<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯห่วงใยสถานการณ์น้ำ กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.63 -&amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นห่วงสถานการณ์น้ำในขณะนี้ ทั้ง ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง รวมถึงน้ำแล้งในบางพื้นที่ ซึ่งได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการแล้ว
โดยจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ระบุว่าภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงบางแห่ง ภาคใต้ฝนตกต่อเนื่อง ในช่วงวันที่ 17-20 พ.ค. 63 ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางพื้นที่ และคาดการณ์ในช่วง 1-3 วันข้างหน้า อ่างเก็บน้ำรัชชประภา จะมีน้ำไหลเข้าอ่างสะสมรวม 16 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำบางลางจะมีน้ำไหลเข้าอ่างสะสมรวม 14 ล้าน ลบ.ม.

นางนฤมล กล่าวว่า ขณะที่การปฏิบัติการฝนหลวง วันที่ 1-12 พ.ค.63 เพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 5 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 5 แห่ง รวม 1.3 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณฝนตกหนักในภาคตะวันออกที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองสียัด กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ สำหรับคุณภาพน้ำแม่น้ำสายหลักส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปกติ พร้อมกันนี้รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำด้านอุปโภค บริโภค และโครงการเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับกักเก็บน้ำในฤดูฝน ปี 2563 ในพื้นที่ EEC ประกอบด้วย การขุดเจาะบ่อบาดาล จัดหาแหล่งน้ำผิวดิน ซ่อมแซมระบบประปา วางท่อน้ำดิบ เชื่อมโยงแหล่งน้ำ ฟื้นฟูแหล่งน้ำเดิมและก่อสร้างแหล่งน้ำใหม่พร้อมระบบ เมื่อแล้วเสร็จ ส่งผลให้ จ.ระยองมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 0.55 ล้าน ลบ.ม./ปี จ.ฉะเชิงเทรามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 2.77 ล้าน ลบ.ม./ปี จ.ชลบุรีมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 10.92 ล้าน ลบ.ม.

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง 29 จังหวัด หน่วยงานให้ความช่วยเหลือสนับสนุนน้ำอุปโภค-บริโภคการประปานครหลวงสนับสนุนน้ำ 3,784 ลิตร รวมสะสม 0.68 ล้านลิตร กรมชลประทานแจกจ่ายน้ำอุปโภค-บริโภค ในพื้นที่ จ.ลพบุรี ขุดเจาะบ่อบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ขุดเจาะบ่อบาดาล 21 บ่อ รวมสะสม 1,916 บ่อ เพิ่มน้ำต้นทุน กรมทรัพยากรน้ำ สนับสนุนเครื่องสูบน้ำในการสูบน้ำเติมสระเก็บน้ำสาธารณะของหมู่ที่ 5 บ้านดงจิก จ.จันทบุรี เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66090</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดแคลนน้ำ, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, น้ำ, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaec41ce1e0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แล้งหนัก! 29 จังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 63&amp;nbsp;- กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่ามีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 29 จังหวัด ทั้งนี้ ปภ. ได้บูรณาการทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังแก้ไขปัญหาในพื้นที่ประสบภัย ทั้งการสูบส่งน้ำ การขุดบ่อน้ำตื้น การขุดบ่อน้ำบาดาล การเป่าล้างบ่อบาดาล การจัดรถบรรทุกน้ำนำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านและจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดฤดูแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (9 พ.ค. 63) มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) รวม 29 จังหวัด 162 อำเภอ 858 ตำบล 5 เทศบาล 7,434 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ พิษณุโลก และตาก รวม 47 อำเภอ 234 ตำบล 1,918 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และศรีสะเกษ รวม 73 อำเภอ 423 ตำบล 2 เทศบาล 3,939 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางและภาคตะวันออก 9 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี จันทบุรี และชลบุรี รวม 41 อำเภอ 190 ตำบล 2 เทศบาล 1,519 หมู่บ้าน/ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ สงขลา รวม 1 อำเภอ 11 ตำบล 1 เทศบาล 58 หมู่บ้าน/ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยระดมสรรพกำลัง เครื่องจักรกล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงของพื้นที่ ทั้งการสูบส่งน้ำ การขุดบ่อน้ำตื้น การขุดบ่อน้ำบาดาล การเป่าล้างบ่อบาดาล และจัดรถบรรทุกน้ำนำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านและจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดฤดูแล้ง ตลอดจนรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนเกษตรกรให้ปรับวิถีทำการเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65436</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำ, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, มหาดไทย, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2abbf219a75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะองคมนตรี ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในฤดูแล้ง ปี 62/63 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะองคมนตรี ประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในฤดูแล้ง ปี 62/63 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่ชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมชลประทาน และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นต้น ณ ห้องธารทิพย์ อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานการประชุม กล่าวเปิดการประชุม และกล่าวถึงความห่วงใยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอธิบดีกรมชลประทาน ได้รายงานสถานการณ์น้ำ ปัจจุบันทั้งประเทศ (28 พฤศจิกายน 2562) มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางรวมประมาณ 49,558 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 25,548 ล้าน ลบ.