<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2019 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2019 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นตั้งเป้า 3 ปีต้องไม่มีอ้อยถูกไฟเผาก่อนเข้าโรงงาน หวังลดฝุ่น PM2.5 ในระยะยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.อุตสาหกรรม ตรวจการตัดอ้อยที่ขอนแก่น ตั้งเป้า 3 ปีจะต้องไม่มีอ้อยถูกไฟเผาก่อนส่งเข้าโรงงาน ป้องกันมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ &amp;nbsp;PM 2.5 &amp;nbsp;อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.62 - ที่บ้านหนองกี่ ตำบลกุดกว้าง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานวันรณรงค์งดเผาอ้อย ลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM 2.5 และสาธิตเครื่องจักรกลการเกษตรยุค 4.0 โดยมีเกษตรกรชาวไร่อ้อยเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมานั้นขอนแก่นเกิดผลกระทบเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM 2.5 โดยที่ทางจังหวัดได้มีการประสานงานการเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง รวมทั้งมีการประกาศห้ามเกษตรกรชาวไร่อ้อยนั้นเผาอ้อย นอกจากนี้ยังมีการทำงานกับหลายหน่วยงาน จนนำมาสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันเกษตรกรเจ้าของไร่อ้อยไม่เผาอ้อยของตัวเอง หันมาตัดอ้อยสดส่งโรงงานแทน ดังนั้นการรณรงค์งดเผาอ้อยเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ในครั้งนี้ ได้กำหนดให้พื้นที่ จ.ขอนแก่น เป็นพื้นที่นำร่องในการแก้ไขปัญหาและงดเผาอ้อยไปยังพื้นที่ต่างๆและเชื่อว่า การแก้ไขปัญหาด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายนับจากนี้ การเผาอ้อยจะหมดไปภายในเวลา 3 ปีนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.อุตสาหกรรม กล่าวต่ออีกว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะไม่ให้มีการเผาอ้อยส่งเข้าโรงงาน โดยตั้งเป้าไว้ 3 ปีจะต้องทำให้สำเร็จ ทั้งนี้ได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งสามารถลดจำนวนอ้อยที่ถูกไฟเผาลงได้จาก 60 % เหลือเพียง 30 % เท่านั้น อย่างไรก็ตามสำหรับแนวทางที่รัฐบาลจะนำมาดำเนินการ เพื่อลดการเผาไร่อ้อยของเกษตรกรนั้น จะต้องสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรคือ หากชาวไร่อ้อยส่งอ้อยที่ถูกไฟไหม้เข้าโรงงาน ก็จะถูกหักเงิน 30 บาทต่อตัน แล้วเอาเงินส่วนนี้ไปเพิ่มเป็นสวัสดิการให้กับชาวไร่อ้อยที่ไม่ทำการเผาไร่อ้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรการดังกล่าวนี้เป็นมาตรการระยะสั้นเฉพาะหน้า ส่วนมาตรการระยะยาวนั้น รัฐบาลจะจัดหาเครื่องจักรกลที่ใช้ในการตัดอ้อยไปให้กับเกษตรกร ด้วยวิธีการให้ชาวไร่รวมกลุ่มกันจัดซื้อรถตัดอ้อยเอง โดยภาครัฐจะหาเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำโดยผ่านทาง ธกส.ไปให้กลุ่มเกษตรกรกู้ยืมเงิน&amp;nbsp;พร้อมแนะนำให้ชาวไร่อ้อยทำแปลงปลูกอ้อยขนาดใหญ่ ปลูกอ้อยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เครื่องจักรกลสามารถเข้าไปทำการตัดอ้อยได้อย่างสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน โรงงานต้องจัดคิวพิเศษให้กับชาวไร่อ้อยที่นำอ้อยสดไปขายให้กับทางโรงงาน โดยให้จัดคิวขายให้ก่อนอ้อยที่ถูกไฟเผา โดยเฉพาะอ้อยที่มีความสดหากตัดจากไร่แล้วนำมาขายเข้าโรงงานเลยไม่เกิน 10 ชม. ก็จะได้ทั้งค่าความหวาน ได้ทั้งน้ำหนักดี ส่วนอ้อยที่ถูกไฟไหม้ค่าน้ำตาลก็จะลดลง และถ้าทิ้งไว้นานๆ กว่าจะได้ขาย น้ำหนักก็ยิ่งลดลงไปอีก นอกจากนี้ค่าความสมบูรณ์ของดินที่มีการเผาไร่อ้อยก็จะลดความอุดมสมบูรณ์ลง หากคิดเป็นค่าของเงินก็จะเสียไป 300 บาทต่อไร่ ซึ่งเป็นต้นทุนที่ไม่สามารถมองเห็น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรชาวไร่อ้อยมีการทำข้อตกลงงดเผาอ้อยมาแล้ว ก็ยังคงมีการเผาอ้อยอยู่ ซึ่งการเผาอ้อยนั้น ไม่ใช่ว่าเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยจะลงมือเผาอ้อยตัวเอง เพื่อให้ง่ายต่อการตัดอ้อย และมีแรงงานมาตัดอ้อยให้ แต่ในความเป็นจริงและปัจจัยหลายอย่างทำให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้อ้อย ซึ่งในเรื่องนี้ภายใน 3 ปีนี้จะต้องดำเนินการให้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30898</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุตสาหกรรม, จังหวัดขอนแก่น, นายสมชาย หาญหิรัญ, นโยบายแก้ปัญหาฝุ่นละออง, ฝุ่น PM 2.5, รณรงค์งดเผาอ้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190309/image_big_5c83a4e48851e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; สั่งเร่งประชุมกก.