<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้าธิดา&#039;กาง 6 จุดอ่อนรัฐบาลคสช.ภาค2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.62 - นางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาจิ(นปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลคสช. (2) ประชาธิปไตยของเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีจุดอ่อนมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก : เป็นการได้ส.ส.จากการใช้อำนาจรัฐประหารสร้างความได้เปรียบเพื่อให้ประชาชนสนับสนุนพรรคการเมืองที่ตนเองตั้งขึ้นมา โดยการใช้อำนาจรัฐ, โครงการรัฐประชานิยม, ใช้ประกาศ/คำสั่งคสช., กฎหมาย และรัฐธรรมนูยเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับการสืบทอดอำนาจได้เป็นรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง : การใช้องค์กรอิสระและการจัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส เลือกปฏิบัติ ในการจัดการลงโทษคู่แข่งทางการเมืองและต่อฝ่ายสนับสนุนคสช. ยังไม่มีปฏิบัติการใด ๆ ให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะให้ความเป็นธรรม รวมทั้งกรณีการเลือกคำนวณส.ส. ทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยมีจำนวนส.ส.หายไป 7-8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สาม : ที่มาและบทบาทส.ว.แต่งตั้งเกือบเหมือนกับส.ส.ในรัฐสภา การสรรหาที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่โปร่งใส และชัดเจนว่าเป็นคนที่คสช.คัดสรรมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สี่ : มีส.ส.มากพรรคที่สุดในโลก แต่เสียงก็ยังปริ่มน้ำ ล้วนเขี้ยวลากดิน ต่อรองผลประโยชน์และอาจขัดรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่ห้า : ผลงานคสช.ที่ผ่านมาไม่ได้ดีเหมือนที่คสช.คิด เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้มีเงินจับจ่ายใช้สอย ราคาพืชผลตกต่ำ หนี้ครัวเรือนสูงมาก และไม่ให้สิทธิเสรีภาพประชาชน ซ้ำกดดันลงโทษผู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพรุนแรง ป่าเถื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่หก : นโยบายพปชร.ที่โฆษณาเป็นประชานิยมสุดขั้วที่อาจทำให้ประเทศหายนะถ้าปฏิบัติตามนั้นจริง เพราะความไม่ชอบธรรมทางการเมืองทำให้รัฐบาลนี้ต้องโหมใช้ประชานิยมของเผด็จการเพื่อหวังคะแนนนิยม ไม่ใช่แบบรัฐบาลประชาธิปไตยที่เป็นการช่วยเหลือประชาชนในระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38350</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดอ่อน, ธิดา ถาวรเศรษฐ, นโยบายพรรคพลังประชารัฐ, รัฐบาลคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce37cf904987.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุตตม&#039; แจงนโยบายพักชำระหนี้ ไม่ทำเสียวินัยการเงิน-คลังประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.62 - นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสวิจารณ์ถึงนโยบายของพรรคพลังประชารัฐว่าเป็นนโยบายประชานิยม เน้นการแจกเงิน และเน้นแต่เรื่องประชานิยม ว่า เป็นเพียงการพิจารณานโยบายเพียงด้านเดียว โดยขาดการพิจารณาองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมดที่ครอบคลุมอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้นโยบายของพรรคผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วนอย่างรอบคอบดังนั้น ตนขอยืนยันว่าทุกนโยบายของพรรคไม่มีเพียงแค่การลด แลก แจก แถมเท่านั้น เช่น นโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรที่พรรคนำเสนอด้านการส่งเสริมเรื่องรายได้ ด้วยการสร้างหลักประกันสินค้าและดูแลตั้งแต่กระบวนการเริ่มแรกของการผลิตจนถึงการส่งออก และขาย นอกจากนั้นพรรคยังมีนโยบายปลดภาระหนี้สินของเกษตรกรพร้อมกับส่งเสริมทักษะและศักยภาพที่พัฒนาให้เห็นเกษตรกรยุคใหม่ที่ใช้เทคโลยีช่วยส่งเสริมด้านการค้าขายผลิตผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวด้วยว่านอกจากนั้นในภาคแรงงาน, กลุ่มเอสเอ็นอี, ครู, นักศึกษาพรรคยังมีนโยบายที่ลดภาระหนี้สินและส่งเสริมทักษะการประกอบวิชาชีพ เพื่อให้มีศักยภาพต่อการดำเนินอาชีพได้ต่อไป โดยเน้นลดความหลื่อมล้ำและเกิดโอกาสใหม่ รวมถึงส่งเสริมวินัยการออมให้กลุ่มอาชีพทุกกลุ่มสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงการของพรรคที่หลายคนท้วงติงว่าการพักชำระหนี้ ทำให้เสียวินัยการเงินการคลังของประเทศ ผมยืนยันว่าไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอนเพราะจากการวิเคราะห์ถึงผลรวมของนโยบายแล้ว