<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไอซ์’ควง‘แบงค์’เคลียร์ดราม่าครั้งแรกหลังสูญเสีย‘พ่อค่อม ชวนชื่น’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปิดใจครั้งแรก ไอซ์ ณพัชรินทร์ และ แบงค์ อธิกิตติ์ ลูกสาวและลูกเขยของ น้าค่อม ชวนชื่น เผยความรู้สึกวินาทีที่สูญเสียคุณพ่อด้วยโควิด-19 และขอเคลียร์ประเด็นดราม่าทุกประเด็น พร้อมซัดข้อกล่าวหาเกาะพ่อค่อมกิน ในรายการ &amp;ldquo;คุยแซ่บSHOW&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
น้าค่อมจากไปเดือนกว่าแล้ว ตอนนี้ที่บ้านเป็นอย่างไรบ้าง
ไอซ์ : คุณแม่ยังมีทุกข์อยู่ แต่เราเห็นว่าคุณแม่พยายามทำตัวเองให้เข้มแข็ง ส่วนไอซ์เองก็พยายามทำตัวให้เข้มแข็ง เพราะแม่ต้องพึ่งเรา ถ้าเราอ่อนแอ แม่ก็จะอ่อนแอตามเราไปด้วย
แบงค์ : ทั้งไอซ์และแม่เอ๋เป็นผู้หญิงที่ผมรู้สึกว่าเขาเข้มแข็งมาก อาจจะเป็นเพราะรอบๆตัวเขามีลูกหลานอยู่ด้วย และตัวเขาก็เป็นคนเข้มแข็งด้วย คือทุกวันนี้ดูเหมือนปกติ เหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นร้ายแรง แต่ถ้าพูดถึง ไอซ์ก็จะมีเสียงเครือ คือก็มีบางจังหวะ บางทีที่เรายังนึกถึง ในทีวีในโซเชียลต่างๆ ที่เรายังเห็นเรื่องราวของเขาก็ทำให้เราคิดถึงในทุกๆวัน แม้มันจะผ่านไปเป็นปี ผมก็คิดว่าทุกคนก็ยังคิดถึงอยู่

ต้องดูแลความรู้สึกคุณแม่ด้วย ดูแลน้องด้วยยากไหม
แบงค์ : ผมว่า 2 คนนี้เข้มแข็งอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเราต้องไปดูแลอะไรเขา เพราะตัวเขาเองก็ดูแลตังเองดีมากอยู่แล้ว ผมแค่รู้สึกว่าเราไม่ต้องมานั่งปลอบกันเยอะ แค่พูดครั้งเดียวเขาก็เข้มแข็ง ปกติเขาจะไม่ค่อยร้องไห้ให้ใครเห็น ขนาดผมที่เป็นสามีอยู่บ้านเดียวกัน ยังน้อยมากที่จะเห็นเขาร้องไห้ คือผมเห็นเขาร้องไห้ครั้งเดียวคือวันเผาคุณพ่อ แค่ผมพูดว่า อย่าร้องไห้นะ อย่าทำให้พ่อเป็นห่วงนะ หลังจากนั้นเขาก็เข้มแข็งขึ้นมาก ผมไม่เคยเห็นเขาร้องไห้ต่อหน้าผมอีกเลย
ไอซ์ : คือเรามีทั้งลูกทั้งน้อง บ้านเราจะสนิทกันเวลาเราจะต้องดูแลความรู้สึกเราก็ต้องดูแลทั้งหมด

ตอนนั้น 12 เม.ย. ติดเชื้อโควิดวันที่ 13 เม.ย. น้าค่อมเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นเป็นอย่างไร
ไอซ์ : คือไอซ์จะอยู่คนละบ้านกับคุณพ่อ วันนั้นก็จะมีคุณแม่ถ้าได้เห็นคลิปก็จะเป็นคุณแม่ถ่าย น้องถ่าย ก่อนที่คุณพ่อจะเข้าโรงพยาบาล วันที่ 13 เม.ย. ก็ส่งคุณพ่อกัน ซึ่งในถุงก็จะมีอาหารที่คุณพ่อชอบทาน เขาก็ยังดูปกติ คุยกันปกติสนุกสนาน พอหลังเข้าโรงพยาบาลเราก็จะไม่ได้ติดต่อกัน เพราะปกติคุณพ่อจะไม่เล่นโซเชียล เขาไม่มีไลน์ ไม่มีช่องทางโซเชียลเลย แต่เราได้สอนให้เขาเล่นเฟสไทม์ ไอซ์ก็เลยได้เฟสไทม์หาเขาตอนที่เขาถึงโรงพยาบาล ซึ่งเขาก็ยังคุยกับเราสบายดี ว่าได้ห้องแล้ว ห้องโอเคไม่ต้องห่วง ดูแม่ไป ดูน้องไป ตอนนั้นเราก็ห่วงเขามากเพราะเขามีโรคประจำตัว เราไม่คิดเลยว่าผลจะร้ายแรง เพราะเราจะคุยกันทั้งวัน ซึ่งคุณพ่อจะบอกว่า พ่อไม่เป็นอะไร แต่เราจะกังวลเรื่องปอดของเขา แต่คุณพ่อไอซ์เป็นคนไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เราก็เลยคิดตื้นๆ ว่าปอดเขาไม่น่าจะเป็นปัญหา เราก็ยังหวังว่าเดี๋ยวพ่อก็หาย แต่มันเกิดเหตุการณ์ว่าปอดของคุณพ่อมีปัญหา เราก็ทำอะไรไม่ถูก

วันสุดท้ายที่ไอซ์ได้เจอน้าค่อมคือวันไหน
ไอซ์ : ไอซ์เจอคุณพ่อวันที่เราไปตรวจโควิดกัน วันที่ 11 เม.ย. 12 เม.ย. ผลออก 13 เม.ย. รถโรงพยาบาลมารับ คือวันที่ 11 เรายังมีถ่ายคลิปร่วมกันอยู่เลยว่าเราไปตรวจโควิดกัน แล้วหลังจากนั้นเราก็ยังเฟสไทม์คุยกับเขา เราได้คุย เราได้อยู่ อาการคุณพ่อปกติเลย ดูไม่มีอาการอะไรเลย คือคุณพ่อจะเป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และเป็นความดัน ซึ่งคุณหมอก็เป็นคุณหมอที่ดูแลเขา เขาก็เลยรู้สึกโล่งใจที่อยู่ใกล้หมอที่ดูแลเขาตลอด ส่วนที่ต้องย้ายโรงพยาบาล เพราะที่โรงพยาบาลแรกคุณพ่อเกิดอาการฝ้าที่ปอดหนา
แบงค์ : ตรงนี้เป็นเรื่องของเครื่องมือ เพราะแต่โรงพยาบาลที่มีเครื่องมือไม่เหมือนกัน อย่างโรงพยาบาลที่เราไปหาอาจจะเป็นโรงพยาบาลขั้น ปฐมภูมิ คือเป็นโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือรักษาระดับประมาณหนึ่ง พอเป็นทุติยภูมิก็จะมีเครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งมันจะส่งต่อโรงพยาบาลกันไป คือตอนแรกที่ย้ายโรงพยาบาลเราก็ยังงงกันอยู่ เพราะคุณพ่อดูปกติมากๆ ไม่มีอาการใดๆ แต่พอเข้าโรงพยาบาล 2 ต้องเข้าไอซียูเลย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบว่าพอย้ายโรงพยาบาลน้าค่อมเริ่มดื้อ
ไอซ์ : ใช่ เพราะโรงพยาบาลสอง
แบงค์&amp;nbsp; :คือโรงพยาบาลแรกเครื่องมืออาจจะน้อย นอนอยู่บนเตียง กินยา ให้น้ำเกลือ แต่พอเข้าโรงพยาบาลสองก็เริ่มมีขั้นตอนใส่สายยาง ใส่ท่อต่างๆแล้วแกเป็นคนขี้รำคาญ ที่สำคัญที่แกงอแงคือคนปกติถ้าต้องไปนอนโรงพยาบาลเป็น 10 วัน ก็คงนั่งเล่นมือถือดูโซเชียล แต่เนื่องจากคุณพ่อไม่เล่นมือถือ แล้วห้องในโรงพยาบาลไม่มีโทรทัศน์ให้ดู คือผมเข้าใจเลยว่าแกคงเบื่อ

