<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อนุสรณ์&#039;เสนอนโยบายแรงงานในวิกฤติเลิกจ้าง-เศรษฐกิจหดตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.63-นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย การกำหนดอัตราเงินสมทบ และ การพัฒนาสิทธิประโยชน์ สำนักงานประกันสังคม บรรยายในหัวข้อ &amp;ldquo;การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการจ้างงานหลังโควิด&amp;rdquo; ระหว่างร่วมงานเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มผู้นำแรงงาน จัดโดยมูลนิธิฟรีดดริด เอแบร์ท (Fridrich Ebert Stiftung) ร่วมกับภาคีสังคมแรงงานระบุว่า สถานการณ์เศรษฐกิจที่หดตัวอย่างรุนแรงทั้งภายในประเทศและต่างประเทศทำให้เกิดสถานการณ์ทะยอยเลิกจ้างอย่างต่อเนื่องในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ โดยธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกิจการต่อเนื่อง ธุรกิจสายการบิน ธุรกิจสื่อสารมวลชน ธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ ธุรกิจชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ ธุรกิจบันเทิงและจัดงาน Event ต่างๆ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการเงิน กิจการอุดมศึกษาเอกชน เป็นต้น &amp;nbsp;คาดว่าอัตราการว่างงานอาจขึ้นแตะระดับ 10% (คิดเป็นประมาณ 3.81 ล้านคน) ของกำลังแรงงานและอาจทำให้มีคนว่างงานหรือทำงานไม่เต็มเวลา ว่างงานแฝงและทำงานต่ำระดับเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 ล้านคน ขบวนการแรงงานต้องมีความเป็นเอกภาพและเข้มแข็งเพื่อช่วงบรรเทาความลำบากทุกข์ยากของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน และ ควรมีส่วนร่วมในการเข้าไปมีบทบาทในใช้งบประมาณเงินกู้สี่แสนล้านบาทเพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนที่ถูกเลิกจ้างและดำเนินโครงการ Reskill/Upskill เพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มผลิตภาพของแรงงานไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ไม่สะท้อนมายังตัวเลขการว่างงานในไตรมาสแรกแต่จะสะท้อนชัดเจนมากขึ้นในตัวเลขไตรมาสสองและครึ่งปีหลัง การประเมินตัวเลขของทางการที่มองว่าอัตราการว่างงานจะขึ้นไปแตะระดับ 4% และอาจมีคนว่างงานไม่เกิน 2 ล้านคนน่าจะเป็นการมองโลกในแง่บวกเกินไปและประเมินว่าเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นอย่างชัดเจนหลังคลายล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานในระดับ 4% ก็ถือว่าเป็นอัตราการว่างงานสูงสุดในรอบ 23 ปีใกล้เคียงกับวิกฤตการณ์เศรษฐกิจการเงินปี 2541 ซึ่งมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลต้องรีบดำเนินการเพื่อให้เกิดความหนืดในการเลิกจ้างด้วยการแก้กฎหมายให้มีการจ่ายเงินชดเชยเพิ่มขึ้นอีกในกรณีที่มีการเลิกจ้าง และ ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อจูงใจให้บรรษัทข้ามชาติยังคงจ้างงานและขยายกิจการในไทย ไม่โยกย้ายฐานการผลิต&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่า แม้ว่าปัจจุบันมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมทำให้สถานการณ์การจ้างงานกระเตื้องขึ้นเพียงเล็กน้อย และแรงงานบางกลุ่มจะยังไม่สามารถกลับไปมีรายได้เช่นเดิม โดยเฉพาะ แรงงานในภาคการท่องเที่ยว แรงงานในอุตสาหกรรมส่งออกเนื่องจากอุปสงค์ในต่างประเทศลดลง และการท่องเที่ยวยังเชื่อมโยงกับมาตรการของต่างประเทศด้วย เช่น มาตรการการกักตัว มาตรการยกเลิกเส้นทางการบิน เป็นต้น การเร่งรัดใช้งบประมาณเงินกู้สี่แสนล้านบาทเพื่อทำให้เกิดการจ้างงานขนาดใหญ่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม จะมีแรงงานจบใหม่เข้าสู่ตลาดประมาณ 5.2 แสนคน ซึ่งประมาณ 60% ไม่น่าจะมีตำแหน่งงานรองรับ แรงงานจำนวนมากจำเป็นต้องมีปรับทักษะเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจ มาตรการชดเชยรายได้เป็นระยะเวลาสามเดือนให้กับแรงงานอิสระที่ได้รับผลกระทบจากการ Lockdown ก็จะสิ้นสุดลงในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ และคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ยังคงไม่มีรายได้ไม่มีงานทำ รัฐบาลต้องมีมาตรการรองรับเพิ่มเติมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนประเด็นเรื่องมาตรฐานแรงงานนั้น มาตรฐานแรงงานไทยและอาเซียนเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานแรงงานโลก กระทรวงแรงงานได้ประกาศมาตรฐานแรงงานไทยเมื่อ 27 มิ.ย. 2546 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อให้สถานประกอบการทุกประเภท ทุกขนาด นำไปปฏิบัติต่อแรงงานในสถานประกอบการด้วยความสมัครใจ การดำเนินธุรกิจและดำเนินการผลิตต้องมีความรับผิดชอบทางสังคมที่ครอบคลุมสิทธิมนุษยชน (รวมสิทธิแรงงานด้วย) สภาพการจ้างและสภาพการทำงาน รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานต้องทบทวนข้อกำหนดแห่งมาตรฐานแรงงานในช่วงนี้เนื่องจากมีสถานการณ์เลิกจ้างรุนแรงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อลูกจ้างและทำให้เกิดระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ดี มาตรฐานนี้ครอบคลุมไปยังผู้รับเหมาช่วงและการจ้างงานแบบไม่เป็นมาตรฐานด้วย สถานประกอบกิจการต้องให้ลูกจ้างได้รับข้อมูลเกี่ยวกับค่าจ้าง และค่าตอบแทนการทำงานที่ได้รับทั้งหมดในแต่ละงวด เป็นลายลักษณ์อักษร และสามารถเข้าใจรายละเอียดส่วนประกอบต่างๆได้ สถานประกอบกิจการต้องไม่หักค่าจ้าง ค่าตอบแทนการทำงาน หรือเงินอื่นที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานกำหนดให้จ่ายแก่ลูกจ้างไม่ว่ากรณีใด เว้นแต่กฎหมายยกเว้นไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรฐานแรงงานไม่สามารถครอบคลุมแรงงานจำนวนไม่น้อยที่อยู่นอกระบบ สถานประกอบกิจการต้องไม่กระทำ หรือสนับสนุนให้มีการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การจ่ายค่าจ้าง และค่าตอบแทนการทำงาน การให้สวัสดิการ โอกาสได้รับการฝึกอบรม และพัฒนา การพิจาณาเลื่อนขั้น หรือตำแหน่งหน้าที่ การเลิกจ้าง หรือเกษียณอายุการทำงานและอื่นๆ อันเนื่องมาจากเหตุเพราะความแตกต่างในเรื่องของสัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา อายุ เพศ สถานภาพสมรส ทัศนคติส่วนตัวในเรื่องเพศ ความพิการ การติดเชื้อเอชไอวี การเป็นผู้ป่วยเอดส์ การเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน การเป็นกรรมการลูกจ้าง ความนิยมในพรรคการเมือง หรือแนวความคิดส่วนบุคคลอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ นายจ้างได้ถือโอกาสช่วงวิกฤติเศรษฐกิจกลั่นแกล้งเลิกจ้างลูกจ้างอย่างเลือกปฏิบัติ ซึ่งทำให้ความขัดแย้งรุนแรงในสังคมเพิ่มขึ้น สถานประกอบกิจการต้องไม่ขัดขวาง แทรกแซง หรือกระทำการใดๆ ที่จะเป็นผลกระทบต่อการใช้สิทธิของลูกจ้างที่ไม่มีผลเสียหายต่อกิจการ ในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ ประเพณีเชื้อชาติ ศาสนา เพศ ความพิการการเป็นกรรมกรลูกจ้าง การเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน หรือพรรคการเมือง และการแสดงออกตามทัศนคติส่วนบุคคลอื่นๆ สถานประกอบกิจการต้องไม่ลงโทษทางวินัย โดยการหัก หรือลดค่าจ้าง และค่าตอบแทนการทำงาน หรือเงินอื่นที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานกำหนดให้จ่ายให้แก่ลูกจ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์กล่าวว่า