สิ่งที่ต้องเน้นเสริมคือการสร้างทักษะอาชีพ เพื่อให้ภาคอาชีพทุกกลุ่มของประเทศอยู่ได้ รวมถึงสร้างรายได้ให้กับพวกเขา เมื่อเขามีเงินใช้จ่าย มีรายได้มากพอ สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ เน้นวินัยการออมเพื่อให้มีเงินเหลือเก็บ เพื่อเป็นต้นทุนของการดำเนินชีวิตต่อไป โดยทุกนโยบายล้วนสอดคล้องและเชื่อมโยง ดังนั้นผมขอให้คนที่วิจารณ์นโยบายของพรรค ดูทุกนโยบายด้วยความเป็นธรรมอย่าสร้างอคติ&amp;quot; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม ยืนยันด้วยว่าทุกนโยบายของพรรคสามารถทำได้จริงแน่นอน แม้หลายฝ่ายจะประเมินว่าหลังการเลือกตั้งรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น คือรัฐบาลผสมที่มาจากหลายภาคส่วน ดังนั้นเมื่อพรรคพลังประชารัฐได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เพียงพอเป็นเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล ปฏิบัติการเริ่มต้น คือการพูดคุยกับพรรคการเมืองที่มีแนวคิดเดียวกัน&amp;nbsp; หารือการทำงานร่วมกันบนนโยบายที่สอดคล้อง เพื่อให้เกิดผลปฏิบัติที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างมากที่สุด จากนั้นคือการจัดลำดับการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญาให้กับประชาชนมากกว่า การมองผลประโยชน์ของบุคคลหรือการเมืองจากพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นหลัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31880</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอุตตม สาวนายน, นโยบายประชานิยม, นโยบายพรรคพลังประชารัฐ, หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, เลือกตั้ง62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190321/image_big_5c9307687df7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2019 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมัดเด็ด พลังประชารัฐ  เพิ่มรายได้ประเทศ เพิ่มรายได้ประชาชน  ทำได้จริงหรือไม่?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงเปิดนโยบายโค้งสุดท้าย ประเทศไทยต้องรวย ด้วยพลังประชารัฐ ไปแล้วเมื่อ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซปต์ &amp;quot;คนไทยต้องรวยด้วยความสงบ รวยด้วยความสุข และรวยด้วยความหวัง&amp;quot; ผ่านแนวนโยบายเช่นเรื่องของราคาพืชผลการเกษตร ที่ พปชร.ชูนโยบายว่าราคาผลผลิตทางการเกษตรต้องได้รับการดูแลบางช่วงเวลา เช่น ข้าวเจ้า 12,000 บาทขึ้นไปต่อตัน, ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาทขึ้นไปต่อตัน, ยางพารา 65 บาทขึ้นไปต่อกิโลกรัม หรือนโยบายจะผลักดันค่าแรงงานขั้นต่ำ 400-425 บาทต่อวัน, อาชีวศึกษา 18,000 บาทต่อเดือน และปริญญาตรี&amp;nbsp; 20,000 ต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่หลายคนสงสัยก็คือ นโยบายข้างต้นดังกล่าวทำได้จริงหรือไม่ และหากทำแล้วจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง เช่น ผู้ประกอบการ, เจ้าของกิจการ หากต้องจ่ายค่าจ้างในอัตราดังกล่าวจะมีผลต่อการดำเนินกิจการหรือไม่ รวมถึงการดำเนินนโยบายต่างๆ หาก พปชร.เป็นรัฐบาลจะนำงบประมาณจากส่วนไหนมาสนับสนุน หลังแกนนำพรรค พปชร.ย้ำว่าทำได้จริง ทำทันที ผ่านการ เพิ่มรายได้ประเทศ&amp;nbsp; เพิ่มรายได้ประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร.และอดีต รมว.อุตสาหกรรม ให้ข้อมูลไว้โดยละเอียด โดยเกริ่นนำว่าจากข้อเท็จจริงคือประเทศไทยเราเป็นประเทศพื้นฐานเกษตรกรรม พี่น้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกษตรกรคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ แนวทางของพรรคพลังประชารัฐที่เราทำได้จริงก็คือ การพัฒนาภาคเกษตรสู่เกษตรยั่งยืน แต่ว่าภาคเกษตรจะถูกกระทบด้วยหลายปัจจัย เช่นความเสี่ยงเรื่องดินฟ้าอากาศ, ราคาพืชผล จึงจำเป็นต้องมีการดูแลในบางช่วงเวลาอย่างเหมาะสม พรรค พปชร.เชื่อมั่นว่าจะทำให้พี่น้องเกษตรกรรวยอย่างมั่นคงและยั่งยืน ไม่ใช่ฉาบฉวย อย่างข้าวเจ้าที่หากดูแลกันอย่างครบกระบวนการก็ 12,000 บาทขึ้นไปต่อตัน, ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาทขึ้นไปต่อตัน, อ้อย 1,000 บาทขึ้นไปต่อตัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...