<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุดารัตน์&#039; เตือนรัฐราชการอำนาจนิยมใกล้ล่ม  ชู &#039;ไทยสร้างไทย&#039;  ขออาสา เป็นสะพานเชื่อมคนทุกรุ่น ส่งมอบประเทศให้ลูกหลาน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. เวลา 9.00 น. ที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย (ชั่วคราว) ย่านลาดปลาเค้า พรรคไทยสร้างไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประะธานพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายโภคิน พลกุล นายพงศกร อรรณนพพร นายวัฒนา เมืองสุข นายต่อพงศ์ ไชยสาส์น น.ต.ศิธา ทิวารี และ สมาชิกพรรค ได้จัดงาน แถลงข่าวภารกิจ และพันธกิจครั้งสำคัญ ของพรรคไทยสร้างไทย ภายใต้ชื่องาน ไทยสร้างไทย เดินหน้าสร้างประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในวันเดียวกัน พรรคยังได้จัดให้มีการประชุมผู้บริหารพรรค ตัวแทนสาขา ตัวแทนสมาชิกประจำเขต และสมาชิกพรรคทั่วประเทศ กว่า 300 เขต ผ่านระบบ Zoom ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ดิฉันทำงานการเมืองมาครบ 29 ปี ไม่เคยคิดเลยว่า จะได้เห็นประเทศไทย เดินมาถึงจุดตกต่ำ และวิกฤตที่สุด ประชาชนทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส จากการทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพของอำนาจนิยมเผด็จการ จนทำให้วิกฤติโควิดและวิกฤตเศรษฐกิจ สาหัสขึ้นทุกวัน ผู้คนอดอยาก ธุรกิจจำนวนมากต้องปิดตัว คนตกงานทวีจำนวนมากขึ้นทุกวัน ประชาชนอ่อนล้า อ่อนแรงเกินกว่าที่จะเดินสู้ต่อไปได้แล้ว หมอต้องเลือกว่า จะรักษาใคร จะต้องชี้ให้ใครอยู่ ให้ใครไป เพราะไอซียู ไม่พอ ผู้ป่วยจำนวนมากต้องนอนรอเตียง จนตายคาบ้าน ข่าวสะเทือนใจแบบนี้มีให้เราเห็นทุกวัน วัคซีนดีๆ ที่ป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ที่กำลังระบาด และคร่าชีวิตคนไทยจำนวนมากอยู่ในขณะนี้ รัฐบาลก็ไม่ใส่ใจ ไม่ขวนขวายหามาให้ประชาชน แถมยังมีพฤติกรรมไม่สนับสนุน และขัดขวางเอกชนไม่ให้นำเข้าวัคซีนที่มีคุณภาพดีได้อย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ประชาชนเสี่ยงตายไปตามยถากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราและลูกหลานเรา จะอยู่ในประเทศที่ผู้บริหารที่มีหลักคิดแบบอำนาจนิยมเผด็จการ บริหารประเทศตามยถากรรม โดยไม่ใส่ใจประชาชน และทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพต่อไปได้อย่างไร ดิฉันได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังทุกข์ยากทุกวัน ภาพที่ดิฉันเห็นมันเลวร้ายกว่าที่คิด มีพี่น้องมาร้องไห้กับดิฉันทุกวัน หลายคนกังวลถึงชีวิตในวันพรุ่งนี้ว่าจะหารายได้จากไหนมาดูแลครอบครัว มองไปข้างหน้ามีแต่ความมืดมิด ไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน บางคนถึงกับคิดสั้น หรือจบชีวิตลงเพราะไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยภายใต้ รัฐราชการอำนาจนิยม ได้เดินมาถึงจุดที่เป็นอันตรายที่สุดสำหรับประชาชน ทั้งไร้ประสิทธิภาพ สร้างความขัดแย้ง บริหารจนสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิดเลวร้าย จนทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง คนรุ่นใหม่บางคนถึงกับประชดว่าไม่อยากอยู่ประเทศนี้อีกต่อไป ซึ่งเราต้องรับฟังและเข้าใจพวกเขา และต้องทำให้พวกเขากลับมามีความหวัง และเห็นอนาคตให้ได้ ตัวดิฉันเองก็มีลูกที่เพิ่งเรียนจบ และอยู่ในวัยทำงาน จึงเข้าใจดีว่า คนรุ่นใหม่เขาคิดและห่วงใยอนาคตของประเทศชาติของเขาเพียงไร ดังนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลง โดยการกำจัดแนวคิดแบบอำนาจนิยม และกลไกรัฐราชการ &amp;nbsp;ที่นำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ การคอร์รัปชั่น การคุกคามเสรีภาพอันพึงมีของประชาชน การด้อยค่าระบอบประชาธิปไตย ที่ถือว่าเป็นอำนาจอธิปไตยของปวงชน และการละเลยต่อหลักนิติธรรม เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ดำรงอยู่ต่อไป ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองก็จะรุนแรงมากขึ้น ฐานะทางการคลังของประเทศก็จะเข้าสู่ภาวะล้มละลาย และเศรษฐกิจของประเทศก็จะล่มสลายในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตทางการเมืองของดิฉันเดินทางมาถึงปีที่ 29 แล้ว ไม่ได้มุ่งหวังเกียรติยศ ตำแหน่ง หรืออำนาจใดๆ อีกแล้วนอกเสียจากความสุข ความอิ่มใจที่ได้สร้างประเทศไทยที่ดีที่สุด เพื่อส่งมอบให้กับลูกหลานของเรา ตั้งใจที่จะทำภารกิจสำคัญครั้งสุดท้ายในชีวิตทางการเมือง ในการก่อตั้ง พรรคไทยสร้างไทย เพื่อให้เป็นเครื่องมือที่จะนำประเทศออกจากความตกต่ำ และความเลวร้าย &amp;nbsp;นำประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา ไปสู่ความรุ่งเรือง และนำความผาสุขกลับมาสู่คนไทยอีกครั้งหนึ่ง เป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ดิฉันจะส่งมอบให้คนรุ่นต่อไป &amp;lsquo;มรดกที่มีไม่ได้มีแต่เรื่องราวของอดีต แต่ต้องมีอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความตั้งใจที่ตนเองจะทำหน้าที่เป็น เสาเข็ม ตั้งพรรคไทยสร้างไทย ให้เป็นสถาบันทางการเมืองของคนไทยทุกคน โดยจะขอทุ่มเทใช้ความรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอด 29 ปี มาสร้างพรรคไทยสร้างไทยให้เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการทำงานรับใช้ประชาชน เราจะเป็นผู้แสวงหาทางออกให้กับสังคม โดยใช้องค์ความรู้และปัญญา&amp;nbsp; ขออาสาเป็น นั่งร้าน เชิญชวนผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มาร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย เพื่อนำความหลากหลายทางความคิด และต่อยอดความถนัดต่างๆ มาร่วมสร้างประเทศไทยของเรา ท้ายที่สุด ขออาสาเป็น สะพานเชื่อมคนทุกรุ่น ทั้งรุ่นใหญ่ที่มากประสบการณ์ มาเป็นเสาหลักทางความคิด กับคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ มีความสามารถ มีความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ และเห็นโอกาสใหม่ๆ ให้มาร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุด เพื่อพวกเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป้าหมายและนโยบายที่สำคัญของพรรคไทยสร้างไทยว่า อยากให้พรรคไทยสร้างไทย เป็นพรรคของคนตัวเล็กทุกคนในประเทศนี้ คนที่มีความคิด มีความสามารถ มีความฝันแต่ยังขาดโอกาส เพราะถูกกดทับจากระบบของ รัฐราชการรวมศูนย์ ให้เข้ามาร่วมกันใช้พรรคไทยสร้างไทย เป็นเครื่องขยายเสียงให้คนตัวเล็ก ได้มีสิทธิ์ มีเสียง มีโอกาส มีชีวิตที่ดีได้ในสังคมไทย พรรคไทยสร้างไทย เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย และ เชื่อว่าพี่น้องคนไทยทุกคนอยากทำมาหากินบนความสามารถของตัวเอง อย่างมีศักดิ์ศรี &amp;nbsp;ไม่ได้ต้องการรอรับการแจกเงินจากรัฐบาล ขอเพียงให้ได้รับโอกาสในการทำมาหากิน สามารถเข้าถึงแหล่งทุน แหล่งความรู้ และตลาดอย่างทัดเทียมกันเท่านั้น โดยเร่งปลดปล่อยคนตัวเล็กเหล่านี้ จากการถูกกดทับทั้งปวง และสร้างพลังให้ประชาชนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคไทยสร้างไทย ยังมีนโยบายที่จะสร้างฐานรายได้ใหม่ให้คนไทย บนศักยภาพของประเทศไทย ในบริบทของโลกใหม่ และ เยาวชนไทยต้องได้เป็น พลเมืองของโลก ได้ เพื่อที่จะไปคว้าโอกาสของโลกยุคใหม่มาสร้างอนาคตให้ตัวเอง โดยมีเป้าหมายที่สำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คนวัยทำงานต้องได้รับโอกาส บนศักยภาพสูงสุดของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประเทศไทยต้องเป็นศูนย์กลางผลิตอาหารปลอดภัยขายคนทั้งโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ประเทศไทยต้องเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ของคนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ประเทศไทยต้องเป็นศูนย์บริการด้านสุขภาพและWellness ระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ประเทศไทยต้องเป็น ศูนย์กลางการเดินทางและการขนส่งของโลก ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยกำลังศึกษา &amp;lsquo;โครงการคลองไทย&amp;rsquo; อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ประเทศไทยต้องเป็นสถานที่ ที่บริษัทTech และ Startup จากทั่วโลกอยากมาตั้งบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ผู้สูงวัยต้องได้รับการดูแลให้มีสุขภาพแข็งแรง และมีเงินพอที่จะเลี้ยงชีพ ด้วย &amp;lsquo;กองทุนบำนาญประชาชน&amp;rsquo; สำหรับผู้ที่เกษียณจากการทำงาน โดยไม่มีรายได้และสวัสดิการอื่น จะได้รับการดูแลเดือนละ 3,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ประชาชนทุกวัยมีรายได้ ดำรงชีพได้ ก็ควรต้องต่อเติม ต่อยอด ด้วยการออมผ่าน สลากการออม หรือ หวยบำเหน็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ภารกิจครั้งสำคัญนี้ เราต้องนำพาประเทศให้ออกจากความเลวร้ายของ รัฐราชการอำนาจนิยม ที่กดทับโอกาสของประชาชน และสร้างความพังพินาศให้กับ ประเทศชาติ จึงต้องมีพรรคการเมืองที่สามารถเป็น ทางออกของประเทศ ด้วยเหตุนี้ดิฉันและผู้ร่วมอุดมการณ์จึงได้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทยขึ้น เพื่อหวังว่าจะเป็นทางออกของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด พวกเราทุกคนต้องจับมือกันก้าวเดินต่อไป แม้จะมีอุปสรรคขวากหนาม หรืออดีตที่เหนียวรั้งเราไว้ ก็ขออย่าหยุดเดิน เมื่อม่านหมอกแห่งความกลัวของเวลาที่มืดมนจางหายไปเมื่อนั้น สิ่งที่เหลืออยู่คือแสงสว่างและอนาคตของพวกเราทุกคน มาร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุด เพื่อส่งมอบให้กับลูกหลานของเรา กับพรรคไทยสร้างไทยด้วยกัน&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108551</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นโยบายพรรค, ประกาศพันธกิจ, ประชุมพรรค, พรรคไทยสร้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210704/image_big_60e13d7daf171.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ขึงขังคาดโทษขรก. เกียร์ว่างรอเจ้านายใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เซ็งเป็ดเรื่องปัญหา พปชร.และปรับ ครม. โยนเป็นเรื่องพรรคการเมือง พร้อมคาดโทษข้าราชการเกียร์ว่างรอเปลี่ยนนาย &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ย้ำ &amp;ldquo;นฤมล&amp;rdquo; แค่ร่วมเขียนนโยบายพรรค ไม่ใช่นำทีมเศรษฐกิจรัฐบาล &amp;ldquo;อนุชา&amp;rdquo; บอกต้องให้โอกาสคนแสดงศักยภาพ &amp;ldquo;ชัยวุฒิ&amp;rdquo; ดุไล่สมคิดพ้นพรรค บอกหากไม่ไปคนใหม่ก็ไม่กล้าเข้ามาแก้ปัญหา พร้อมอัดมั่วนิ่มยกประเด็นสิงคโปร์ยุบสภาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 30 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการให้กำลังใจทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะกลุ่ม 4 กุมาร หลังไม่มีตำแหน่งสำคัญภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าต้องไปพูดคุยเรื่องอะไร ทุกคนท่านก็ยังทำงานดีมาโดยตลอด วันนี้ก็สั่งงานในห้องประชุม ทำไมต้องคุยหรือให้กำลังใจ เพราะเรื่องนั้นเป็นเรื่องของพรรค เรื่องของพรรคก็ต้องเป็นเรื่องของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า วันนี้มีข่าวว่าข้าราชการแต่ละกระทรวงเริ่มเกียร์ว่าง เพราะรอเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีแล้ว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใครจะว่างล่ะ ใครเกียร์ว่างก็ต้องลงโทษ ใครทำตัวว่างก็ต้องลงโทษไป ต้องทำงานจนถึงวันสุดท้าย ใครจะเป็นรัฐมนตรี หรือมีตำแหน่งอะไรต่างๆ ข้าราชการก็ต้องทำงาน เพราะถือว่าเป็นข้าราชการของรัฐ ไม่เกี่ยวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า จะดีหรือไม่ถ้าเปลี่ยนม้ากลางศึกในขณะบ้านเมืองยังมีปัญหาอยู่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;ldquo;ผมยังไม่ได้พูดอะไรสักอย่างเลย สื่อเองก็พยายามถามนำอยู่นั่นแหละ ไม่ตอบ พอแล้วๆ ถามเป็นอยู่อย่างเดียว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี (ครม.)โดยเฉพาะให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์ตอบอย่างเบื่อหน่ายว่า &amp;quot;เรื่องในพรรค ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล&amp;quot; และเมื่อถามย้ำว่าวันนี้เบื่อการเมืองมากหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสั้นๆ ว่า &amp;quot;ไม่เบื่อ สนุก&amp;quot; จากนั้นได้เดินออกจากห้องแถลงข่าวไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ? รองนายกฯ ซึ่งเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมประชุม ครม. ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องของพรรค พปชร. โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;ไม่ต้องสัมภาษณ์หรอก สัมภาษณ์ทำไม&amp;quot; และเมื่อสอบถามว่าจะไปเข้าร่วมประชุมพรรค พปชร.ในฐานะหัวหน้าพรรคด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแค่บอกว่า &amp;quot;อืม&amp;quot; เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค พปชร. ว่าได้เลือกไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะเป็นไปตามข่าวหรือไม่ ไม่รู้ เพราะไม่ได้ดู แต่มีทุกกลุ่ม ไม่ต้องห่วงเรื่องการแต่งตั้ง ในส่วนของพรรคเรียบร้อยดี หลังจากนี้จะเปิดเผยชื่อออกมา ซึ่งบรรยากาศตอนนี้ไม่มีอะไร เรียบร้อยดีทุกอย่าง ส่วนของตำแหน่งโฆษกพรรคคิดไว้หรือยังนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องบอกสื่อด้วยหรือ เดี๋ยวก็รู้เอง
เมื่อถามว่า พรรคเตรียมนโยบายด้านเศรษฐกิจสนับสนุนงานรัฐบาลอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องเขียนนโยบายออกมาก่อน เราต้องการให้เศรษฐกิจฐานรากดีขึ้น ซึ่งต้องให้ ส.ส.ร่วมทำนโยบาย และเมื่อถามต่อว่ามีการประสานนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เรื่องการเดินหน้าเศรษฐกิจหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนนี้เป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล
เจ๊แหม่มแค่ร่วมเขียนนโยบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ได้วางตัวคนที่จะนำเศรษฐกิจพรรคไว้หรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องนำทีมเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องการเขียนนโยบาย และไม่ใช่นางนฤมลที่จะนำทีมเศรษฐกิจตามข่าว แต่นางนฤมลจะคุมทีมงานในการเขียนนโยบาย ส่วนข่าวที่ออกมาก่อนนี้ก็ไม่รู้ใครปั่นกระแส สื่อปั่นหรือเปล่า