ม. สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 มีอยู่ด้วยกัน 7 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำนางรอง เขื่อนทับเสลา และเขื่อนกระเสียว บริมาณน้ำที่มีอยู่เขื่อนเหล่านี้สามารถสนับสนุนได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ฯ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 11,700 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯ มีบริมาณน้ำใช้การได้ 5,004 ล้าน ลบ.ม. วางแผนจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และไม้ผล ไม้ยืนต้น เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมชลประทานได้วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2562/63 ไว้อย่างรัดกุม โดยภาพรวมทั่วประเทศจัดสรรไว้ปริมาณ 29,039 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2562 - เมษายน 2563 ได้จัดสรรน้ำไว้ 17,699 ล้าน ล.บม. คิดเป็นร้อยละ 61 ของปริมานน้ำตันทุน ซึ่งจะเน้นสนัสนุนเฉพาะการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ ก่อนเป็นหลัก ส่วนที่เหลืออีกระมาณ 11,340 ล้าน ลบ.ม. จะสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2563 ช่วงเดือน พฤษภาคม - กรกฏาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่ บริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้อย่างเคร่งครัดพร้อมกับจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ ที่สามารถข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา รวมทั้งได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศ บูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในเรื่องของสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมใจกันรณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัดและใช้น้ำให้เป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียพอใช้ตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51470</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, น้ำ, พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข, พลากร สุวรรณรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191130/image_big_5de266d589488.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>70 ถึง 79 ปี-&quot;กลุ่มอายุอันตราย&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการชาวอิสราเอลพบว่ามีปัญหาสุขภาพ 2 เรื่องต่อเดือนสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 70-79 ปี น่าเป็นห่วงกว่าสถานะสุขภาพของผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 80-89 ซึ่งมีความคงตัวเท่ากับกลุ่มอายุ 60-69 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความส่งต่ออันนี้น่าสนใจมาก เพราะมีคำแนะนำว่าจะดูแลสุขภาพให้ผ่านพ้นช่วงอันตรายนี้ได้ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ที่เรียกว่า &amp;quot;การทำ *สิบ* ทุกวัน&amp;quot;... มาดูกันค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.น้ำ คือ &amp;quot;เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดและราคาถูกที่สุด&amp;quot; คุณต้องดื่มน้ำสักแก้วในช่วงสามครั้งต่อครั้งต่อไปนี้ในแต่ละวัน:
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้วยแรก: หลังจากออกจากเตียง คุณสามารถดื่มน้ำสักแก้วในขณะท้องว่าง เนื่องจากการหลั่งเหงื่อและการหลั่งปัสสาวะที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในระหว่างการหลับ เราจึงสูญเสียน้ำมาก ถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้สึกหิวเมื่อตื่นขึ้น ร่างกายของเหลวยังคงหนาเนื่องจากขาดน้ำ ดังนั้นหลังจากออกจากเตียง คุณต้องเพิ่มน้ำให้ช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้วยที่สอง: แก้วน้ำหลังการออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของการมีอายุยืนยาว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และควรให้ความสนใจกับการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพและสมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม หลังการออกกำลังกายควรให้ความสนใจเป็นพิเศษในการเติมน้ำ ระหว่างการออกกำลังกาย เหงื่อจะขจัดอิเล็กโทรไลต์และสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น หากคุณไม่ให้ความสนใจก็มีแนวโน้มที่จะลดน้ำตาลในเลือดหลังจากการออกกำลังกาย และแม้กระทั่งทำให้เกิดอาการแพ้ ดังนั้นหลังจากการออกกำลังกายขอแนะนำให้คนชราดื่มน้ำที่มีเกลือและน้ำตาลเล็กน้อย สามารถเติมและละลายได้หากต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้วยที่สาม: แก้วน้ำก่อนเข้านอน ....