<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกพปชร.&#039;โต้&#039;มาร์ค&#039;นโยบายลุงตู่มีหลากหลายแถมแก้ปัญหาได้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.63-น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์​ ส.ส.กทม.​ ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี พาดพิงพรรคพลังประชารัฐ ระบุได้เป็นรัฐบาลเพราะนโยบายเดียว คือ นโยบายความสงบเท่านั้นว่า​ นโยบายความสงบเป็นประเด็นที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างมาก &amp;nbsp;แต่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบายพรรคเท่านั้น พรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลยังมีอีกหลายเหตุผล ทั้งการที่พรรคพลังประชารัฐ เสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้ง ปี 2562 โดยพิจารณาจากผลงานในขณะที่ท่านเป็นผู้นำรัฐบาลชุดก่อน ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนความขัดแย้งเป็นความสงบ เรียกความเชื่อมั่นจากประชาคมโลก และนโยบายอื่นๆ ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ,รถไฟฟ้าทั่วกรุง ,ปลดหนี้นอกระบบคืนทรัพย์สินให้ลูกหนี้ เป็นต้น อันเป็นที่ประจักษ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่สำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเปิดกว้างทางความคิด ไม่เลือกว่าเป็นความคิดของพรรคใด สิ่งใดที่ดีมีประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ท่านก็นำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารประเทศอย่างเหมาะสม​จากเหตุผลข้างต้น พรรคพลังประชารัฐ มีเจตนาที่จะสานต่อผลงานดังกล่าวให้ต่อเนื่อง เป็นรูปธรรมมากขึ้น ดังนั้น นโยบายต่างๆ จึงสอดคล้องกับการบริหารของรัฐบาลชุดก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ประจักษ์อยู่แล้ว การที่นายอภิสิทธิ์ แสดงความเห็นในครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นความงดงามในระบอบประชาธิปไตย ที่มีการเสนอความเห็นที่แตกต่างกัน และวิพากษ์วิจารณ์กันได้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71197</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์​, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นโยบายรัฐบาล, โฆษกพรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0ab4738c0aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด่าแหลกนโยบายรัฐบาลขัดรธน.-ถวายสัตย์ฯไม่ครบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.62 - นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาว่า รัฐบาลมีการกระทำขัดรัฐธรรมนูญในหลายมาตรา ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 161 เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนทำงานของคณะรัฐมนตรี รวมไปถึงการจัดทำนโยบายที่ขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ในมาตรา 162 และ 164&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลไม่มีการพูดถึงในส่วนของงบประมาณที่จะนำมาใช้ในแผนงานที่รัฐบาลประกาศไว้ ว่าจะนำงบประมาณมาจากไหน รัฐบาลเลือกที่จะไม่ลงรายละเอียดที่มาของงบประมาณ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ว่าแต่ละนโยบายที่รัฐบาลประกาศออกมาจะใช้งบประมาณจากไหน ซึ่งการแสดงเจตนาของรัฐบาลเป็นการกระทำที่ไม่รับผิดชอบต่อประชาชนและรัฐสภา สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีการบรรจุถึงโครงการนโยบายและที่มาของงบประมาณอย่างชัดเจน แต่ของรัฐบาลนี้ไม่ให้ความสำคัญ ซึ่งหากวันนี้เป็นรัฐบาลเพื่อไทยแล้วทำคำแถลงนโยบายแบบนี้ ไม่พ้นต้องโดนยื่นถอดถอนอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นอกจากนี้นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีที่ ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการถวายสัตย์ปฏิญาณของรัฐบาลว่า &amp;ldquo;สักวันหนึ่งจะรู้ว่าทำไมไม่ควรพูด&amp;rdquo; ว่า ถือเป็นการพูดที่สร้างความสับสนให้กับประชาชน และไม่เป็นผลดีกับสังคม ประโยคที่นายวิษณุกล่าวน่าจะเป็นประโยคที่ไม่สมควรพูดมากที่สุดมากกว่า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายสัตย์ปฏิญาณ, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, นโยบายรัฐบาล, ส.ส.พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190803/image_big_5d450bbb71f5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2019 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2019 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพล ระบุประชาชนต้องการเห็นนโยบายหลักรัฐบาลเรื่องปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์มากที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2562 โดยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ นโยบายหลัก 12 ด้าน ซึ่งจะเป็นทิศทางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในช่วง 4 ปีข้างหน้า และนโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง ที่จะต้องดำเนินการเพื่อบรรเทาปัญหาและลดผลกระทบกับประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณี &amp;ldquo;นโยบายหลักและนโยบายเร่งด่วน&amp;rdquo; &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,262 คน ระหว่างวันที่ 24-27 กรกฎาคม 2562 สรุปผลได้ ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;ldquo;นโยบายหลัก&amp;rdquo; ในความคิดเห็นของประชาชนที่อยากให้รัฐบาลประยุทธ์ เร่งดำเนินการมากที่สุด &amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 74.45%&amp;nbsp;
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทย ทำให้ประเทศมีความมั่นคง สงบสุข สร้างความสามัคคีของคนในชาติ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;67.97%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะช่วยให้ประเทศพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ นำรายได้เข้าสู่ประเทศ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;65.61%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการกระจายรายได้ให้ทั่วถึง สร้างโอกาสและนำความเจริญไปสู่ทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่เฉพาะหัวเมืองใหญ่ &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;61.69%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การทุจริตเป็นภัยที่ร้ายแรงและสร้างความความเสียหายต่อประเทศ มีให้เห็นทุกยุคทุกสมัย ยังไม่เคยเห็นปราบปรามได้หมดสิ้น ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;61.61%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาพสังคมปัจจุบันมีภัยอันตรายรอบตัว มีความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน กฎหมายต้องเข้มงวด แก้ไขอย่างจริงจัง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;61.43%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเข้มแข็งของประเทศต้องเริ่มจากชุมชน ต้องพัฒนาท้องถิ่นให้เข็มแข็ง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาบ้านเมืองต่อไป ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 7&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;61.30%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศ สร้างชื่อเสียงให้ทั่วโลกรู้จัก เพิ่มอำนาจในการต่อรอง &amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 8&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;58.84%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศิลปะและวัฒนธรรมบ่งบอกถึงความเป็นชาติไทย ควรอนุรักษ์ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และสานต่อ ไม่ถูกวัฒนธรรมต่างชาติครอบงำ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 9&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;57.38%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การศึกษาเป็นพื้นฐานในการพัฒนาคน ควรเร่งการปฏิรูปการศึกษาให้ทัดเทียมต่างประเทศ &amp;nbsp;มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 10&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;55.63%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง ช่วยให้ประชาชนได้รับสิทธิในการรักษาเท่าเทียมและทั่วถึง ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 11&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;53.87%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ แก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น เจ้าหน้าที่ทำงานรวดเร็วขึ้น ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 12&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;48.21%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม มีปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมเกิดขึ้นทุกปี ควรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;ldquo;นโยบายเร่งด่วน&amp;rdquo; ในความคิดเห็นของประชาชนที่อยากให้รัฐบาลประยุทธ์เร่งดำเนินการมากที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;81.30%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าครองชีพสูงขึ้นมาก