เมื่อถามว่า นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ในฐานะเลขาธิการพรรคเป็นผู้ให้ข่าว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นายอนุชาไม่ได้พูดเรื่องนี้ เป็นการพูดเกี่ยวกับภายในพรรค ไม่ได้พูดเกี่ยวข้องกับรัฐบาลเลย สื่อต้องแยกแยะหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า จะวางบทบาท 4 กุมารในพรรคอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องดูก่อน พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีการปรึกษาเรื่องที่ 4 กุมารจะลาออกจากพรรคแต่อย่างใด และเมื่อถามว่าตั้งความหวังอนาคตพรรคไว้อย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อยากให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น ให้เศรษฐกิจฐานรากดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ได้เดินทางเข้าห้องทำงานนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ก่อนการประชุม ครม. และปฏิเสธตอบคำถามถึงกระแสลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร. บอกเพียงสั้นๆ? ว่า ไม่มีข่าว ก่อนฝ่าวงล้อมผู้สื่อข่าวออกไปทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้า นายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีซูเปอร์โพลออกมาชื่นชมการทำงานของ 4 กุมาร ว่าไม่อยากพูดเรื่องการเมือง ตอนนี้อยากเน้นไปที่การทำงานมากกว่า ส่วนเรื่องโพลต่างๆ หรืออะไรที่เป็นกระแสสังคมก็ต้องรับฟัง อะไรที่เป็นด้านดีก็รับฟัง อะไรเป็นข้อติติงก็นำไปปรับปรุงแก้ไข เราต้องรับฟังทุกฝ่ายไม่ว่าด้านบวกหรือด้านลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากระแสขณะนี้คนสนับสนุนมวยรอง นายสนธิรัตน์กล่าวว่า อย่าไปคิดแบบนั้น การเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามช่วงเวลา สิ่งสำคัญคืออะไรทำแล้วให้บ้านเมืองแข็งแรงขึ้น ทำให้การทำงานของรัฐบาลแข็งแรงขึ้น เพื่อแก้วิกฤติต่างๆ ให้ดีขึ้น นั่นคือสิ่งที่ต้องทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อซักว่าการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในพรรค พปชร.ทำให้เสียสมาธิหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ก็อย่าเสียสมาธิ เราต้องแบ่งแยกหน้าที่ หน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ก็ต้องทำให้เต็มความสามารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าได้ฝากฝังอะไรนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท และเลขาธิการพรรค พปชร.คนใหม่ เพื่อให้การทำงานราบรื่นหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ได้ให้กำลังใจนายอนุชาตั้งแต่ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการพรรค พปชร. และได้บอกไปว่าหากมีอะไรที่ช่วยสนับสนุนพรรคได้ ก็ยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะยังอยู่กับพรรค พปชร.ต่อหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การเมืองเป็นเรื่องของการเมือง ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะคิดหาคำตอบ ส่วนกระแสที่ว่ากลุ่ม 4 กุมารจะไปตั้งพรรคใหม่เพื่อรองรับการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น ยังไม่ถึงขั้นนั้น และเมื่อถามถึงนายกฯ ได้ส่งสัญญาณเรื่องการปรับ ครม.แล้วหรือยัง นายสนธิรัตน์กล่าวว่า นายกฯ ยังไม่ได้คุยอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวที่ศูนย์ประชุมพรรค พปชร. ตัวแทนสมาชิกพรรคพื้นที่ภาคกลางประมาณ 20 คน นำดอกไม้มาแสดงความยินดีกับนายอนุชา ในฐานะเลขาธิการพรรคคนใหม่ ซึ่งนายอนุชาได้กล่าวขอบคุณ พร้อมระบุว่าขอให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาด้วยคะแนนนิยมอย่างแน่นอน
เสี่ยแฮงค์ลั่นต้องให้โอกาส
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอนุชาให้สัมภาษณ์ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค 9 คน ว่ายังไม่เรียบร้อย ต้องปรึกษาหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ก่อน ขอให้รอ คาดว่าเร็วๆ นี้ ส่วนกรณีการวางตัวนางนฤมลเป็นทีมเศรษฐกิจพรรคนั้น ได้พูดไปแล้วชัดเจนแล้วว่าพรรคมีโยบายเชิงรุก ตอบสนองพี่น้องประชาชน ซึ่งพรรคต้องนำสิ่งเหล่านั้นมาสังเคราะห์ วิเคราะห์ คุยกันในกลุ่มผู้บริหาร ทั้งนโยบายเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่จากนี้ไปต้องหันหน้ามาพูดคุยกัน เพราะเราเป็นแกนนำรัฐบาล จากนี้ไปมั่นใจว่าวิธีคิดต้องเป็นมิติใหม่ทางการเมืองอย่างแน่นอน เพื่อตอบสนองประชาชนในหลายมิติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ใช่คนพูดเก่ง หรือโตมาจากคำพูด แต่ยึดมั่นในการพูด และการคิดที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งผมตั้งใจที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญ ถ้าผมทำไม่ได้ผมจะพิจารณาตัวผมเอง&amp;quot; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า หลังจากประกาศชื่อนางนฤมลว่าจะคุมเรื่องเศรษฐกิจ แต่ปรากฏเสียงยี้จากสังคมทันที นายอนุชากล่าวว่า โอกาสของคนทุกคนต้องได้รับทำงาน ต้องมีโอกาสในการเสนอตัวให้กับประเทศชาติ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพื่อให้มีโอกาสแสดงฝีมือ วิสัยทัศน์ในการทำงานให้กับประชาชน ใครที่เห็นว่าจะทำให้ประเทศไปได้ด้วยดี เขาก็ควรจะได้รับโอกาสนั้น ซึ่งยืนยันว่าพรรคมุ่งมั่น และมั่นใจที่จะทำให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ กก.บห.พรรค พปชร. กล่าวในประเด็นนี้ว่า ในการตั้ง กก.บห.เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. อาจมีการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าทีมเศรษฐกิจมีนางนฤมลเพียงคนเดียว ความจริงเรามีทีมคิดเตรียมไว้ ทั้งคนนอกที่จะเข้ามาร่วมทำงานกับพรรคเพื่อบริหารบ้านเมืองจำนวนมาก แต่ยังไม่อยากเปิดเผยชื่อ ที่ผ่านมาบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่อยากมาช่วยไม่สามารถเข้ามาได้ เพราะติดที่นายสมคิดที่มีทฤษฎีที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ในตอนนี้แล้ว พูดได้ว่าไม่เวิร์ก จึงทำให้คนใหม่ไม่สามารถเข้ามาได้ แต่ถ้านายสมคิดออกไปก็จะทำให้คนใหม่เข้ามาได้อีกเยอะ โดยเฉพาะการทำงานด้านเศรษฐกิจ ซึ่งสิ่งที่พูดสะท้อนมาจากความคิดเห็นของประชาชนที่เบื่อหน่ายกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้นการแก้ปัญหาจำเป็นต้องระดมคนใหม่เข้ามาช่วยกัน
ไล่&amp;#39;สมคิด&amp;#39;พ้นพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การพูดเช่นนี้หมายถึงต้องการให้นายสมคิดลาออกหรือเรียกร้องให้นายกฯ รีบปรับ ครม. นายชัยวุฒิกล่าวว่า แล้วแต่นายสมคิดจะคิด อยากให้สังคมเข้าใจว่าพรรค พปชร.มีบุคลากรจากทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนบ้านเมืองให้เดินหน้าต่อไป ดูแลประชาชน แต่วันนี้ยังติดขัด เพราะคนเก่าที่ยังอยู่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ คนใหม่ก็เข้ามาไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายสมคิดยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ยุบสภาเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่ใช่ทางออก สภาไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะทุกวันนี้ปัญหาอยู่ที่การแก้เรื่องเศรษฐกิจของทีมเศรษฐกิจเอง ฉะนั้นต้องแก้ปัญหาให้ถูกจุด ส่วนสภาพร้อมทำงานต่อเพื่อดูแลประชาชน ยืนยันว่าสมาชิกของพรรคส่วนใหญ่ก็เห็นเช่นเดียวกัน เพราะการปรับเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ได้แย่งผลประโยชน์กัน หรือมุ่งต่อสู้ทางการเมือง แต่เรากลับเพื่อหาแนวคิดใหม่และคนใหม่เข้ามาทำงาน ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนเรื่องทีมเศรษฐกิจก็ไม่ใช่ตำแหน่งรองนายกฯ แค่ตำแหน่งเดียว เชื่อว่านายกฯ จะพิจารณาในตำแหน่งอื่นๆ ด้วยเพื่อให้คนเก่ง มีชื่อเสียงมีฝีมือเข้ามาทำงาน พรรค พปชร.ก็ยินดีที่จะให้คนนอกที่มีฝีมือเข้ามาทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่ว่าคนดีจะไม่กล้าเข้ามาทำงานด้วย นายชัยวุฒิกล่าวว่า ถ้าความดีไม่เหมาะสมกับการเมืองก็ไม่ต้องเข้ามา เพราะยังมีคนดีที่เหมาะสมยังมีอีกเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. กล่าวเช่นกันว่า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจต้องเป็นผู้บริหารจัดการให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปในทิศทางไหน อย่างไรให้ดีขึ้น ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ก็เสนอให้ยุบสภา มันไม่ถูกต้อง เพราะลงพื้นที่มาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งมาจนถึงปัจจุบัน เวลาที่ลงพื้นที่ก็โดนประชาชนต่อว่าตลอดว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเมืองและในชนบท โดยเฉพาะในเมืองที่เป็นกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมบอกว่าเศรษฐกิจแย่มากเลย
