<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปแอ่วน่าน ชมผ้าทอพื้นเมือง&quot;น่านเน้อเจ้า&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ซิ่นลายน้ำไหลหยดน้ำของกลุ่มสตรี ในจ.น่าน ภายใต้แบรนด์ &amp;quot;น่านเน้อเจ้า&amp;quot;
		
	


&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดน่าน หากใครได้มาเยือนก็ต้องตกหลุมรัก &amp;nbsp;อบอวลด้วยกลิ่นอาย ความเป็นเมืองเหนือเต็มขนาด &amp;nbsp;ยิ่งชาวบ้านก็น่ารัก ง อาหารอร่อยกินง่าย มีโบราณสถานเมืองเก่าสำคัญๆ &amp;nbsp;มีวัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน &amp;nbsp;ยิ่งการผ้าทอ น่านก็มีชื่อเสียงไม่น้อยหน้าไปกว่าจังหวัดอื่นๆ เมื่อเร็วๆนี้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. &amp;nbsp;พาไปเที่ยวน่าน &amp;nbsp;ผ่านเรื่องเล่าของผ้าทอพื้นเมือง ภูมิปัญญาที่ผู้หญิงเมืองน่านทุกคนสมัยก่อนต้องเรียนรู้ &amp;nbsp;และความรู้นี้สืบทอดมาจนถึงคนรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน &amp;nbsp;ด้วยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์งดงามของแต่ละท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			สินค้าจากกลุ่มส่งเสริมอาขีพบ้านเชียงราย
		
	


