<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนจนมีที่พึ่ง &#039;อสส.&#039;จ่อแก้ระเบียบช่วยคดีชาวบ้านหมดเงินจ้างทนายต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านพังงาเข้าขอบคุณหลังช่วยคดีเอกชนฟ้องยึดที่ดินจนชนะ &amp;#39;เข็มชัย&amp;#39;&amp;nbsp;จ่อแก้ระเบียบช่วยคดีชาวบ้านหมดเงินจ้างทนายต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;27 ส.ค.61-เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องรับรองอัยการสูงสุด ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.จุฑามาศ ใจดี ชาวบ้าน จ.พังงา พร้อมนายจิรัฏฐ์ แก้วแดง ทนายความสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด (สคช.) อาคาร ถ.รัชดาภิเษก เดินทางเข้าพบนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอขอบคุณอัยการในการช่วยเหลือคดีที่ถูกบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งยื่นฟ้องบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำผลประโยชน์ (นส. 3 ก.) ใน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา จนชนะคดีทั้ง 3 ชั้นศาล ที่พิพากษายืนยันว่าที่ดินเป็นของ น.ส.จุฑามาศ และครอบครัว โดยยื่นคำร้องขอสู้คดีแบบอนาถา ซึ่งมีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้ประสานงานเข้าพบ
&amp;nbsp;
น.ส.จุฑามาศ เปิดเผยว่า ตนเองและครอบครัวมีที่ดินอยู่ที่ จ.พังงา จำนวน 3 โฉนด โดนบริษัทเอกชนฟ้องบังคับคดี ในตอนแรกก็รู้สึกหนักใจมาก เนื่องจากที่ดินเป็นมรดกตกทอดจากบิดา ซึ่งไม่มีทางที่จะเป็นทรัพย์สินของบริษัทเอกชนดังกล่าวได้ เพราะถ้าเป็นที่ดินของเอกชนจริง จะต้องมีการแสดงกรรมสิทธิ์ตั้งแต่แรก ตั้งแต่ที่ตนโตมาก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดมาแสดงกรรมสิทธิ์ จึงได้ไปปรึกษาทนายความ ทนายความได้เรียกค่าจ้างในการสู้คดี 150,000 บาท แต่ตนเองไม่มีเงินที่จะสู้ เลยตัดสินใจไปปรึกษาอัยการ มีนายประโมท พุทธสุภะ อัยการ สคช. จังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า ทั้งนายประโมทและนิติกรได้ร่วมกันช่วยเหลือ เห็นว่าคดีของตนเองนั้นพบว่าบริษัทที่เป็นโจทก์ฟ้องยึดทรัพย์ที่ดินอยู่ในกรุงเทพฯ นายประโมทจึงได้ประสานงานพร้อมติดตามดูแลใกล้ชิดให้อัยการ สคช. ถ.รัชดาภิเษก รับเป็นผู้ดูแลคดี โดยอัยการ สคช.ได้ให้นายจิรัฏฐ์ ทนายความ สคช.ว่าความต่อสู้คดี ใช้เวลากว่า 7 ปี ชนะคดีทั้ง 3 ชั้นศาล
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อยากขอขอบคุณท่านอัยการสูงสุดและท่านประโมท อัยการ สคช.พังงา ได้ปรึกษาท่านมาตลอด ซึ่งท่านก็แนะนำมาตลอด แม้ท่านจะย้ายออกจากพื้นที่ก็ยังโทรมาสอบถามและอวยพร เมื่อสู้ชนะคดีอยากจะขอเข้าพบท่านอัยการสูงสุด ซึ่งก็ทำเรื่องขอเข้าพบตามขั้นตอนจนมาได้พบในวันนี้ ท่านอัยการประโมทเป็นคนใจดี คอยติดตามคดีมาตลอด ท่านพูดกับเราว่าบาทหนึ่งก็ไม่เอา ก็ไม่รู้ว่าจะขอบคุณยังไง มันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราได้เจอคนดีๆ ที่ช่วยเราผ่านตรงนี้มาได้ 7 ปีที่ผ่านมาเรายอมรับว่าเราทุกข์มาก&amp;rdquo; น.ส.จุฑามาศ กล่าวทั้งน้ำตา
&amp;nbsp;
ด้านนายเข็มชัย กล่าวว่า ทางอัยการเรายินดีช่วยเหลือประชาชน เพราะเรารู้ว่าคนไทยอาจจะไม่ได้รู้เรื่องกฎหมาย ทำให้การดำเนินคดีมีปัญหา ถือว่าเป็นโชคดีที่ได้เจอนายประโมทซึ่งเป็นคนดี เอาใจใส่ ขนาดย้ายไปแล้วยังโทรติดตาม อัยการ สคช.ตั้งมาเพื่อจุดประสงค์นี้