สถานประกอบกิจการต้องไม่กระทำ หรือการสนับสนุนให้ใช้วิธีการลงโทษทางร่างกาย ทางจิตใจ หรือกระทำการบังคับขู่เข็ญ ทำร้ายลูกจ้าง สถานประกอบกิจการต้องมีมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหา เพื่อมิให้ลูกจ้างถูกล่วงเกิน คุกคาม หรือได้รับความเดือดร้อนรำคาญทางเพศ โดยการแสดงออกด้วยคำพูด ท่าทาง การสัมผัสทางกาย หรือด้วยวิธีการอื่นใด สถานประกอบกิจการต้องเคารพสิทธิลูกจ้างในการรวมตัวจัดตั้งและร่วมเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน หรือคณะกรรมการอื่นๆ ในสถานประกอบกิจการ อีกทั้งยอมรับการร่วมเจรจาต่อรอง การคัดเลือก หรือเลือกตั้งผู้แทน โดยไม่ระทำการใดๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อขัดขวาง หรือแทรกแซงการใช้สิทธิของลูกจ้าง สถานประกอบกิจการต้องมีมาตรการที่จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้แทนลูกจ้างในการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ และต้องปฏิบัติต่อผู้แทนลูกจ้างโดยเท่าเทียมกับลูกจ้างอื่นๆ โดยไม่กลั่นแกล้ง โยกย้าย เลิกจ้าง หรือกระทำการใดๆที่ไม่เป็นธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สถานประกอบกิจการต้องกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ครอบคลุมประเภทงาน หรือลักษณะงานที่มีแนวโน้มอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของลูกจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้อง และมีการควบคุม ป้องกันให้เป็นไปตามกฎหมาย และมาตรฐานความปลอดภัยในทุกสภาพแวดล้อมในการทำงาน สถานประกอบกิจการต้องจัดให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตราย และลดปัจจัยเสี่ยงให้เป็นไปตามกฎหมาย และมาตรฐานความปลอดภัย ขณะนี้หลายกิจการ หลายธุรกิจอุตสาหกรรมลดมาตรฐานแรงงานลงมาเพื่อลดต้นทุน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวอาจเป็นเงื่อนไขต่อการเพิ่มการกีดกันทางการค้าอันนำมาสู่ผลกระทบต่อกิจการและประเทศชาติโดยรวมในที่สุด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69941</URL_LINK>
                <HASHTAG>นโยบายแรงงาน, วิกฤติเลิกจ้าง, อนุสรณ์ ธรรมใจ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc0266adb57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตบหน้าอนาคตใหม่!ซัมมิท โอโตซิท อินดัสตรี เลิกจ้างรองประธานสหภาพฯอ้างขาดทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย. -เพจเฟซบุ๊ก พิราบแรงงาน แจ้งว่า บริษัทซัมมิท โอโตซิท อินดัสตรี จำกัด ส่งหนังสือประกาศเลิกจ้างถึงนายพนม เพ็ญสุข รองประธานสหภาพแรงงานซัมมิท โอโตซิท อินดัสตรี (SAS) โดยให้เหตุผลว่า มาจากการปรับลดขนาดขององค์กรลงให้มีความเหมาะสมกับสภาพธุรกิจในปัจจุบันที่ประสบภาวะขาดทุน และหรือ นายพนม ไม่มีการงานที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผลการประเมินพบว่า งานของนายพนมอยู่ในข่ายที่ต้องพิจารณา บริษัทฯ จึงขอใช้สิทธิตามข้อตกลงในสัญญาจ้าง ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและตามกฎหมายแรงงานเรื่องการเลิกจ้าง โดยให้มีผลตั้งแต่ 11เม.ย.2561 เป็นต้นไป นอกจากนี้ในหนังสือของบริษัทฯ ดังกล่าวยังระบุด้วยว่า เรื่องการเลิกจ้างนี้ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาเลิกจ้างของบริษัทฯ ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ตัวแทนฝ่ายสหภาพแรงงาน และกรรมการกลาง แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายพนม เพ็ญสุข นอกจากเป็นรองประธานสหภาพแรงงานSAS แล้ว ยังมีบทบาทในฐานะรองเลขาธิการสภาองค์กรลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย และกรรมการสหพันธ์แรงงานโตโยต้าทำงานขับเคลื่อนประเด็นแรงงาน ทำงานมวลชนในองค์กรแรงงานทั้งภายนอกและภายใน เป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องแรงงานในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไม่เคยขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ สภาองค์กรลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย แจ้งว่า ในสัปดาห์หน้า คณะกรรมการ สภาฯยานยนต์แห่งประเทศไทย จะมีการนัดประชุมถึงกรณีดังกล่าว เนื่องจากการข่าวการเลิกจ้างพนมเป็นที่สนใจในกลุ่มสหภาพแรงงานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์เป็นจำนวนมาก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากประวัติการเติบโตของ กลุ่มซัมมิท ปีพ.ศ. 2515 &amp;nbsp;ก่อตั้งกลุ่มบริษัทซัมมิท โดยมีหุ้นส่วนเป็นคนไทยทั้งหมด &amp;nbsp;ภายใต้ชื่อ ซัมมิท โอโตซีท อินดัสตรี กิจการเริ่มแรกของบริษัท คือ การผลิตเบาะสำหรับมอเตอร์ไซต์ และชิ้นส่วนภายในรถยนต์ ถือเป็นก้าวแรกของกลุ่มบริษัทซัมมิท ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี &amp;nbsp;2515 เป็นช่วงยุคทองของ &amp;ldquo;สามมิตร&amp;rdquo; ที่โตอย่างก้าวกระโดดจากนโยบายรัฐบาลที่บังคับให้ต้องใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศในอัตรา 25% สำหรับรถจักรยานยนต์ และอัตรา 20% สำหรับรถยนต์ที่ประกอบภายในประเทศ ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บริษัทเล็กๆ ที่ซ่อมเบาะรถจักรยานยนต์และรถยนต์ มีงานเข้ามาจำนวนมากจนผันตัวเป็นผู้ผลิต OEM ให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ โดยมียามาฮ่าเป็นผู้ว่าจ้างรายแรก จากห้องสี่คูหา ก็ขยายเป็นที่ดินและโรงงานขนาดย่อม แล้วเติบโตเป็นโรงงานขนาดใหญ่ขนาด 50 ไร่ที่บางนา-ตราด
&amp;nbsp;
ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช้มีเฉพาะธุรกิจของครอบครัวเท่านั้น ตัวเถ้าแก่อย่าง &amp;ldquo;จึง ฮังตง&amp;rdquo; และน้องชายคนรอง &amp;quot;จึง ฮั้งฮ้อ&amp;quot; ก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองเช่นกัน โดยมีการเปลี่ยนชื่อสกุลจีนเป็นไทย คือ สรรเสริญ จุฬางกูร และ พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เหตุผลที่พี่ใหญ่ สรรเสริญ ใช้นามสกุล &amp;ldquo;จุฬางกูร&amp;rdquo; ไม่ใช้นามสกุล &amp;ldquo;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; เหมือนพี่น้องคนอื่นเพราะ หนึ่งเป็นคนต่างด้าวไม่ได้เกิดที่ประเทศไทย และ สองอยากสร้างความแตกต่างเป็นตัวของตัวเอง
&amp;nbsp;
น้องรอง พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ ได้แยกไปทำธุรกิจของตัวเองตอนปี พ.ศ. 2520 เป็น บริษัท ซัมมิทโอโตพาร์ท อินดัสตรี เน้นด้านเบาะและชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีอนาคตดีมาก ส่วนสรรเสริญ ดูแล บริษัท ซัมมิทโอโตซีท อินดัสตรี เน้นเบาะและชิ้นส่วนรถยนต์ ต่างคนต่างแยกการบริหารชัดเจน ภายหลังกลุ่มของ พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ จะเพิ่มคำว่า &amp;ldquo;ไทย&amp;rdquo; ไปในชื่อเช่น ไทยซัมมิทโอโตพาร์ท ไทยชนาธรอุตสาหกรรม ไทยฮาร์เนส ไทยซัมมิทเอนจิเนียริ่งและไทยซัมมิทพีเค ส่วนของ สรรเสริญ จุฬางกูร ยังคงใช้คำขึ้นต้นว่า &amp;quot;ซัมมิท&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Sustarum Thammaboosadee สรุปประเด็นที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;live คู่กับปีกแรงงานของพรรคและพูดถึงแนวทางด้านการพัฒนาสวัสดิการของพรรคแม้จะไม่ได้พูดนโยบายโดยตรงแต่สามารถตีความว่า เขาและพรรคจะสนับสนุนประเด็นแรงงานที่น่าสนใจดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พรรคจะเสนอว่ารัฐมนตรีแรงงานจะเป็นผู้ใช้แรงงานเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สนับสนุนการรวมตัวของสหภาพแรงงาน และไม่กีดกันแรงงานข้ามชาติ ในลักษณะสามัคคีกรรมกรข้ามเชื้อชาติ (ก่อนหน้านี้เขาแสดงจุดยืนที่เป็นมิตรกับผู้อพยพด้านมนุษยธรรมเช่นกัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.