สำหรับยางพารา เราเชื่อว่าหากมีการบริหารจัดการ มีการเพิ่มเทคโนโลยีเข้าไปในช่วงของการผลิต การเพิ่มมูลค่า หาหนทางใช้ผลิตภัณฑ์จากยางพาราให้มากขึ้น 65 บาทขึ้นไปต่อกิโลกรัมต้องทำได้&amp;nbsp; ขณะที่มันสำปะหลัง 3 บาทขึ้นไปต่อกิโลกรัม และปาล์มต้องทำให้ได้ราคาเป้าหมายที่ 5 บาทขึ้นไปต่อกิโลกรัม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ทั้งหมดอยู่ภายใต้หลักการเดียวกันว่าไม่ใช่อยู่ดีๆ โดดเข้าไปช่วย เราดูแลตลอดทางและดูแลเมื่อมีความจำเป็น มีความจำเป็น มันถึงจะเกิดความหวัง อย่าลืมว่าพี่น้องเกษตรกรประสบปัญหามาเยอะ ถ้าเราไม่ยื่นมือไปช่วยฉุดเขาลุกขึ้นมาก่อน แล้วจะไปบอกว่าให้เขาก้าวไปข้างหน้า มันไม่ได้ เพราะฉะนั้นมาตรการของเรา เป้าหมายของเรา มีเพื่อช่วยพี่น้องเกษตรกรให้เดินหน้าไปให้รวยสักที โดยรวยอย่างมั่นคงยั่งยืน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทำไมต้องขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ-เงินเดือนปริญญาตรี ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวอีกว่านอกจากพี่น้องเกษตรกรแล้ว พวกเราผู้ใช้แรงงานอีก&amp;nbsp; 14.6 ล้านคนก็ต้องการการดูแลเช่นกัน พรรคไม่ทอดทิ้ง เราให้ความสำคัญกับพี่น้องคนไทยที่อยู่ในภาคของผู้ใช้แรงงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอุตตม ให้ข้อมูลว่าในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาทราบกันหรือไม่ว่า ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำต่อวันมีการขึ้นไปเท่าใด คำตอบคือ 25 บาท ในช่วง 7 ปีไม่เยอะเลย ค่อนข้างน้อยเมื่อเราเปรียบเทียบว่าค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพมีการขึ้นไปเท่าใดในช่วง 7 ปี พรรคคิดง่ายๆ ว่าถ้าสมมุติคิดแบบแฟร์ๆ ขึ้นปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา วันนี้ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำต้องอยู่ที่ 425 บาทต่อวัน เอาตัวเลขมายันกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...วันนี้ค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาทต่อวัน เราคิดว่าสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง สำหรับอาชีวศึกษาพรรคพลังประชารัฐเห็นว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ของประเทศไทย การให้&amp;nbsp; 18,000 บาทต่อเดือนไม่สูงเกินไป เผลอๆ จะต่ำเกินไปหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ 18,000 บาทสำหรับการสร้างอาชีวะที่มีคุณภาพ สิ่งนี้คือสิ่งที่เราต้องการ ส่วนปริญญาตรี 20,000 ต่อเดือน เราเน้นที่คุณภาพ แต่จะมีคุณภาพก็ต้องให้คนมีความหวัง ให้เขาอยู่ได้ให้เขามีแรงจูงใจที่จะทำงานหนัก เพราะฉะนั้นในส่วนของผู้ใช้แรงงานพรรคพลังประชารัฐต้องดูแล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ผู้ใช้แรงงาน 14.6 ล้านคนและภาคเกษตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เราเข้าใจว่าฝ่ายนายจ้างก็คงเป็นห่วงกังวลว่า นโยบายดังกล่าวจะเป็นไปได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าพรรคพลังประชารัฐจะดูแลอย่างรอบคอบ เรามีมาตรการที่จะดูแลฝ่ายนายจ้างเหมือนกัน จะช่วยในด้านค่าใช้จ่าย มีแน่นอนไม่ต้องห่วง&amp;quot; หัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวย้ำ และกล่าวต่อไปว่าพรรคทำและคิดนโยบายนี้ในภาพใหญ่ว่า วันนี้เศรษฐกิจจะขยับไปได้หลายอย่าง เราต้องกล้าทำและต้องทำได้ทำจริง ไม่มีปัญหาอะไรที่ติดตามมา อันนี้ยืนยันได้ว่าเราทำได้แน่ตามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุตตม-หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงนโยบายเกี่ยวกับ มนุษย์เงินเดือน ด้วยว่า มนุษย์เงินเดือนก็ต้องการความมั่นคง ความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาของสังคมไทย ถ้าเราจะรวยด้วยความหวัง ต้องกำจัดความเหลื่อมล้ำ มนุษย์เงินเดือนก็ต้องดูแล พรรคกำลังพูดถึงระบบภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำตรงนี้ดูง่ายๆ ภาษีนิติบุคคลของบริษัทได้รับการปรับลดอัตราลงมา อัตราสูงสุดวันนี้เหลือร้อยละ 20 ต่อปี จากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 20 มนุษย์เงินเดือนร้อยละ 37 วันนี้เหลือร้อยละ 35 ต่อปี สิ่งที่เรานำเสนอคือเราจะลภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ในทุกขั้นบันได&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...หมายความว่าคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อปีไม่ต้องเสียภาษี เพื่อจะได้นำเงินนั้นไปพัฒนาตัวเอง ไปพัฒนาครอบครัว คนที่จะเสียภาษีต้องมีรายได้สองแสนบาทต่อปีขึ้นไปเท่านั้น และจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าเดิมแน่นอน เพราะเราเสนอลดลงร้อยละ 10 ในทุกขั้น เราลดภาษีร้อยละ 10&amp;nbsp; อย่าไปคิดว่ามากมายเกินเหตุ ทราบหรือไม่ว่าในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน โครงสร้างภาษีของประเทศไทยสูงสุดอันดับหนึ่ง มันจำเป็นไหมต้องเป็นแบบนั้น เพราะถ้าจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทยให้คนไทย สิ่งเหล่านี้เราเชื่อว่าจำเป็นและเราจะทำให้ได้แน่ ขณะที่สำหรับนักศึกษาจบใหม่กำลังตั้งตัว มีภาระพอสมควร หลายคนต้องดูแลครอบครัว ดูแลพ่อแม่ เราเสนอยกเว้นภาษีเด็กจบใหม่ 5 ปี ให้เขาตั้งตัวได้ ให้มีอาชีพมีความหวัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...