตรกรที่เข้าโครงการ, แก้ปัญหาหนี้ระบบ ผ่าน 4 ธนาคารรัฐ ออมสิน, อิสลามแห่งประเทศไทย, ธอส. ธกส. ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมถึง 8 แสนราย และแก้หนี้บัตรเครดิต โดยขณะนี้พรรคได้ร่าง พ.ร.บ.บัตรเครดิต ที่จะแก้ไขเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับลูกหนี้เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.จัดโครงการสร้างเงินออมให้ประชาชน อาทิ ให้บริษัทเอกชนที่มีพนักงานเกิน 5 คนขึ้นไป ให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และมีโครงการเงินออมเพื่อประชาชน ผ่านการจ่ายเงินเดือนละ 100 บาท​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.ปรับโครงสร้างภาษีเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงเก็บภาษีจากกลุ่มธุรกิจข้ามชาติ และ10.นโยบายเกี่ยวกับการเมืองสุจริตนั้น จะเตรียมเปิดก่อนวันที่ 24 มีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า นโยบายที่พรรคนำเสนอจะใช้เงินที่เพิ่มจากงบประมาณ จำนวน 3.9 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2563 พรรคประเมินว่าจะมีวงเงินงบประมาณโดยรวม 2.7 ล้านล้านบาท โดยมีรายจ่าย โดยรวม 2.9 ล้านล้านบาท ดังนั้น ตามนโยบายของพรรคเพื่อแก้จนและสร้างคนจะต้องใช้เงินรวม 5.9 แสนล้านบาท ซึ่งตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องสามารถทำได้ โดยไม่ขัดกับกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ กล่าวอีกว่า พรรคจะทบทวนรายจ่ายของรัฐบาล เช่น งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันตั้งงบไว้จำนวน 9 หมื่นล้านบาท จะลดลงให้เหลือ 4หมื่นล้านบาท รวมถึงทบทวนความซ้ำซ้อนด้านนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งสำคัญ คือ การปฏิรูประบบภาษีให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยผู้มีรายได้สูงและมีที่ดิน ต้องเสียภาษีที่ดินหรือทรัพย์สินที่ดินตามการประเมินราคาตลาดที่แท้จริง รวมถึงจะเก็บภาษีจากธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์​ ด้านภาษีเงินได้ บุคคลที่มีเงินต่ำกว่า 2 ล้านบาทต่อปี จะเสีย 20 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งเราจะส่งเสริมด้านการออม ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง พรรคจะขยายฐานภาษีเพื่อให้ธุรกิจเติบโต และจะลดการเก็บภาษีให้เหลือเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกลุ่มธุรกิจข้ามชาติที่ได้รับผลประโยชน์จากเทคโนโลยีในธุรกิจประเภทใหม่ ต้องเสียภาษีการค้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อย พรรคเตรียมทำนโยบายด้านสวัสดิการขั้นนพื้นฐานถ้วนหน้าอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นายกรณ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30880</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวนิช, นโยบายด้านเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์, ปชป., มาร์ค อภิสิทธิ์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190309/image_big_5c835863d9f18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