ไม่สอดคล้องกับรายได้ อยากให้เร่งช่วยเหลือประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ไขปัญหาความยากจน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;66.92%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนควรได้รับสิทธิครอบคลุมตลอดชีวิต ในด้านสุขภาพ การศึกษา สวัสดิการพื้นฐานต่าง ๆ &amp;nbsp;ควรปรับปรุงให้ครอบคลุมทุกด้าน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;61.19%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ไม่มีเสถียรภาพ ภาคธุรกิจ การค้า การส่งออกได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจํา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;60.41%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไม่พัฒนา อยากให้มีการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง เป็นต้นแบบที่ดีให้กับเยาวชน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;57.28%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกษตรกรไทยควรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง สินค้าการเกษตรควรมีราคาสูงขึ้น พัฒนาสู่สากล ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;55.19%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยให้ประเทศพัฒนา เจริญก้าวหน้า ก่อให้เกิดเสถียรภาพและมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 7&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;53.67%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์น่าเป็นห่วง รุนแรงมากขึ้นทุกปี สร้างความเสียหายอย่างมาก &amp;nbsp;สงสารเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 8&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังความเห็นของประชาชน และการดําเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;53.62%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีความเป็นประชาธิปไตย กฎหมายต้องเป็นกลาง ไม่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 9&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;53.04%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากเห็นบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ลดการสูญเสีย สร้างความมั่นคงให้กับประเทศ อยากให้ปัญหายาเสพติดหมดไปจากสังคมไทย ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 10&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยกระดับศักยภาพของแรงงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;52.70%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรับขึ้นค่าแรงให้เหมาะสมกับสภาพสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงาน พัฒนาฝีมือให้เป็นที่ยอมรับของต่างชาติ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 11&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;47.53%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การบริการภาครัฐต้องเป็นระบบ รวดเร็ว เทียบเท่าเอกชน ควรพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 12&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;45.87%
เพราะ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น คนไทยต้องเรียนรู้และปรับตัวสู่อนาคต ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42123</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายรัฐบาล, นโยบายหลักและนโยบายเร่งด่วน, ผลสำรวจความคิดเห็น, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190728/image_big_5d3d0e8a84b74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;สวมบทฝ่ายค้านนอกสภาโพสต์เฟซอภิปรายนโยบาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2562 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;นโยบายรัฐบาล ผลพวงของการสืบทอดอำนาจเผด็จการ คสช.