<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกเผย 3 เป้าหมายหลักของพรรคเพื่อไทยในสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 - ที่พรรคเพื่อไทย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมส.ส.ของพรรคว่า บรรยากาศในที่ประชุมมีการให้กำลังใจกันสำหรับผู้สมัครส.ส. รวมทั้งส.ส.ที่ผ่านเข้าสู่สภาฯ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เป็นการแสดงให้เห็นว่า แม้ผู้สมัครบางท่านจะไม่ผ่านเข้าสู่สภาฯ แต่ยังสามารถร่วมทำงานเพื่อให้พรรคเข้มแข็ง รวมถึงมีเอกภาพ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ส.ส.ไปพิจารณาว่า ใครที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้ประสานงานประจำจังหวัด หรือวิปประจำจังหวัด ในแต่ละจังหวัด รวมถึงวิปประจำภาคด้วย ขณะเดียวกันที่ประชุมได้แจ้งถึงเป้าหมายของพรรคหลักๆ 3 เรื่องคือ 1.การยืนยันที่จะทำหน้าที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคสช. 2.จะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอำนาจหน้าที่ของส.ว.ที่จะต้องไม่มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และ3.แก้กฎหมายเลือกตั้งเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่สุด โดยที่ประชุมยังกำชับให้ส.ส.รวมถึงผู้สมัครส.ส.ขยันลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพราะพรรคมองว่าการเมืองในปัจจุบันนั้นรัฐบาลน่าจะอยู่ได้ไม่นาน น่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในไม่ช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคให้ความสำคัญกับการเมืองท้องถิ่น เพราะมองว่ามีความใกล้ชิดกับประชาชน พรรคจะพิจารณาบุคลากรของพรรคให้ไปลงสมัครเป็นผู้บริหารและสมาชิกในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เริ่มต้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดแรก ในการลงสมัครนายกอบจ.เชียงใหม่ พรรคมอบหมายให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ เป็นผู้ดูแล&amp;quot;นางลดาวัลลิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า ส.ส.ของพรรคยังแสดงความห่วงใยในเรื่องการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคได้ชี้แจงให้รับทราบว่า พรรคให้ความสำคัญและพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสมแล้วจำนวนหนึ่ง ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะมองว่ายังมีเวลาจนถึงวันที่ 25 พ.ค. ส่วนกระแสข่าวเตรียมแถลงจัดตั้งรัฐบาลในช่วงเย็นวันนี้ ยังไม่มีความชัดเจน ตรงนี้อาจจะเป็นเพราะประชาชนมีความอึดอัด จึงแสดงออกว่าอยากให้เป็นแบบนั้นก็เป็นได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36036</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายพรรคเพื่อไทย, พท., พรรคเพื่อไทย, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1f4cc669559.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัชชาติ&#039; โวหวยบำเหน็จตอบโจทย์ปชช. สานต่อ 30 บาทรักษาทุกโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.62 - นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส. เขต 9 กทม.เดินตลาดเคหะท่าทราย ทักทายพ่อค้าแม่ค้าและวินมอเตอร์ไซค์มีประชาชนในพื้นที่ต้อนรับและมาขอถ่ายรูป โดยแม่ค้าในตลาดกล่าวว่า &amp;ldquo;เป็นรัฐบาลอีกรอบรวยแน่ ตอนนี้ไม่ไหว&amp;rdquo; และแวะพูดคุยถามไถ่ปัญหากับแม่ค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ระหว่างทางมีคุณป้าชื่อ ตู่&amp;nbsp;เข้ามาทักทาย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีอะไรจะพูดกับพี่ตู่ไหม นายชัชชาติตอบติดตลกว่า &amp;ldquo;พักผ่อนเยอะๆนะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชชาติ กล่าวว่า ชุมชนท่าทรายเป็นชุมชนที่เข้มแข็งและอบอุ่นน่ารักเป็นส่วนสำคัญของการกระจายอำนาจ ชุมชนมีความเข้มแข็งและรู้ปัญหาดีกว่าส่วนกลาง ดังนั้นต่อไปหากใช้รูปแบบการกระจายอำนาจและให้ชุมชนบริหารจัดการกันเอง เช่น กองทุน SML ทำให้ชุมชนยิ่งเข็มแข็ง รู้ความต้องการของชุมชนเอง และเป็นการฝึกประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานให้คนมาคุยกันตรวจสอบกัน ทำชุมชนเล็กๆ เป็นหน่วยเล็กสุดให้เข้มแข็งแล้วประเทศจะเข้มแข็งขึ้น ดังนั้นกองทุน SML