อะไรที่ทำให้แกเปลี่ยน
ไอซ์ : ช่วงที่คุณพ่องอแง วันสองวันแรกก็จะเป็นช่วงที่เรายังคุยกับท่านได้อยู่ ซึ่งเป็นช่วงที่ประจวบเหมาะกับที่ครบ 7 วันที่เราไปตรวจโควิดอีกรอบ ผลโควิดออกมาคือคุณแม่ติด เราก็พาคุณแม่เข้าโรงพยาบาลเดียวกับคุณพ่อ เราก็บอกว่าคุณพ่ออย่าดื้อนะ ให้กินยานะ เพราะแม่อยู่ที่เดียวกับพ่อ ตอนที่พ่อทราบพ่อนิ่งไปเลย คือเวลามีอะไรไม่โอเคคุณพ่อจะนิ่งเราก็รู้เลยว่าท่านคงตกใจเหมือนกัน แล้ววิธีที่ดีที่สุดของเราก็คือให้คุณพ่อ คุณแม่คุยกันเอง

แล้วอาการน้าค่อมตอนนั้นเป็นอย่างไร
แบงค์&amp;nbsp; : คือตอนนั้นเริ่มมีอาการปอดแฟ่บ มันทำให้ออกซิเจนที่เข้าไปในร่างกายมันน้อยลง เลยต้องเปลี่ยนท่านอนเป็นนอนคว่ำ ก็จะทรมานกว่าปกติ แล้วคุณหมอไม่เคยพูดว่าอาการดีขึ้นเลย มีแต่อาการทรงตัว พอผมรับโทรศัพท์คุณหมอเราก็ลุ้นมากๆ ต้องลุ้นว่าวันนี้อาการคุณพ่อจะดีขึ้นไหม แต่จะได้รับคำตอบว่าอาการทรงตัวในทุกๆ วัน หลายๆ คนอาจจะตกใจ เพราะเราไม่ได้อัพอาการแบบเรียลไทม์ทุกวัน คือเราต้องบอกก่อนว่าอาการแกไม่ดีขึ้นเลยตั้งแต่ย้ายไปโรงพยาบาลที่สอง
ไอซ์ : พอเราโทรหาเขา เรารู้สึกได้เลยว่าพ่อเราก็จะผอมลงๆ ๆ เราก็จะจิตใจสั่นคลอนนิดหนึ่ง คือพอพ่อเริ่มคว่ำตัวเราก็ได้คุยกับแกแค่วันเดียว เราก็บอกแกว่าพ่อสู้ๆนะ พ่อก็บอกเราว่า พ่อไม่ไหวแล้ว (ร้องไห้)

พอนอนคว่ำแล้วมีโอกาสรอดหรือกลับมาใช้ชีวิตอย่างเดิมได้ไหม
แบงค์&amp;nbsp; : จริงๆ เรื่องการนอนคว่ำ เป็นการรักษาปกติที่ไม่ถึงขั้นรุนแรง อย่างที่ถามว่าถ้านอนคว่ำแล้วมีสิทธิ์กลับมาปกติมีสิทธิ์ แต่อาจจะเป็นความโชคร้ายของคุณพ่อ เพราะท่านไม่ได้มีอาการที่ปอดอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องไตและตับที่ตามมา ทำให้อาการเยอะขึ้น&amp;nbsp;
ไอซ์ : คือทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก คุณหมอพยายามมากแล้วแต่ร่างกายแกคงไม่ไหว คือปกติไอซ์จะให้แบงค์คุยกับท่านเพราะผู้ชายก็จะเข้มแข็งกว่า และเราก็ไม่อยากไปร้องไห้ให้ท่านเห็น พอวันที่เขาพูดว่าพ่อไม่ไหวแล้ว ไอซ์ลุกเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำแป๊บเดียว แล้วกลับมาบอกพ่อว่า พ่อสู้ๆ สิเพราะทุกคนรอพ่ออยู่ คือเราไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เราพูดมันช่วยท่านได้แค่ไหนแต่เราก็พยายามเชียร์ให้ท่านสู้ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วที่ออกมาขอความช่วยเหลือเป็นตอนไหน
แบงค์&amp;nbsp; : คือต้องบอกก่อนว่า ในโรงพยาบาลที่สองเราคุณกับคุณหมอตลอด ด้วยความที่เป็นโรคใหม่มากๆ เราก็อยากรู้ว่าต่อไปจะรักษาอย่างไรต่อ&amp;nbsp; ซึ่งคุณหมอที่โรงพยาบาลก็บอกว่าการรักษาก็ตามมาตราฐาน มันมีเท่านี้ ซึ่งมันหมายความว่ามันไม่มีขั้นตอนต่อไปแล้ว แต่อาการของพ่อมันไม่ได้ดีขึ้น ผมก็เลยอัดคลิปเพราะรู้สึกว่า&amp;nbsp; คงจะมีหมอสักคนที่รู้วิธีรักษาเพราะตอนนั้นมันไม่มีวิธีรักษาแล้ว
ไอซ์ : คือตอนนั้นมันตันไปหมดแล้ว เราเป็นลูกเราก็ทำได้แค่นี้ เราก็ขอความช่วยเหลือเพื่อพ่อของเรา

จากโรงพยาบาลสอง ย้ายมาโรงพยาบาลที่สามตอนนั้นใครตัดสินใจ
แบงค์&amp;nbsp; : คือเราคุยกับคุณหมอตลอด อย่างที่ผมอธิบายตอนแรกว่าโรงพยาบาลปฐมภูมิที่เรารักษาเขาไม่มีเครื่องมือตัวนี้เราก็เลยย้ายมาโรงพยายบาลที่สอง พอโรงพยาบาลที่สองไม่มีเครื่องมืออีกตัวหนึ่งเราก็ต้องย้ายโรงพยาบาลซี่งเป็นขั้นตอนปกติ เราก็ได้คุยกับคุณหมอว่า เราสามารถทำทรานเฟอร์ไปโรงพยาบาลอื่นได้ไหม ณ ตอนนั้นกว่าจะย้ายได้เราทำเรื่องเป็นอาทิตย์เพราะเราทำเรื่องไปหลายโรงพยาบาลมาก แต่ไม่มีที่ไหนมีเตียงเลย ซึ่งเป็นจังหวะที่บีบหัวใจมาก ซี่งคุณหมอบอกว่ามันมีเครื่องอยู่ตัวหนึ่งชื่อเครื่องเอ็กซ์โม่ มันเป็นเครื่องที่จะอยู่ในโรงพยาบาลที่เป็นของรัฐที่ใหญ่ๆ อย่างรามาฯ ศิริราช จุฬาฯ ซึ่งทั้ง 3 โรงพยาบาลเตียงแน่นมากๆ ไม่สามารถจริงๆ จนสุดท้าย เรามาได้โรงพยาบาลรามาจักรีนฤบดินทร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่อยู่สมุทรปราการ

เคลียร์ข่าวเรื่องที่เป็นดาราเลยใช้เส้นสาย
ไอซ์ : ไอซ์ทำตามระเบียบการรีเฟอร์คุณพ่อทุกขั้นตอน ก่อนหน้านี้ ขออีกโรงพยาบาลหนึ่งไป ขอไปหลายวันก็ไม่ได้ ไอซ์ก็เลยมาอัดคลิปขอความช่วยเหลือ ก็มีคนส่งข้อมูลมาให้เราเยอะมาก ไอซ์ก็ขอบคุณ แต่มันก็ไม่ได้เหมือนเดิม ซึ่งไอซ์ก็ต้องรอให้โรงพยาบาลอื่นตอบรับกลับมา
แบงค์&amp;nbsp; : ก็ต้องขอบคุณโรงพยาบาลวิภารามด้วยที่ช่วยพวกเรา ในการหาโรงพยาบาลในการรีเฟอร์ต่อไปเพื่อที่จะได้ใช้เครื่องเอ็กซ์โม่
พอได้โรงพยาบาลสามแล้วเป็นอย่างไร
แบงค์&amp;nbsp; : ตอนนั้นแกอยู่ในภาวะไม่รู้ตัวแล้ว ไม่ใช้ด้วยร่างกายแกเอง แต่เป็นเพราะคุณหมอให้ยาเพื่อให้ร่างกายแกได้พักผ่อน เพื่อที่จะให้ออกซิเจนในเลือดและในปอดฟื้นฟูได้เร็วที่สุด คือเราย้ายเพื่อที่จะได้ใช้เครื่องเอ็กซ์โม่ แต่พอคุณพ่อไปถึงอวัยวะต่างๆ ของท่านก็แย่ไปหลายอวัยวะแล้ว ซึ่งคุณหมอก็ลงความเห็นว่า ถึงใช้เครื่องไปก็ไม่ช่วยแล้ว&amp;nbsp;