&amp;ldquo;ผมได้ฟังนายสมคิดบอกว่าถ้าเป็นประเทศอื่นเขายุบสภาไปแล้ว ซึ่งความจริงแล้วผมอยากบอกว่าสภากับผู้บริหารต้องแยกออกจากกัน ฝ่ายสภามีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เป็นคนที่เข้าถึงประชาชน ถ้าประชาชนเดือดร้อนอะไร จุดไหน ก็ต้องพูดในสภาเพื่อให้ผู้บริหารนำไปแก้ไข ถ้าทีมเศรษฐกิจมาบอกว่าให้ยุบสภา ผมอยากจะถามว่าสภามีผิดอะไร&amp;rdquo; นายภิญโญกล่าว และว่า เป็น ส.ส.มาตั้งแต่ปี 2535 ถึงปัจจุบันก็ 7 สมัยด้วยกันแล้ว หัวหน้าทีมเศรษฐกิจจะมาพูดเรื่องการยุบสภาไม่ถูกต้อง สภาไม่ได้เป็นส่วนไปบริหารประเทศ ไม่ควรจะเอามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่ทีมเศรษฐกิจบริหารไม่ได้แล้วมาเสนอยุบสภาอย่างนี้ ไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.กล่าวถึงกระแสมีผู้เสนอให้รับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกฯ ว่าขอปฏิเสธข่าวดังกล่าว ที่มีการทาบทามนั้นไม่เป็นความจริง ไม่เคยมีการติดต่อทาบทามใดๆ เกิดขึ้น ส่วนในอนาคตนั้นยังไม่ได้มองไปถึงจุดนั้น ตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่ ส.ส. ตนเองและเพื่อนๆ ทุกคนตั้งใจทำงานในฐานะบทบาท ส.ส.ให้ดีที่สุด สิ่งที่เรามุ่งหน้าในวันนี้คือการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน อันนี้คือสิ่งหลักที่พวกเราขอโฟกัส และมุ่งหน้าทำงาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ทราบเหมือนกัน อาจเป็นว่าเนื่องจากที่ผ่านมาพรรค พปชร.มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารพรรค หลายคนก็อาจมองในเรื่องการเมืองว่าเป็นนัยของการปรับเปลี่ยน ครม.ที่อาจเกิดขึ้นในรัฐบาล&amp;rdquo; น.ส.วทันยากล่าวตอบข้อถามว่ารู้ถึงสาเหตุที่เกิดกระแสข่าวดังกล่าวหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อถามว่าตั้งแต่ตำแหน่งรัฐมนตรีถึงตำแหน่งโฆษกรัฐบาลชื่อ น.ส.วทันยาอยู่ในกระแสตลอด น.ส.วทันยาระบุว่า อาจเป็นไปได้ว่าบางคนอาจมีความคิดว่าตนเองและเพื่อนๆ ส.ส.ออกมาแสดงจุดยืน และเดินหน้าทำงาน ก็อาจมีคำถาม หรือมองว่าจะต่อรองตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งขอย้ำเน้นให้ชัดเจนอีกครั้ง และขอปฏิเสธข่าวทั้งหมด ยืนยันว่าตนเองและเพื่อนๆ ขอมุ่งหน้าทำงานเพื่อประชาชน และเราไม่เคยคิดที่จะมีความคิดในการต่อรองตำแหน่งการเมืองใดๆ กับผู้ใหญ่ และที่สำคัญที่สุดคือทั้งหมดนี้ไม่เคยเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงแนวทางการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ของพรรค ว่าพรรคยึดเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายหลักของพรรคตั้งแต่เริ่มจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งการแก้ไขไม่ได้มองแต่ระบบการเมืองและระบบการเลือกตั้งเท่านั้น แต่พรรคยังคำนึงถึงเรื่องสิทธิ เสรีภาพของประชาชนที่ขาดหายไป รวมถึงระบบการเลือกตั้งที่เป็นปัญหา กระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งของทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาสร้างปัญหาหลายส่วน
ปชป.อัดเละ รธน.60
&amp;ldquo;เป็นไปได้อย่างไรที่เรามีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะมีกระบวนการนับคะแนนด้วยวิธีการใด โดยอ้างว่าใช้วิธีจัดสรรปันส่วนผสม และยังระบุหลักการว่าไม่ให้มีคะแนนเสียงตกน้ำ แต่ปรากฏว่าแต่ละพรรคก็ยังมีคะแนนตกน้ำ และสัดส่วน ส.ส.พึงมีก็บิดเบี้ยวไปหมด พรรคเล็กหลายพรรคได้รับการจัดสรรได้เป็น ส.ส. นอกจากนี้หลายพรรคยังเห็นตรงกันว่า ระบบเลือกตั้งควรให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อที่ประชาชนหนึ่งคนจะได้มีสิทธิในการเลือกตั้งทั้งพรรค และ ส.ส.เขต ซึ่งจะตรงตามเจตนารมณ์มากกว่า ซึ่งคณะกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทบทวนเรื่องเหล่านี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศยังกล่าวถึงส่วนที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับปราบโกง ว่าหากดูมาตรา 236 เรื่องการถ่วงดุลระหว่างองค์กรอิสระกับฝ่ายการเมือง กลับมีการระบุว่าหากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กระทำผิดให้ ส.ส. และ ส.ว. หรือสมาชิกของทั้งสองสภา เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 กล่าวหา ป.ป.ช. โดยให้ยื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้ใช้อำนาจวินิจฉัยว่าควรส่งศาลฎีกาหรือไม่ ซึ่งการกำหนดแบบในอนาคตเราไม่สามารถคาดหวังกับตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาได้ จึงเห็นว่าควรต้องเขียนรัฐธรรมนูญให้เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายมากที่สุด เพื่อให้การตรวจสอบถ่วงดุลเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ยากที่สุด เราก็อยากทำให้เป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ไขง่ายก่อน อำนาจของ ส.ว.ในการที่จะมาระบุว่าให้ความเห็นชอบในวาระ 1-2 ในจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 อันนี้เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อเราปลดล็อกมาตรานี้ได้ ก็จะทำให้เป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ไขได้ง่ายตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน ถ้าหากทุกคนไม่เห็นด้วยกับ ส.ว.ที่มาด้วยกระบวนการแบบนี้ จะเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีไหนต้องหารือกันก่อน ผมไม่ได้บอกว่า ส.ว.ไม่ดี แต่เราพูดถึงกระบวนการที่มาของ ส.ว.ว่าจะมีวิธีการไหนที่จะมาจากการเป็นตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง&amp;quot; นายราเมศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วยคณะ กก.บห.พรรคเดินทางเข้ารับหนังสือรับรองการจดตั้งพรรคต่อ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง&amp;nbsp; ซึ่ง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ได้แสดงความยินดี พร้อมกับขอให้พรรคปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคและกฎหมาย โดย กกต.ยินดีให้คำปรึกษาในทุกเรื่องเพื่อให้พรรคกล้าเป็นสถาบันการเมือง