นอกจากนี้จะยกเว้นภาษีการค้าขายออนไลน์ เพราะวันนี้เศรษฐกิจไทยกำลังก้าวไปสู่เศรษฐกิจดิจิตอล และเป็นสิ่งที่จะปรับเปลี่ยนหลายอย่างในประเทศ วันนี้พ่อค้าแม่ค้าก็ต้องเรียนรู้ค้าขายออนไลน์&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยต้องเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิตอล การค้าขายออนไลน์ เราจึงเสนอยกเว้นภาษีให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเราจะดูแลตลอดทาง เพื่อให้ถึงเรื่องทุน คนที่มีทักษะ ถึงเทคโนโลยีถึงตลาด คนตัวเล็กเอสเอ็มอีที่เคยมีปัญหาสั่งสม เราจะเข้าไปช่วยด้วยมาตรการที่เหมาะสม ช่วยเขาลุกขึ้นมา เสริมแกร่งด้วยทักษะและทุน ให้เขาสามารถเดินหน้าไปได้&amp;nbsp; เราจึงเสนอนโยบาย ล้มแล้วลุก โดยเราจะให้สินเชื่อทันทีห้าหมื่นบาท อันนี้เป็นเอสเอ็มอีขนาดเล็กเลย&amp;nbsp; เป็นไมโครเอสเอ็มอีที่เป็นกำลังหลักของประเทศเช่นกัน รายละหมื่นห้า ช่วยปรับโครงสร้างเสริมแกร่งด้วยทักษะ แล้วปล่อยเข้าไปอีกรายละหนึ่งล้านบาท อย่างนี้มันถึงจะต่อเนื่องด้วย เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 1 ต่อปี ถึงจะเดินไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...โชห่วยประชารัฐก็เช่นกัน วันนี้ที่พูดกันว่าร้านค้าโชห่วยจะตายเพราะโมเดิร์นเทรด ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น แต่มองกลับเลยว่าเป็นโอกาสที่โชห่วยจะเป็นโชห่วยประชารัฐ เป็นดิจิตอลเหมือนกัน เรามีนโยบายที่จะไปช่วยโชห่วย ยกขีดความสามารถในการค้าขาย โดยให้เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิตอล ที่ทำให้โชห่วยสามารถซื้อสินค้าจากผู้ผลิตเพื่อให้ต้นทุนลดลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เรามีเป้าหมายสร้างโชห่วยประชารัฐทุกตำบล อย่างน้อยเริ่มต้นโดยจะให้สินเชื่อ 1 ล้านบาทต่อโชห่วยเพื่อปรับตัว ให้นำไปใช้เลยเพื่อเป็นเครดิตให้ผู้บริโภค เกษตรกรมาซื้อสินค้า เป็นการลดต้นทุน เพิ่มรายได้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เพิ่มรายได้ประเทศ เพิ่มรายได้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวอีกว่า สำหรับในภาพรวมเมื่อเราทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม&amp;nbsp; ดังนั้นก็ต้องทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มให้สอดรับกัน พรรคพลังประชารัฐดูอย่างครบวงจรยึดโยงกัน ไม่ใช่ดูแค่ท่อนใดท่อนหนึ่ง เราถึงมั่นใจว่าทำได้จริงแน่นอน ไม่เป็นภาระให้กับประเทศ โดยเราจะสร้างเศรษฐกิจด้วยแนวนโยบายที่เรามี เราเชื่อว่าเราจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เพิ่มรายได้ประเทศเป็น 19 ล้านล้านบาทภายในปี 2565 ด้วยการปฏิรูปเศรษฐกิจ สร้างเศรษฐกิจใหม่ เศรษฐกิจดิจิตอล ขับเคลื่อนภาคการเกษตรฐานรากที่ยั่งยืน เข้มแข็ง จะเกิดการลงทุนครั้งใหญ่เพิ่มรายได้ 2 ล้านล้านบาท เราตั้งเป้ารายได้ท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 4.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2565 และสร้างรายได้เศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; ภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านบาทภายในปี 2565 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ทั้งหมดจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยในแง่ของรายได้เพิ่มขึ้น 19 ล้านล้านบาทภายในปี 2565&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่าทั้งหมดไม่ได้พูดลอยๆ แต่มีแหล่งที่มา โดยจะปฏิรูประบบโครงสร้างภาษีทั้งหมด ที่จะทำให้รัฐมีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น 3 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งทำได้ เพื่อความเป็นธรรม ช่วยผู้ประกอบการไทยที่จะโกดิจิตอลออนไลน์ เราจะเสนอเก็บภาษีผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศที่ได้เข้ามาทำธุรกิจ หารายได้จากประเทศไทย เสนอให้เก็บภาษีตรงนี้ โดยจะไม่ไปยุ่งกับคนไทยตัวเล็กๆ ที่ค้าขายออนไลน์ E-Commerce น่าจะได้อีก 40,000 ล้านบาท โดยไม่ต้องไปห่วงพวกนั้น เขาเป็นผู้เล่นระดับอินเตอร์ เขาไปประเทศอื่นเขาชินอยู่แล้วกับการถูกจัดเก็บภาษีแบบนี้ มันก็ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องทำเรื่องนี้เช่นกัน เราเป็นตลาดใหญ่ เขามาหารายได้ไปมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...