ตอนย้ายโรงพยาบาลเรามีความหวังแค่ไหน
ไอซ์ : คือไอซ์หวังมาตลอด หวังให้อาการที่ไม่ดีกลับมาดีเหมือนเดิม หวังตลอด หวังทุกวัน ถ้าเราไม่หวังก็เหมือนเรายอมแพ้&amp;nbsp;
แบงค์&amp;nbsp; : ต้องบอกก่อนว่าเราไม่เคยยอมแพ้เลยแม้แต่วันเดียว เราไม่เคยนั่งเฉยๆ ไม่เคยนั่งรอให้อาการมันดีขึ้น เราพยายามคุยกับคุณหมอตลอด พยายามหาข้อมูล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่โรงพยาบาลที่สามมีคำหนึ่งที่คุณหมอพูดแล้วทำเอาลูกๆ เข่าทรุดเลย
ไอซ์ : คือคุณหมอพูดว่าจะปั๊มหรือไม่ปั้ม
แบงค์&amp;nbsp; : คือพอย้ายไปโรงพยาบาลที่สามอวัยวะต่างๆ ก็ค่อนข้างแย่ ล้มเหลวไปหลายอวัยวะไม่ว่าจะเป็นปอด ไต ตับ ซึ่งคุณหมอบอกว่าณ ตอนนั้นเหลือแค่หัวใจอย่างเดียว ซึ่งเราก็ทำใจระดับหนึ่งว่าคุณหมอต้องถามคำถามนี้ จนวันหนึ่งคุณหมอก็ถามเราว่าถ้าถึงจุดที่หัวใจมันไม่ไหวแล้วเราจะปั้มหรือไม่ปั้มหัวใจขึ้นมาไหม
ไอซ์ : คือเราก็ 50/50 คือใจอยากให้ปั๊มมาก แต่ว่าคิดกลับกัน เราปั๊มเขาฟื้น เราสบายใจ แต่เขาไม่เหมือนเดิม คนที่ทุกข์ทรมาณก็คือเขา อาจจะต้องนอนติดเตียงซึ่งทรมาณหนักกว่าเดิมสำหรับเขา กับการที่เราไม่ปั้ม มันบอกไม่ถูกเลย มันตื้อไปหมด แล้วเราก็ปรึกษากับทางบ้านซึ่งทุกคนก็บอกว่าไม่ปั๋มดีกว่า
แบงค์&amp;nbsp; : คือมีคำตอบหนึ่งที่คุณหมอบอกกับเราว่า คุณหมอไม่การันตีเลยว่า ปั๊บแล้ว คุณพ่อจะฟื้นขึ้นมาอีก ไม่ใช่ปั๊มแล้วหัวใจจะกลับมา

ตอนนั้นใครเป็นคนบอกแม่
แบงค์&amp;nbsp; : เราก็โทรคุยกันว่าจะทำอย่างไรดี ซึ่งคุณแม่ก็ค่อนข้างเคารพการตัดสินใจของพวกเรา เพราะมันไม่ใช่แค่ผมและไอซ์ แต่ยังมีน้องชายอีก 2 คน ที่จะคุยกันเองว่าเหตุการณ์เป็นประมาณไหน&amp;nbsp; ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่บีบหัวใจที่สุดในชีวิต เพราะเหตุการณ์มันไปในทิศทางที่แย่ลง&amp;nbsp; แต่ที่น่าสงสารยิ่งกว่านั้นคือ แม่เอ๋อยู่โรงพยาบาล ไม่สามารถไปดูพ่อ หรือมาหาลูกได้ ไม่สามารถมากอดกันเพื่อให้เรื่องเหล่านี้ผ่านพ้นไปด้วยดี คือมันทำตัวไม่ถูกจริงๆ เราไม่รู้ว่าจะต้องปลอบเขาอย่างไร เพื่อให้ทุกอย่างมันผ่านไป
ไอซ์ : ตอนนั้นถามว่าหวงแม่ขนาดไหน เราห่วงมาก ไม่เคยนอนหลับเลย&amp;nbsp;

นาทีที่คุณพ่อบอกว่าน้าค่อมได้จากไปตอนนั้นกี่โมง
ไอซ์ : คือก่อนคุณพ่อจะเสีย โรงพยาบาลจะโทรมาเป็นสเต็ป โทรมาเที่ยงคืน ตีสอง
แบงค์&amp;nbsp; : ประมาณเที่ยงคืนก็จะมีคุณหมอที่ดูแลคุณพ่อมาอัพเดทว่าจากเราคุยกัน ว่าจะไม่ปั๊บหัวใจ ดังนั้นอาการหัวใจตอนนี้จากร้อยเปอร์เซ็นต์ก็เหลือแค่ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ก็ค่อนข้างแย่แล้ว คุณหมอบกว่าถ้าผ่านไปได้ก็ผ่านไป แต่ถ้าผ่านไม่ได้ก็อาการก็น่าจะหนักขึ้น สุดท้ายพวกเราก็พยายามจะนอน แต่ก็ไม่ได้นอนกัน เพราะช่วงตี 4 ทางโรงพยาบาลก็โทรเข้ามา ณ เวลานั้นมันไม่มีใครมาอัปเดตเรื่องดีๆ หรอก คุณหมอก็บอกว่าคนไข้ไปแล้วนะครับ ถามว่าผมบอกไอซ์อย่างไร ผมว่าไอซ์รู้อยู่แล้วเพราะเขาอยู่ข้างเรา&amp;nbsp;

พอทราบข่าวคุณพ่อเสียวันรุ่งขึ้นต้องทำอะไรบ้าง
ไอซ์ : ไอซ์ทำอะไรไม่เป็นเลย แต่เราก็ต้องทำเพราะเหลืออยู่แค่ 2 คน เพราะน้องชายก็ต้องกักตัว คุณแม่ก็ติดโควิด เราก็จับมือกันแล้วก็ไปโรงพยาบาล&amp;nbsp; ซึ่งบุคคลากรที่โรงพยาบาลรามาก็น่ารักมาก พาเราไปทำตามสเต็ปทุกขึ้นตอน ก็ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี ซึ่งมันทรมานมาก

แล้วงานศพช่วงนั้นจัดอย่างไร
แบงค์&amp;nbsp; : เขาห้ามคนมาร่วมงานเกิน 20 คน เราก็ต้องเอาคนที่สะดวกจริงๆ และคนต้องไม่เกินแล้วก็ต้องจัดการเท่าที่จะทำได้ เพราะว่ามันไวมาก ผมแจ้งใครก็ไม่ทัน 
ไอซ์ : ตอนที่เผาศพเราก็มีวิดีโอคอลให้คนในครอบครัวดู ให้น้าๆทำเพื่อส่งคุณพ่อ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเรารู้ว่าคุณแม่ดีขึ้นเมื่อไหร่
ไอซ์ : หลังจากที่คุณพ่อเสียเราก็โฟกัสคุณแม่เต็มที่ เพราะเขาทุกข์มาก คือเขาอยู่ด้วยกันมานานมาก เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่อย่างไร เราก็ไม่กล้าโทรเท่าไหร่ก็จะให้น้องๆ ผลัดกันโทรหาคุณแม่ ลูกสาวก็จะโทรหาคุณยาย คอยให้กำลังใจ เพราะตอนนี้เรามีกันอยู่แค่นี้ คือเราก็ต้องดูแลเต็มที่ ไม่ปล่อย
แบงค์&amp;nbsp; : เพราะคุณแม่เคยติดโควิดแล้วสามารถเป็นได้อีกไหม คือสามารถเป็นได้อีก คือมันไม่มีอะไรที่จะปลอดภัย ก็พยายามดูแลกันทุกคน อย่างทุกวันนี้ไปหาคุณแม่ที่บ้านตัวผมเองก็ต้องยังต้องใส่แมสตลอด เข้าไปในบ้านต้องใส่แมสตลอดเพราะเราไม่รู้ว่า เราจะพาโรคบ้านี่ไปหาท่านหรือเปล่า&amp;nbsp; ซึ่งคุณแม่ก็รักษาตัวที่โรงพยาบาล 14 วัน ก็กลับมาบ้านได้