ขณะที่นายกรณ์กล่าวถึงแนวทางการทำงานของพรรค ว่าจะเป็นพรรคของคนดี มีจิตอิสระ พร้อมรับใช้บ้านเมือง ยึดหลักปฏิบัตินิยม เราตั้งใจทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา อะไรไม่ดีพร้อมเสนอแนะแนวทางที่ดีกว่า จะทำการเมืองโดยจะเอาทั้งโจทย์และปัญหาของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง โดยแบ่งการทำงานเป็น 5 สาย โดยสายแรกคือเศรษฐกิจ 2.การเกษตร 3.การศึกษา 4.คุณภาพชีวิต และ 5.เศรษฐกิจสร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรายึดหลักปฏิบัตินิยม เน้นในเรื่องการลงมือทำ โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายหลักในการทำงานของเรา วันนี้เราพร้อมเดินหน้า เพื่อเชิญชวนพี่น้องชาวไทยช่วยกันพัฒนาเพื่อให้การเมืองไทยเป็นไปอย่างที่คาดหวัง&amp;rdquo; นายกรณ์กล่าว และว่า พรรคกล้าพร้อมเป็นพันธมิตรกับทุกพรรคการเมือง เพราะเห็นว่าการเมืองไม่ควรแบ่งพรรคแบ่งพวก ส่วนการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งนั้น ภายใน 1 เดือนพรรคจะมีสาขาพรรคครบทุกภาคตามที่กฎหมายกำหนด และใน 6 เดือนเราจะมีตัวแทนพรรคครบ 350 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกหลักของประชาชน ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมเศรษฐกิจ, นโยบายพรรค, พปชร., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efb48089cefd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2019 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องทำให้โซ่ข้อล่างแข็งแรงให้ได้ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.ความพร้อมของพรรคชาติไทยพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การเลือกตั้งครั้งนี้มีลักษณะพิเศษ เพราะเป็นการเลือกตั้งในช่วงรอยต่อ มีกฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ พรรคการเมืองใหม่ และสถานการณ์การเมืองใหม่ ที่สำคัญ เป็นการเลือกตั้งที่อยู่ภายใต้ลักษณะเปลี่ยนผ่านตามบทเฉพาะกาล จะมีวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง 250 คน ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง มียุทธศาสตร์ 20 ปี คอยกำหนดไว้ รวมทั้งข้อกำหนดใหม่ๆ ที่เป็นกลไกกำกับ ควบคุม ดูแลจาก กกต. จึงเป็นการเลือกตั้งที่น่าจะยุ่งยากมากกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัตรเลือกตั้งที่จะมีถึง 350 รูปแบบ จะเกิดความสับสนกับทุกฝ่าย ทั้ง กกต. พรรคการเมือง และประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ทราบถึงลักษณะการเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทุกคะแนนในการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความหมาย จะทำให้เกิดแรงกดดันระหว่างผู้สมัคร ส.ส.ด้วยกัน จะเป็นการต่อสู้เหมือนติดดาบปลายปืน เพราะทุกคนต้องการคะแนน จะเห็นว่าเป็นการเลือกตั้งที่สับสนอลหม่านที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังจากนี้ในอนาคตเชื่อว่า จะมีการเรียนรู้ปัญหาการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อไปปรับปรุงแก้ไขกฎหมายกันหลายจุด ทั้ง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 โดยเอาต้นแบบความบกพร่องจากการเลือกตั้งครั้งแรกไปปรับปรุงแก้ไข และต้องยอมรับว่า บางส่วนเกิดจากรัฐธรรมนูญ ที่แก้ไขได้ยากมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พรรคชาติไทยพัฒนามีความพร้อมมาก เพราะเราไม่ได้เป็นพรรคที่ก่อตั้งใหม่ นับตั้งแต่พรรคชาติไทยมาจนถึงพรรคชาติไทยพัฒนาก่อตั้งมา 45 ปี ถ้าเปรียบเป็นคน ถือว่ามีประสบการณ์มากพอสมควร ผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะค่อนข้างหินแต่เราได้มีการเตรียมความพร้อมอย่างดี โดยการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่พรรคชาติไทยพัฒนาส่งผู้สมัครมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรรคถึง 315 คน จะมีเว้นไว้บ้างในบางพื้นที่ที่มีอดีตสมาชิกของพรรคแยกตัวออกไป เพื่อเป็นการให้เกียรติ และถนอมไมตรีที่มีต่อกันมายาวนาน เพราะเรามีความสุขในฐานะเป็นผู้ให้ ผู้สมัคร ส.ส.315 เขต พรรคชาติไทยพัฒนามีการคัดสรรมาตามกฏระเบียบที่กำหนดทุกข้อ และเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.นโยบายหาเสียงของพรรคชาติไทยพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พรรคชาติไทยพัฒนามีรากฐานมาจากพรรคชาติไทย พรรคชาติไทยพัฒนายึดถือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีนโยบายหลัก 9 ด้าน โดยมีความพิเศษที่พรรคได้มีการแยกนโยบายเรื่องเกษตรออกมาจากเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สาเหตุที่พรรคชาติไทยพัฒนาให้นโยบายด้านการเกษตรเป็นนโยบายข้อ 1 ไม่ใช่เพราะเน้นแต่เกษตรกร หากแต่การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาเรามองข้าม และไปเน้นเรื่องอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศมากเกินไป ซึ่งรูปแบบดังกล่าวเราไม่ได้เป็นผู้ผลิต แต่เป็นผู้ใช้ อยู่ตรงปลายน้ำ แต่สิ่งที่อยู่ต้นน้ำคือ อาหาร ที่เป็นภาคเกษตร ซึ่งเป็นรากของเราไม่ได้รับการแก้ปัญหาที่ถูกจุด ทั้งที่เราสามารถเติบโตและชนะได้ด้วยภาคเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อภาคเกษตรมีรายได้น้อย ราคาพืชผลตกต่ำ ส่งผลให้เศรษฐกิจภาพรวมฟุบทั้งหมด แม้จะส่งออกได้จำนวนมาก แต่เงินในกระเป๋าของประชาชนน้อยลง นั่นเพราะเศรษฐกิจตรงกลางต้องอาศัยผู้ซื้อ ซึ่งคือ เกษตรกร แต่เมื่อเกษตรกรมีกำลังซื้อน้อยลง เพราะราคาพืชผลไม่ดี ทำให้ฐานเราไม่แข็งแรง เหมือนกับเราอยู่ในโลกที่มีบ้านหลังใหญ่ เราจะแข็งแรงหลังเดียวไม่ได้ แต่รอบๆ บ้านต้องเป็นหมู่บ้านที่ทุกคนมีฐานะ พรรคชาติไทยพัฒนาจึงมุ่งเน้นเรื่องเกษตรเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อเกษตรอย่างเดียว แต่เพื่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ เพราะเมื่อเกษตรกรมีรายได้มากขึ้นจะมีอำนาจซื้อ จะนำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยต่างๆ ส่งผลต่อทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ในเมื่อห่วงโซ่เศรษฐกิจ โซ่ข้อล่างสุดไม่มีกำลังซื้อ โซ่ใหญ่ก็จะขาดไปเรื่อยๆ ดังนั้น ต้องทำให้โซ่ข้อล่างแข็งแรงให้ได้ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ เราเรียกนโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนาว่า &amp;ldquo;คำมั่นสัญญา&amp;rdquo; พรรคคัดสรรและรวบรวมแต่เรื่องที่มีสำคัญในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเป็นแผนปฏิบัติการเร่งด่วนชาติไทยพัฒนา 7 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านเกษตร 2.ด้านการศึกษา 3.ด้านสังคม 4.ด้านสาธารณสุข 5.ด้านกระจายอำนาจ 6.ด้านท่องเที่ยว และ7.ด้านพัฒนาเมือง ซึ่งพรรคมีความพร้อมทุกๆ ด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.พรรคขนาดกลางในสนามเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พรรคชาติไทยพัฒนามีความมั่นใจว่า เราจะเป็นทางเลือกที่สามของประชาชน เนื่องจากเชื่อว่าเป็นพรรคที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีนายกรัฐมนตรีถึง 2 คน มีผลงานที่พิสูจน์มาแล้วมากมายในอดีต เป็นพรรคเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง แต่ความคิดไม่เคยเก่า ทั้งนี้ เหตุผลที่พรรคชาติไทยพัฒนาเลือกจะเป็นพรรคขนาดกลาง เพราะต้องการเป็นพรรคที่เป็นเนื้อแท้ เสมือนนกขนสีเดียวกัน ไม่ได้ต่างฝูงต่างเผ่าแล้วเอามารวมกัน แต่มีอุดมการณ์และเป้าหมายเดียวกัน แล้วค่อยๆ เติบโตไปในอนาคต เปรียบเหมือนการเจริญเติบโตเหมือนไม้เนื้อแข็ง วงปีมันอาจจะแคบ เติบโตไม่รวดเร็วเท่าไรนัก แต่จะเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีรากหยั่งลึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การเมืองไทยปัจจุบันได้หลุดไปเป็นการเมืองสองขั้ว มีความขัดแย้งดำรงอยู่มากว่าสิบปี ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นมาอย่างรุนแรงและยาวนาน อันส่งผลกระทบต่อทุกๆ ด้าน ประเทศติดหล่มอยู่กับการเมืองสองขั้วมาอย่างยาวนาน และไม่มีท่าทีว่าจะหลุดพ้นไปได้ พรรคชาติไทยพัฒนาเห็นว่า การมีพรรคการเมืองขนาดใหญ่ในขณะที่วัฒนธรรมประชาธิปไตยยังอ่อนแอ ยังก้าวข้ามความเป็นพรรคเป็นพวกกันไม่พ้น ถือเป็นอันตรายต่อประเทศ เพราะความขัดแย้งดังกล่าวพัฒนาไปสู่ความรุนแรง ดังนั้น การมีพรรคการเมืองขนาดกลางจะช่วยสร้างดุลยภาพตรงนี้ได้ ทำให้ไม่เกิดเดดล็อกทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เพราะเมื่อมีการแบ่งเป็นสองขั้วแล้ว ไม่มีพรรคตรงกลางจะทำให้สถานการณ์เดินไปสู่จุดแตกหัก ไม่สามารถพูดคุยกันได้ ทำให้เป็นการเปิดช่องให้กองทัพเข้ามายึดอำนาจเพื่อจะคลี่คลายความขัดแย้ง ซึ่งเกิดมาแล้วหลายครั้ง จะเห็นว่าในอดีตกองทัพเข้ามาด้วยเหตุผลเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่น แต่ระยะหลังที่ต้องเข้ามาเพราะมีเหตุมาจากความขัดแย้งทั้งสิ้น ทำให้เกิดผลกระทบกันไปหมดทุกฝ่าย ฉะนั้น การมีพรรคขนาดกลางเข้ามา จะช่วยลดความขัดแย้งที่แบ่งเป็นขั้วได้พอสมควรทีเดียว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากรัฐธรรมนูญที่ออกมาแบบมา เราประเมินว่า รัฐบาลชุดหน้าจะเป็นรัฐบาลผสม ด้านหนึ่งอาจมองว่า ทำให้การเมืองไม่พัฒนา เพราะไม่มีพรรคขนาดใหญ่ที่เสียงเกินครึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งมีการมองว่า เพื่อลดความขัดแย้งการเมืองที่แบ่งขั้ว ดังนั้น เมื่อเป็นแบบนี้แล้วควรจะต้องเป็นรัฐบาลผสมที่ดีที่สุด และพรรคชาติไทยพัฒนาเป็นตัวเลือกที่มีประสบการณ์ ไม่มีความขัดแย้งกับใคร อยู่ในสถานะที่ไม่ด้อยกว่าใคร และเราคิดว่า ถึงเวลาที่เราทุกคนต้อง &amp;ldquo;ก้าวข้ามความขัดแย้ง ร่วมแรงปฏิรูปประเทศไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาหลักการที่ว่า การเมืองเสียงข้างมากเป็นฝ่ายบริหาร และเคารพเสียงข้างน้อยมันยังไม่เกิดในประเทศไทย ทำให้เสียงข้างน้อยไม่ยอมเวลาเสียงข้างมากตัดสินใจอะไรที่เกินเลยไปมาก และเมื่อไม่สามารถพูดคุยกันได้ เพราะมีการแบ่งเป็นสองขั้วจึงทำให้เกิดปัญหา หากมีพรรคการเมืองขนาดกลางมาเป็นส่วนผสมในรัฐบาลจะสามารถสร้างดุลยภาพทางการเมืองภายในรัฐบาลขึ้นได้ เพราะพรรคที่มีเสียงข้างมากในรัฐบาลจะต้องฟังพรรคขนาดกลางที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล การจะกระทำการใดๆ จะต้องรักษาความคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนได้ จึงเชื่อว่า จะช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองได้มาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีความขัดแย้งคงอยู่พอควร พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร จึงคิดว่าจะได้รับเลือกจากพี่น้องประชาชนที่อยากจะเห็นความสงบในบ้านเมือง เรามุ่งหวังเป็นทางออกตรงกลาง เสมือนน้ำเย็นที่มาดับความร้อน เราหวังว่า เราจะได้การสนับสนุนจากประชาชนที่ต้องการเห็นความสงบมากพอสมควร แต่จะเป็นจำนวนเท่าไรนั้น พรรคชาติไทยพัฒนามีหน้าที่ทำให้ดีที่สุด ลงไปทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ นำเสนอนโยบายของพรรคกับประชาชน และอธิบายว่าเราดำเนินการแนวทางการเมืองอย่างไร ส่วนผลจะเป็นอย่างไรฝากไว้กับการตัดสินใจของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30958</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิกร จำนง, นโยบายพรรค, พรรคชาติไทยพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190310/image_big_5c84cc308a55f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;ไล่&#039;หญิงหน่อย&#039;ไปฟังเพลง&#039;หนักแผ่นดิน&#039;หลังชูนโยบายตัดงบกลาโหม-ยกเลิกเกณฑ์ทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.62- ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะรองผอ.รมน.เป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากอ.รมน.ครบรอบ 11 ปี ประจำปี 2562 เพื่อระลึกถึงความสำคัญและเกิดความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติความเป็นมา รวมทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อองค์กร โดยมีผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผู้แทนจากส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชาของกอ.รมน. ข้าราชการ กอ.รมน. และมวลชน กอ.รมน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังจบพิธี ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามพล.อ.อภิรัชต์ถึงดูแลสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงหาเสียงขณะนี้ โดยพล.อ.อภิรัชต์ย้อนถามกลับว่า &amp;ldquo;เพลงอะไรที่กำลังฮิตตอนนี้ ก็เพลงหนักแผ่นดินไง&amp;rdquo; ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามต่อถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และ1ในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวปราศรัยเสนอนโยบายตัดงบกลาโหม 10 เปอร์เซ็นต์ และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดินไง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่4 กล่าวถึงการดูแลรักษาความเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งว่า ขณะนี้ทุกอย่างมีความเรียบร้อยดี ซึ่งทุกพรรคการเมืองได้ลงพื้นที่หาเสียงได้ ขณะที่ในส่วนของทหารก็ยึดมันตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาในการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง โดยเน้นการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นหลัก แต่หากมีพรรคการเมืองใดต้องการให้ดูแลรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมทางเจ้าหน้าที่ก็พร้อมจัดกำลังเพื่อสนับสนุน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29345</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, นโยบายพรรค, บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, เกณฑ์ทหาร, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63d91180afe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลิกดูร่างนโยบายเพื่อไทย ที่ผ่านมาประชาธิปไตยพัฒนาไม่ต่อเนื่องเพราะภาครัฐโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.61- &amp;quot;ร่างข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ที่อยู่ระหว่างการเชิญชวนให้สมาชิกพรรคแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม คำประกาศอุดมการณ์ &amp;nbsp;เจตนารมณ์ทางการเมือง และนโยบายของพรรค ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของพรรค พบว่า ในหมวดที่ 2 เกี่ยวกับนโยบายพรรคนั้น มีหลายประเด็นน่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ คำปรารภที่ระบุว่า ที่ผ่านมาประเทศได้เผชิญกับความท้าทายภายในประเทศในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม การพัฒนาประชาธิปไตยไม่ต่อเนื่อง มีการรัฐประหารหลายครั้ง การเมืองขาดเสถียรภาพ มีปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ การบริหารงานขาดประสิทธิภาพ ระบบราชการมีขนาดใหญ่และขาดความคล่องตัว สัดส่วนงบประมาณส่วนใหญ่ยังเป็นงบประจำจนทำให้เหลืองบเพื่อการพัฒนาน้อย การจัดสรรงบประมาณไม่สอดคล้องกับความจำเป็นของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริหารงานภาครัฐยังเป็นแบบรวมศูนย์และขาดการกระจายอำนาจ มีกฎหมายล้าหลังจำนวนมากการบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เศรษฐกิจยังไม่เติบโตเต็มศักยภาพ มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม การกระจายรายได้ยังไม่ทั่วถึงและเป็นธรรม รายได้ต่อหัวประชากรยังต่ำ ประเทศยังมีปัญหาเรื่อง ความยากจน ประชาชนจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางสังคม ความรู้ ทุนและที่ดินทำกิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเจริญยังกระจุกตัวในเมืองใหญ่ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศยังอยู่ในอันดับที่ไม่น่าพอใจ โครงสร้างพื้นฐานยังไม่สมบูรณ์ ต้นทุนในการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ยังสูงกว่าหลายประเทศ พลังงานส่วนใหญ่ยังต้องนำเข้า มีต้นทุนที่สูง และยังขาดประสิทธิผลในการใช้ คุณภาพและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังเป็นปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นสังคมไทยยังมีปัญหาเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายจนลดน้อยลง โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ มีปัญหาในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ น้ำ ท่วมน้ำแล้งยังคงเป็นปัญหาซ้ำซาก ยาเสพติดยังเป็นภัยคุกคามสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในบริบททางเศรษฐกิจนั้น พลวัตของโลกส่งผลให้ประเทศไทยจำต้องปรับตัวเพื่อการดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีบทบาทที่สร้างสรรค์บนเวทีโลก ประเทศไทยมีระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ดังนั้น การทำให้ประเทศมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก จำเป็นต้องมีการพัฒนาและยกระดับระบบเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีความเข้มแข็ง และมั่นคงและสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งต้องยกระดับความสามารถในการแข่งขัน พัฒนาด้านนวัตกรรมและการมียุทธศาสตร์ การพัฒนาที่มีวิสัยทัศน์ของภาครัฐ โดยเฉพาะบทบาทภาครัฐที่มีลักษณะเป็นผู้สนับสนุนและผู้สร้างสภาวะที่เอื้อให้ภาคเอกชนเป็นหลักในการพัฒนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ในการสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง มั่นคง และกระจายความมั่งคั่งให้ทั่วถึงและเป็นธรรมนั้น เศรษฐกิจฐานรากเป็นหัวใจสำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายทรัพยากรและอำนาจอย่างเหมาะสม โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเองและท้องถิ่นของตนมากขึ้น ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม โดยป้องกันการผูกขาดของผู้ประกอบการรายใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย อาทิ ดำเนินการพัฒนาและปฏิรูปประเทศในทุกด้าน โดยให้ประชาชนมีบทบาทสำคัญ เป้าหมายเพื่อเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างยั่งยืน เป็นประเทศประชาธิปไตย ตามมาตรฐานสากล มีกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรม เป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม คุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นทั้งระบบการเมืองการปกครอง กฎกติกา ส่งเสริมให้สังคมยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม เสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และเข้าใจในคุณค่าและวัฒนธรรมประชาธิปไตยอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ มีอิสรเสรีในการคิดสร้างสรรค์ และใช้สิทธิของตน สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งแตกต่างได้ด้วยวิถีทาง สันติวิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนับสนุนระบบเศรษฐกิจเสรี ส่งเสริมให้มีการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม มุ่งขจัดการผูกขาด รัฐมีบทบาทสนับสนุนและสร้างสภาวะที่เอื้อให้ภาคเอกชนเป็นหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจ ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ เพื่อให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และมีการกระจายอย่างทั่วถึงเท่าเทียม ส่งเสริมให้ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายด้านการเมืองนั้น พรรคเพื่อไทยระบุว่า ยึดมั่นในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ปวงชนชาวไทยซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยมีส่วนร่วมในทางการเมือง รวมทั้งร่วมกำหนดแนวทางและการบริหารงานภาครัฐ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และการพัฒนาประเทศ อย่างแท้จริง ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งเสริมสนับสนุนให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตย สร้างจิตสำนึกของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของคนในสังคม ให้เกิดการยอมรับในกระบวนการเลือกตั้งและผลการเลือกตั้ง และระงับความขัดแย้งทางการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย สันติวิธี และภายใต้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สร้างกลไกทางกฎหมายและการบริหาร มิให้ฝ่ายทหารเข้ามาแทรกแซงทางการเมืองในทุกรูปแบบ โดยให้ถือว่าทหารและข้าราชการ คือองคาพยพหนึ่งที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐบาล คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ส่งเสริมให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้ง สิทธิและหน้าที่ของตนเองตามรัฐธรรมนูญ ยึดมั่นในคุณค่าและวัฒนธรรมประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้มีการปฏิรูประบบการเมืองการปกครอง ทั้งการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย มีความรับผิดชอบทางการเมือง การดำเนินการทางการเมือง มีธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายการป้องกันประเทศและความมั่นคงของชาติ ปฏิรูปกองทัพให้เป็นกองทัพที่อยู่ภายใต้รัฐบาลตามหลักการสากล มีประสิทธิภาพ มีการใช้เทคโนโลยีทางทหารที่ทันสมัย มีการปฏิบัติงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จัดให้กองทัพมีโครงสร้าง อัตรา และกำลังพลที่เหมาะสมกับการป้องกันประเทศ พัฒนาระบบการบรรจุผู้เข้ารับราชการทหารเพื่อให้มีประสิทธิผลในการได้มาซึ่งบุคลากร ที่สมัครใจและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ &amp;nbsp;ปลูกฝังและพัฒนาให้บุคลากรในกองทัพมีความเป็นทหารอาชีพและมีจิตสำนึกประชาธิปไตย ส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้สามารถบูรณาการขีดความสามารถของภาครัฐและเอกชน เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18380</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริต คอร์รัปชัน, นโยบายพรรค, พรรคเพื่อไทย, ร่างขอบังคับพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5ba99d6fd2907.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตวูบ!! &#039;ไพร่หมื่นล้าน&#039; สะดุดปม &#039;โรฮิงญา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย 61- หลังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยหนึ่งในนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ว่า &amp;quot;...