&amp;rdquo; ระบุว่า ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่เพิ่งผ่านไปนี้ ฝ่ายค้านแสดงความไม่เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาของประเทศได้ ทั้งด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความสามารถของบุคคลที่ปรากฏว่ากำลังหลักของรัฐบาลนี้ก็คือคนเดิมนั่นเอง ในเมื่อทำมา 5 ปีก็ล้มเหลวอย่างที่เห็นกันอยู่ จึงไม่เชื่อว่าที่จะทำต่อไปนี้จะดีขึ้น อีกเหตุผลหนึ่งก็เป็นเรื่องของนโยบายที่ไม่เป็นรูปธรรมไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไรอย่างไร เป็นแต่นโยบายกว้างๆ สิ่งที่ฝ่ายค้านทวงถามอยู่บ่อยๆ ในการอภิปรายก็คือการขาดหายไปของนโยบายพรรคการเมืองต่างๆที่ประกาศไว้ในตอนหาเสียงซึ่งต้องถือว่าเป็นสัญญาประชาคม แต่กลับไม่ปรากฏในนโยบายนี้เอาเสียเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอ่านนโยบายรัฐบาลแล้วก็ทำให้นึกถึงนโยบายรัฐบาลสมัยก่อนนานมาแล้วที่เขียนโดยสภาพัฒน์เป็นหลัก เวลาเขียนก็จะอิงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเสียเป็นส่วนใหญ่ และเนื่องจากเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรคแต่นายกฯ เป็นคนนอก ก็ต้องระวังไม่ให้นโยบายของพรรคใดพรรคหนึ่งเด่นกว่าพรรคอื่น จนไม่เหลือกลิ่นอายนโยบายของพรรคใดเลย การเขียนนโยบายแบบนั้นไม่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาของระบบพรรคการเมือง
นโยบายของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระยะหลังเป็นนโยบายแบบที่พรรคการเมืองร่วมกันเขียนตามที่สัญญาไว้กับประชาชนที่จะต้องชัดเจนเป็นรูปธรรม รู้ว่าจะทำอะไรเมื่อไหร่ให้เกิดผลในเวลาเท่าใด ด้วยงบประมาณมากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ไม่มีปรากฏในคำแถลงนโยบายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเขียนนโยบายแบบย้อนยุคนี้ไม่ได้บอกว่าปัญหาสำคัญๆ ของประเทศอยู่ในสภาพอย่างไรและจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นด้วยวิธีการหรือมาตรการอย่างไร จะเน้นเรื่องอะไร อ่านแล้วจะนึกภาพไม่ได้ว่าในเรื่องสำคัญของประเทศจะเกิดอะไรขึ้นใน 1 ปี 2 ปีหรือ 4 ปี ในนโยบายแต่ละด้าน คนเขียนมักจะเอาเรื่องสารพัดที่คิดว่าน่าจะดีหรือคงต้องทำอยู่แล้ว ใส่ๆ เข้าไปให้เยอะๆ เข้าไว้ อ่านแล้วไม่รู้ว่าแล้วที่จะทำนี้แตกต่างจากที่ทำอยู่และล้มเหลวอยู่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เป็นกรอบทำให้ไม่สามารถเขียนอะไรได้ชัดเจน อาจจะไม่ใช่แค่กลัวพรรคไหนจะเด่นเกินไป แต่น่าจะเป็นเพราะการต้องทำให้แน่ใจว่านโยบายรัฐบาลจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปทั้งหลาย ซึ่งก็คงจะไม่มีใครรู้ดีกว่าสภาพัฒน์ซึ่งเป็นเลขาฯ ของคณะต่างๆ ที่ดูแลเรื่องเหล่านี้อยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าไปแล้ว ที่นโยบายออกมาอย่างนี้ก็เป็นผลพวงของการสืบทอดอำนาจเผด็จการ คสช.นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสืบทอดอำนาจ รัฐมนตรีหลักๆ หลายคนจริงๆ แล้วก็อยู่ต่อในโควตาพลเอกประยุทธ์ซึ่งมี ส.ว. 250 คนอยู่ในมือ และรัฐมนตรีเหล่านี้ก็บอกเองว่าไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร ซ้ำยังย้ำอยู่เสมอว่าที่ทำมา 5 ปีกว่านั้นดีแล้ว ส่วนการที่รัฐบาลมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรแบบปริ่มน้ำซึ่งทำให้พรรคร่วมรัฐบาลมีอำนาจต่อรองมากก็จริง แต่นโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ก็ไม่อาจนำมาเขียนไว้ได้ด้วยเหตุผลข้างต้น อำนาจต่อรองก็ไปมีผลต่อการแบ่งเก้าอี้กันเสียมากกว่าจะเป็นการกำหนดนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพเงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ในนโยบายนี้ ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนเลยแม้แต่พรรคเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อก่อนนี้ประชาชนค่อนประเทศเคยเห็นนโยบายที่พรรคการเมืองสัญญากับประชาชนไว้ปรากฏเป็นนโยบายรัฐบาลแล้วก็ถูกนำไปปฏิบัติให้เกิดเป็นผลขึ้นมา เป็นเรื่องแปลกที่หลังจากการเลือกตั้งผ่านไป 4 เดือน แล้วเราก็พบว่าประชาชนเกือบทุกคนไม่ว่าจะเลือกพรรคไหนมา เลือกพรรครัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ต่างก็ตกที่นั่งเดียวกันหมดคือหานโยบายที่พรรคการเมืองให้สัญญาไว้ไม่เจอเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งอ่านนโยบายรัฐบาลและฟังการอภิปรายในสภาโดยเฉพาะการชี้แจงของนายกรัฐมนตรีกับพวกแล้ว ด้วยนโยบายแบบนี้และด้วยกำลังหลักที่ล้มเหลวมาตลอด 5 ปี ยิ่งคาดหวังไม่ได้เลยว่ารัฐบาลนี้จะแก้ปัญหาของประเทศให้ดีขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการอภิปรายในสภาเป็นอย่างไร ไว้ค่อยคุยกันต่อครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42120</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., จาตุรนต์ ฉายแสง, ทษช., นโยบายรัฐบาล, พรรคไทยรักษาชาติ, เผด็จการ, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08cbc8987b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2019 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2019 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาการหนัก!&#039;นคร&#039;เรียกร้อง&#039;พลเอกประยุทธ์&#039;พิจารณาตัวเองด้วยการลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.62 - นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;โสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลประยุทธ์ ไม่มีความชอบธรรม ที่จะบริหารราชการแผ่นดินแล้ว หลังจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาอย่างใกล้ชิด วิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูล จากการอภิปรายของทุกฝ่ายทั้งรัฐบาล สส.ฝ่ายรัฐบาล สส.จากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน 7 พรรคและ สมาชิกวุฒิสภาที่คสช. แต่งตั้งมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ปราศจากอคติ เอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง เห็นเป็นเบื้องต้นว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ ไม่มีความชอบธรรม ไม่มีความสง่างาม ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะ มีที่มาไม่ชอบธรรมตั้งแต่ต้น เนื่องจากพลเอกประยุทธ์กับคณะได้ร่วมกันทำการรัฐประหารยึดอำนาจประชาชนมา ในทางกฎหมายอาญาถือเป็นโจรกบฏ มีโทษประหารชีวิต พฤติกรรมปรากฏชัดเจนว่าได้สมคบคิดกัน วางแผนกันเพื่อยึดอำนาจประชาชน ก่อนจะยึดอำนาจนานถึง 3 ปี ได้ร่วมกันสร้างสถานการณ์ กับพวกพ้องฝ่ายเผด็จการยึดอำนาจ จนสำเร็จเมื่อปี57&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้ให้ลิ่วล้อบริวาร บรรดานักกฎหมาย นักวิชาการที่ขายตัว ขายอุดมการณ์รับใช้เผด็จการ เพื่อยศ ตำแหน่ง เงินทอง ผลประโยชน์ ช่วยกันตรากฎหมาย ที่ไม่มีความชอบธรรม ไม่เป็นกลาง ไม่เป็นประชาธิปไตยเอาเปรียบ นักการเมืองและพรรคการเมืองอื่น จนสามารถสืบทอดอำนาจ เป็นเผด็จการในเสื้อคลุมประชาธิปไตย สำเร็จตามคำอภิปรายของ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายวันมูฮัมหมัด นอ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พลเอกประยุทธ์ ไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจน ตรงไปตรงมาคำตอบของพลเอกประยุทธ์เป็นการโกหกกลางสภา ขัดแย้งกับความจริงที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดแจ้ง ในเชิงประจักษ์ เท่ากับเป็นผู้ร้ายปากแข็ง โกหกคนไทยทั้งประเทศ ไม่รวมถึงการแสดงกิริยาอาการ คุกคาม ข่มขู่ การใช้วาจาไม่สุภาพ ที่ไม่ให้เกียรติต่อผู้แทนปวงชนชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งเมื่อได้ถอดเทป การถวายสัตย์ ปฏิญาณต่อองค์พระประมุข ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ยิ่งเห็นถึงการกระทำที่ไม่บังควร ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตามโบราณราชประเพณี และตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหลายๆประการ ของพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;
ยังไม่รวมถึงบรรดาพรรคการเมืองแกนนำฝ่ายรัฐบาล ได้หาเสียงเลือกตั้งและประกาศนโยบายเลิศหรูเพื่อให้คนไทยหลงเชื่อ เช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 400-425 บาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปริญญาตรี 20,000 บาท ปวส. 18,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัตรคนจนจาก 300 บาทเป็น 500 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปาล์มน้ำมันไม่น้อยกว่า กิโลกรัมละ 5 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยางพาราต้องไม่น้อยกว่ากิโลกรัมละ 60-65 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มารดาประชารัฐ 180,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอีกหลายๆนโยบายอาจเป็นเพียงนโยบายขายฝัน หลอกลวงประชาชนเพื่อให้เลือกพวกตนเองมาเป็นรัฐบาล เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วก็อ้างเวลา และเหตุผลสารพัดที่จะบ่ายเบี่ยงไม่ทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ หากไม่ทำ หรือทำไม่ได้ก็เป็นการหาเสียงเลือกตั้งที่โกหกหลอกลวงประชาชน เมื่อไม่ทำตามสัญญา ไม่ได้บรรจุอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ในนโยบายของรัฐบาล จึงหมดความชอบธรรมที่จะบริหารราชการแผ่นดิน และจะต้องเดินไปสู่กระบวนการยุบพรรค เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่พรรคการเมืองหาเสียงโดยการหลอกลวงประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกประการหนึ่งรัฐบาล และพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ดูจะไม่มีความจริงใจ ที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการคสช ปี60 นี้ พวกเขาได้ประโยชน์สูงสุด ตามที่แกนนำฝ่ายรัฐบาลหลายคนพูดตรงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดีไซน์มาเพื่อพวกเขาเท่านั้น ให้เป็นรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้ออ้างที่ว่าจะให้มีการศึกษาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมก็เพียงเพื่อหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อว่าจะแก้ไข เสนอแก้ไขแล้วนะ น่าจะเป็นเพียงทำพอเป็นพิธี ไม่ให้ถูกด่าว่าตระบัดสัตย์ ทรยศต่อประชาชนเท่านั้นแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งโครงสร้างให้เป็นประชาธิปไตยนั้น ประชาชนอย่าคาดหวังที่จะได้เห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการคสช นี้ จากรัฐบาลนี้และพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลนี้ เพราะพวกเขาได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากรัฐธรรมนูญเผด็จการคสชฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสมาชิกวุฒิสภาหลายคน มีความรู้ความสามารถสูง อภิปรายดี มีเนื้อหาสาระมาก หากแต่โดยโครงสร้างอำนาจและที่มาของพวกท่านมาด้วยการแต่งตั้งของเผด็จการคสช. พวกท่านจึงเลือก เผด็จการ คสช เป็นนายกรัฐมนตรี และ พวกท่านก็เป็นเสาคำ้ยันให้เผด็จการ ทหารคสช สืบทอดอำนาจต่อไป ต่อให้พวกท่านจะอภิปรายดีเพียงใด บทสรุปสุดท้าย พวกท่านคือพวกเผด็จการ ที่ไม่มีความชอบธรรม เป็นตราบาปของวงศ์ตระกูลท่านชั่วลูกชั่วหลานว่า พวกท่านคือลิ่วล้อบริวารของเผด็จการ มามีตำแหน่ง มีเงินเดือน มียศ อำนาจบรรดาศักดิ์ จากการรับใช้ระบอบเผด็จการที่ ทำลายอำนาจของประชาชนและประชาธิปไตยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้าน หลายท่าน เช่น นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ นายชลน่าน ศรีแก้ว นายสุทิน คลังแสง นายยุทธพงษ์ จรัสเสถียร และอีกหลายๆท่าน ที่ชี้ให้เห็นถึง การที่รัฐบาลเผด็จการเอื้อประโยชน์ให้ทุนผูกขาดไม่กี่ตระกูล ร่ำรวยมหาศาล ในขณะที่คนส่วนใหญ่ยากจน มีหนี้สินล้นพ้นตัว การให้สิทธิพิเศษ ในโครงการเมกโปรเจค ต่างๆ การให้ชนชาติอื่นสามารถเช่าที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC ถึง 99 ปี เหมือนกับการขายชาติ การให้สิทธิพิเศษสำหรับนักลงทุนต่างประเทศโดยไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี จะกลายเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาประเทศ ที่คนไทยเราจะเป็นเพียงแรงงาน แต่ไม่สามารถเป็นผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการได้ในอนาคตซึ่งถือเป็นเรื่องน่ากังวลใจอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหลายท่านอภิปรายถึงการกระจายอำนาจ และ งบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐบาลเผด็จการชุดนี้ ไม่มีความจริงใจ ในการกระจายอำนาจ กลับมีแนวโน้มรวบอำนาจ กระชับอำนาจมาไว้ที่ส่วนกลางมากยิ่งขึ้น องค์กรปกครองท้องถิ่นควรจะตระหนักเรื่องนี้ ไม่รวมถึงการทุจริต คอรัปชั่นที่หนักหน่วงรุนแรงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับแต่มีการยึดอำนาจโดยพลเอกประยุทธ์และคณะ คสช เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พลเอกประยุทธ์ ท่านควรจะพิจารณาตัวเองลาออกไป อย่าเอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้ง อย่าขัดขวาง ทำตัวเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศไทยของเราเลย คืนความถูกต้อง ความเป็นธรรม คืนประชาธิปไตยให้คนไทยและประเทศไทยได้แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42087</URL_LINK>
                <HASHTAG>นคร มาฉิม, นโยบายรัฐบาล, รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, เรียกร้องบิ๊กตู่ลาออก, แถลงนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0e3c400aa6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2019 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2019 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ตะลึง!เป็นรมต.