สิ่งแวดล้อมฯหามาตรการแก้วิกฤติฝุ่น ส่งทหารควบคุมพื้นที่ปล่อยมลภาวะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.62 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กห. ได้สั่งให้ทุกส่วนราชการประสานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งเตรียมข้อมูลรอบด้าน เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้ง ขอให้ศึกษาแนวคิดความเป็นไปได้ในการหมุนเวียนการปฏิบัติงานจากบ้านพัก การลดใช้ยานพาหนะ เป็นต้น เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งระยะสั้นและระยะยาวอย่างยั่งยืน เสนอ ครม.เป็นการเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้กำชับขอให้ทุกส่วนราชการ โดยเฉพาะกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ และฝ่ายปกครองระดับจังหวัดและตำรวจ เร่งทำหน้าที่ในความรับผิดชอบ ทั้งการขอความร่วมมือและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เข้าควบคุมพื้นที่หรือแหล่งกำเนิดมลภาวะโดยตรง ทั้งจากโรงงานอุตสาหกรรม การเผาในที่โล่งแจ้ง หรือรถยนต์ควันดำ เป็นต้น พร้อมทั้งสั่งการให้กองทัพจัดกำลังพลเข้าไปสนับสนุนการทำหน้าที่ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมและการเผาในที่โล่งที่ก่อให้เกิดมลภาวะในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ประกาศควบคุม ทั้งนี้ขอให้กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่ไปตรวจและให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ประชาชน โดยเฉพาะคนชราและเด็กควบคู่กันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ทุกส่วนราชการโดยเฉพาะกทม. ประสานการทำงานกับภาคเอกชนและภาคประชาชน ร่วมสร้างสำนึกและความตระหนักรู้ต่อส่วนรวม เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมรับผิดชอบในกิจกรรมต่างๆที่สามารถดำเนินการร่วมกันมากขึ้น เช่น การลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดควันและฝุ่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ควบคุมและเขตก่อสร้าง &amp;nbsp;รวมทั้งการล้างถนนและใบไม้จากต้นไม้ริมถนนและสวนสาธารณะ ซึ่งขอให้หน่วยทหารพัฒนาสนับสนุนการทำงานร่วมกับ กทม.ต่อเนื่องกันไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&amp;nbsp;(กอ.รมน.) เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. ได้มีบัญชาให้ กอ.รมน.เข้าสำรวจและตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย โดยมอบให้ กอ.รมน.จังหวัด เตรียมการและจัดชุดตรวจร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด, สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นต้น ทั้งนี้จะเพ่งเล็งโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงในการปล่อยมลพิษ อาทิ โรงงานที่ใช้ถ่านหิน น้ำมันเตาและฟืนเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงโรงงานที่มีการใช้ระบบหล่อเย็น และโรงงานหลอมโลหะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ (31 ม.ค.62) เวลา 13.30 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 ได้จัดการประชุมเพื่อหารือร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหาข้อมูลและพื้นที่เป้าหมายในการลงพื้นที่ เพื่อแจ้งเตือนหน่วยขึ้นตรงในส่วนภูมิภาค จัดชุดตรวจร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัด ตามโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆทั่วประเทศ โดยเริ่มในวันที่ 1 ก.