<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุสรณ์&#039; ซัด &#039;บิ๊กตู่&#039; ไร้น้ำยาทำตามนโยบายหาเสียง เครียดนักก็ลาออกไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.62 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บ่นเครียดหลายเรื่องจนนอนไม่หลับ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการส่งสัญญาณถึงประชาชน นโยบายที่หาเสียงหลายนโยบายอาจไม่สามารถทำได้ ตอนนี้เงินที่จะแจกก็ไม่มีแล้ว รวมถึงต้องการสื่อสารไปถึงฝ่ายค้านว่าไม่ควรคว่ำงบ พล.อ.ประยุทธ์ สารภาพชัดว่า มีปัญหามาก โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบทุกโครงการ ทุกนโยบายที่หาเสียงไว้ ไม่รู้วิธีการว่าจะทำอย่างไรให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายที่แถลงไว้ได้ ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท ปรับจริง 5-6 บาท นโยบายลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ตามนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ พอเป็นรัฐบาล กลายเป็นแค่การยกตัวอย่างช่วงหาเสียงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นโยบายมารดาประชารัฐที่จะให้เงิน ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ ได้ให้ใครหรือยัง เบี้ยผู้สูงอายุที่จะปรับเป็น 1 พันบาท ก็สารภาพว่าให้ไม่ได้แล้ว เพราะรัฐบาลไม่มีเงิน เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร จุดที่นโยบายที่หาเสียง นโยบายที่แถลงต่อสภา ไม่สามารถทำได้แล้วไม่เกิดผลอะไร กกต.นิ่งเฉย ปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้อย่างไร พรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้านชี้มาตั้งแต่ต้นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่แจ้งที่มาของงบประมาณในการจัดทำนโยบายรัฐบาล ถึงวันนี้ยอมรับแล้วว่าไม่รู้จะเอาเงินจากไหนมาทำนโยบายตามที่ได้หาเสียงและแถลงนโยบายไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปีหน้าราคาพืชผลทางทางการเกษตรก็คงจะตกต่ำแทบทุกรายการ ยกเว้น กล้วย ประเภทที่ใช้เลี้ยงลิง น่าจะราคาแพงขึ้น เพราะรัฐบาลยังจะต้องแจกกล้วยลิงอีกหลายวาระ ถ้ารัฐบาลลิงกินกล้วย 18 มงกุฎ ไม่มีความสามารถทำให้งบฯ ผ่านสภาได้ ก็ต้องยอมจำนน ลาออก ให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52318</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายหาเสียง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, โฆษกพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190719/image_big_5d31803a084a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรสั่งศึกษานโยบายหาเสียงพรรคขั้วรัฐบาล หวั่นกระทบแผนจัดเก็บรายได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2562 O นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ไปศึกษานโยบายทางภาษีต่าง ๆ ของพรรคการเมืองที่คาดว่าจะได้จัดตั้งรัฐบาลที่ใช้หาเสียงไว้ ว่าแต่ละมาตรการจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการจัดเก็บรายได้รัฐบาลอย่างไร แม้ว่าหลายมาตรการจะส่งผลดีต่อประชาชนก็ตาม แต่ถ้าการจัดเก็บรายได้แผ่นดินลดลง ก็จะกระทบกับเศรษฐกิจในประเทศ มีผลต่อเสถียรภาพการคลัง &amp;nbsp;และจำเป็นต้องมีมาตรการอะไรมาชดเชย เพื่อไม่ให้กระทบกับเสถียรภาพการคลังของประเทศ เป็นเรื่องที่กรมสรรพากรต้องเตรียมไว้เสนอรัฐบาลใหม่ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หน้าที่ของข้าราชการ ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องเคารพและเสนอผลกระทบของนโยบายอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งนโยบายทุกพรรค กรมฯ ก็มีทีมศึกษาไว้อยู่ ทุกนโยบายแม้จะมีประโยชน์กับประชาชน แต่ก็มีต้นทุน ก็ต้องเสนอผลการวิเคราะห์ผลกระทบให้รัฐบาลใหม่พิจารณา เพราะทุกนโยบายไม่มีอะไรเป็นประโยชน์อย่างเดียว มันมีต้นทุน หน้าที่เราไม่ได้เป็นฝ่ายตัดสินใจ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐบาล&amp;rdquo;นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองมีการเสนอให้ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% และเว้นภาษีสินค้าออนไลน์ 2 ปี จะกระทบกับการจัดเก็บหรือไม่นั้น อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า ขณะนี้ทีมงานกรมสรรพากรกำลังดูว่ามีนโยบายช่วยเหลือเรื่องอะไรบ้าง การลดภาษีจะกระทบกับเสถียรภาพการคลังหรือไม่ จำเป็นต้องมีการหารายได้อื่นมาชดเชย ซึ่งขณะนี้พิจารณาไว้หลายแนวทาง เช่น กรณีลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แล้วในหลักการจัดเก็บจะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ และจะทำอย่างไรให้เดินหน้าได้ ซึ่งอาจจะต้องมีการยกเลิกมาตรการหักค่าลดหย่อนในบางรายการที่หมดความจำเป็นออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ค่าหักลดหย่อนภาษีในปี 