<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์ลดโทษคุก&#039;โมนา&#039;ฆ่าโหด&#039;น้องน้ำ&#039;สาวใช้จากตลอดชีวิตเหลือ20ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.63- ที่ห้องพิจารณา 703 &amp;nbsp;ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.3966/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.กฤษณา หรือโมนา สุวรรณพิทักษ์ อดีตผู้เข้าประกวดนางงาม จ.เพชรบุรี, น.ส.ปรารถนา หรือเม้า ท้วมทรัพย์ เพื่อนสนิทรุ่นน้อง และนายปราโมทย์ สุวรรณพิทักษ์ น้องชายและอดีตผู้ใหญ่บ้าน เป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 และจำเลยที่ 1 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 คดีนี้มารดาผู้ตายยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วยเป็นเงิน 1,465,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อัยการโจทก์ยื่นฟ้องสรุปความผิดได้ว่า เมื่อช่วงเดือน ก.พ.- มี.ค.2555 น.ส.จริยา หรือน้องน้ำ อายุ 15 ปีเศษ ได้มาทำงานเป็นสาวรับใช้ ให้กับ น.ส.กฤษณา จำเลยที่ 1 ที่บ้านพัก หมู่บ้านกลางกรุงรัชวิภา แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. โดยช่วงต้นเดือน เม.ย. - วันที่ 12 เม.ย.2555 จำเลยที่ 1 &amp;nbsp;ได้ใช้กระป๋องสเปรย์ ยาวประมาณ 1 ฟุต ทุบตีที่ศีรษะ น.ส.จริยา หลายครั้งซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญได้รับแรงกระแทก และยังใช้ท่อต่อพลาสติก เครื่องดูดฝุ่นทุบตีบริเวณต้นขา และใช้ที่หนีบผมขณะที่ยังมีความร้อนจี้ตามลำตัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงแก่ความตาย จากนั้นวันที่ 15 เม.ย.2555 จำเลยที่ 2-3 ร่วมกัน เคลื่อนย้ายศพใส่ท้ายรถกระบะเดินทางไปที่ ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี ขุดหลุมฝังศพผู้ตายที่ใต้ต้นตาลข้างบ้านพักจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1-2 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2562 ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามมาตรา 288 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตและชดใช้ค่าเสียหายให้มารดาผู้ตาย ที่ต้องขาดไร้อุปการะจากบุตรสาวที่เสียชีวิต รวมทั้งค่าปลงศพ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,065,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีที่ผิดนัดชำระ นับตั้งแต่วันที่มารดาผู้ตายยื่นคำร้องให้ชดใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2555 เป็นต้นไป ส่วนจำเลยที่ 2-3 มีความผิดฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 ให้จำคุกคนละ 2 ปี คำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 1 ปี 4 เดือน สำหรับจำเลยที่ 3 รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอัยการโจทก์และจำเลยที่ 1-2 ยื่นอุทธรณ์ จำเลยที่ 3 ไม่ยื่น วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว น.ส.กฤษณา หรือโมนา จำเลยที่ 1 จากทัณฑสถานหญิงกลางมาศาล ส่วน น.ส.ปรารถนา จำเลยที่ 2 และนายปราโมทย์ จำเลยที่ 3 เดินทางมาศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว จำเลยที่ 1-2 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีพยานเบิกความว่าจำเลยที่ 1 มีอารมณ์ร้าย เคยมีชาวพม่ามาทำงานรับใช้แล้วถูกทำร้าย 2 คน ก่อนออกไป โดยเห็นจำเลยที่ 1 ใช้กระป๋องสเปรย์ตีผู้ตาย ภายหลังได้เรียกให้พยานดูผู้ตายเสียชีวิตในครัว พบร่างกายมีรอยไหม้ พยานเห็นจำเลยทั้งสามนำศพผู้ตายไปฝัง และมีพยานอีกรายเห็นจำเลยที่ 1 ทำร้ายผู้ตายถึงแก่ความตาย เมื่อมีการนำศพไปขอให้วัดเผาศพ วัดไม่เผาให้เนื่องจากไม่มีใบมรณบัตร ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพยานโจทก์ทั้งสองเบิกความเชื่อมโยงกันเป็นขั้นตอนเกี่ยวกับการทำร้ายผู้ตาย การขอเผาศพ และฝังศพสอดคล้องกัน ไม่มีเหตุโกรธเคืองปรักปรำจำเลย เชื่อว่าเบิกความไปตามความจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนที่จำเลยที่ 1 อ้างไม่ได้ทำร้ายผู้ตาย แต่ผู้ตายหนีหายไปนั้น จำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การนี้ในชั้นสอบสวน โดยให้การว่าผู้ตายเสียชีวิตที่กรุงเทพฯ และจำเลยที่ 1-2 