มา13ครั้งไม่เคยเห็นนายกฯคนไหนใส่ใจสภา-แจงนโยบายได้ดีเท่า&#039;บิ๊กตู่&#039;งานนี้รัฐบาลอยู่ยาวครบเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.62 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงภาพรวมการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่าตนเห็นความเปลี่ยนแปลงจากการนำเสนอจากการแถลงนโยบายจากรัฐบาลก่อนๆ ตนเคยเป็นรัฐมนตรีมา13 ครั้ง ปกตินายกฯจะอ่านเอกสารที่เตรียมมา แล้วมีการซักถามกัน ซึ่งที่ผ่านๆมานายกฯจะไม่ค่อยอยู่ในห้องประชุม อาจจะมีการตอบคำถามเล็กน้อยแล้วออกไป จากนั้นจะกลับมาขอบคุณสมาชิกรัฐสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นั้นอยู่ในห้องรับฟังการอภิปรายตลอด อาจมีหายไปรับแขกของบ้านเมืองบ้างแต่ไม่นานก็กลับมา แล้วท่านตอบฝ่ายซักถาม จนรัฐมนตรีบางกระทรวงไม่ต้องตอบเลย เพราะนายกฯช่วยตอบได้หมด แสดงให้เห็นว่านโยบายที่รัฐบาลเขียนมา คนที่เข้าใจมากที่สุดคือนายกฯ ดังนั้นการติดตามผลงานของรัฐบาลน่าจะออกมาได้ตามแผนที่เขียนเอาไว้ และเมื่อผลงานรัฐบาลออกมาดีจะเป็นเกราะที่คุ้มครองรัฐบาลให้อยู่ได้นานซึ่งอาจจะครบวาระ แต่ต้องดูต่อไปว่าจะเป็นไปตามที่ผมคิดไว้หรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่าหากประชาชนฟังการแถลงนโยบาย จะเห็นนายกฯอยู่ในห้องประชุมตลอดเวลา ท่านเป็นคนตรงไปตรงมา อารมณ์บางครั้งไม่เครียด อาจดูเหมือนหนักแต่ไม่หนัก หากพูดหรือแสดงอะไรผิดไปก็ขอโทษทันที ไม่ต้องเสียเวลาคิดอะไรมากมาย อย่ามองเพียงการแสดงออก ขอยืนยันตรงนี้ว่านายกฯและ รัฐมนตรีทุกคน มีความตั้งใจทำงาน เพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการแถลงนโยบาย ฝ่ายค้านได้แสดงความเป็นห่วงเรื่องใดบ้างที่เกี่ยวกับกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การปราบปรามยาเสพติด ถือเป็นหนึ่งที่ฝ่ายค้านแสดงความเป็นห่วงและได้สะท้อนในเวทีรัฐสภา แต่ในเรื่องนี้อยู่ในนโยบายหลักของรัฐบาล และเป็นเรื่องที่ตนให้ความสำคัญมาก และกระทรวงยุติธรรมในยุคของตนจะทำให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้ฟังส.ส.ฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง อภิปรายในเรื่องยาเสพติดว่าในพื้นที่อีสานมีปริมาณยาเสพติดจำนวนมาก มีคนติดยาเยอะ ผมชี้แจงในห้องประชุมไม่ทัน จึงขอบอกตรงนี้ว่า รายงานจาก ป.ป.ส.ที่ผมให้ช่วยตรวจเช็คข้อมูล กลับออกมาตรงกันข้าม เพราะได้มีการทำโมเดลป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่อีสานมาแล้วถึง 2 ช่วง คือ &amp;nbsp;5 เดือนแรก ที่เข้าไปทำโมเดลนี้ ยังมีตัวเลขที่สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่า เมื่อทำช่วงที่ 2 เวลา 9 เดือน พบว่าปัญหาลดลงเกือบเท่าตัว แสดงว่าโมเดลที่ใช้ทดลองในอีสานน่าจะได้ผล ผมคิดว่าเราน่าจะค้นพบวิธีการ ที่ป.ป.ส.จะนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั่วประเทศ หากนำข้อมูลมาทำจริงจัง น่าจะมีความหวังในการปราบยาเสพติดได้ และป.ป.ส.วันนี้มีการพัฒนาไปมากแล้ว มีการจับการขนส่งยาเสพติด ทั้งการสั่งทางออนไลน์ การขนส่งโดยไปรษณีย์ได้เป็นจำนวนมาก และหากเราร่วมมือกันเชื่อว่าจะปราบยาเสพติดได้ดีขึ้นอีก ทั้งนี้ประเทศไทยมี 80,000 หมู่บ้าน จุดสุ่มเสี่ยงและต้องระวังมี 24,000 หมู่บ้าน แต่มีหมู่บ้านที่มีความเสี่ยงอยู่ 2,000 หมู่บ้านซึ่งเราจะเดินหน้าปราบปรามต่อไป &amp;rdquo; นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ยุติธรรม กล่าวด้วยว่าตนได้แถลงนโยบายเสร็จแล้ว สัปดาห์หน้า จะทยอยลงพื้นที่ตรวจกรมต่างๆในสังกัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อมอบนโยบายและงานต่างๆเพื่อที่จะได้ลงมือปฏิบัติให้สำเร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42081</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายรัฐบาล, รมว.ยุติธรรม, สมศักดิ์  เทพสุทิน, อภิปรายนโยบายรัฐบาล, แถลงนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36d8f8de745.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2019 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2019 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๋อย&#039;โพสต์ดื้อๆฟังการอภิปรายนโยบายประยุทธ์ น่าจะเป็นนายกฯได้ไม่นานถ้านานบ้านเมืองก็จะเสียหายอีกมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.62 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง &amp;nbsp;อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ฟังการอภิปรายนโยบายอยู่ขณะนี้ ประยุทธ์พูดแบบนี้ในสภา น่าจะเป็นนายกฯได้ไม่นาน ถ้านานก็จะทำให้บ้านเมืองเสียหายอีกมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42059</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์  ฉายแสง, นโยบายรัฐบาล, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, อภิปรายนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c00dc7289b5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