2562 มีมากกว่า 10 รายการ ซึ่งแต่ละมาตรการก็มีข้อดี ข้อเสีย เช่น ค่าหักลดหย่อนส่วนตัว หักค่าลดหย่อนจากรายจ่ายซื้อประกัน ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบุพการี ค่าลดหย่อนดูแลผู้พิการ เป็นต้น ซึ่งค่าลดหย่อนที่มีหลายรายการ ก็ทำให้เวลายื่นแบบวุ่นวาย ยุ่งยาก ถ้าลดหย่อนไม่มาก กระบวนการต่าง ๆ ก็ลดลง รวมทั้ง ค่าลดหย่อนจากมาตรการพิเศษรายปี เช่น มาตรการช้อปช่วยชาติ ซึ่งถ้ามีการลดภาษีเงินได้ในภาพรวมไปแล้ว ค่าลดหย่อนก็ไม่จำเป็นต้องให้อีก ส่วนจะมีการยกเลิกลดหย่อนภาษีจากการซื้อหน่วยลงทุนระยะยาว (LTF) หรือไม่ ยังระบุไม่ได้เพราะเป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า การพิจารณาปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 7% แต่ยังมีกรอบที่จะสามารถจัดเก็บได้ที่ 10% นั้น เรื่องนี้เป็นประเด็นคลาสสิก คำตอบจึงมีความอ่อนไหว ซึ่งการจะปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถือเป็นรายได้สำคัญของรัฐ มีสัดส่วนกว่า 40% ของรายได้กรมสรรพากร จะต้องพิจารณาให้รอบคอบและดูภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจเพราะจะมีผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งทุกอัตราภาษี 1% ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง คิดเป็นรายได้รัฐที่เพิ่มหรือลดลง 7 หมื่นล้านบาท และขณะนี้เศรษฐกิจก็มีทิศทางชะลอตัว แต่การตัดสินใจทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากให้เข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่ขณะนี้ชะลอตัวลงด้วย ดังนั้นการพิจารณาดำเนินการเรื่องนี้ต้องดูสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจด้วย &amp;nbsp;โดยการตัดสินใจเรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง ไม่ใช่ระดับข้าราชการ&amp;rdquo; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38162</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, จัดเก็บรายได้, นโยบายหาเสียง, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b9137d31f881.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภท.&#039;ปล่อยMVเพลงแร็ป&#039;ทลาย&#039;เคลียร์ทุกนโยบายหาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62-พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเต็มที่ หลังจากที่มีการเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ทั้ง 350 เขตไปเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ทำให้ประชาชนได้เห็นความพร้อมของพรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ที่ตั้งใจอาสาเข้ามาช่วยเหลือประชาชนและพร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งแนวนโยบายหนึ่งของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะต้องพยายามเปิดการสื่อสารกับประชาชนผ่านทุกช่องทาง ล่าสุดพรรคได้ส่งซิงเกิลเพลงของพรรคภูมิใจไทยชื่อเพลง &amp;ldquo;ทลาย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นแนวเพลงแร็ป เพลงมีแนวคิดว่าพรรคภูมิใจไทยจะ &amp;ldquo;ทลายทุกข้อจำกัด&amp;rdquo; เพื่อทำสิ่งมีประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ผ่านนโยบายต่างๆของพรรคภูมิใจไทย โดยพี่น้องประชาชนสามารถติดตามฟังได้ทางยูทูป &amp;nbsp;https://www.youtube.com/watch?v=i1QuWHriyec เชื่อว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งให้พี่น้องเข้าใจนโยบายของพรรคมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่เราทำเป็นเพลงแร็ปออกมาไม่ใช่เอาใจเฉพาะวัยรุ่น หรือคนที่ชอบเพลงแร็ปเท่านั้น แต่เราต้องการทำให้เห็นความแตกต่าง ทำให้เห็นว่าใครก็สามารถฟังเพลงแร็ปเข้าใจได้ แน่นอนว่าแนวเพลงธรรมดาเราก็มีอยู่แล้ว แต่เมื่อเราทำแนวแร็ปออกมาก็ทำให้คนฟังรู้สึกว่าไม่จำเจ จมปลักอยู่กับอะไรเดิมๆ เหมือนกับเพลงที่ต้องการสื่อสารให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยกล้าทลายทุกข้อจำกัด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า เพลงทลาย แม้จะเป็นเพลงแร็ป แต่เป็นแร็ปที่ฟังง่าย พี่น้องประชาชนสามารถเข้าใจเนื้อหาของเพลงที่เกี่ยวกับนโยบายของพรรคที่มีแนวคิดหลักคือ ลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้องประชาชน ได้ทันที อาทิ 1.เรื่องการเรียนออนไลน์ฟรี 2.นโยบายเศรษฐกิจแบ่งปัน หรือ sharing economy เป็นการกระจายรายได้การแก้ปัญหาปากท้องประชาชน เช่น ทำแกรบ(Grab)ให้ถูกกฎหมาย 3.การยกระดับ อสม. เป็นหมอประจำบ้าน 4.ดำเนินการเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการเปลี่ยนเสียงระเบิดเป็นเสียงเครื่องจักร เปลี่ยนงบลับเป็นงบลงทุน สร้างงาน สร้างรายได้ ความไม่สงบก็จะค่อยๆหายไป 5.ดำเนินการให้กัญชาไทยปลูกได้เสรี เพราะเป็นแพทย์ทางเลือกที่มีประโยชน์มากมาย จะต้องมีการแก้พรบ.