มีกระแสดราม่าเรื่องเกาะคุณพ่อค่อมกิน เห็นแบบนี้รู้สึกอย่างไร
ไอซ์ : คือพ่อเสียแล้วทำไมต้องขยี้กันอีก มาซ้ำกันอีก ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรเพราะเราก็ไม่ได้ตอบ แต่พอมีหนึ่งคนจุดประเด็นมา ว่าพ่อเสียแล้วจะเอาเงินที่ไหนใช้ ให้คุณแม่ใช้เงินระวังๆนะ ระวังเงินกงสีหมด คือมาว่าเราเรื่องนี้ เราก็เลยรู้สึกว่าทำไมยังคิดว่าเรายังเกาะพ่อเกาะแม่กินอยู่ คือคนที่แต่งงานแล้ว มีลูกมีสามีแล้ว ก็ต้องทำมาหากินได้ในระดับหนึ่งแล้วหรือเปล่า&amp;nbsp; แต่เราก็ไม่ได้ตอบอะไร

อยากบอกอะไรกับคนที่คิดแบบนั้น
ไอซ์ : อยากบอกว่าอย่าตัดสินคนด้วยอารมณ์ชั่ววูบ การที่เราโตมาได้ขนาดนี้ เรากล้าที่จะแต่งงานมีคู่ครองขนาดนี้ เราต้องทำมาหากินเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเอาสามีตัวเองไปให้พ่อแม่เลี้ยงหรอก คือไอซ์มีร้านอาหารแต่ตอนนี้มีปัญหาเรื่องโควิดอยู่ นอกจากนี้เราก็ยังมีขายเสื้อผ้ามีขายเครื่องประดับกับเพื่อน แล้วก็มีทำช่องยูทูบของตัวเอง คือถ้าไอซ์อยู่บ้านไอซ์ว่างไอซ์ทำหมดเพราะเป็นคนที่ว่างไม่ได้ ถ้าว่างแล้วต้องหาโน่นหานี่ทำตลอด&amp;nbsp; ส่วนร้านจะกลับมาเปิดเมื่อไหร่ก็ยังบอกไม่ได้ เพราะมีโควิดเข้ามาก็มีเรื่องค่าใช้จ่ายโน่นนี่นั่น ตอนนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจกับหุ้นส่วนทุกๆคนอยู่
แบงค์ : อยากให้ใจเย็นๆ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นมาด้วยเหตุและผลของมัน อยากให้ทุกคนคอมเมนต์ใจเย็นๆนิดหนึ่ง และเข้าใจภรรยาและที่บ้านผมนิดหนึ่ง เพราะที่บ้านก็เพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆมา

เจอดราม่าหนักๆ ให้กำลังใจกันอย่างไร
ไอซ์ : ถ้าเจอหนักๆ ไอซ์ก็จะวิ่งไปหาสามีเพราะว่าเขาจะสอนเราให้เราใจเย็นๆ ให้มองผ่าน เพราะแบงค์เขาจะเป็นคนที่ ไม่อยากให้เราปรี๊ดไม่มีสติ เขาก็จะพยายามสอนเราว่าค่อยๆ ใช้ความคิด ใจเย็นๆ ไม่อยากให้เราโผงผางเพราะมันจะไม่ดีกับตัวเรา
แบงค์ : อะไรไม่โอเคเราก็แค่ก้าวผ่านมันไปดีกว่า ไม่อย่างนั้นอะไรที่ไม่ดีก็จะติดตัวเราไป ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุมีผล ทำแบบนี้นะถ้าเกิดอะไรขึ้น