นอกจากนี้เราจะปฏิรูประบบการบริหารจัดการทรัพย์สินของประเทศ ยกตัวอย่างเช่น กรมธนารักษ์มีทรัพย์สินมากมาย ที่จะมีวิธีการบริหารจัดการให้ทรัพย์สินที่กรมธนารักษ์มี เช่นไปช่วยการพัฒนาในพื้นที่ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ธุรกิจเอสเอ็มอี ตรงนี้เราเชื่อว่าอีกแสนล้านบาททำได้ นอกจากนี้ปฏิรูประบบการบริหารจัดการ การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เงินที่เราจะประหยัดได้ตรงนี้เท่ากับเงินที่จะนำไปใช้ทำอย่างอื่น ถ้าตรงนี้เราทำให้เหมาะสมจะประหยัดรายได้อีกสองแสนล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะเดียวกันโครงการร่วมลงทุนขนาดใหญ่ พรรคพลังประชารัฐจะส่งเสริมให้เกิด ประเทศไทยวันนี้ ต้องการการลงทุนขนาดใหญ่ เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เช่นลงทุนในระบบคมนาคมขนาดใหญ่ โดยจะขยายและใช้ระบบการลงทุนร่วม Public Private Partnership (PPP) ที่รัฐและเอกชนร่วมลงทุน จะลดภาระงบประมาณให้รัฐทันที โดยเราประเมินไว้ที่สามแสนล้านบาท ถือเป็นการสร้างรายได้ให้ประเทศ เพื่อนำไปใช้ในส่วนอื่น เช่นเดียวกันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เราจะขยายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย Thailand Future Fund จะเป็นการประหยัดภาระงบประมาณไปอีกหนึ่งแสนล้านบาท และจะส่งเสริมสนับสนุนกองทุนรวมเพื่อสังคม ที่จะไปช่วยการพัฒนาในระดับพื้นที่ในระดับชุมชนให้เกิดการร่วมทุน รัฐออกเงินเพียงส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็เป็นเอกชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล ที่เราจะสนับสนุนให้ลงทุนภายใต้รูปแบบที่ยั่งยืนทำได้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ตรงนี้รวมๆ กันแล้วต่อปี เรื่องแหล่งที่มาของเงิน แหล่งที่มารายได้ใหม่ของรัฐ คือประมาณ&amp;nbsp; 1.24 ล้านล้านบาทต่อปี เมื่อรายได้ระดับประเทศเพิ่ม อะไรที่เราทำก็เพราะประชาชนมีปัญหาสั่งสม และเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน และมีความหวัง พรรคพลังประชารัฐเราไม่ได้ทำแบบเลื่อนลอย แต่เราดูแล้วว่าจะใช้เงิน ก็หาเงินเป็น และทำได้จริงๆ&amp;quot; หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐยืนยัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ, นโยบายพรรคพลังประชารัฐ, พปชร., อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190316/image_big_5c8c611ada29b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 19:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.แจงยิบ!นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15​ มี.ค.​62 - ที่พรรคพลังประชารัฐ​ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการดูแลผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในกรอบใหญ่ของนโยบายเศรษฐกิจประชารัฐ ควบคู่ไปกับสวัสดิการประชารัฐเศรษฐกิจประชารัฐ และสังคมประชารัฐ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งโอกาส มีความสุขบนพื้นฐานประเทศชาติมีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวว่า กรณีที่พรรคพลังประชารัฐเสนอค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 400-425 บาท หรือวุฒิปริญญาตรี ประมาณ 20,000 บาท / อาชีวะอยู่ที่ 18,000 บาท ทุกอย่างมีเหตุผล คือการปรับค่าแรงให้ทันกับค่าครองชีพ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยเกิดขึ้น โดยทำให้เหมาะสมกันได้ และไม่เกี่ยวกับเรื่องของเงินเฟ้อ ซึ่งถ้าต้องการหลุดออกจากกับดักรายได้ปานกลาง ก็ต้องช่วยกันและเสียสละกัน ระหว่างภาคเอกชนและผู้ใช้แรงงาน เพื่อเกื้อกูลให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรทางเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อผู้ประกอบการ ทั้งนี้ประเทศไทยต้องจริงจังกับการพัฒนาคน ซึ่งจะมีการตั้งกองทุนพัฒนาบุคลากรแรงงานของประเทศ เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนโดยตรง และเพิ่มทักษะผู้ใช้แรงงาน ซึ่งทั้งหมดต้องใช้เวลา จึงต้องเริ่มทำวันนี้ และการมียุทธศาสตร์แบบนี้ เชื่อว่านักลงทุนเข้าใจ เพราะมีขั้นตอน ไม่ได้อยู่ในโมเดลแบบเดิมๆ โดยระยะยาวจะเกิดประสิทธิภาพของภาคการผลิตและการบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พรรคเชื่อว่าข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี และมีสารออกมา เพื่อให้ระมัดระวังในการนำเสนอนโยบายที่จะมีผลต่อประเทศ ซึ่งท่านพูดในสิ่งที่เป็นหลักการที่ถูกต้องที่สุด ส่วนพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีหน้าที่เสนอนโยบายต่างๆ ที่จะไม่กระทบหรือสร้างผลเสียที่ติดตามมา วันี้พรรคฯ จึงต้องชี้แจงเพิ่มว่าที่ไปที่มาเป็นอย่างไร ทำไมนโยบายของเราไม่ก่อให้เกิดผลเสีย แต่สอดรับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน และขยับประเทศไทยไปอยู่ในแนวหน้ามากขึ้น ด้วยการใส่ยุทธศาสตร์ที่ทำได้จริง และปฏิบัติได้จริง สอดคล้องกับที่นายกฯ แสดงความเห็นมา และนายกฯ ก็รับทราบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสนธิรัตน์​ กล่าวว่า ยืนยันไม่ใช่นโยบายประชานิยม เหมือนพรรคอื่น และพรรคทำได้จริง มีกระบวนการขับเคลื่อนเพียง จแต่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันทั้งระบบเพื่อยกระดับการแข่งขัน โดยเฉพาะ sme เพื่อให้เท่าทันกับโลกของนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ถือเป็นนโยบายพรรคที่ใช้เพื่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ไม่ทำร้ายผู้ประกอบการ และเป็นประโยชน์เพื่อต้องการเปลี่ยนผ่าน การนำนโยบายนี้ไปปฏิบัติก็จะต้องให้ความสำคัญกับร่วมมือในการพัฒนา 2 ด้านคือ ด้านการลงทุนในวัฒนธรรมเทคโนโลยี และการลงทุนในคน รัฐและผู้ประกอบการ ต้องทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับให้ผู้ใช้แรงงานมีความสามารถสูงขึ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหลายพรรคการเมืองก็เสนอเรื่องค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 400 บาท แต่ไม่เป็นประเด็น ซึ่งอาจเป็นเพราะคนคาดหวังสูงกับพรรคพลังประชารัฐ จึงต้องชี้เเจง และยืนยันว่ามีความแตกต่างจากพรรคอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31438</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าแรง, นโยบายพรรคพลังประชารัฐ, พปชร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a2d5883add.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พปชร.&#039; ผุดแคมเปญหาเสียงโค้งสุดท้าย 30 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.62 -&amp;nbsp; เวลา14.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; (พปชร.)กล่าวภายกลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประรัฐเกี่ยวกับการเดินหน้าในการหาเสียงเลือกตั้ง&amp;nbsp; ในระหว่าง วันที่ 21ก.พ.- 22 มี.ค.นี้ พรรคจะเปิดแคมเปญ &amp;quot;30วันคาราวานสร้างชาติกับพลังประชารัฐ&amp;quot;จะมีทีมผู้บริหารระดับสูงของพรรคเดินทางไปช่วยผู้สมัคร หาเสียงในภาคต่างๆ ของประเทศไทยในลักษณะคาราวานเริ่มที่ จ.ชัยนาท ในวันที่ 21 ก.พ.นี้โดยจะพูดเรื่อง ข้าวเป็นหลัก ส่วนวันที่ 24 ก.พ.นี้ที่จ.สมุทปราการ&amp;nbsp; จากนั้นจะไปตามภาคต่างๆรวมถึง กทม. ในลักษณะสัญจรตามภูมิภาค แบบต่อเนื่องบางที่ก็จะไป 4-5 วันเพื่อพบประชาชนอย่างทั่วถึงเพื่อให้ผู้บริหารของพรรคได้พบกับประชาชน พร้อมทั้งเสนอนโยบายดีๆ ต่อประชาชน ขอให้ติดตาม ถือเป็นการเดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มที่ เพราะเรามีความพร้อมหมดแล้ว ทั้งผู้สมัครส.ส. นโยบายและตัวของนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐเราจึงต้องลงไปสู้พื้นที่ในโค้งสุดท้าย30 วันจากนี้ไป
 
ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะลงพื้นที่ไปด้วยหรือไม่นั้น นายกอบศักดิ์&amp;nbsp; กล่าวว่า คงยังไม่ได้เพราะต้องรอแนวทางที่ชัดเจนจาก กกต.ก่อน&amp;nbsp; คงเป็นแค่ผู้บริหาราหรพรรค ที่ลงพื้นที่ไปก่อน
 
เมื่อถามย้ำถึง กรณีที่มีการยื่นกกต.ให้ยุบพรรคพลังประชารัฐ จะกระทบต่อการเดินหน้าหาเสียงหรือไม่ นายกอบศักดิ์ กล่าวยืนยันว่าในเรื่องนี้ทางพรรคพลังประชารัฐไม่ได้มีความกังวล เรามั่นใจว่าเราทำทุกอย่างตามกฎหมาย อย่างถูกต้องแล้ว ไม่ติดและไม่กัลวลใดๆ เราจะเดินหน้าหาเสียง นำนโบายไปให้ประชาชนรับฟังปัญหาของเขาและมั่นใจว่า เราจะเป็นพรรคการเมืองที่ตอบโจทย์พี่น้องประชาชน&amp;nbsp; ส่วนเรื่องการดำเนินคดีพรรคมีทีมกฎหมายตามเรื่องนี้อย่าใกล้ชิดขณะเดียวกันพรรคดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนอย่างรอบครอบ&amp;nbsp; กรณีที่มีการนำเรื่องการยุบพรรคพปชร.ไปเทียบเคียงกับการยุบพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)นั้น นายกอบศักดิ์ กล่าย้ำว่า เรามีนักกฎหมายดูแลอย่างเรียบร้อย เรามั่นใจว่าเราได้เช็คทุกอย่างเรียบร้อยแล้วตามขั้นตอนของกกต.&amp;nbsp;
 
