<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่ากลัวกว่า...ไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางกระแสข่าว เชื้อไวรัสโคโรนา (Coronavirus) &amp;nbsp;ระบาดอย่างหนักในประเทศจีน และเริ่มพบผู้ป่วยในประเทศอื่นๆ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก จนกล่าวได้ว่าเกิดความโกลาหลในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่ได้ชื่อว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางไปมาหาสู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลกนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า องค์กรที่ต้องทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารอย่าง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ FAKE NEWS ข่าวลวง ข่าวมั่ว ข่าวปล่อย ไม่น้อยหน้าไปกว่าเรื่องปัญหาไวรัส &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวแชร์ปล่อยข่าวลือที่เกิดขึ้นใน อสมท ว่าด้วยประเด็นปัญหาการบริหารจัดการภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประธานบอร์ดคนใหม่ หลังจากที่เก้าอี้ว่างมานานเกือบครึ่งปี เพราะพลเอกฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข จำเป็นต้องลาออกไปทำหน้าที่วุฒิสมาชิก หรือจะเป็นเรื่องการเยียวยาคลื่น 2600 MHz&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนีไม่พ้นความเป็นแดนสนธยา!! หรือเป็นเพราะวงจรอุบาทว์หมุนกลับเข้ามาอีกแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หน่วยราชการรัฐวิสาหกิจจะเป็นด่านแรกที่นักการเมืองและท่านที่ปรึกษานักการเมืองทั้งหลายจะจับจ้องตาเป็นมัน เพราะโครงสร้างในการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจต่างๆ นั้น &amp;quot;เอื้อประโยชน์&amp;quot; และเปิดช่องให้นักการเมืองเข้าไปล้วงลูกได้โดยชอบใจ แต่ชอบธรรมหรือเปล่านั้น คงไม่ต้องถามเพราะมีคำตอบอยู่แล้วว่า ยุคใครยุคมัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บอร์ดของรัฐวิสาหกิจต่างๆ มักจะถูกเปลี่ยนหน้าถ่ายเลือดกันแทบทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีผู้กำกับรัฐวิสาหกิจนั้นๆ โดยไม่สนใจศึกษาให้ถ่องแท้เลยว่า ทุกวันนี้รัฐวิสาหกิจแบ่งเป็น 2 ประเภท นั่นคือ ประเภทที่ 1 เป็นรัฐวิสาหกิจที่สังกัด กระทรวง ทบวง กรม และให้บริการที่เป็นสาธารณะประโยชน์ สำหรับประชาชน เช่น การไฟฟ้า การประปา รถเมล์ โทรศัพท์ รถไฟ ไปรษณีย์ การยาง การท่าเรือ และประเภทที่ 2 เป็นรัฐวิสาหกิจที่ค่อนข้างเป็นอิสระ และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น ปตท., การบินไทย, ธนาคารกรุงไทย, อสมท และการท่าอากาศยาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐวิสาหกิจประเภทแรก จะมีเจ้ากระทรวง คือ รัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแลและควบคุม สามารถสั่งการและส่งข้าราชการ และหรือผู้ทรงคุณวุฒิ ของตัวเองมาเป็นบอร์ดได้ ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจต้องทำตามเจ้ากระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนรัฐวิสาหกิจประเภทที่สอง จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และผู้ถือหุ้นมหาชน เป็นเจ้าของ ในกลุ่มนี้ สำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลังเป็นเลขาคณะอนุกรรมการกลั่นกรองนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือกกรรมการบอร์ดรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะมาจากผู้ถือหุ้นที่เสนอเข้ามา แล้วเข้ากระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ เช่น director pool ของกระทรวงการคลัง และคุณสมบัติอื่นๆ ที่ไม่ผิดกฎหมาย เช่น ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือมีคดีต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวลือ ข่าวปล่อย จนกลายเป็นข่าวสร้างความปั่นป่วนใน อสมท เกี่ยวกับสถานภาพของ พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา&amp;nbsp; ประธานบอร์ดคนใหม่ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะรัฐมนตรีผู้กำกับ อสมท ยังมิได้เห็นชอบนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูเหมือน..รู้ไม่จริงแล้วหน้าอาจจะแตก!! เพราะ อสมท เป็นรัฐวิสาหกิจ ในกลุ่มประเภทที่สอง มาตั้งแต่ปี 2547 นักการเมืองหรือที่ปรึกษาคนไหนอยากจะล้วงลูกก็ควรจะต้องรู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องราวปัญหาคลื่น 2600 ที่มีเงินเยียวยาก้อนใหญ่ทำให้ตาโตเป็นไข่ห่านกันนั้น ความจริงแล้ว กสทช.เองก็ยังมิได้ฟันธงจำนวนเงิน หรือตัวเลขกลมๆ ที่สำคัญยังไม่ได้หมายความว่า การเยียวยานั้นจะทอนเป็น &amp;quot;ตัวเงิน&amp;quot; หรือไม่อย่างไร .. แต่ตื่นเต้นตื่นตัวกันเสียเหลือเกิน จนอาจจะลืมไปแล้วกระมังว่า คนที่ลุกขึ้นเรียกร้องต่อสู้ขอความเป็นธรรมในกรณีดังกล่าวนี้ คือ นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท. ณ ปัจจุบัน แต่ดูเหมือนกำลังโดนการเมืองทั้งภายในและภายนอก อสมท.จัดหนักราวกับเป็นผู้สร้างความเสียหายให้กับองค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น่าแปลก!! ยังไม่เท่ากับน่ากลัว!! ยิ่งกว่าไวรัสเสียอีก สำหรับปัญหาไม่รู้จบของแดนสนธยาที่เรียกว่า อสมท.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ปิยสาร์&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56500</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, น่ากลัวกว่าไวรัส, ปิยสาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