ถ้ามีพรวิเศษอยากกลับไปแก้ไขอะไร
ไอซ์ : ไม่แก้เลย เพราะตั้งแต่ต้นยันจบ ไอซ์ใช้สติดีแล้วในทุกๆเรื่อง
แบงค์ : สำหรับผมคือเราคุยกันตลอด ที่ผ่านมาพอนึกย้อนกลับไปไม่เคยเสียใจอะไรเลย เพราะเราคุยกัน และผ่านการกลั่นกรองที่ดีและรอบคอบแล้ว ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่ต้องเสียใจกับมันแค่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107204</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่อม ชวนชื่น, น้าค่อม ชวนชื่น, แบงค์ อธิกิตติ์, แบงค์-อธิกิตติ์ ไพบูลย์รัตนกิจ, ไอซ์ ณพัชรินทร์, ไอซ์-ณพัชรินทร์ ไพบูลย์รัตนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d16c2a642cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 01:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 01:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไอซ์’ลูกสาว‘น้าค่อม’โวยหลังโดนติง“อย่าพากันผลาญเงินพ่อ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การสูญเสียคุณพ่อ ค่อม ชวนชื่น ก็เป็นเรื่องน่าเสียใจของครอบครัวอยู่แล้ว แต่ล่าสุด ไอซ์-ณพัชรินทร์ ไพบูลย์รัตนกิจ ลูกสาวของ น้าค่อม ชวนชื่น ก็ยังโดนหาว่าผลาญเงินพ่ออีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยสาวไอซ์ได้โพสต์ถึงเรื่องราวดังกล่าวว่า &amp;ldquo;ทำไมถึงยังมีคนคิดว่าเรานั่งแบมือขอเงินพ่อ&amp;nbsp;ทีนี้จะอยู่ยังไง?&amp;nbsp;ระวังลำบากนะ?&amp;nbsp;ทำไมหน้าตาหนูยังดูเด็กหรอ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ่อตายละระวังเรื่องเงินกันหน่อย เงินกงสีจะหมดเอา (เราคนไทยไม่ใช่คนจีน)&amp;nbsp;อย่าพากันผลาญเงินพ่อ เหยยยยยยย คิดอะไรกันอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งหลังจากสาวไอซ์โพสต์ข้อความดังกล่าวก็มีแฟนๆของน้าค่อมและเพื่อนๆเข้ามาให้กำลังใจมากมาย ด้านหนุ่มแบงค์-อธิกิตติ์ ไพบูลย์รัตนกิจ ก็มาคอมเม้นท์ภรรยาแบบติดตลกว่า &amp;ldquo;ผมหาเงินใช้ส่งตัวเองเรียนมาตั้งแต่มอปลายละครับ ส่วนเมียขอเงินพ่อไม่ได้หรอก เพราะเงินพ่ออยู่ที่แม่เอ๋ ?&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งแบงค์ก็บอกแฟนๆและเพื่อนๆที่เข้ามาคอมเม้นท์ว่าตนแค่เพียงไม่อยากให้ภรรยาเครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102249</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่อม ชวนชื่น, น้าค่อม ชวนชื่น, แบงค์-อธิกิตติ์ ไพบูลย์รัตนกิจ, ไอซ์-ณพัชรินทร์ ไพบูลย์รัตนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6096d8fa63419.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดตำนาน‘ค่อม ชวนชื่น’ โควิด19คร่าชีวิตตลกดัง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปิดตำนาน &amp;ldquo;น้าค่อม ชวนชื่น&amp;rdquo; คนด่า &amp;ldquo;ไอ้สัส&amp;rdquo; ที่น่าฟังที่สุด โควิด-19 คร่าชีวิต ติดเชื้อเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล 12 เม.ย.&amp;nbsp; คนบันเทิง-แฟนคลับสุดอาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 เมษายน ไอซ์-ณพัชรินทร์ ปรีดากุล ลูกสาวของค่อม ชวนชื่น หรือนายอาคม ปรีดากุล นักแสดงตลกชื่อดัง วัย 63 ปี ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม ระบุว่า &amp;quot;คุณพ่อหลับสบายแล้วนะคะ&amp;quot; หลังติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.
โดยก่อนหน้านี้เพียงแค่ 1 วัน ไอซ์ ณพัชรินทร์ได้โพสต์อัปเดตอาการของน้าค่อมว่า อยู่ในภาวะโคม่า อวัยวะหลายอย่างล้มเหลว การทำงานของร่างกายโดยเฉพาะชีพจรกับความดัน ร่างกายไม่ตอบสนองต่อยาที่ให้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ ทางทีมแพทย์ได้ทำการช่วยเหลือทุกทางแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตในที่สุดในเช้าวันที่ 30 เม.ย.
หลังจากนั้นทางครอบครัวได้เดินทางมารับศพน้าค่อมที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นสถานที่ที่น้าค่อมเข้ารับการรักษาตัวก่อน เพื่อนำไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน ในเวลา 15.00 น. โดยมีคนสนิทในแวดวงบันเทิง อาทิ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย, โก๊ะตี๋ อารามบอย, ป๋อง-กพล ทองพลับ, เจี๊ยบ เชิญยิ้ม,ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง, ยูริ ภรรยาของบอล เชิญยิ้ม, แจง ปุณณาสา ภรรยา แจ๊ส ชวนชื่น มาร่วมไว้อาลัยและวางดอกไม้จันทน์ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย
ข่าวการเสียชีวิตของน้าค่อมทำให้คนในวงการบันเทิงและแฟนคลับต่างรู้สึกเศร้าและสะเทือนใจกับการจากไป โดยได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก ซึ่ง 3 หนุ่มที่เปรียบเสมือนเป็นลูกชายของน้าค่อม นำโดยบอล เชิญยิ้ม ได้โพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;หลับให้สบายนะครับพ่อ รักและคิดถึงพ่อตลอดไปครับ พ่ออยู่ในใจผมตลอดไปครับ&amp;rdquo; ส่วนแจ๊ส ชวนชื่น โพสต์ว่า &amp;ldquo;หลับให้&amp;nbsp; สบายนะพี่ค่อม ขอให้บุญกุศล ญาติสนิทมิตรสหาย ที่ได้ทำมา ส่งผลให้พี่ค่อมอยู่ในภพภูมิที่ดีนะ ผมใจหายจริงๆ รักพี่ค่อมเสมอ รัก จริงๆ ทำไมมันต้องเป็นอย่างนี้ด้วย เป็นกำลังใจให้ครอบครัวพี่ค่อมทุกคนเสมอนะครับ&amp;rdquo; และนุ้ย เชิญยิ้ม โพสต์ว่า &amp;ldquo;ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้าค่อมด้วยครับ หลับให้สบายนะครับน้าค่อม&amp;rdquo;
ด้าน 2 นักแสดงจากช่อง 3 เกรท วรินทร และเบลล่า ราณี ซึ่งเคยร่วมงานกับน้าค่อมก็ร่วมไว้อาลัย โดยหนุ่มเกรทโพสต์ว่า &amp;ldquo;อธิบายความรู้สึกไม่ถูกจริงๆ น้าค่อมเป็นคนที่น่ารักมาก ... เศร้าอะ...ขอบคุณน้าสำหรับเสียงหัวเราะนะครับ หลับให้สบายนะครับน้า&amp;rdquo; ส่วนเบลล่าโพสต์ว่า &amp;ldquo;ไม่คิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้น ขอบคุณที่เป็นครูและเอ็นดูหนูเสมอ ขอบคุณที่สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนตลอดมา หลับให้สบายนะคะน้าค่อม ขอให้บุญกุศลที่หนูได้ทำมาส่งไปถึงน้า และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวน้าทุกคนด้วยนะคะ รักน้าค่อมมากๆ น้าค่อมจะอยู่ในใจหนูตลอดไปค่ะ&amp;rdquo;
โก๊ะตี๋ อารามบอย คู่หูต่างวัยที่รู้จักกับน้าค่อมมานานเกือบ 30 ปี ก็ได้โพสต์ว่า &amp;ldquo;หลับให้สบายครับน้า...คนเรามีพบก็ต้องมีจาก แต่หนูไม่คิดว่ามันจะเร็วอย่างนี้...เกือบ 30 ปีที่ได้รู้จักกัน...ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะแยะมากมาย...รักและเคารพในตัวน้าตลอดไป...หนูจะจำในทุกๆ อย่างที่น้าเคยสอน และวันเวลา..ที่เราเคยผ่านมันมาด้วยกัน ศรัทธาที่หนูมีในตัวน้า...มันยังคงอยู่ในใจหนูตลอดไป!!!....อารามบอย.... #ค่อมชวนชื่น&amp;rdquo;
ในขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้าค่อมด้วย และแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทุกคน ไม่มีใครสบายใจเมื่อมีคนไข้หรือผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น แต่บุคลากรทุกคนไม่เสียกำลังใจ และจะพยายามทำงานกันอย่างเต็มที่
