<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 22:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ตบหน้าพรรคฝ่ายปชต.พูดแต่เรื่องสืบทอดอำนาจไม่เคยพูดถึงปัญหาปากท้องประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.62- แกนนำพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นำโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน, นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อช่วยนายบุญจง วงศ์ไรรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต9 หมายเลข 12 หาเสียงในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเย็นแกนนำพรรค ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยที่โรงเรียนบ้านหนองตะไก้ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าฟังการปราศรัยแน่นพื้นที่จัดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะ ปราศรัยตอนหนึ่งถึงนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐว่าจะทำให้ประชาชนหากได้รับเลือกเป็นรัฐบาล ได้แก่&amp;nbsp; แก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน จากการกู้เงินในกองทุนหมู่บ้าน ด้วยนโยบายพักหนี้ดอกเบี้ยกองทุนหมู่บ้าน เวลา&amp;nbsp; 4 ปี และระหว่างพักหนี้ รัฐบาลจะจ่ายดอกเบี้ยแทนประชาชน ทั้งนี้ช่วงทำโครงการพักหนี้ ขุนพลเศรษฐกิจของพรรคจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น และจะยกเลิกหนี้ให้ประชาชนในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากพรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นรัฐบาล จะมีกองทุนกองทุนพลังประชารัฐ หมู่บ้านละ 2 ล้านบาท แทนกองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนกู้เงินส่งลูกหลานเรียนต่อ และค้าขายเล็กๆ น้อยๆในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะ กล่าวว่าสำหรับนโยบายเพื่อช่วยเหลือเกษตกร ผ่านการันตีราคา เช่น มันสำปะหลัง ราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 3 บาท ขณะที่การยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านการจ้างงานในพื้นที่ พรรคเตรียมตั้งโรงงานในพื้นที่อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เพื่อสร้างงานให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พปชร. กล่าวด้วยว่าขณะที่โครงการบัตรประชารัฐจะทำต่อเนื่อง แม้มีเสียงท้วงติง แต่ตนไม่สนใจ หากพรรคพลังประชารัฐเข้ามาเป็นรัฐบาลจะเติมเงินคนที่ถือบัตรประชารัฐให้แน่นอน ขณะที่ผู้ที่ยังไม่ได้บัตรจะพิจารณาให้เพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนั้นนโยบายมารดาประชารัฐยืนยันทำได้แน่นอน โดยผู้มีบุตร&amp;nbsp; 1 คนจะได้รับเงินรายเดือนตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ จนคลอด รวมแล้วเป็นเงิน 1.8 แสนบาทต่อบุตร 1 คน หากท้องลูกแฝดจะได้รับเงินอุดหนุนเป็น 2เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายอนุชา ขึ้นปราศรัยว่าตนรู้ถึงหัวใจของประชาชนส่วนใหญ่ และ ชาวนาของประเทศที่ลำบาก เพราะเป็นหนี้&amp;nbsp; ไม่ว่าผ่านมากี่รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทุกวันนี้มีแต่คนพูดถึงการสืบทอดอำนาจ แต่ไม่เคยพูดถึงความกินดี อยู่ดี และการปลดหนี้ให้ประชาชน ทั้งที่เงินบาทแรกที่หมุนเวียนและเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจในประเทศ คือ เงินของเกษตรกร ดังนั้นสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐตกผลึกเพื่อช่วยแก้ปัญหา คือ เริ่มจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้ ต่อจากนั้นคือ การการันตีราคาพืชผล และเติมเงินให้เกษตรกร โดยราคาอ้อยต้องไม่ต่ำกว่า 1,200 บาท และ ราคายาง ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 65 บาท, การันตีราคาข้าว 2,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20ไร่ ขณะที่การปลูกข้าว จะเติมเงินให้ 1,500 บาทต่อไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พวกเราตั้งใจ และสู้ตาย เพื่อทำงานให้ประชาชนทั้งประเทศหายจากความยากจน เราจะไม่เข้าสู่การเมืองเพื่อแสวงหาอำนาจ หรือสร้างความขัดแย้งแตกแยกทางการเมือง พรรคพลังประชารัฐมีคนเก่งที่อาสาทำงานเพื่อประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร คือ ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์&amp;nbsp; ซึ่งท่านบุญจงเป็นผู้มีจิตใจดี และทำงานเพื่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง&amp;rdquo; นายอนุชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบุญจง ปราศรัยตอนหนึ่งว่า เมื่อประชาชนเข้าคูหา กาหมายเลข12 เพื่อได้ตนเป็นคนรับใช้และทำงานให้ประชาชน และพรรคพลังประชารัฐที่ใส่ใจแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เป็นรัฐบาล รวมถึงได้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับสิ่งที่ประชาชนจะได้หลังจากเลือกผมเป็น ส.ส. และพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล คือ ดูแลตั้งแต่อยู่ในท้องจนคลอด ผ่านนโยบายมารดาประชารัฐ ขณะที่เกษตรกรที่ปลูกทั้งยาง ข้าว มันสำปะหลัง จะได้รับการดูแล โดยเกษตรกร จะมีเงินในกระเป๋า 8 หมื่นบาท หากพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล 4 ปี ขณะที่คนหนองตะไก้ ที่ถือครองที่ดิน แบบ สปก. จะเปลี่ยนให้เป็น สปก.4.0 เพื่อสามารถให้ประชาชนนำโฉนดที่ดินไปต่อยอด เช่น กู้เงิน เป็นต้น ขณะที่นโยบายผู้สูงอายุ จะเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุตามขั้นบันได และเบี้ยยังชีพจะเพิ่มให้คนละ 1,000 บาท&amp;rdquo; นายบุญจงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญจง กล่าวด้วยว่าในส่วนของบัตรประชารัฐนั้นพรรคพลังประชารัฐจะเดินหน้าต่อ ผ่าน 3 แนวทาง คือ 1.เมื่อเป็นรัฐบาลต่ออายุบัตรทุกปี ตามอายุของรัฐบาล คือ&amp;nbsp; 4 ปี , 2.เติมเงินบัตรประชารัฐ จำนวน 1,000 บาท และ 3. สำรวจและให้บัตรประชารัฐกับประชาชนที่ตกหล่น ครอบคลุม กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ เด็ก ผู้ใช้แรงงาน ผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ ทั้งนี้ผมยืนยันว่าทุกนโยบายของพรรคพลังประชารัฐทำได้จริงทันที เมื่อพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล โดยพรรคมีความพร้อมจะเป็นรัฐบาลแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30781</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ, บัตรประชารัฐ, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, อนุชา นาคาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c81337a66801.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