 เมื่อถามว่า ขอบเขตการหาเสียงของพรรคที่จะให้พล.อ.ประยุทธ์ไปช่วยหาเสียงจะมีมากน้อยแค่ไหน. โฆษกพรรคพปชร. กล่าวยอมรับว่า ตอนนี้ทำได้เพียงแค่การนำภาพของพล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; มาติดป้ายหาเสียงเท่านั้นส่วนแนวทางอื่นๆ ยังต้องรอการพิจารณาจากกกต. เพราะตำแหน่งของนายกรัฐนตรี ถูกนำไปตีความหลายอย่าง ซึ่งทางพรรคพปชร. ก็ระวังระวัง&amp;nbsp; และไม่ได้เชิญท่านนายกรัฐมนตรีไปหาเสียงกับเราเลย ท่านก็ทำหน้าที่นายกรัฐนตรีของท่านต่อไป แค่เพียงท่านรับเป็นนายกรัฐทนตรีของพรรคเราก็ดีใจแล้ว ตัวของสมาชืกพรรคก็มีความฮึกเหิม มีกำลังใจซึ่งถ่า กกต.ไม่อนุญาตให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาลงพื้นที่หาเสียงกับพรรคก็ไม่เป็นไร เราอยู่ได้&amp;nbsp; ท่านนายกรัฐทนตรีทำให้ทุกคนเห็นถึงพลังของพรรคพปชร.&amp;nbsp; และทำให้เห้นชัดเจนว่า ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี และนโยบายของรัฐบาลเรื่องใดจที่พรรคจะนำมาทำต่อ ก็เพียงพอแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29403</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายพรรคพลังประชารัฐ, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, หาเสียงเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0e28cef3cb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;ตอก&#039;กรณ์&#039;ใจแคบหวงนโยบาย ลั่นงมารดาประชารัฐ&#039;ไม่ได้ก็อปปี้ใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ.62 - นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านโยบายมารดาประชารัฐของพรรคพลังประชารัฐ ลอกเลียนแบบนโยบายเกิดปั๊บรับแสนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า นโยบายมารดาประชารัฐ ของเราเป็นการลงทุนในเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ&amp;nbsp; เราจึงให้ความสำคัญตั้งแต่พัฒนาการตั้งแต่สตรีตั้งท้อง คลอดออกมาและเลี้ยงดูจนถึง 6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญที่สุดของพัฒนาการในวัยเด็ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมี 2 วัตถุประสงค์ที่แฝงในนโยบายมารดาประชารัฐ คือ การแก้ปัญหาโครงสร้างประชากร และขณะเดียวกันก็ต้องการให้เด็กมีคุณภาพ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาให้ได้รับโภชนาการทางอาหารที่มีคุณภาพ ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการที่จะกล่าวหาว่านโยบายนี้ไปซ้ำซ้อนกับพรรคอื่นนั้น เพราะเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างคิด อีกทั้งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น หลายประเทศดำเนินการแล้วได้ผลดี พรรคพลังประชารัฐก็มีคณะทำงานด้านนโยบายที่ได้ศึกษาจากหลายๆประเทศมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย จนออกมาเป็นนโยบายมารดาประชารัฐดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่คิดว่าเป็นการลอกเลียนนโยบายหรือซ้ำซ้อนกันแต่อย่างไร คิดว่าแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องคิดในการนำเสนอสิ่งที่ดีให้กับประเทศ&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดิน ภบท.5 ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ว่า เราได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างดี และได้บรรจุการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยของประชาชนเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของพรรคด้วย เช่น นโยบาย ส.ป.ก.4.0 ที่ได้นำเสนอออกมาเป็นระยะๆ ส่วนเรื่องาที่ดิน ภบท.5 ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน คณะทำงานของพรรคก็จะได้แสวงหาทางออกให้สอดรับกับทิศทางที่ดำเนินการมาแล้ว โดยหลักการต้องมีการแสวงหาทางในการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภบท.5 ให้ได้ แต่จะจัดการอย่าวไรขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละปัญหา ถือเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีโจทย์สำคัญว่า ต้องไม่ตกไปอยู่ในมือของนายทุน และนำไปใช้ประโยชน์อื่นที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์ด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29204</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, นโยบายพรรคประชาธิปัตย์, นโยบายพรรคพลังประชารัฐ, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfbe727c1e43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮสนั่น&#039;พปชร.&#039;ปราศรัยตอกพรรคฝ่ายปชต.