ยาเสพติด ทำให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย &amp;nbsp;6.ดำเนินการทวงคืนกำไรให้ชาวสวนปาล์ม 7.แก้หนี้ กยศ. ด้วยการพักหนี้ให้5ปี ไม่มีดอกเบี้ย ยกเลิกค่าปรับ ปลดภาระผู้ค้ำประกัน และผ่อนคืนเงินต้น 10ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.นโยบายสตาร์ทอัพ เพื่อให้การเริ่มธุรกิจทำได้ง่ายขึ้น 9.แก้กฎหมายการประมงเพื่อทางรอดชาวประมงไทย 10.นโยบายไปเรียนสัปดาห์ละ 4 วัน เนื่องจากโลกออนไลน์ปัจจุบันทำให้เรียนที่ไหนก็ได้ ช่วยแก้ปัญหามลภาวะและการจราจรของกรุงเทพและปริมณฑล 11.ไปทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน วันที่เหลือให้เวิร์ค แอท โฮม หรือทำงานที่ไหนก็ได้ โดยมีเงินเดือนเท่าเดิม และ 12.ดำเนินการทวงคืนกำไรให้ชาวนา เสนอกฎหมายตั้งกองทุนข้าวใช้ระบบกำไรแบ่งปันเพิ่มรายได้ให้ชาวนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27098</URL_LINK>
                <HASHTAG>MVเพลงแร็ป&#039;ทลาย&#039;, การเลือกตั้ง, นโยบายหาเสียง, พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, พรรคภูมิใจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c451f7671bb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้ปัญหาความยากจน นำโด่ง นโยบายที่โดนใจประชาชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค. 2562 การที่ผู้สมัครสังกัดพรรคการเมืองต่างๆ เริ่มทยอยลงพื้นที่หาเสียงตามเขตเลือกตั้งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งมีทั้งทีมงานและรูปแบบวิธีการหาเสียงที่แตกต่างกันไป โดยชูนโยบายหรือแนวทางในการบริหารบ้านเมืองเป็นสำคัญ &amp;nbsp;เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการเลือกตั้ง กรณี &amp;nbsp;&amp;ldquo;นโยบายพรรคการเมือง&amp;rdquo; &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,131 คน ระหว่างวันที่ 1-5 มกราคม 2562 สรุปผลได้ ดังนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวม(%)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กทม.ปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหนือ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีสาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แก้ปัญหาความยากจน ขึ้นเงินเดือน เพิ่มค่าแรง เน้นกินดีอยู่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;40.12&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;56.10&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 41.22&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;36.36&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;40.60&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;29.58&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาการค้า การส่งออกและอุตสาหกรรม&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;33.35&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;41.46&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 43.73&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;37.06&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.94&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;28.80&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกร แก้ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ ดูแลที่ดินทำกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;26.71&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;18.82&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.24&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;27.97&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;23.17&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;49.21&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปราบปรามการทุจริต คอรัปชั่น ผู้มีอิทธิพล สิ่งผิดกฎหมาย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 23.23&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;53.66&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;23.66&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.43&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.42&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24.35&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ลดค่าครองชีพ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 18.98&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;10.10&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;54.48&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.94&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;17.89&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.73&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พัฒนาระบบการศึกษา