แม้ไม่ได้พูดโดยตรง แต่ธนาธรระบุว่าถ้ารัฐบาลประกาศค่าจ้างขั้นต่ำ &amp;#39; 450บาท/วัน&amp;#39; ก็เป็นไปได้ทุกบริษัทที่ต้องปรับตัว เพื่อให้ชีวิตของผู้ใช้แรงงานดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ชีวิตคนผูกติดกับที่ทำงานมากกว่าชุมชนโดยกำเนิด สิ่งจำเป็นคือการให้ผู้ใช้แรงงานเลือกตั้งตามสถานประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.หนี้สินของผู้ใช้แรงงานด้านหนึ่งเกิดจากลูก ที่ต้องรับภาระสูงมาก เขาได้ย้ำข้อเสนอ เงินเลี้ยงดูเด็กเดือนละ 1500/เดือน -จะทำให้เด็กไม่ถูกกักขังบนความโชคร้ายที่เกิดมายากจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.การเสนอ แนวคิด Negative Income Tax -เงินคืนภาษีคนรายได้น้อยกว่า 100,000/ปี ได้รับเงินคืนภาษีทันทีเพื่อให้สามารถก้าวพ้นความยากจนได้ สิ่งนี้จะช่วยแรงงานนอกระบบได้ส่วนหนึ่ง และทำให้คนเข้าระบบภาษีเยอะขึ้นง่ายต่อการจัดสวัสดิการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.เสนอที่รับเลี้ยงเด็กในย่านอุตสาหกรรม(และพื้นที่อื่นๆ) ที่ ฟรี และดี เพื่อให้แม่ไม่ต้องออกจากงานมาเลี้ยงลูกและพลาดโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญคือการย้ำเรื่อง social mobility ทุกคนต้องไม่ถูกขังด้วยความโชคร้ายโดยชาติกำเนิด และมีชะตาชีวิตของตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราอาจไม่สามารถบอกได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่คงบอกได้ว่าหากประเมินแนวนโยบายตามนี้ นับเป็นทิศทางที่ดีในการพัฒนาสู่พรรคที่เน้นประโยชน์คนส่วนใหญ่ ที่อาจพัฒนาสู่ลักษณะพรรค Labour ภายใต้เจเรมี คอร์บินของอังกฤษในอนาคตก็เป็นได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามยังคงมีประเด็นค้างคาใจ ในปี 2549 พนักงานบริษัทไทยซัมมิท อีสเทิร์น ซีบอร์ด ออโต้พาร์ท อินดัสตรี จำกัด จำนวน 260 คน ถูกเลิกจ้างงานเพราะได้ไปสมัครเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานฟอร์ดและมาสด้าประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในปี 2557 &amp;nbsp;บริษัทซัมมิทมีการกดดันให้พนักงานทำงานล่วงเวลา แทนที่จะจ่ายค่าจ้างในระดับเพียงพอและรับสมัครคนงานเพิ่ม และบริษัทก็ลงโทษพนักงานที่ไม่ให้ความร่วมมือในการทำงานล่วงเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ทางบริษัทได้ออกคำสั่งให้กรรมการสหภาพ 4 คน คือ ประธาน รองประธาน กรรมการพื้นที่แหลมฉบัง และกรรมการพื้นที่ระยอง หยุดปฏิบัติงาน เพื่อหวังปลดออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุดบริษัทซัมมิท โอโตซิท อินดัสตรี จำกัด ของคนในตระกูลเดียวกัน ได้เลิกจ้างถึงนายพนม รองประธานสหภาพแรงงานซัมมิท โอโตซิท อินดัสตรี (SAS) อ้างว่า มาจากการปรับลดขนาดขององค์กรลงให้มีความเหมาะสมกับสภาพธุรกิจในปัจจุบันที่ประสบภาวะขาดทุน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6927</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดทุน, ค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นโยบายแรงงาน, บริษัทซัมมิท โอโตซิท อินดัสตรี จำกัด, พิราบแรงงาน, รองประธานสหภาพ, อนาคตใหม่, เลิกจ้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdbeb66e5ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