เมื่อคนนอนหลับ ต่อมเหงื่อยังคงระบายน้ำ เมื่อน้ำในร่างกายลดลงมาก ความหนืดของเลือดจะเพิ่มขึ้น การดื่มน้ำก่อนนอนสามารถลดความหนืดของเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจชะลอการปรากฏตัวของริ้วรอย ช่วยป้องกันโรค Angina, โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายและโรคอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ชามโจ๊ก (น่าจะหมายถึง โจ๊กธัญพืช ทุกวัน) ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายให้ดื่มชามโจ๊ก! Wang Shixiong นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์ชิงเรียกว่าโจ๊ก &amp;quot;ส่วนประกอบแรกของโลก&amp;quot; ในหนังสือของเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;China Daily Online เผยแพร่ผลการศึกษา 14 ปีที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดต่อ 100,000 คน พบว่าชามประมาณ 28 กรัม สามารถลดอัตราการตาย 5% และ 9% และลดโอกาสในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาสาสมัครแต่ละคนมีสภาพร่างกายที่ดีเมื่อเข้าร่วมการศึกษาในปี 2527 แต่ในการสำรวจความคิดเห็นในปี 2553 อาสาสมัครมากกว่า 26,000 รายได้เสียชีวิตไปแล้ว พบว่าอาสาสมัครที่ทานธัญพืช เช่น โจ๊กข้าวกล้องข้าวโพดและโซบะ ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงทุกโรค โดยเฉพาะโรคหัวใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.นม 1 ถ้วย นมเป็นที่รู้จักกันในชื่อ &amp;quot;เลือดขาว&amp;quot; และอยู่ในร่างกายมนุษย์ คุณค่าทางโภชนาการของมันเป็นที่รู้จักกันดีกับจำนวนมากของแคลเซียม ไขมันและโปรตีน ปริมาณที่แนะนำต่อวันของนมและผลิตภัณฑ์นมเป็น 300 กรัม สำหรับขวดนมขนาด 200 มล. ธรรมดาพอดื่มหนึ่งหรือสองขวด หรือ 200 มิลลิลิตรต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(พรุ่งนี้มาอ่านต่อข้อต่อไปนะคะ).
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20464</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชามโจ๊ก, นม, น้ำ, ป้าเอง, มองมุมสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศการเริ่มต้นฤดูฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.61-นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ.2561 ระบุว่า ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2561 เนื่องจาก ประเทศไทยมีฝนตกชุกต่อเนื่องเกือบทั่วไป ประกอบกับ ลมระดับล่างที่พัดปกคลุมประเทศไทยได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดพาความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าปกคลุมประเทศไทย ส่วนลมระดับบนได้เปลี่ยนเป็นลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุม ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงโดยเฉพาะช่วงตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ปริมาณและการกระจายของฝนมีน้อยและไม่สม่ำเสมอ ซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำไม่เพียงพอส่าหรับการเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะนอกเขตชลประทาน ประชาชนจึงควรใช้น้ำเพื่อประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่าหรับฤดูฝนของประเทศไทยตอนบนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม ส่วนภาคใต้
โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกจะยังคงมีฝนตกต่อไปอีกถึงเดือนธันวาคม จึงขอประกาศให้ประชาชน ได้ทราบทั่วกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10155</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย, น้ำ, ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา, ฤดูฝน, เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0b89aad20c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2018 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2018 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งสรุปภาพรวมงบฯแต่ละปีบริหารจัดการน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.61 - เวลา 09.30 น. &amp;nbsp;ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 1/2561 ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ปรับปรุงองค์ประกอบ กนช. และออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างประจำของกรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ำ มาปฏิบัติราชการ หรือปฏิบัติงานในสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวก่อนการประชุมว่า สืบเนื่องจากสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ และมีหน้าที่บูรณาการเรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับรายกระทรวงด้วยกัน เพื่อจะทำให้บังเกิดผลทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวต่อไปในอนาคต จึงต้องมีการประชุมหารือกรอบการทำงาน &amp;nbsp;แม้ว่าวันนี้ทำอะไรก็จะเป็นปัญหาไปหมด แต่ต้องทำให้ได้ ทำให้สำเร็จ เพราะเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ที่จะทำเพื่อประเทศชาติของเรา ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า นายกฯ ต้องการเห็นภาพรวมการบริหารจัดการน้ำตลอดทั้งแผน การแบ่งกลุ่มงบประมาณในแต่ละปีว่าจะนำไปใช้ในส่วนไหนบ้าง โดยจะแบ่งเป็นงบประมาณปกติ เช่น การปรับปรุง ซ่อมบำรุง ขยายแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้ว และงบประมาณที่ใช้ในโครงการขนาดใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น แผนสร้างคลองระบายน้ำหลาก บางบาล-บางไทร ที่ใช้งบประมาณกว่าหมื่นล้านบาท รวมถึงชี้แจงให้เห็นถึงการใช้งบประมาณปกติจำนวน 5 - 6 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ปี 2557- 2558 ว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และจะทำอะไรต่อไป &amp;nbsp;และในส่วนโครงการขนาดใหญ่ที่แต่ละภาคเสนอมาจำนวน 20 - 30 โครงการนั้น ต้องนำมาพิจารณาว่าจะใช้งบประมาณเท่าไหร่ รวมถึงระยะเวลาการดำเนินโครงการด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2283</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำ, พล.อ.ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180202/image_big_5a73e11b0920f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