&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แบรนด์ &amp;ldquo;น่านเน้อเจ้า&amp;rdquo; ก็เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาที่ตกทอดกันมาหลายชั่วคน และคนรุ่นปัจจุบันได้ขับเคลื่อน โดยนำกลุ่มสตรีแม่บ้านที่ว่างงาน ต้องการหารายได้เสริม &amp;nbsp;4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทอผ้าโฮงเจ้าฟองคำ ต.ในเวียง กลุ่มทอผ้าบ้านซาวหลวง ต.บ่อสวก กลุ่มทอผ้าบ้านนาปงพัฒนา &amp;nbsp;ต.บ่อสวก และกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านเชียงราย ต.ดู่ใต้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่พิเศษของอพท. และยังได้รับรางวัล PATA Gold Awards 2020 ประเภทรางวัล Women Empowerment Initiative &amp;nbsp;มารวมตัวกันถักทอผ้า ออกขายในชื่อแบรนด์ &amp;quot;น่านเน้อเจ้า&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			สินค้าจาก 4 กลุ่มจะติดป้ายแบรนด์น่านเน้อเจ้า
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุขสันต์ เพ็งดิษฐ์ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ 6 ของ อพท .ให้ข้อมูลว่า การรวมกลุ่มของที่เข้มแข็งของสตรีแม่บ้านทั้ง 4 กลุ่ม &amp;nbsp;จนพัฒนาเป็นแบรนด์ น่านเน้อเจ้า &amp;nbsp; สร้างผ้าทอที่ทรงคุณค่าของเมืองน่านผ่าน 5 แนวทางหลักคือ 1.การเชื่อมศิลปวัฒนธรรมที่เกิดจากภูมิปัญญาในชุมชน 2.ทำโดยคนในชุมชน 3.มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งทุกคนก็ค่อยๆปรับและเรียนรู้ 4.ผลกำไรที่ได้มาต้องเอากลับไปต่อยอดหรือจัดทำเป็นสวัสดีการของคนที่อยู่ในกลุ่ม 5. ลูกค้าจะต้องไม่ซื้อสินค้าเพราะความสงสาร แต่ต้องซื้อเพราะเห็นว่าเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตของกลุ่มคนทอผ้า เรียนรู้วิธีการทอลวดลายที่มีเอกลักษณ์ ชิมรสอาหารแต่ละชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังได้เตรียมดำเนินการ ยกระดับเมืองเก่าน่านเข้าสู่สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก เพื่อเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวมุมมองใหม่ได้อีกด้วย&amp;quot;สุขสันต์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องราวการทอผ้า ไม่ได้่ทำให้รู้จักแต่ผ้าทอที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังพาไปรู้จักสถานที่ที่ใช้ทอผ้าอีกด้วย จุดหมายแรก คือ &amp;quot;เฮือนเจ้าฟองคำ &amp;quot;เป็นเรือนไม้ล้านนาใต้ถุนสูง 3 หลังติดกัน &amp;nbsp;เปิดด้านหนึ่งให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมตัวเรือนด้านในได้ &amp;nbsp;พื้นที่ใต้ถุนเรือน จัดเป็นศูนย์เรียนรู้การทอผ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ภัทราภรณ์ ปราบริปู ทายาทเจ้าฟองคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ภัทราภรณ์ ปราบริปู ทายาทเจ้าของเฮือนเจ้าฟองคำ &amp;nbsp;ทำหน้าที่ไกด์นำชมเรือนและการทอผ้า เล่าว่า เรือนหลังนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2368 และตัดสินใจเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในปลายปี 2554 จุดประสงค์เพื่อสะท้อนความเป็นเมืองเก่า ที่ยังมีลมหายใจมาจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp; ตัวเรือนมีการซ่อมแซมมาเรื่อยๆ &amp;nbsp;แต่ไม่ให้มีสภาพต่างไปจากสมัยดั้งเดิมมากนัก &amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ใต้ถุนถูกจัดระเบียบ วางกี่ทอผ้า 10 กี่ &amp;nbsp;ใช้สาธิตการทอผ้าซิ่น รวมถึงถ่ายทอดความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ที่สนใจ &amp;nbsp;ผ้าที่ทอมีทั้งซิ่นลายดั้งเดิมโบราณ 7 ลาย อาทิ &amp;nbsp;ลายเชียงแสน ม่าน คำเคิบ น้ำไหล ป้อง คาดก่าน และซิ่นลายประยุกต์ที่สร้างขึ้นมาเอง คือ ซิ่นลายน้ำไหลหยดน้ำ โดยพี่ชาย มณฑล คงกระจ่าง ด้วยจุดเด่นลายน้ำไหลที่พริ้วไหวดังสายน้ำ แต่งแต้มด้วยจุดกลมระหว่างลายน้ำ คล้ายกับละอองน้ำที่กระเซ็นขึ้นมา และเทคนิคการทอด้วยการล้วงด้ายด้วยมือทำให้ผ้าทอลายนี้ใช้เวลาทอนานได้เพียงเดือนละ 1 ผืน เพราะต้องใช้ความปราณีตและความชำนาญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฮือนเจ้าฟองคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮือนเจ้าฟองคำ &amp;nbsp; เป็นบ้านทรงล้านนา มีลานกว้างด้านหน้า &amp;nbsp;สร้างเป็นเรือนแฝด &amp;nbsp;ชั้นบนมีจุดไฮท์ไลต์คือ ห้องพระที่จะแตกต่างจากภาคกลางคือ ไม่มีโต๊ะหมู่บูชา แต่มีหมอนพิง หรือหมอนผา ของเจ้ามโน ซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณทวดของอ.ภัทราภรณ์ หมอนอิงนี้ มีการปักลวดลายดั้งเดิมหาดูยาก พร้อมกับมีตราประจำตระกูลติดอยู่บนบานประตูก่อนเข้าสู่ห้องส่วนอื่นๆของบ้าน เรียกว่าหำยนต์ &amp;nbsp;เป็นไม้แกะสลักลายดอกแก้วและหงส์คู่ โดยจะต้องลงคาถาอาคมก่อนจะเอามาติด เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข และห้องจัดแสดงเครื่องเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องพระในเฮือนเข้าฟองคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	
		
			สินค้าจาก 4 กลุ่มจะติดป้ายแบรนด์น่านเน้อเจ้า
		
	