เพื่อใครบางคน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 62 &amp;nbsp;- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. &amp;nbsp;ที่สนามฟุตซอลบางกอกอารีน่า หนองจอก กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกันเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรค 350 เขต และว่าที่ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมประกาศนโยบายพรรคชุดแรกภายใต้สโลแกน &amp;ldquo;รวมพลังสร้างชาติให้ยั่งยืน&amp;rdquo; โดยมีสมาชิกพรรคและประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้เราประกาศเกียรติภูมิในการอาสารับใช้บ้านเมือง ถือเป็นการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีพี่น้องมารับฟังจำนวนมาก เชื่อว่าเลือกตั้ง 24 มีนาคม เราจะได้คะแนนถล่มถลายแน่นอน เราตั้งพรรค พปชร.เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า ไม่ถอยหลังสู้วังวนความขัดแย้ง พรรค พปชร.มีผู้ร่วมอุดมการณ์ที่เชื่อว่าต้องมีพรรคทางเลือกของประเทศ พรรคนี้มาด้วยระบบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ 2560 พรรค พปชร.เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย และจะเป็นตัวประสานให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้าให้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้กระนั้นก็ยังมีกลุ่มคนที่ห่วงแหนความเป็นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องเพื่อประชาชนรับฟังความเห็นแตกต่าง ไม่ใช่เพื่อใครบางคน ไม่ใช่ประชาธิปไตยเพื่อพวกพ้อง พวกตน ไม่ใช่ประธิปไตยของคนที่แพ้แล้วหาพวกลงท้วงถนน ต้องไม่ใช่ประชาธิปไตย ที่หาพวกเตะฟุตบอลไม่ได้ &amp;nbsp;เราอยากเห็นทุกกลุ่มเดินหน้าต่อไป เราจะไม่ยอมให้ใครนำประเทศกลับสู่ความขัดแย้งและตกต่ำอีกแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการปราศรัยท่อนนี้ของนายสนธิรัตน์ เรียกเสียงเฮลั่น ปรบมือสนั่นสนามฟุตซอลบางกอกอารีน่า หนองจอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า มีคนบอกว่าพรรค พปชร.ได้เปรียบพรรคอื่น แต่ลืมไปว่าเราเกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ เช่นกัน โดยรัฐธรรมนูญปี 2560 เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่ร้าวลึก แต่มีสองพรรคการเมือง รณรงค์ให้ล้มประชามติในรัฐธรรมนูญ แต่ที่สุดแล้ว ประชาชนกลับลงเสียงประชามติให้รัฐธรรมนูญผ่าน นอกจากนี้ประชาชนยังเห็นชอบให้ ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯได้ด้วย ดังนั้น จึงเลิกโจมตีสิ่งที่เป็นมติของประชาชนได้แล้ว จงอย่าผูดขาดความคิดของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ปลายปี 2556 รัฐบาลหนึ่งก่อปัญหาด้วยการออกกฎหมายที่ประชาชนไม่ยอมรับ ก่อให้เกิดการชุมชน จนกระทั่งมีการเลือกตั้งแล้วเป็นโฆษะ แต่เหตุการณ์ไม่จบ เหตุการณ์กลับดำเนินต่อเนื่องไปโดยที่ประเทศไทยไม่มีนายกฯ ประเทศไม่รู้จะเดินไปทางไหน เป็นสูญญากาศของบ้านเมือง มีความรุนแรงขยายตัว เป็นผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเข้ามาหยุดความสูญเสียของประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะตอนนั้นเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่มีนายกฯ ประเทศเดินหน้าไม่ได้ อย่าใช้วาทกรรมว่ารัฐบาลปัจจุบันเป็นเผด็จการ มิเช่นนั้นเราคงไม่มีวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ถ้าประเทศมีผู้นำที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์ ไม่สามารถทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ทุกอย่างที่ทำอยู่จะเดินหน้าต่อไม่ได้ หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะตัดสินใจเป็นผู้นำของเราในพรรค พปชร. จัดตั้งรัฐบาล ก้าวข้ามความขัดแย้ง หากท่านมาท่านจะเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะน้อมรับการตัดสินใจของประชาชน เพราะบ้านเมืองนี้ต้องการคนเด็ดขาดในการตัดสินใจ&amp;quot;นายสนธิรัตน์ กล่าวและว่าพรรค พปชร.ที่มีความพร้อมมากสุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เหมือนบางพรรคที่ผู้นำยังหาไม่ได้และคนไม่ยอมรับ แต่เรามีมืออาชีพและนักบริการมากสุด ผู้สมัครของพรรค พปชร.จะนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28153</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, นโยบายพรรคพลังประชารัฐ, พปชร., พรคพลังประชารัฐ, สนามฟุตซอลบางกอกอารีน่า หนองจอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190202/image_big_5c556334c70ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