ให้การซัดทอดกันไปมาว่าอีกฝ่ายทำร้าย จึงเป็นการอ้างเลื่อนลอย ไม่หักล้างพยานหลักฐานโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ทำร้ายผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสามนำศพไปฝัง จากการตรวจกระดูกผู้ตาย พบกระดูกกรามหลุด แตกหักก่อนตาย จากการถูกตีศีรษะรุนแรง และไม่นำส่งโรงพยาบาล จำเลยที่ 1 ย่อมเล็งเห็นถึงแก่ความตาย มีความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยเจตนา จำเลยที่ 2 ผู้ฝังศพ ย่อมมีความผิดฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญา ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย แต่เห็นว่าศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 1 หนักเกินไป จึงแก้ไขให้เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับประเด็นอุทธรณ์เห็นสมควรลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษหรือไม่ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโทษจำเลยที่ 2-3 เหมาะสมแล้ว การปกปิดการตายช่วยจำเลยที่ 1 ให้ไม่รับโทษ ทำให้มารดาผู้ตายทุกข์ทรมาน ถึงแม้จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน และจำเลยที่ 3 ชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ก็ไม่มีเหตุรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก น.ส.กฤษณา หรือโมนา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี ส่วน น.ส.ปรารถนา และนายปราโมทย์ จำเลยที่ 2-3 โทษเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (จำคุก 1 ปี 4 เดือน และ 1 ปี) .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79633</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าสาวใช้, น้องน้ำ, ศาลอาญา, โมนา-กฤษณา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7bf01fc338b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตประกันตัว&#039;โมนา&#039;คดีฆ่าโหดสาวใช้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ. 62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.3966/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.กฤษณา หรือโมนา สุวรรณพิทักษ์ อายุ 46 ปี อดีตผู้ประกวดสาวงาม กับพวกรวม 3 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นฯ กรณีที่จำเลยได้พา น.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ อายุ 15 ปี มาทำงานรับใช้ในบ้านแล้วลงมือทุบตีทำร้ายจนเสียชีวิต แล้วนำศพไปฝังไว้ที่ จ.เพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต น.ส.กฤษณา หรือโมนา จำเลยที่ 1 และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกับมารดาน้องน้ำ เป็นเงินจำนวน 1,065,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ต่อมาญาติของ น.ส.กฤษณา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 600,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามศาลชั้นพิเคราะห์แล้วเห็นควรส่งเรื่องขอปล่อยชั่วคราว ของ น.ส.กฤษณา ให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาสั่งประกัน ทำให้ น.ส.กฤษณา ถูกนำไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางระหว่างอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีและข้อหามีอัตราโทษสูง ประกอบกับศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต น.ส.กฤษณา ไว้ หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่า น.ส.กฤษณา จะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ยกคำร้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้เพื่อนสาวคนสนิทของ น.ส.กฤษณา เป็นผู้มาฟังคำสั่งของศาลอุทธรณ์แทน น.ส.กฤษณา ซึ่งการที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว น.ส.กฤษณา นั้น จะทำให้ น.ส.กฤษณา ต้องถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณา สุวรรณพิทักษ์, ฆ่าฝังดินสาวใช้, น้องน้ำ, โมนา สุวรรณพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6ce7bbe53fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุกตลอดชีวิต&#039;โมนา&#039;นายจ้างฆ่าโหด&#039;น้องน้ำ&#039;สาวใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ. 62 - ที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3966/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.กฤษณา หรือโมนา สุวรรณพิทักษ์ &amp;nbsp;อดีตผู้เข้าประกวดสาวงาม, น.ส.ปรารถนา หรือเม้า ท้วมทรัพย์ &amp;nbsp;และนายปราโมทย์ &amp;nbsp;สุวรรณพิทักษ์ เป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 และจำเลยที่ 1 ฐานฆ่าผู้อื่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งมารดาผู้ตายได้ยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วยเป็นเงิน 1,465,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