พ.62 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27961</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายแก้ปัญหาฝุ่นละออง, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มาตรการแก้ปัญหาฝุ่น, โฆษกกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c527225b4d4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูมิใจไทยผุดนโยบายเรียน-ทำงาน 4 วันลดปัญหาฝุ่นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 -&amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงแนวทางจัดการ ปัญหาฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5 กำลังทำลายสุขภาพของประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัญหาฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5 กำลังทำลายสุขภาพของประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร อย่างเท่าเทียมกัน อันตรายที่รายล้อมตัวของเราในวันนี้ เกิดจาก 1. สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และ 2. การกระทำของมนุษย์เอง ทั้งนี้ ข้อ1 อาจจะควบคุมยาก แต่ ข้อ2 เราควบคุม ป้องกัน และ ลดปริมาณฝุ่นPM2.5 ได้ ด้วยการลดการใช้รถยนต์ ลดปริมาณการจราจรทุกชนิดในกรุงเทพมหานคร ลงให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สาเหตุหลักของฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5 คือ ควันพิษที่ปล่อยออกจากมาท่อไอเสีย ที่เกิดจากการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง ของยานพาหนะที่ขับเคลื่อนอยู่ในกรุงเทพมหานครนี้เอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลายวันมานี้ โรงเรียนหลายแห่ง หามาตรการป้องกันเด็กนักเรียน พ้นจากฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5 ตั้งแต่งดกิจกรรมกลางแจ้ง ไปจนถึงปิดโรงเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก็เป็นมาตรการเฉพาะหน้า เป็นการแก้ปัญหาผลกระทบ เป็นวันๆ ไป แต่ไม่สามารถลดปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5 ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นนโยบาย &amp;ldquo;กรุงเทพ สะดวก สบาย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นแนวทางแก้ปัญหาการจราจร และ ปัญหามลภาวะในอากาศ อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วย 2 แนวทางดังนี้ คือ1. ไปโรงเรียน สัปดาห์ละ 4 วัน อีก 1 วัน เรียนระบบออนไลน์ที่บ้านเพื่อลดการเดินทางของนักเรียน นักศึกษา 2 ล้านคน ในกรุงเทพมหานคร โดยนำระบบการเรียนการสอนออนไลน์ มาใช้แทนการเรียนการสอน ที่โรงเรียน หรือสถานศึกษาปัจจุบันนี้ มีเทคโนโลยีการเรียนการสอนระบบออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ผู้เรียนสามารถเรียนทางออนไลน์ ได้ นักเรียน นักศึกษา จึงสามารถเรียนด้วยระบบออนไลน์ที่บ้าน หรือที่พักอาศัย ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ไปทำงานที่ออฟฟิศ สัปดาห์ละ 4 วัน อีก 1 วันทำงานระบบออนไลน์ ที่บ้าน เพื่อลดการเดินทางของคนทำงาน มากกว่า 5 ล้านคน ทั้งคนในกรุงเทพ มหานคร เอง และคนจากปริมณฑล หรือคนต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยนำเทคโนโลยีระบบดิจิทัล และระบบออนไลน์ มาใช้ในการทำงานบางตำแหน่ง บางลักษณะงาน ที่สามารถทำงานที่บ้าน หรือ ที่พักอาศัย ได้ ไม่ต้องเดินทางมาทำงานที่สำนักงาน ได้ โดยคุณภาพงาน และประสิทธิภาพการทำงานไม่ลดลง เช่น งานออกแบบ งานระบบบัญชี งานระบบเอกสาร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคภูมิใจไทย นำเสนอให้ใช้มาตรการนี้ กับหน่วยงานของรัฐ ที่มีที่ตั้งสำนักงานในกรุงเทพมหานคร ทุกหน่วยงาน และ สนับสนุน รณรงค์ ให้ภาคเอกชนที่มีความพร้อม เข้าร่วมด้วย&amp;nbsp;การที่ นักเรียน นักศึกษา 2 ล้านคน ลดวันเดินทางไปเรียนที่สถานศึกษา 1 วัน จะลดปริมาณการจราจร และลดการสร้างมลภาวะในอากาศ ลงได้ 20 %&amp;nbsp;การที่ คนทำงาน 5 ล้านคน ลดวันเดินทางไปทำงานที่สำนักงาน 1 วัน จะลดปริมาณการจราจร และ ลดการสร้างมลภาวะในอากาศ ลงได้ 20 %&amp;nbsp;ด้วยแนวทาง 2 ข้อนี้ ที่อยู่ในนโยบาย กรุงเทพ สะดวก สบาย ซึ่งมีเป้าหมายลดการเดินทาง ลดปริมาณการจราจร ลดการใช้ยานพาหนะในกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;จะเป็นการลดปริมาณการก่อมลภาวะทางอากาศ ฝุ่นPM2.5 ที่เป็นอันตรายต่อประชนในกรุงเทพมหานคร ระยะยาว อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นายอนุทิน กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27849</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายพรรคภูมิใจไทย, นโยบายแก้ปัญหาฝุ่นละออง, ฝุ่นพิษ, อนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5118f085075.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