ที่เคยทำมาในอดีตก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่ชุมชนตอบโจทย์ตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาที่พบเจอในการพูดคุยกับประชาชนวันนี้ เช่น การผูกขาดลอตเตอรี่ แม่ค้าอยากได้โควต้าเพิ่มเนื่องจากรับมาจากยี่ปั๊วในราคา 83 บาททำให้ขายในราคา 80 บาทไม่ได้ ซึ่งตนคิดว่านโยบายหวยบำเหน็จจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้า ขายร่วมกับสลากกินแบ่งรัฐบาล ขณะเดียวกันจะช่วยแก้ปัญหาผู้สูงอายุจนก่อนรวยเพราะไม่มีเงินออม แต่คนจะอยู่ได้ต้องมีเงินอย่างน้อย 50% ของเงินเดือนสุดท้าย แต่ทุกวันนี้มีแค่ข้าราชการ ส่วนประกันสังคมเองก็ให้เงินแค่ 24% ปัจจุบันมีคนร่วมกองทุนการออมแห่งชาติ 5 แสนคนจากเป้าหมาย 25 ล้านคน ดังนั้นหวยบำเน็จจะตอบโจทย์เรื่องการออมและสังคมผู้สูงวัยของประเทศไทย ให้มีแรงจูงใจในการออม แม้รางวัล อาจจะไม่เยอะเท่ากับสลากกินแบ่งรัฐบาลแต่จะได้เงินต้นคืนในรูปแบบของการออม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าในชุมชนมีผู้สูงอายุเยอะ แต่ยังมีสุขภาพแข็งแรงสดชื่น ส่วนหนึ่งคิดว่าอาจจะเป็นเพราะชุมชนมีสวนสาธารณะและพื้นที่ออกกำลังกาย ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พรรคเพื่อไทยมีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคระยะ 2 ที่มีหัวใจคือการดูแลป้องกันให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น การมีสวนสาธารณะ มีที่ออกกำลังกาย การให้ความรู้เรื่องการกินทำให้ผู้สูงอายุเข้าใจในการดูแลสุขภาพ ช่วยลดภาระในการดูแลและทำให้สังคมผู้สูงอายุมีความเข้มแข็งและมีสุขภาพที่ดี แทนที่จะต้องไปรักษาตอนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31885</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์, นโยบายพรรคเพื่อไทย, นโยบายหวยบำเหน็จ, เลือกตั้ง62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190321/image_big_5c930ee8cb0b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกไก่ไวท์ไล&#039;เพ้อกระจายประชาชนโหยหาพรรคเพื่อไทยแก้ความยากจน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.62 - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค ลงพื้นที่ช่วยนายพรหมมิน สีตบุตร ผู้สมัครส.ส.เขต1 ชัยนาท พรรคเพื่อไทย หาเสียง โดยพบปะประชาชนและผู้สนับสนุนพรรคที่รอต้อนรับ บริเวณศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย ชัยนาท เขต 1 ในอำเภอเมือง ก่อนแยกเป็น 4 คณะปราศรัยบนรถยนต์โมบายทั้งบริเวณตลาดซอยภาษีซุง, ตลาดอำเภอวัดสิงห์ และบริเวณตลาดหางน้ำสาคร อำเภอมโนรมย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า แนวนโยบายเศรษฐกิจภาพรวมของพรรค คือ ปรับหนี้-เติมเงิน-ลดภาษี-สร้างเศรษฐีใหม่ ภายใต้หลักการ ลดรายจ่าย-สร้างรายได้-ขยายโอกาศที่พรรคเคยดำเนินการมาและประชาชนให้ความเชื่อมั่นนั้น ทางพรรควางมาตรการที่จะดำเนินการตามกรอบเวลา 100 วันและ 180 วันหากได้เป็นรัฐบาล ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้โดยเฉพาะเกษตรกร, เพิ่มช่องทางแหล่งเงินทุนและเพิ่มวงเงินให้ผู้ประกอบการ, การพิจารณาฐานและอัตราการเก็บภาษีใหม่ ซึ่งพรรคได้ประกาศแล้วว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศภายใน 6 เดือน และแน่นอนว่าเมื่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ทุกจังหวัดรวมถึงจังหวัดชัยนาท ก็จะได้ประโยชน์โดยทั่วหน้ากัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการลงพื้นที่ประชาชน ทั่วประเทศต่างสะท้อนสภาพปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาหนี้สิน ที่เผชิญมาตลอด 4-5 ปี และต่าง เชื่อมั่นและฝากความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทยที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยไม่เคยได้ส.