ค่อม ชวนชื่น หรือชื่อจริง นายอาคม ปรีดากุล เกิดเมื่อวันที่ 5 ม.ค.2501 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นนักแสดงตลกชาวไทย และเป็นอดีตสมาชิกตลกคณะชวนชื่น วงการบันเทิงมักจะเรียกติดปากว่า &amp;quot;น้าเหยิน&amp;quot; ด้วยความที่ไม่รู้หนังสือเลย แต่เขากลับเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษเรื่องการจำบทได้อย่างแม่นยำ
&amp;nbsp;เส้นทางชีวิตของเขานั้นได้ยึดอาชีพตลกมานานกว่า 20 ปีแล้ว ผ่านมาแล้วทั้งงานละครและภาพยนตร์แบบนับไม่ถ้วน โดยผลงานแสดงที่สร้างชื่อเสียงเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2545 เมื่อบริษัท สหมงคลฟิล์ม ได้นำเรื่อง 7 ประจัญบานมาทำใหม่ โดยมีเฉลิม วงศ์พิมพ์ เป็นผู้กำกับ และน้าค่อมเป็นหนึ่งในนักแสดง ส่วนชีวิตส่วนตัว ค่อม ชวนชื่น สมรสกับนางประภาศรี ปรีดากุล มีบุตร 3 คน คือ ณพัชรินทร์ ปรีดากุล, กฤต ปรีดากุล และวิธาน ปรีดากุล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101344</URL_LINK>
                <HASHTAG>-แฟนคลับอาลัย, COVID-19, คนบันเทิง, ค่อม ชวนชื่น, ติดเชื้อ, น้าค่อม ชวนชื่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608c1838436b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์เคลียร์สาเหตุ&#039;น้าค่อม&#039;ทรุดเร็วจนเสียชีวิต  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายการโหนกระแสวันที่ 30 เม.ย. 64 &amp;nbsp;หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย &amp;nbsp;ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์และกรมควบคุมโรค มาให้ความรู้ว่าทำไม ค่อม ชวนชื่น ตลกชื่อดังถึงทรุดเร็วจนเสียชีวิต และเกิดอะไรขึ้น เชื้อรุนแรงขึ้นหรือยังไง
ได้ทราบข่าวแล้วตกใจไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ก็ตกใจ ย้อนกลับไปถึงวันสงกรานต์ จำได้ว่าที่เราคุยกันกับน้าค่อม ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติพี่น้องของน้าค่อมด้วย และขอบคุณน้าค่อมที่ได้สร้างความสุขให้พวกเรามาโดยตลอด ผมจำได้ว่าวันนั้น วันที่ 13 เม.ย. น้าค่อมก็ยังเตือนตอนสุดท้ายว่าโปรดระวังตัวหน่อยนะ อย่าเดินทางมาก ขอบคุณน้าค่อมที่ยังเตือนพวกเราอยู่ตลอด ก็เป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ครับ เพราะโรคนี้เป็นโรคระบาดโรคใหม่&amp;quot;
วันนั้นมีโอกาสสัมภาษณ์น้าค่อมต่อหน้าอาจารย์ ตอนนั้นอาการไม่มีอะไร ไม่มีไอ ไม่มีไข้ อาจารย์ยังพูดว่าถ้า 7 วันไม่ทรุดลงก็น่าจะโอเค แต่อันนี้ดูแล้วเป็นยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ส่วนใหญ่อาการของโรคที่จะรุนแรงหรือเป็นมาก ก็จะโผล่ขึ้นมาภายใน 7 วันนี่แหละ โอกาสที่เชื้อพอเลย 7 วัน มีโอกาสรุนแรงได้ แต่น้อยกว่า วันนั้นที่สัมภาษณ์ น้าค่อมเป็นมา 3 วัน หลังจากนั้นอีก 3-4 วันแกก็ทรุดลง&amp;quot;
ไล่ไทม์ไลน์น้าค่อมจริงๆ วันที่ 11 น้าค่อมไปตรวจหาเชื้อ 12 เม.ย. ทราบผลยืนยันว่าติดเชื้อ เข้ารพ. วันที่ 13 เม.ย. คุยกับเราตอนอยู่รพ. ถ้าย้อนกลับไป เขาเจอคุณบอลในวันที่ 6-7 ได้รับเชื้อมา 5 วัน แล้วไปตรวจหาเชื้อวันที่ 11 วันที่ 12 ได้รับการยืนยัน แสดงว่ารับมาแล้ว 5 วัน วันที่ 13 ที่เราคุยกัน แกยังไม่มีอาการเลย ต้องนับจากวันไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ต้องนับจากวันที่ตรวจเชื้อเจอคือวันที่ 11 และทรุดเข้าไอซียูวันที่ 17 ห่างกันประมาณ 6 วัน อันนี้เป็นข้อมูลทางการแพทย์ เวลาจะดูว่าคนไข้จะหนักจะทรุดอยู่ตรงนี้ วันนั้นผมยังพูดถ้าหลัง 7 วันสบายดี โอกาสที่จะสบายดีจะเยอะ แต่สังเกตดูนะ วันที่ 17 เข้าไอซียู 18 แกมีอาการเหนื่อย แล้วโรคนี้เป็นโรคที่ทางการแพทย์ หมอไอซียูต้องจับนอนคว่ำนะ ใส่ท่อช่วยหายใจ ทุกข์ทรมานมาก&amp;quot;
ตอนน้าค่อมย้ายจากรพ.สินแพทย์ไปวิภาราม น้าค่อมเริ่มเหนื่อย หายใจลำบาก รพ.ตอนแรกให้ออกซิเจนที่จมูกเฉยๆ แต่สุดท้ายไม่ไหว เลยใส่ท่อไปที่ปอด เพื่อพยุงปอด ตรงนั้นเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องใส่ลงไปที่ปอด?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ถ้าให้ออกซิเจนดมทางจมูกแล้ว เขาจะมีการตรวจวัดค่าออกซิเจนในเลือดตลอด และดูอาการด้วย ถ้าค่าออกซิเจนในเลือดไม่ดี มีอาการเหนื่อย อันนี้ไม่ดี จำเป็นต้องใส่ท่อแล้ว การใส่ท่อเห็นการตัดสินใจของแพทย์ที่ดูแลคนไข้ทางด้านปอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;อันนี้ถือว่ารุนแรงหรือยัง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;รุนแรงแล้วครับ เป็นสัญญาณเตือนแล้ว&amp;quot;
เพราะระบบทางเดินหายใจล้มเหลว?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ถูกต้องครับ ภาวะหายใจล้มเหลวจะมีการตรวจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นออกซิเจนในเลือดต่ำ ระบบการหายใจ หายใจกี่ครั้ง ถี่แค่ไหน คนไข้ต้องใช้แรงเบ่งมากน้อยแค่ไหน เราถือว่าเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&amp;quot;
หลังจากนั้นน้าค่อมปอดแฟบ เป็นภาวะเดียวกันไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ปอดแฟบต้องดูว่าเกิดจากสาเหตุอะไร แต่ส่วนใหญ่เสมหะไปอุด จะแฟบชั่วคราว เราต้องดูดเสมหะออกมา ปอดก็ขยายได้ แต่ปอดที่เป็นฝ้า เป็นเพราะเชื้อโรคพอลงไปในปอด ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง มันก็ไปดึงพวกเซลล์น้ำเหลืองมาชุมนุมอยู่ตรงนั้น เลยเกิดเป็นรอยฝ้าขึ้น รอยฝ้าขึ้นจะทำให้การเปลี่ยนแปลงออกซิเจนในปอดไม่ได้ พูดง่ายๆ ว่าเนื้อตรงปอดตรงนั้นทำงานไม่ได้ นี่คือต้องมีการนอนคว่ำเพื่อเอาส่วนที่เป็นเนื้อปอดที่ไม่ค่อยทำงาน ให้ยกอยู่ข้างบน ข้างล่างลมจะได้เข้าไปแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ดีขึ้น&amp;quot;
ความทรมาน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ทรมานมาก แต่ผมไม่เคยใส่นะ แต่ดูจากภาพแล้วคนไข้บ่นทรมานมาก หลายคนที่เป็นหมอไอซียูเขามักต้องน็อกคนไข้ ให้ยานอนหลับแล้วน็อกเลย เพื่อไม่ให้เจ็บดิ้นรน เจ็บหรือรำคาญก็ปนๆ อยู่ในนั้น เผื่อใครถึงขั้นต้องเข้าไอซียูแล้ว เรียนให้ทราบว่าเป็นเรื่องใหญ่ น้าค่อมเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าผู้ที่มีอาการรุนแรง โรครุนแรง จะถึงจุดนี้มากกว่า แต่คนแข็งแรงดี เป็นหนุ่มสาวก็มีโอกาสเป็นได้ อันนี้ก็แล้วแต่แต่ละคน ที่ภูมิต้านทานแต่ละคนตอบไม่ได้&amp;quot;
