<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคร่วมจับไต๋เกมแก้รธน. ที่แท้เป้าหมายเพื่อ&#039;ธนาธร&#039;!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.62 - มีรายงานจากที่ประชุมพรรคร่วมเพื่อกำหนดนโยบายรัฐบาล ต่อประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ควรบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อน เพราะมีจุดแข็งอยู่ที่การปราบปรามการทุจริต จนได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยมาโดยตลอด และทำให้นักการเมือง ข้าราชการ และภาคเอกชน เกรงกลัวการกระทำผิด และไม่กี่เดือนที่ผ่านมากลไกควบคุมการทุจริตเริ่มมีผลกระทบต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีของ นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่โดนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้จำคุก 1 เดือน พร้อมตัดสิทธิทางการเมือง ในคดีไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนคดีห้าม ส.ส.ถือหุ้นกิจการสื่อ ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมไม่ให้ ส.ส.เอาเปรียบหรือส่อในทางทุจริต ทำให้มี ส.ส.จากทุกพรรคการเมืองโดนตรวจสอบ โดยเฉพาะ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ฝ่ายค้านอยากแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าวด้วย เพราะหากนายธนาธร โดนตัดสินว่ามีความผิด แต่หากแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าวได้ นายธนาธรอาจจะพ้นผิด เนื่องจากอาจจะมีการระบุไว้ในกฎหมายให้ยกเว้นโทษย้อนหลัง ซึ่งฝ่ายค้านหวังจะใช้กรณีดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ หากพรรคร่วมรัฐบาลตกหลุมพราง อาจจะเข้าทางของฝ่ายค้านได้&amp;quot; รายงานข่าวระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40987</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, นโยบายพรรคร่วมรัฐบาล, พรรคร่วมรัฐบาล, ล้างมรดกบาปคสช., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdd56e7203b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2019 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก&#039;บิ๊กตู่&#039;พร้อมยัง!&#039;ชวน&#039;เคาะแล้ววันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.62 - นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์ ถึงการประชุมรัฐสภา เพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า มีการประสานเป็นการภายในแล้ว และตนได้หารือกับประธานวุฒิสภาว่า จะให้เวลารัฐบาลแถลงนโยบายในวันที่ 25 กรกฎาคมเป็นต้นไป โดยมอบหมายให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประสานไปยังรัฐบาล เพื่อแจกเอกสารให้สมาชิกล่วงหน้า ซึ่งมีเวลาถึงวันที่ 27 กรกฎาคม ก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2562 ส่วนจะใช้เวลากี่วัน ขึ้นอยู่กับวุฒิสภา วิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลตกลงกันเรื่องกรอบเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เดิมกำหนดให้วันที่ 24 กรกฎาคม แต่รัฐบาลติดภารกิจสำคัญ จึงทำให้ต้องเลื่อนมาเป็นวันที่ 25 กรกฎาคม โดยในวันแถลงนโยบาย จะยังใช้หอประชุมทีโอที แจ้งวัฒนะ เพราะห้องประชุมรัฐสภาแห่งใหม่ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้ จะสามารถประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดแรก หลังแถลงนโยบายที่รัฐสภาแห่งใหม่ได้หรือไม่นั้น ต้องดูวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ว่า ระบบเสียงในห้องประชุมจันทราแล้วเสร็จหรือไม่เช่นกัน&amp;quot;ประธานสภาฯ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40860</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, นโยบายพรรคร่วมรัฐบาล, ประชุมสภา, แถลงนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190710/image_big_5d25a5d00c172.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2019 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลโพลคนส่วนใหญ่จี้ทำนโยบายตามหาเสียง  อึ้ง!ทั้งครม.เชื่อมั่น &#039;บิ๊กตู่&#039; 74 % รมต.ที่เหลือต่ำ 10</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.62 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) &amp;nbsp;เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เสียงของประชาชน ทวงสัญญานโยบายเร่งด่วน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,063 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 10 - 12 ก.