&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีกิจกรรมทำสรวยดอก หรือ กรวยดอกไม้ ที่เราจะนำไปไหว้ที่วัดภูมินทร์ ที่ห่างจากเฮือนเจ้าฟองคำไม่มากนัก เพราะมาแล้วก็ไม่พลาดที่จะไปชมความสวยงามของจิตรกรรมฝาผนังที่วัด อย่าง ภาพกระซิบรักบันลือโลก และเรื่องราวอื่นๆที่ช่างได้สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองน่านเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มทอผ้าบ้านซาวหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเดินทางต่อไปที่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านซาวหลวง &amp;nbsp;กรกฎ แปงใจ เลขานุการกลุ่ม รับหน้าที่เป็นคนให้ข้อมูล &amp;nbsp;เนื่องจาก คลุกคลีกับกี่ทอผ้ามาตั้งแต่ยังเด็ก และเริ่มทอผ้าเช็ดหน้าเป็นตั้งแต่ 6 ขวบ มีความรักผูกพันธ์ในการทอผ้า &amp;nbsp;และเป็นหนึ่งในเรื่ยวแรงสำคัญของกลุ่ม เล่าว่า &amp;nbsp;ลายดั้งเดิมของที่นี่ก็จะเหมือนกับชุมชนอื่นๆ ตนจึงได้ออกแบบลายที่เอกลักษณ์ คือ ลายบ่อสวก ที่ประยุกต์มาจากลายนกฮูกและอินธนูที่ปรากฎบนเครื่องปั้นดินเผาโบราณอายุ 700 ปี สร้างเป็นลายคั้น ผสมผสานกับลายอื่นๆ &amp;nbsp;สร้างความสวยงามให้กับผืนผ้ามาก &amp;nbsp;ที่นี่มีกว่า 20 กี่ &amp;nbsp;ผลิตสินค้านอกจากซิ่นแล้ว ยังมีเสื้อทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เน้นสีที่ใส่ง่ายไม่จัดจ้าน ปัจจุบันยังทำช่องทางการขายผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้นด้วย &amp;nbsp;ทำให้ได้กลุ่มลูกค้าทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน หากนักท่องเที่ยวเข้ามาเราจะสอนการทอผ้าตั้งแต่เริ่มต้น &amp;nbsp;เพราะบางคนที่สนใจก็ชอบการทำกิจกรรมนี้ และยังสามารถไปทำกิจกรรมปั้นดินเผาภายในชุมชนได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรกฎ แปงใจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ลายบ่อสวก นำมาทอคันลายผ้าอื่นๆสร้างความงดงามยิ่งขึ้น
		
	


&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดสุดท้าย &amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาขีพบ้านเชียงราย มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของผ้าสีดำ-แดง ทอด้วยลายตาโก้ง หรือสมัยก่อนเรียกว่าลายตาแสง พวงทอง สุทธิจินดา เลขากลุ่ม เล่าว่า ผ้าห่มในครัวเรือนที่ใช้จะมีการทอด้วยฝ้ายลายตาโก้ง &amp;nbsp;ที่ต้องทอโดยผู้หญิง เพราะมีความหมายที่สื่อถึงความพร้อมในการออกเรือน หรือพร้อมแต่งงานเพื่อสร้างครอบครัว แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป &amp;nbsp;ชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันเพื่อพัฒนาลายตาโก้งให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น จึ งได้พัฒนาลายใหม่ขึ้นมาคือ ลายก้างปลา ซึ่งจริงๆ เกิดจากการทอลายพลาดของช่าง แต่กลับทำให้ได้ลายใหม่ที่สวยงาม อีกลายคือลายลูกแก้ว ที่ทำให้ลายตาโก้งมีลูกเล่นมากขึ้น นอกจากพัฒนาลายยังได้ปรับรูปแบบการใช้โทนสี ให้เข้ากับยุคสมัยด้วย &amp;nbsp;โดยมีสินค้าอาทิ กระเป๋า เสื้อ พวงกุญแจ ผ้ารองจาน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเข้าถึงง่าย และยังมีกิจกรรมปักกระเป๋า ที่นักท่องเที่ยวสามารถปักด้วยฝีมือตนเอง เป็นของที่ระลึกจากชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้หญิงต่องสืบทอดทักษะการทอผ้าห่มลายตาโก้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			พวงทอง สุทธิจินดา ถือผ้าห่อทอลายตาโก้ง
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ลายกางปลา(ซ้าย)-ลายตาโก้ง(ขวา)
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			
			&lt;p&gt;กิจกรรมปักกระเป๋าเป็นของฝาก&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมาเที่ยวชมวิถีชีวิตของช่างทอผ้า ทำให้เข้าใจว่าผ้าแต่ละผืนไม่ได้ทอกันง่ายๆ ต้องใช้ทั้งใจรัก ความชำนาญ ทุ่มเท และความคิดสร้างสรรค์ &amp;nbsp;ผ้าทอหนึ่งผืน จึงสมกับราคาที่ขาย และคุณภาพที่ลูกค้าได้รับ หากใครมาน่านลองเปิดประสบการณ์เที่ยวชุมชนทอผ้าดูสักครั้งแล้วจะไม่ผิดหวังแน่นอน&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86398</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.น่าน, น่านเน้อเจ้า, อพท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd070eb94ed1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