ส. รวมถึงในจังหวัดชัยนาทซึ่งผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคได้รับเสียงสะท้อนและสื่อสารกับประชาชน พบว่ามีกระแสการตอบรับดี รวมทั้งฝากความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทยไม่ต่างจากจังหวัดอื่นๆ&amp;quot;รองหะฃัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ลูกไก่ไวท์ไล&amp;quot;&amp;nbsp;จากการตั้งเป้าทางเศรษฐกิจเกินจริง ล้อจากชื่อเล่น &amp;ldquo;โต้ง&amp;rdquo; แต่เนื่องจากผลงาน และประสบการณ์ ทางการเมืองยังไม่เด่นชัด และเก่งกาจตามที่ถูกคาดหวัง จึงเป็นได้เพียงลูกไก่ ไม่ใช่ไก่โต้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31312</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติรัตน์ ณ ระนอง, นโยบายพรรคเพื่อไทย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1ba38c64b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2019 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2019 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข็ดแล้วโครงการรับจำนำข้าว &#039;ชัชชาติ&#039; ปัดพัลวันเพื่อไทยไม่มีนโยบาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.62 -&amp;nbsp;นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย เขต 1 (พระนคร-ป้อมปราบฯ-ดุสิต) หมายเลข 9 เดินทางมาหาเสียง พูดคุยกับชมรมตลาดผลไม้สะพานขาวสี่แยกมหานาค ผู้รับซื้อและค้าส่งผลไม้ทั่วประเทศ โดดยเปิดเผยว่า พ่อค้าหลายรายยอมรับว่าการค้าขายจาก 100% ลดลงเหลือ 5% เนื่องจากเศรษฐกิจระดับฐานรากตกต่ำประชาชนไม่มีกำลังซื้อ พ่อค้าแม่ค้าผลไม้ปลีกจากต่างจังหวัดที่เคยมาซื้อที่ตลาดมหานาคก็ลดลง ประกอบกับการจัดระเบียบที่จอดรถริมถนนและการจัดระเบียบทางเท้าทำให้การจอดรถซื้อขายผลไม้ลดลงอีก ซึ่งพ่อค้าต้องการให้พรรคเพื่อไทยเตรียมนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชชาติ กล่าวว่า อันดับแรกคือต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา เพื่อให้เกิดการลงทุน เพราะทุกวันนี้เงินในระบบมีเยอะ แต่คนไม่กล้าลงทุน เพราะไม่มั่นใจในเสถียรภาพทางการเมือง พร้อมทั้งพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก เช่น เกษตรกร ให้ได้ราคาสินค้าที่ดีขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเพื่อให้มีกำลังซื้อ ขณะเดียวกันต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศให้น้อยลง แต่พึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศให้มากขึ้น ได้แก่ การลงทุนในระดับเส้นเลือดฝอย, การบริโภคภายในประเทศ และการเกษตร ขณะเดียวกันจะต้องช่วยเหลือคนตัวเล็กให้มีแหล่งกู้ยืมเงินลงทุนและใช้จ่ายหมุนเวียน ประกอบกับรัฐบาลจะต้องสนับสนุนเทคโนโลยีและให้ความรู้ในการใช้จ่ายเงินลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชชาติ ยังกล่าวเสริมว่า เดิมประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมแต่ยังไม่มีการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรให้ดีขึ้น กลับไปเริ่มต้นอุตสาหกรรมและพัฒนาอุตสาหกรรมก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นแรงงานราคาถูก และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ในขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกเริ่มเปลี่ยนไป ดังนั้นต้องเพิ่มประสิทธิภาพของเกษตรให้ดีขึ้น เพิ่มความต้องการซื้อในตลาด พัฒนาและแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มราคา พัฒนาระบบชลประทานเพื่อให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชทางเลือกได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตร ลดต้นทุนแรงงานให้น้อยลงเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ส่วนการช่วยเหลือคนจนเป็นนโยบายระยะสั้นที่ต้องดูเป็นรายกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดระเบียบทางเท้า นายชัชชาติ มองว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐบาลต้องช่วยประสานกับเอกชนเพื่อหาพื้นที่ให้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยขายสินค้าแทนที่เก่า และกำหนดช่วงเวลาค้าขายตามทางเท้า นอกจากนี้การจัดระเบียบสถานบริการให้ปิดก่อนเที่ยงคืน กระทบกับผู้ค้าอาหารและบริการอื่นๆ ตามมา ดังนั้นการจัดระเบียบสร้างความเรียบร้อยแต่กระทบวิถีชีวิตของคน รัฐบาลจึงต้องคืนโอกาสให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีประชาชนพูดถึงเรื่องร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นายชัชชาติ น้อมรับและพร้อมปรับปรุงไม่ให้เกิดขึ้นอีก พร้อมกล่าวว่าอยากให้ทุกคนถอดเสื้อทุกสีแล้วใส่เสื้อประเทศไทย หลังการเลือกตั้งหากใครได้เป็นรัฐบาลตนก็พร้อมที่จะทำงานไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อประชาชนถามว่าหากนายชัชชาติได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะแก้ปัญหาได้เป็นเรื่องแรก นายชัชชาติ ตอบว่าจะสร้างความมั่นใจให้ธุรกิจเดินไปข้างหน้า