สมัยก่อนเราเชื่อว่าโควิดจะเล่นงานเฉพาะคนสูงอายุมีโรคประจำตัว แต่วันนี้เห็นเลยว่าอายุ 24 มีภาวะแค่เป็นภูมิแพ้ ก็เสียชีวิตเหมือนกัน เชื้อมันแรงมากขึ้นหรือยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;หลังจากที่มีเชื้อเก่า ที่เราผ่านระลอกหนึ่ง ระลอกสองมาแล้ว เชื้อใหม่คือสายพันธุ์อังกฤษ เรารู้เลยว่าสิ่งที่ตอบได้คือระบาดกว้างขวางมากขึ้น เร็วขึ้น สองคือเชื้อตอนแรกรุนแรงจริงหรือเปล่า สุดท้ายพบว่าน่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น เจอปอดอักเสบ ปอดบวมมากขึ้น อีกอย่างคือเราจะเห็นว่าการระบาดระลอกสาม มาจากหนุ่มสาว เขาเอาเชื้อไปในครอบครัว ครั้งนี้เราจะเห็นเด็กที่เป็นโควิดสูงขึ้น คนแก่ก็เป็นมากขึ้น เพราะเด็กกับคนแก่อยู่ในบ้าน หนุ่มสาวเอาเชื้อไปสู่ในครอบครัว ขอเตือนนิดนึงว่าอันตรายมาก ทั้งกลุ่มเด็กและคนแก่เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตอนแรกน้าค่อมมีภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว ปอดแฟบ ต้องใส่ท่อลงไปในปากไปพยุงปอด ทุกคน ภาวนาขอให้ดีขึ้นแต่ไม่เป็นแบบนั้น อีกวันถัดมา น้าค่อมไตวาย ทำไมเกิดภาวะนี้ได้?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เมื่อไหร่ที่ร่างกายมีการอักเสบ เมื่อมีเชื้อปั๊บร่างกายจะมีการตอบโต้ด้วยกระบวนการทางร่างกาย ทำให้ร่างกายอักเสบ และมีผลต่อทุกอวัยวะของร่างกาย ไตก็เป็นส่วนหนึ่ง เมื่อไตอักเสบ เลือดส่งไปเลี้ยงที่ไตน้อยลง ก็มีโอกาสเกิดไตวายได้ อันนี้เป็นผลข้างเคียงที่ตามมา จากการที่ปอดไม่ค่อยทำงานแล้ว ก็จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ผมไม่เห็นข้อมูลนะ แต่พอคาดการณ์ได้ว่าเป็นไตวายเฉียบพลันจากภาวะการติดเชื้อที่รุนแรงมาก ร่างกายผลิตสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบออกมา และมันจะไปทุกแห่ง อันนี้เป็นจุดอ่อนอันนึงที่จะทำให้มีโอกาสทำให้เป็นไตวาย ไตวายก็พยุงโดยการฟอกเลือด ฟอกไต&amp;quot;
ช่วงที่กำลังสัมภาษณ์ ศพน้าค่อมกำลังเคลื่อนย้ายไปที่วัด แล้วมีการฌาปนกิจน้าค่อมในวันนี้เลย เวลา 15.00 น. วิธีการคือนำร่างน้าค่อมเข้าไปสู่เมรุ มีการทอดผ้า มีพระสัก 4 รูป สวดอภิธรรมให้น้าค่อม และนำน้าค่อมเข้าไปสู่ภายในเมรุ หลังจากนั้นน่าจะมีการเก็บอัฐิในวันนี้ และจะมีการทำบุญอีกครั้ง สิ่งหนึ่งซึ่งตกใจมาก ปกติคนรักษาโควิด ประมาณ 14 วันรับยาไปแล้ว ถ้าไม่มีอาการหนักจะทุเลาและดีขึ้น แต่ที่แน่ๆ เชื้อโควิดน่าจะหายไปใน 14 วัน แต่น้าค่อม 19 วัน เอาแค่เข้ารพ.วันที่ 12 จนวันนี้ 19 วัน ทำไมยังมีเชื้อโควิดอยู่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ปกติ 14 วันร่างกายต่อสู้ได้หมด คิดว่าปัญหาคือหนึ่งถ้าร่างกายอ่อนแอ จะสู้ไม่ดีเท่าคนหนุ่มสาว มันถึงพัฒนากลายเป็นโรคที่รุนแรง สองช่วงที่ปอดอักเสบรุนแรง ออกซิเจนในปอดต่ำลง ทางการแพทย์จะใช้ยาตัวนึง เป็นยาสเตียรอยด์ เพื่อลดอัตราการอักเสบ ถ้าปล่อยให้อักเสบมาก ปอดจะเป็นฝ้าเต็มไปหมดจนเสียชีวิต สเตียรอยด์ตัวนี้ นอกจากลดการอักเสบ ข้อเสียอีกอันคือจะทำให้เชื้ออยู่ได้นานขึ้น ไม่ว่าจะเชื้อไวรัสโควิดหรือแบคทีเรีย ผลของน้าค่อมที่ช่วงหลังที่เป็นรุนแรง จนกระทั่งไตวาย เลือดเป็นกรดอะไรต่างๆ ปอดเป็นฝ้า เกิดจากเชื้อก่อให้เกิดการอักเสบที่รุนแรงมาก&amp;quot;
ค่าเหลืองในตับสูงมาก หลังย้ายรพ. หมอฟอกเลือดตลอด 24 ชม. ให้ยาทุกสิ่งทุกอย่าง หลังจากนั้นเห็นว่าเจอเชื้อแบคทีเรีย โควิดก็อยู่ที่ปอด แบคทีเรียก็อยู่ที่ปอด มันมีผลในทางนี้ไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เรื่องของเรื่อง เชื้อแบคทีเรีย เป็นเชื้อที่อยู่ในสิ่งที่แวดล้อม อยู่ในที่ไหนก็ได้ ในคอน้าค่อมก็มี ในลำไส้ของแกก็มี เชื้อตัวนี้จะออกมาจู่โจม ในเวลาที่ร่างกายอ่อนแอมากๆ มันจะมาแล้ว และก่อปัญหา เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ร่างกายอ่อนแอมากๆ เมื่อไหร่ มันก็มา ซึ่งหลายๆ ท่านที่อยู่ในไอซียูนานๆ เราจะเห็นว่ามันมีปัญหาเรื่องการใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ตัวแล้วตัวเล่า ถ้าโชคไม่ดี ไปเจอตัวที่ดื้อมากๆ เกือบไม่มียารักษา เพราะตัวแบคทีเรียพัฒนาการดื้อยาไปมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;quot;
คุณหมอแจ้งกับครอบครัวว่าทำทุกวิถีทาง ให้ยาทุกตัว เครื่องมือเต็มที่ช่วยกู้น้าค่อมกลับมา จน 6 โมงเย็นมีการแจ้งกับครอบครัวว่าน้าค่อมไม่ไหว อาการหนัก อาจจะยื้อไว้ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นมาตั้งแต่ตอนไหน ที่พอประมวลได้ ตอนไตวายหรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แพทย์ที่ดูแลในไอซียูก็เป็นแพทย์ชุดเดิมๆ คนเดิมๆ เขารู้หมดเลย ตอนนี้เดินมาถึงจุดไหนแล้ว พอเดินถึงจุดไหนปั๊บต้องพยายามติดต่อกับญาติคุยตลอด ตอนนี้มีหวัง ตอนนี้เริ่มแย่ ต้องเข้าใจนะ ข้อมูลที่คุณหนุ่มให้มา หนึ่งไตวาย ค่าตับเสียไปมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ค่าเหลืองคืออะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;คือตับ ที่จัดการกับพวกน้ำดีอะไรต่างๆ ฉะนั้นพอจัดการไม่ได้ตับวาย ไม่ใช่แค่ไตวายอย่างเดียว ตับก็วายด้วย ค่าเหลืองคือตับทำงานไม่ได้ อันนี้น่าจะเป็นไตวาย ตับวาย ปอดก็วาย เขาถึงใส่ท่อช่วยหายใจ ฉะนั้นแพทย์ผู้ดูแล ผมเชื่อว่าเขาดูแลเกี่ยวกับคนไข้วิกฤตที่อยู่ในไอซียูแบบนี้ทั้งหมด ดังนั้นเรียนได้เลยว่าเต็มที่แล้ว ผมก็เชื่อว่าตอนก่อนมีอาการหนัก แพทย์อาจมีการให้ข้อมูล แสดงว่าหัวใจอาจหล่อเลี้ยงได้ด้วยยา จนวันนึงหัวใจไม่ตอบสนองต่อยาที่ทำให้หัวใจเต้น ก็เริ่มแย่ลง ปอดก็ลง ตับก็ลง ทุกอย่างจู่โจมไปหมด&amp;quot;
โควิดไม่ได้จู่โจมแค่ปอดเหรอ ตับไตก็ไปด้วย?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;น้อยครับ ส่วนใหญ่ตับไตที่ไป เป็นผลจากการอักเสบ อักเสบเริ่มต้นคือทางเดินหายใจ&amp;quot;
มันไปซ่อนตามสมองได้ไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;โรคนี้เพิ่งเกิดขึ้นปีกว่าเท่านั้น แต่ถามว่าไปที่ตับ เส้นเลือดได้ไหม ได้หมด ในคนที่ไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อได้ มันก็จะไปหมด แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดน่าจะเกิดจากการอักเสบ เวลาเชื้อเข้าร่างกายมนุษย์ ไม่ว่าอ่อนแอแค่ไหน ก็จะมีการอักเสบ การอักเสบบางคนก็ก่อผลร้ายต่อร่างกาย อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ทำให้มีอาการตับวาย ไตวาย ทางเดินหายใจวายด้วย อันนี้เรื่องใหญ่&amp;quot;
น้าค่อมเคลื่อนศพไปฌาปนกิจ จริงๆ แล้วจำเป็นต้องเผาวันนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จริงๆ ต้องทำความเข้าใจว่า ศพผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ ทางการแพทย์เราเขียนแนวทางไว้แล้วว่าวิธีจัดการศพเราทำยังไง แน่นอนคนที่แพทย์พยาบาลที่ดูแลก่อนเสียชีวิต นั่นคือเสี่ยงที่สุด ศพเหล่านี้ก่อนมีการบรรจุใส่โลง ต้องมีการพ่นยา ใส่ถุงซิปล็อก 3 ชั้น แต่ละชั้นก็มีการพ่นยาฆ่าเชื้อทุกชั้น ฉะนั้นอันนี้มั่นใจว่าศพจะไม่สามารถแพร่เชื้อได้และศพเหล่านี้คำแนะนำทางการแพทย์คือ หนึ่งเวลาญาติโยมต่างๆ ขอความกรุณาอย่าเปิดศพดูหน้า เพราะว่ามีโอกาสเชื้อแพร่ได้ จริงๆ เขามีซีลไว้หมดแล้ว เรียบร้อย ผมก็คิดว่าการแพร่เชื้อจากศพที่อยู่ในโลง โอกาสมันเกือบศูนย์เปอร์เซ็นต์&amp;quot;
เพราะศพหายใจไม่ได้ พ่นละอองออกมาไม่ได้ แต่สารคัดหลั่งติดอยู่ตามตัวได้?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ใช่ เรียนให้ทราบว่าโรคนี้มาจากทางเดินหายใจ ฉะนั้นศพไม่สามารถสั่งน้ำมูกได้ ไม่สามารถไอได้ โอกาสแพร่เชื้อเป็นศูนย์เลย&amp;quot;