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ น.ส.จุฑามาศ ยังได้นำกระเช้าอาหารพื้นเมืองของ จ.พังงา ซึ่งมีอาหารอาทิเช่น ลูกจันทร์เชื่อม ขิง น้ำพริกข่า พร้อมเขียนกลอนและข้อความขอบคุณอัยการด้วยลายมือมามอบให้นายเข็มชัย อัยการสูงสุดด้วย
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามนายเข็มชัยถึงระเบียบ สคช. จากกรณีน้องปาล์ม ซึ่งถูกรถของหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุขชน แต่ สคช.ไม่สามารถรับเรื่องช่วยเหลือจัดทนายแก้อุทธรณ์ได้ เนื่องจากติดขัดเรื่องระเบียบที่ฝ่ายครอบครัวน้องปาล์มเคยมีทนายความมาก่อน แต่ภายหลังเงินจ้างทนายความหมดจึงมาขอความช่วยเหลือจาก สคช. ทางอัยการจะมีการแก้ไขระเบียบหรือไม่อย่างไร นายเข็มชัย กล่าวว่า ต้องแก้สิ แต่หลักการอย่างหนึ่งมันสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันปัญหา ระเบียบเดิมที่เรามีว่าหากคดีที่เคยมีทนายความมาแล้วเราจะไม่รับช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;&amp;#39;เพราะเรากลัวจะเกิดความขัดแย้งกับทนายความ หากชาวบ้านจ้างทนายความอยู่ดีๆ แล้วเลิกจ้าง มาหาอัยการ ทางทนายความก็จะไม่พอใจเรา แต่เมื่อมันมีเหตุลักษณะอย่างนี้ก็แสดงให้เห็นว่าระเบียบควรจะต้องมีการยืดหยุ่นได้ ฉะนั้นการที่เคยจ้างทนายความอยู่แล้วและต่อมาจะให้อัยการช่วยเหลือต้องมีเงื่อนไข เช่นไม่สามารถมีเงินจ้างทนายความได้แล้ว&amp;#39;&amp;#39; นายเข็มชัย ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนาย, น้องปาล์ม, พังงา, ยึดที่ดิน, สคช., อสส., เข็มชัย ชุติวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83833ba7380.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พา&#039;น้องปาล์ม&#039;เหยื่อรถตู้สธ. ขอเนติบัณฑิตยสภาช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รองโฆษกอัยการสูงสุดพา &amp;quot;น้องปาล์ม&amp;quot; เหยื่อรถตู้สาธารณสุขชนพิการ ขอความช่วยเหลือเนติบัณฑิตยสภา หลังกระทรวงสาธารณสุขยื้อ ยื่นอุทธรณ์ไม่ยอมจ่าย 2.9 ล้านตามคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ที่เนติบัณฑิตยสภาในพระบรมราชูปถัมภ์ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกอัยการสูงสุด ได้พานางปวีณา หาทรัพย์ อายุ 31 ปี อดีตลูกจ้างชั่วคราวใน รพ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น มารดาของ &amp;quot;น้องปาล์ม&amp;quot; วัย 4 ปี บุตรชาย พร้อมตัวน้องปาล์มที่ถูกรถของหน่วยงานราชการสาธารณสุขใน จ.ขอนแก่น ชนจนพิการช่วงล่าง ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.2558 ซึ่งขณะนั้นน้องปาล์มอายุขวบเศษ เพื่อเข้าขอความช่วยเหลือด้านทนายความและข้อกฎหมายกับทางเนติบัณฑิตยสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศลวัฒน์กล่าวว่า ตนได้พานางปวีณามาขอความช่วยเหลือด้านกฎหมาย หลังจากที่เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2560 ศาลจังหวัดชุมแพได้มีคำพิพากษาในส่วนคดีแพ่ง ให้กระทรวงสาธารณสุขชดใช้ค่าเสียหายแก่น้องปาล์มจำนวน 2,900,000 บาท แต่ต่อมากระทรวงสาธารณสุขได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา โดยศาลจังหวัดชุมแพได้ส่งหมายสำเนาอุทธรณ์มายังบ้านของนางปวีณา เพื่อให้นางปวีณาซึ่งเป็นผู้แทนของบุตรชายยื่นแก้อุทธรณ์ของกระทรวงสาธารณสุขภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหมาย มิเช่นนั้นจะถือว่าไม่ติดใจแก้อุทธรณ์ ซึ่งหลังจากนางปวีณาได้ทราบว่ามีหมายดังกล่าวส่งมาในวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้ขอความช่วยเหลือมายังตน ซึ่งในมุมมนุษยธรรมแล้ว ตนเห็นใจมาก นางปวีณาเป็นชาวบ้านไม่มีเงิน ก่อนหน้าที่ศาลจะมีคำพิพากษาให้จ่าย 2.9 ล้านบาท นางปวีณาก็เสียเงินจ้างทนายเองจนเงินที่เก็บไว้ร่อยหรอไปหมด ถึงได้บากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากอัยการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศลวัฒน์กล่าวว่า ในขณะนั้นสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด (สคช.) ไม่สามารถช่วยเหลือทางด้านทนายความได้ เนื่องจากนางปวีณามีทนายความอยู่แล้ว ตนมองว่าระเบียบตรงนี้ควรมีการแก้ไข เพราะถือว่านางปวีณาได้พยายามช่วยเหลือตนเองจนเงินเก็บที่มีอยู่ไม่เหลือแล้ว จึงมาขอให้ สคช.ช่วยเหลือ ทั้งนี้ หลังจากได้ยื่นขอความช่วยทางด้านกฎหมายและทนายความในวันนี้แล้ว ทางเนติบัณฑิตยสภาก็จะนำเรื่องเสนอเข้าสู่การพิจารณาว่าจะดำเนินการกรณีนี้อย่างไรต่อไป ก็คาดหวังว่าเรื่องจะได้รับการพิจารณา เพราะระยะเวลาที่จะเขียนแก้อุทธรณ์เหลือไม่มากแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางปวีณากล่าวว่า เพิ่งได้รับหมายให้แก้อุทธรณ์จำเลยเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ทราบว่าก่อนหน้านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขมีการขยายระยะเวลาอุทธรณ์หลายครั้ง ซึ่งตนก็หวังไว้ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะไม่ยื่นอุทธรณ์เพื่อตนจะได้นำเงินไปใช้รักษาลูก แต่กระทรวงสาธารณสุขก็ยื่นอุทธรณ์มาโดยขอให้ศาลลดค่าความเสียหายที่ต้องจ่าย เหลือ 2.4 ล้าน และให้นายสราวุฒิ สามีของตนเป็นผู้มีส่วนร่วมที่จะต้องชดใช้ความเสียหายกึ่งหนึ่งด้วย ตนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครเลยเข้าร้องขอความช่วยเหลือนายโกศลวัฒน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ก่อนหน้านี้ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญา ที่ฟ้องนายเกต นาถมทอง อายุ 68 ปี คนขับรถโรงพยาบาล เป็นจำเลยฐานกระทำโดยประมาทขับรถชนนายสราวุฒิ เจิมขุนทด และ ด.ช.ปราบปราม หรือน้องปาล์ม จนศาลลงโทษจำคุกไปแล้ว ส่วนคดีแพ่งที่ได้มีการฟ้องร้อง จำเลยผู้ขับรถและกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดนั้น ก่อนหน้านี้นายโกศลวัฒน์และนายประเสริฐ กาญจนอุทัย อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สคช. ได้เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยให้กระทรวงสาธารณสุขจำเลยยอมชดใช้เงิน 2 ล้านบาทแก่โจทก์ จากที่เเต่เดิมเรียกไป 5 ล้านบาท แต่การเจรจายังไม่สำเร็จ จนศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ 2.9 ล้านบาท แต่กระทรวงสาธารณสุขได้ยื่นอุทธรณ์คดีต่อจนเป็นที่มาของการร้องขอความช่วยเหลือจากนายโกศลวัฒน์ เพื่อประสานขอความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่เนติบัณฑิตสภาในวันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, น้องปาล์ม, ปวีณา หาทรัพย์, รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, สราวุฒิ เจิมขุนทด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกต นาถมทอง, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a2ee25f414.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