ให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างสามัคคีและยุติความขัดแย้ง ลำดับต่อมาคือการปราบปรามคอรัปชั่นโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านทางออนไลน์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายดีๆ นายชัชชาติ เห็นว่าควรสานต่อเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง เช่น โครงการ EEC และ นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตนก็จะไม่ยกเลิก เนื่องจากภาครัฐได้เตรียมเงินช่วยเหลือไว้แล้วและเป็นการช่วยเหลือคนจน แต่เรื่องจะเพิ่มเงินช่วยเหลือหรือไม่ต้องศึกษาพิจารณาอย่างละเอียด แต่สิ่งสำคัญคือต้องเพิ่มประสิทธิภาพการใช้บัตรให้ครอบคลุมการใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานให้มากขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนต้องสามารถกดเงินสดเพื่อไปซื้อของเล็กๆ น้อยๆในตลาดได้เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบซึ่งเป็นหัวใจของบัตรคนจน และในอนาคตจะต้องรวมบัตรนี้ไว้กับบัตรประชาชนใบเดียว ไม่ต้องพกบัตรคนจนเพราะทุกคนคือคนไทยเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่หลายพรรคการเมืองเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการช่วยเหลือเงินให้กับประชาชนที่ยากจน, ผู้สูงอายุ, มารดาและเด็กแรกเกิด นายชัชชาติเห็นว่า ประเทศไทยยังไม่ใช่รัฐสวัสดิการแบบประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากปัจจุบันเก็บภาษีได้เพียงร้อยละ 14 - 16% ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เก็บภาษีได้มากกว่า 25% ดังนั้นจึงต้องใช้เงินอย่างชาญฉลาด ไม่เน้นการแจกเงินแต่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถาวรวัตถุเพื่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาว รวมทั้งนำเงินไปพัฒนาโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้นายชัชชาติ ยังปฏิเสธกรณีพรรคเพื่อไทยจะเอาไว้ทำโครงการรับจำนำข้าวต่อ แต่จะมีโครงการอื่นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว พร้อมทั้งกล่าวย้ำว่าไม่อยากให้คนไทยเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะสัญญาว่าจะให้ราคาสินค้าดี แต่อยากให้เลือกพรรคเพื่อไทยเพราะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยมองเห็นปัญหา มองเห็นอนาคต และมีผู้บริหารมืออาชีพที่จะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29771</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นโยบายพรรคเพื่อไทย, โครงการรับจำนำข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190223/image_big_5c710cee4435b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยจัดปราศรัยใหญ่ 15 ก.พ. ระดมขุนพลขึ้นเวทีเพียบครั้งแรกรอบ 5 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.62 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าในวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 16.00 - 21.00 น. พรรคเพื่อไทย จัดการปราศรัยใหญ่เป็นครั้งแรกในกรุงเทพ ที่บริเวณลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า และเป็นการปราศรัยใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 5 ปีโดยในครั้งนี้จะเน้นการนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศไทยรวมทั้งศูนย์กลางของประเทศกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองหลวงที่ติดอันดับความเจริญของโลกอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำหนดผู้ปราศรัยไว้ในระดับแกนนำพรรคที่มากประสบการณ์ อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์&amp;nbsp;เกยุราพันธุ์&amp;nbsp;จะขึ้นปราศรัยในเรื่องนโยบายทั้งหมดของพรรค ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เรื่องการเมืองที่คนไทยต้องรู้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและทางออก นายชัยเกษม นิติศิริ กระบวนการยุติธรรมที่ต้องได้รับการแก้ไข นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เรื่องอย่าปล่อยให้สินค้าการเกษตรต่ำไปกว่านี้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ การพัฒนาเทคโนโลยีทุกรูปแบบของประเทศ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพต้องเป็นเมืองหลวงที่ดีที่สุด 1 ใน 5 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปลอดประสพ&amp;nbsp;สุรัสวดี