ค. พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความต้องการต่อรัฐบาลทำตามนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 ระบุต้องการ ในขณะที่ร้อยละ 8.6 ไม่ต้องการ และเมื่อถามถึง นโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลที่ประชาชนต้องการตามที่เคยหาเสียงไว้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.3 ระบุ นโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ พืชผลทางการเกษตร เช่น ยางพารา กิโลละ 60 บาท ข้าวไม่ต่ำกว่าเกวียนละ 10,000 บาท ปาล์ม 10 บาทต่อกิโลกรัม รองลงมาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.2 ระบุ จบปริญญาตรีรับขั้นต่ำ 20,000 บาทต่อเดือน ของพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 70.2 ระบุขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 &amp;ndash; 425 บาทต่อเดือนของพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 68.4 ระบุ พักหนี้เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 5 ปี ผ่อนคืนเงินต้น 10 ปี ใช้ภาษีเงินได้หักลดยอดหนี้ได้ พรรคภูมิใจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ร้อยละ 66.2 ระบุตั้งท้องรับ 3,000 บาท ค่าคลอด 10,000 บาท ค่าดูแลลูก 2,000 บาทต่อเดือนนาน 6 ปีของพลังประชารัฐ ร้อยละ 65.4 ระบุ เพิ่มสิทธิประชาชนได้ลดค่าน้ำ 100 บาทต่อเดือน ค่าไฟฟ้า 230 บาทต่อเดือน เงินซื้อสินค้า 500 บาท พรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 59.1 ระบุ กัญชาเสรี ให้ประชาชนปลูกหารายได้ได้ ของ พรรคภูมิใจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประชาชนยังเสนอให้มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่ต้องการเห็นในนโยบายรัฐบาลเพิ่มเติมอีก พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.5 ระบุค่าครองชีพสูง รองลงมาคือ ร้อยละ 55.2 ระบุ ปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน ร้อยละ 51.4 ระบุ ความไม่เป็นธรรม เลือกปฏิบัติ ร้อยละ 49.1 ระบุ ความไม่ปลอดภัยทางถนน อุบัติเหตุ หวาดกลัวแม้ข้ามทางม้าลาย ร้อยละ 45.4 ระบุ ปัญหาคนไทย ตกงาน ถูกแย่งอาชีพ อาชีพไม่มั่นคง ร้อยละ 37.8 ระบุ อาชญากรรม ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 35.7 ระบุ ความไม่มีวินัยของคนไทย ร้อยละ 34.2 ระบุ ทัศนคติที่ไม่ดี การสร้างความเกลียดชังต่อกัน ร้อยละ 31.5 ระบุ หนี้นอกระบบ และร้อยละ 27.8 ระบุ กฎระเบียบรัฐ อุปสรรคทำมาหากิน ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึง รัฐมนตรีที่ประชาชนเชื่อมั่นมากที่สุด ตอบได้เพียงคนเดียว พบว่า อันดับที่ 1 ร้อยละ 73.8 เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา รองลงมา อันดับที่ 2 ร้อยละ 7.1 เชื่อมั่น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ อันดับที่ 3 ร้อยละ 4.8 เชื่อมั่น นายวิษณุ &amp;nbsp;เครืองาม อันดับที่ 4 ร้อยละ 3.6 เชื่อมั่น นายอนุทิน &amp;nbsp;ชาญวีรกูล อันดับที่ 5 ร้อยละ 3.2 เชื่อมั่น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อันดับที่ 6 ร้อยละ 2.4 เชื่อมั่น นาย เทวัญ &amp;nbsp;ลิปตพัลลภ อันดับที่ 7 ร้อยละ 1.2 เชื่อมั่น มรว.จตุมงคล โสณกุล และร้อยละ 3.9 เชื่อมั่นคนอื่นๆ เช่น คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช และ นายดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.1 ต้องการเอาผิดพรรคการเมืองตามกฎหมาย ถ้าไม่ทำตามนโยบายที่เคยหาเสียงไว้กับประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 7.9 ไม่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ให้เห็นได้ว่า หลังจากมีความชัดเจนในการตั้งรัฐบาลและได้คณะรัฐมนตรี ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นของประชาชนต่อคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เช่น &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สูงขึ้นในระดับที่มากพอต่อการทำงานได้ระยะหนึ่งแต่ให้เวลาพิสูจน์ผลงานไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น จึง &amp;ldquo;ไม่มีเวลาฮันนีมูน&amp;rdquo; ที่คณะรัฐมนตรีจะเสียเวลาไปกับการฉลองตำแหน่งเพราะประชาชนส่วนใหญ่กำลังทุกข์และเดือดร้อน ทำมาหากินขัดสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความสำเร็จของนักการเมืองไม่ได้อยู่ที่ว่า ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีมาด้วยความยากลำบากเพียงไร แต่อยู่ตรงที่ว่า ต่อจากนี้ไป จะสามารถทนรับการโจมตีจากฝ่ายต่าง ๆ ด้วยความยากลำบากไปได้นานแค่ไหน ถ้าทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศแท้จริง เสนอให้นิ่ง ๆ หนักแน่นมั่นคงไม่ลงไปเล่นกับเกมที่ไม่สามารถควบคุมเกมได้ หรือ ให้เปลี่ยนเกม และเข้าควบคุมเกมนั้น&amp;rdquo; ผศ.ดร.นพดล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40849</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเชื่อมั่นรัฐบาล, ซูเปอร์โพล, นพดล กรรณิกา, นโยบายพรรคร่วมรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190713/image_big_5d29432d4eee4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