ถ้าพรรคเรามีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะยื่นมือของคนไทยไปให้พวกเขา และจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างกระฉับกระเฉงด้วยการเปิดการพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาอย่างมียุทธศาสตร์ ใช้เวทีอาเซียนเป็นตัวกลางแก้ปัญหานี้ร่วมกัน เหมือนที่มาเลเซียและอินโดนีเซีย กำลังทำอยู่ และได้ช่วยรับผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่งไปแล้วด้วย โดยเฉพาะมาเลเซียที่อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยโรฮิงญาทำงานได้ กลายเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ไม่ใช่ภาระเรื้อรังของประเทศอื่นๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาล่องลอยอย่างเดียวดายในทะเล ถูกผลักไสอย่างไม่มีที่สิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะทำให้คนไทยภูมิใจที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทันทีที่หนึ่งในนโยบายดังกล่าว กลายเป็นข่าวเผยแพร่ใน LINE TODAY ได้มีผู้เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมากล่าสุดประมาณ 330 &amp;nbsp;ความเห็น เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีสักความคิดเห็นที่สนับสนุนแนวคิดนโยบายนี้ของพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนแสดงความคิดเห็นตรงกันต้องแก้ปัญหาปากท้องของคนในชาติก่อนที่คิดช่วยเหลือชาติอื่น&amp;nbsp; เช่น &amp;quot;นโยบายแรกนึกว่าปากท้อง,คนไทยยังยากจนอยู่ทำไม่คิดช่วยเหลือให้พ้นความยากจนก่อนที่จะไปช่วยคนชาติอื่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เอาในประเทศให้ดีก่อนค่อยไปช่วยคนนอก&amp;quot;&amp;nbsp;, &amp;quot;ยิ่งออกมายิ่งหมดรูป&amp;nbsp;คะแนนตกเรื่อยๆแล้ว ยังอ่อนประสบการณ์จริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางความคิดเห็น&amp;nbsp;ว่า &amp;quot;บ้าไปแล้วหาเสียงกับโรฮิงญา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมีความคิดเห็นจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจจะเลือกพรรคอนาคตใหม่ แต่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนใจ&amp;nbsp;&amp;quot;ว่าจะเลือกสักหน่อย แต่ต้องคิดใหม่แล้ว อย่าเอ็นดูเขาเอ็นเราขาด&amp;quot; &amp;quot;คะแนนล่วงเลยละอ๋อเจ้า&amp;quot; , &amp;nbsp;&amp;quot;บายละตอนแรกก็สนใจ เวรกรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตอนแรกก็ดูดี ตอนนี้เห็นเริ่มเข้าป่าเข้าพง พอถึงเวลาเลือกตั้ง ผมว่าพรรคของคุณจะไม่ได้สักที่นั่งเลย ที่นี่ประเทศไทยๆๆๆๆถึงจะไม่ชอบรัฐบาลที่ยึดอำนาจ แต่ก็ยังดีกว่าพรรคคุณ เคยพูดสักคำมั้ยว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลิกอ่านทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6442</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร, นโยบายพรรค, ปัญหาปากท้อง, พรรคอนาคตใหม่, ลี้ภัย, อนาคตใหม่, โรฮิงญา, ไพร่หมื่นล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac469628389c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนาคตใหม่&#039;แง้มนโยบายพรรคหากเป็นรัฐบาลจะไม่ปล่อย&#039;โรฮิงญา&#039;เดียวดายอยู่กลางทะล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.61 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;เผยเปิดหนึ่งในนโยบายของพรรคเรื่อง &amp;quot;ผู้ลี้ภัยทางการเมือง, สิทธิมนุษยชน และไทยในเวทีโลก&amp;quot; ผ่านเพจเฟซบุ๊กThanathorn Juangroongruangkit -ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;ว่า &amp;quot;ผมมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยทางการเมือง เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ผมมีโอกาสเยี่ยมค่ายผู้อพยพชาวภูฏานที่ประเทศเนปาล ชาวภูฏานกลุ่มนี้มีชาติพันธุ์และความเชื่อที่ต่างจากคนส่วนใหญ่ของภูฏาน เมื่อความหลากหลายไม่ได้ถูกยอมรับในกระบวนการสร้างชาติ ผลที่เกิดขึ้นคือการทำลายความแตกต่างอย่างเป็นระบบ ทั้งด้วยกฏหมายและด้วยความรุนแรง ผู้อพยพชาวภูฏานในประเทศเนปาลที่ผมพบคือผลของกระบวนการเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในค่ายผู้อพยพชาวภูฏานที่ผมมีโอกาสสัมผัส มีผู้อพยพอยู่หลายหมื่นคน ครอบครัวแต่ละครอบครัวได้รับปันส่วนพื้นที่เล็กน้อยให้สร้างเป็นเพิงพักจากไม้ไผ่ พื้นที่ไม่เกิน 20 ตารางเมตร เป็น &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; สำหรับครอบครัวครอบครัวหนึ่ง ซึ่งใช้พื้นที่นั้นเป็นทั้งห้องนอน, ห้องครัว, ห้องนั่งเล่น อาหารการกินไม่เคยพอและถูกหลักสุขอนามัย การศึกษาทำผ่านอาคารเรียนขนาดเล็กซึ่งอัตคัดทั้งครูและอุปกรณ์การเรียนการสอน และที่สำคัญ ผู้อพยพเหล่านั้นไม่เคยมีสิทธิและเสรีภาพ จำนวนน้อยมากในพวกเขาเหล่านั้น ได้รับอนุญาตให้ไปหางานทำนอกค่ายผู้อพยพได้ ส่วนใหญ่จึงอยู่ได้ด้วยการบรรเทาทุกข์ขององค์กรระหว่างประเทศ พวกเขาไม่มีอนาคต โอกาสเดินทางกลับบ้านเป็นศูนย์ ลูกๆ ของพวกเขาเติบโตในค่ายผู้อพยพ หมดโอกาสได้เข้าถึงการเรียนรู้, เห็นโลกกว้าง และมีโอกาสไล่ตามความฝันอย่างที่เด็กๆ ควรจะได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ของชาวโรฮิงญามีลักษณะคล้ายกัน องค์กรระดับโลกหลายองค์กรได้ยืนยันถึงการเกิดขึ้นจริงของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญาโดยกองทัพเมียนมา การใช้ความรุนแรงต่อโรฮิงญามีลักษณะตั้งแต่ข่มขู่คุกคาม, จำกัดสิทธิเสรีภาพ ไปจนถึงการข่มขืนและการทำลายชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อตั้งพรรคการเมือง หลายคนถามผมว่า หากพรรคเราได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ประเทศไทยจะอยู่ตรงไหนในเวทีโลก? คำตอบของผมคือเราต้องเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ สร้างอาเซียนให้มีอำนาจต่อรองในเวทีโลกและเป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประชาธิปไตยในอาเซียน เพื่อนำคนอีกหลายล้านคนที่ขาดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น, สิทธิทางการเมือง, ที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัว และที่ตกอยู่ในวังวนแห่งความยากจน ให้มาสู่สังคมที่ดีกว่าได้หากผู้นำของประเทศกล้าที่จะทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามีทั้งศักยภาพและพลังทางเศรษฐกิจเพียงพอที่จะสร้างให้ไทยเป็นแรงบันดาลใจให้กับประเทศที่กำลังพัฒนาอื่นๆ เราสามารถนำประเทศในอาเซียนได้ถ้าเราหันกลับมายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและหลักสิทธิมนุษยชนสากล เราสามารถแสดงให้ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ เห็นได้ว่าการพัฒนาประเทศด้วยประชาธิปไตยและการยอมรับในความหลากหลายเป็นไปได้และควรจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การผลักไสผู้อพยพโรฮิงญาเป็นการหาทางออกที่ง่ายแต่ขัดต่อหลักมนุษยธรรม และเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน การเผชิญหน้ากับปัญหาและกล้าที่จะพูดเรื่องที่อาจไม่เป็นที่นิยมแต่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมทางการเมืองกับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าพรรคเรามีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะยื่นมือของคนไทยไปให้พวกเขา และจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างกระฉับกระเฉงด้วยการเปิดการพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาอย่างมียุทธศาสตร์ ใช้เวทีอาเซียนเป็นตัวกลางแก้ปัญหานี้ร่วมกัน เหมือนที่มาเลเซียและอินโดนีเซีย กำลังทำอยู่ และได้ช่วยรับผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่งไปแล้วด้วย โดยเฉพาะมาเลเซียที่อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยโรฮิงญาทำงานได้ กลายเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ไม่ใช่ภาระเรื้อรังของประเทศอื่นๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาล่องลอยอย่างเดียวดายในทะเล ถูกผลักไสอย่างไม่มีที่สิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะทำให้คนไทยภูมิใจที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6426</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร, นโยบายพรรค, พรรคอนาคตใหม่, อาเซียน, เอก ธนาธร, โรฮิงญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180317/image_big_5aac5c15818b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