ทรัพยากรของชาติที่ถูกเมินเฉยมากว่า 5 ปี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ทำไมเขาต้องสืบทอดอำนาจ นายนพดล ปัทมะ&amp;nbsp;ถึงเวลาการสร้างคนสร้างชาติด้วยการศึกษา นายวัฒนา เมืองสุข&amp;nbsp;เมื่อการเมืองแย่เศรษฐกิจจะแย่ตาม นายโภคิน พลกุล กฎหมาย 2 มาตรฐานถึงเวลาต้องแก้ไข และนายอดิศร เพียงเกษ ในหัวข้อทำไมต้องมีแคนดิเดตนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าประชาชนที่สนใจนโยบายของพรรคเพื่อไทยจะได้รับฟังแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านต่างๆซึ่งคาดว่าน่าจะมีไม่น้อยกว่า 10,000 คนเพราะตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะได้เลยและเชื่อว่าการปราศรัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่จะรับรู้นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และนำพาประเทศไทยกลับมายิ่งใหญ่ในเวทีโลกอีกครั้งที่สำคัญประชาชนคนไทยทุกคนได้กลับมากินดีอยู่ดีอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29106</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, นโยบายพรรคเพื่อไทย, พรรคเพื่อไทยจัดปราศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c64e256ccf7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปวิน&#039;ขำกลิ้ง&#039;คุณหญิงหน่อย&#039;พูดเรื่องคนเท่ากัน&#039;กลวง&#039;ไม่ต่างนโยบาย&#039;ไทยสองเท่า&#039;ของธนาธร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค. 62 - นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ รองศาสตราจารย์ประจำศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ปัจจุบันอาศัยอยู่ต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun โดยระบุว่า ไม่มีอะไรไม่ชอบเป็นพิเศษเกี่ยวกับสุดารัตน์หรอก เพียงแต่รำคาญคำนำหน้า &amp;quot;คุณหญิง&amp;quot; ที่เกะกะ รุ่มร่าม และยังเป็นการคงไว้ซึ่งยศฐาบรรดาศักดิ์ในสังคมในยุคที่ทุกคนควรจะเท่าเทียมกับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ส่วนตำแหน่งคุณหญิงนั้น ดิชั้นขอนิยามง่ายๆ คือผู้หญิงที่มีผัวแล้ว และได้รับพระราชทานเครื่องราช (ในลำดับชั้นที่กำหนดไว้)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...คราวนี้ พอเจ้หน่อยพูดเรื่องคนต้องเท่าเทียมกัน แต่นางยังเป็น &amp;quot;คุณหญิง&amp;quot; อันนี้ดิชั้นว่าตลก จะเท่ากันยังไงคะ ระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์แห่งพรรคเพื่อไทย กับอีเย็นขายส้มตำหน้าวัดแขก อันนี้เหมือนนโยบายกลวงๆ ของอนาคตใหม่นะ ไทยสองเท่าอะไรนั่น ขนาดการจัดปาร์ตี้ลิสต์ในพรรคยังมีการแบ่งชนชั้น ใครรวยกว่า ดังกว่า ริจะมาพูดเรื่องความเท่าเทียมกัน เหม็นน้ำลายค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สุดท้าย ไม่ใช่คุณหญิงทุกคนน่าชื่นชม หลายๆ คุณหญิงก็น่าตบ หลายๆ คุณหญิงก็ตอแหลเหมือนในละครน้ำเน่า อีพวกนี้คือคุณหญิงบ่าวตั้ง แค่นั้นค่ะ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26511</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเสมอภาค, คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, คุณหญิงหน่อย, นโยบายพรรคอนาคตใหม่, นโยบายพรรคเพื่อไทย, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์, ไทยสองเท่า, ไทยเท่ากัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb97ad15e33f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 19:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้อนเจ็บ!อดีตผู้พิพากษาโพสต์คำคมประจำปีนโยบายเพื่อไทยปราบโกงแต่ติดคุกเพราะโกงมากที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.61- นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่าคำคมประจำปี ๒๕๖๑ คือนโยบายพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*ต่อต้านการทุจริตคอร์ชั่นทุกรูปแบบปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกหย่อมหญ้า*&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สมาชิกพรรคติดคุกเพราะทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ติดคุก, นโยบายพรรคเพื่อไทย, ปราบคอร์รัปชัน, อดีตผู้พิพากษาศาลฎีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c136f43c4a63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