กรณีช่วงเดือน ก.พ. 2555 น.ส.กฤษณา จำเลยที่ 1 ได้พา น.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ อายุ 15 ปีเศษ มาทำงานรับใช้ในบ้าน จ.เพชรบุรี และเมื่อจำเลยที่ 1 เกิดโมโห อารมณ์ร้าย จะทุบตีน้องน้ำเสมอ กระทั่งวันที่ 11 เม.ย. 2555 จำเลยที่ 1 ได้ใช้กระป๋องสเปรย์ยาวประมาณ 1 ฟุต ทุบตีที่ศีรษะหลายครั้ง อีกทั้งใช้กระบอกพลาสติกแข็งทุบตีบริเวณต้นขา และใช้ที่หนีบผมขณะที่ยังมีความร้อนจี้ตามลำตัวจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกส่งตัวมาอยู่ที่บ้านเลขที่ 599/10 หมู่บ้านกลางกรุงรัชวิภา แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2555 ก่อนที่จำเลยที่ 1 จะร่วมกับพวกนำศพใส่ท้ายรถเดินทางมาที่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนางโดโร ทิมพิทักษ์ มารดา ของจำเลยที่ 1 โดยมีจำเลยที่ 2 และ 3 ช่วยกันนำศพน้องน้ำไปฝังอำพรางคดีไว้บริเวณใต้ต้นตาลนอกรั้วบ้าน โดยจำเลยที่ 1-2 ให้การปฏิเสธ &amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่ 3 กลับคำให้การรับสารภาพก่อนเริ่มสืบพยาน ซึ่งทั้งสามได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์มีพยานซึ่งเป็นบุตรสาวของจำเลยที่ 1 ที่เห็นเหตุการณ์ทุบตีผู้ตายก่อนเสียชีวิตมาเบิกความ ซึ่งหากไม่เป็นความจริง บุตรสาวคงไม่ให้การถึงมารดาในพฤติการณ์ที่จะเป็นความผิดร้ายแรง นอกจากนี้ยังมีคำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนที่ให้การไว้ถึง 5 ครั้งโดยเป็นเหตุการณ์ตรงกันหมดที่มีการทุบตีทำร้ายผู้ตายจนมาเสียชีวิตภายหลัง ด้วยเหตุว่าจำเลยที่ 1 เห็นว่าผู้ตายดื้อ ใช้อะไรก็ไม่ค่อยทำตาม ซึ่งจำเลยเป็นคนโมโหร้าย และยังเคยมีเหตุการณ์ทำร้ายจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทจนบาดเจ็บ และทำร้ายแฟนหนุ่มบุตรสาวจนหัวแตกเพราะไม่พอใจเรื่องการพาไปเที่ยว โดยการกระทำของจำเลยที่ 1 ในการใช้กระป๋องสเปรย์น้ำยาปรับอากาศที่มีน้ำยาอยู่ด้วยจึงมีน้ำหนักพอสมควร ไปทำร้ายผู้ตายด้วยการตีที่ศีรษะอย่างแรง และต่อมายังใช้ท่อข้อต่อพลาสติกเครื่องดูดฝุ่นตีตามร่างกายผู้ตายอีก รวมทั้งใช้เครื่องม้วนผมที่มีความร้อนจี้ตามลำตัวเป็นบาดแผลนั้น เป็นการเล็งเห็นผลว่าจะถึงแก่ความตายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามมาตรา 288 ให้จำคุกตลอดชีวิต และให้ชดใช้มารดาผู้ตาย ที่ต้องขาดไร้อุปการะจากบุตรสาวที่เสียชีวิต รวมทั้งค่าปลงศพด้วย เป็นเงินทั้งสิ้น 1,065,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีที่ผิดนัดชำระ นับตั้งแต่วันที่มารดาผู้ตายยื่นคำร้องให้ชดใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2555&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 2-3 มีความผิดฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 ให้จำคุกคนละ 2 ปี โดยคำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 1 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 3 รับสารภาพก่อนสืบพยาน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ แต่เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แล้วเป็นการกระทำที่ร้ายแรง ถึงจะเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านทำคุณงามความดีมาก่อนและเยียวยามารดาผู้ตายแล้วก็ตาม ก็ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29545</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าโหดฝังดิน, จำคุำตลอดชีวิต, น้องน้ำ, ศาลอาญา, โมนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6ce7bbe53fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