ดูแลครู นักเรียน มีนโยบายเรียนฟรี&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 18.62&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 11.50&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;53.76&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.18&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11.93&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.28&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสวัสดิการดูแลรักษาพยาบาลประชาชนฟรี&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;16.41&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;14.29&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 18.64&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;46.50&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.03&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.40&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมการจัดการพลังงานขยะ &amp;nbsp;15.03&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;3.83&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;3.94&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;44.41&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.34&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.32&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีธรรมาภิบาลในการบริหาร&amp;nbsp;ปฏิรูปการเมือง ลดความขัดแย้ง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;10.90&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;4.18&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.58&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;19.93&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20.64&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.40&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลงทุนด้านการคมนาคม การขนส่ง แก้ปัญหาจราจร&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;7.66&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.48&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.94&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;0.35&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.25&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.36&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25842</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 นโยบายหาเสียงโดนใจ, นโยบายหาเสียง, ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c3160213cdf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพดล&#039; จี้รัฐบาลเร่งเปิดให้พบปชช.ทำนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.61 - นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ท่าทีของแกนนำรัฐบาลที่ระบุว่าพรรคการเมืองมีเวลาเหลือเฟือ 70 วันช่วงหาเสียงในการเตรียมจัดทำนโยบายนั้น เรื่องนี้คงชี้แนวโน้มว่าจะไม่เปิดให้ทำนโยบายจนกว่าจะถึงช่วงหาเสียงเลือกตั้ง มีคำถามว่า 70 วันเหลือเฟือจริงหรือ ให้ทำนโยบายไปหาเสียงไปควรหรือไม่ ถ้าเปรียบเทียบการร่างยุทธศาสตร์ชาติประมาณ 71 หน้าทำไมใช้เวลาตั้งหลายปี แม้แต่คณะกรรมการปฏิรูปบางคณะจนถึงขณะนี้ยังไม่สรุปแผนปฏิรูปเลย ซึ่งเข้าใจได้ว่า ต้องใช้เวลาในการทำงานเพื่อฟังความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆอย่างรอบคอบ นโยบายเป็นแก่นสาระไม่ใช่กระพี้การเมือง การทำนโยบายพรรคการเมืองอย่างลวกๆไม่มีใครได้ประโยชน์เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยิ่งในช่วงนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมากทั้งเศรษฐกิจและเทคโนโลยีและกระทบคนวงกว้าง การเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองประชุมและไปพบปะรับฟังความเห็นประชาชนเพื่อทำนโยบายจะตอบโจทย์ประเทศได้ตรงเป้ามากกว่า ส่วนตัวเห็นว่าคงไม่นำไปสู่ความวุ่นวายใดๆ จึงหวังว่า คสช.จะเข้าใจและเปิดให้จัดทำนโยบายได้ ไม่ใช่รอจนถึงช่วงหาเสียง 70 วันก่อนเลือกตั้ง โอกาสที่จะประชาชนจะได้เห็นแนวคิดดีๆจากแต่ละพรรคช่วงหาเสียงไม่ควรเสียไปโดยไม่จำเป็น&amp;quot;นายนพดล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16946</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลือกตั้ง, นพดล ปัทมะ, นโยบายหาเสียง, พรรคการเมืองหาเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b90af1fb932d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