จำเป็นต้องเผาในวันเดียวไหม เพราะตามวัดทุกวัดที่ทราบ ศพต้องเผาเลย?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จริงๆ สวดแล้วเผา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ แต่เป็นเรื่องของทางสังคม ที่บอกว่ารีบๆ เผาไปเถอะ เราจะเห็นว่าศพพวกนี้ส่วนใหญ่ก็เผาเลย จริงๆ สวดก็ได้ เพราะศพไม่ได้แพร่ไปไหน แต่ญาติโยม พระสงฆ์องค์เจ้าไม่ค่อยไว้ใจ เรียนให้ทราบว่าไว้ใจได้ เพราะเชื้ออยู่ในร่างกายศพ มีการซีล คลุม 3-4 ชั้่น เป็นไปไม่ได้ที่จะแพร่ออกมา ยกเว้นท่านไปเปิด เราถึงแนะนำไม่ให้เปิดโดยเด็ดขาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101335</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้าค่อม ชวนชื่น, รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์, หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย, โควิด-19, โหนกระแส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608c0347ef1a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มิว&#039;อาลัย&#039;น้าค่อม&#039;ซัดรัฐบาลจัดการโควิดล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่มักจะออกมาแสดงถึงจุดยืนทางการเมืองอยู่เสมอ สำหรับนางเอกสาว มิว-ลักษณ์นารา เปี้ยทา ล่าสุดกับกรณีที่ศิลปินตลกชื่อดัง ค่อม ชวนชื่น ได้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ทางสาวมิวก็มองว่าการเสียชีวิตของน้าค่อมนั้น ส่วนหนึ่งมาจากระบบการจัดการแก้ปัญหาโควิดที่ล้มเหลวของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า &amp;ldquo;ใจหายมากๆ เลย มิวมีโอกาสได้ร่วมงานกับน้าค่อม แล้วน้าค่อมคือน่ารักมากๆ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวน้าค่อมด้วยนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าเรามีระบบการจัดการที่ดี มีผู้นำที่เก่งกว่านี้ และนำเข้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพได้เร็วกว่านี้ เรื่องนี้คงไม่ต้องเกิดขึ้น คงไม่ต้องมีหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียคนที่รัก ขอให้เรื่องน้าค่อมเป็นตัวแสดงให้เห็นถึงการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาลชุดนี้เถอะค่ะ อย่าให้ต้องมีใคร ครอบครัวไหนต้องสูญเสียไปมากกว่านี้เลยค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม mewky.way&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101302</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่อม ชวนชื่น, น้าค่อม ชวนชื่น, มิว ลักษณ์นารา, รัฐบาลแก้ปัญหาโควิดล้มเหลว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bc4e7a4d28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติรับศพ&#039;น้าค่อม&#039;ไปประกอบพิธีฌาปนกิจ ที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่ น้าค่อม ชวนชื่น &amp;nbsp;ตลกคนดัง ได้เข้ารับการรักษาตัวก่อนเสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ณ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางญาติได้เดินทางมารับศพน้าค่อมออกจากโรงพยาบาลแล้ว &amp;nbsp;โดยจะนำไปทำพิธีบำเพ็ญกุศล และฌาปนกิจที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน ในวันนี้ เวลา 15.00 น. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101280</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่อม ชวนชื่น, ฌาปนกิจ, น้าค่อม, น้าค่อม ชวนชื่น, วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608ba25a98a37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!&#039;น้าค่อม-ชวนชื่น&#039;เสียชีวิตแล้วจากการติดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 เม.ย.64 - เมื่อเวลาประมาณ 8.30น. ไอซ์-ณพัชรินทร์ ปรีดากุล ลูกสาวของนายอาคม ปรีดากุล หรือ น้าค่อม ชวนชื่น โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมว่า &amp;quot;คุณพ่อหลับให้สบายนะคะ&amp;quot;
ขณะที่คนในวงการและแฟนคลับเข้ามาแสดงความอาลัยต่อการจากไปของน้าค่อมจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้น้าค่อมป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งก่อนหน้านั้นไอซ์-ณพัชรินทร์ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กถึงอาการป่วยล่าสุดของน้าค่อมจากโควิด-19 ว่า ตอนนี้อาการของคุณพ่ออยู่ในภาวะโคม่า อวัยวะหลายอย่างล้มเหลว รวมถึงการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะชีพจรกับความดัน ร่างกายไม่ตอบสนองต่อยาที่ให้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้ ทางทีมแพทย์ได้ทำการช่วยเหลือทุกทางแล้ว ซึ่งการฟอกเลือดในตอนนี้ก็อาจจะไม่ช่วย ร่างกายมีเกล็ดเลือดต่ำ ยากดภูมิอื่นๆ ก็ให้ไม่ได้ เนื่องจากมีอาการติดเชื้อ อาจจะทำให้แย่กว่าเดิม และหากเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น การปั๊มหัวใจอาจจะเกิดการตอบสนองน้อย เนื่องจากอวัยวะหลายอย่างล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งน้าค่อม มาเสียชีวิตในช่วงเช้าวันที่30เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่อม ชวนชื่น หรือชื่อจริง อาคม ปรีดากุล เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2501 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นนักแสดงตลกชาวไทย และเป็นอดีตสมาชิกตลกคณะชวนชื่น วงการบันเทิงมักจะเรียกติดปากว่า &amp;quot;น้าเหยิน&amp;quot; ด้วยความที่ไม่รู้หนังสือเลย แต่เขากลับเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษเรื่องการจำบทได้อย่างแม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เส้นทางชีวิตของเขานั้นได้ยึดอาชีพตลกมานานกว่า 20 ปีแล้ว ผ่านมาแล้วทั้งงานละครและภาพยนตร์แบบนับไม่ถ้วน โดยผลงานแสดงที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขานั้นเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2545 เมื่อบริษัท สหมงคลฟิล์ม ได้นำเรื่อง 7 ประจัญบาน มาทำใหม่ โดยมีเฉลิม วงศ์พิมพ์ เป็นผู้กำกับ และน้าค่อมเป็นหนึ่งในนักแสดงร่วมกับ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, อัมรินทร์ นิติพน, เท่ง เถิดเทิง, ทศพล ศิริวิวัฒน์, แช่ม แช่มรัมย์, พิเศก อินทรครรชิต, ดี๋ ดอกมะดัน, สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ และ ประกาศิต โบสุวรรณ ทำรายได้ถึง 58.30 ล้านบาท ต่อมาจึงมีการสร้างภาพยนตร์ภาคต่อ 7 ประจัญบาน 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตส่วนตัว ค่อม ชวนชื่น สมรสกับนางประภาศรี ปรีดากุล มีบุตร 3 คน คือ คนแรก จีรนันท์ ปรีดากุล คนที่ 2 กฤต ปรีดากุล คนที่ 3 วิธาน ปรีดากุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101243</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, น้าค่อม ชวนชื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608b5a8ec482a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
