<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก. 3 จ.ระยอง ขยายผลปลูกอ้อยโรงงานแบบลดต้นทุนสู่ ศพก. และเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก. 3 จ.ระยอง ) เปิดเผยว่าศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp; ( ศพก. ) ต.วัดสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี&amp;nbsp; โดยมี นายดิเรก แซ่ฮ้อ อายุ 38 ปี เป็นผู้จัดการศูนย์ฯ เกษตรกรผลิตอ้อยโรงงานรวมพื้นที่ 1,567 ไร่ เกษตรกร 50 ราย โดยส่งโรงงานแปรรูปผลิตเป็นน้ำตาลทราย เพื่อส่งออกและบริโภคภายในประเทศ ที่ผ่านมาเกษตรกรมีปัญหาพันธุ์อ้อยที่ต้านทานโรคต่ำ ดินไม่สมบูรณ์ ปัจจัยการผลิตราคาสูง ปุ๋ยเคมีสารเคมีราคาแพง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการเกษตรจึงร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หาแนวทางแก้ไขให้ลดต้นทุนการผลิตให้ได้ไร่ละ 2,364 บาท จากไร่ละ 13,768 บาท&amp;nbsp; และใช้ ศพก. อ.บ่อทอง ถ่ายทอดสู่เกษตรกร&amp;nbsp; เช่น ผลิตปุ๋ยเอง และใช้รถตัดอ้อยเป็นต้น โดยสำนักงานเกษตร อ.บ่อทอง สำนักงานเกษตร จ.ชลบุรี และ สสก. 3 จ.ระยอง สนับสนุนความรู้การเกษตรสมัยใหม่ให้ ตั้งแต่ฝึกอบรมแนวทางการฟื้นฟูดิน การตรวจวิเคราะห์ดิน การใช้ปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดิน การวางแผนการผลิต และนำเกษตรกรศึกษาดูงาน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้จะอยู่ใต้หลักคิด หากลดต้นทุนต่ำลงได้ก็จะเพิ่มกำไรให้กับเกษตรกรได้มากขึ้น&amp;nbsp; จึงเป็นที่มาของการใช้ต้นทุนที่ประหยัด คุ้มค่าและได้ประโยชน์สูงสุด โดยเริ่มจากผลิตปุ๋ยคอกใช้ในไร่ เลี้ยงไก่ไข่ และไก่เนื้อ&amp;nbsp; นำมูลมาเป็นปุ๋ยบำรุงดิน &amp;nbsp;ซึ่งมูลไก่เนื้อเหมาะกับมันสำปะหลังและอ้อย เพราะมีไนโตรเจนมาก&amp;nbsp; และผลิตปุ๋ยใช้เองแล้ว การใช้เทคโนโลยีก็ลดต้นทุนได้ด้วย&amp;nbsp; เช่น ใช้ต้นพันธุ์ที่เหมาะสม การใช้เครื่องจักรกลทางช่วยให้ได้งานเพิ่ม ลดเวลาทำงานทำให้ลดแรงงานในช่วงฤดูกาลผลิตได้&amp;rdquo; นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ผอ. สสก. 3 จ.ระยอง เปิดเผยเพิ่มเติมว่าใช้รถตัดอ้อยแทนแรงงานคนจะลดต้นทุนได้ &amp;nbsp;28%&amp;nbsp; ลดการบรรทุกได้ 13% ต่อผลผลิต 1 ตัน ส่วนการใช้เครื่องจักรจะยึดหลัก Utilization Rate คือ การใช้เต็มประสิทธิภาพด้วยการรวมกลุ่มเพื่อแชร์เครื่องจักรกัน จะลดค่าซ่อมบำรุง และการใช้เครื่องตัดใบอ้อยจะเพิ่มอินทรียวัตถุในดินใบอ้อยนำมาทำปุ๋ยหมัก เป็นการเพิ่มรายได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;สสก.3 จ.ระยอง ได้นำวิธีปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีการผลิตของนายดิเรก แซ่ฮ้อ เกษตรกรต้นแบบ ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ขยายผลสู่เกษตรกรรายอื่นๆ ในภาคตะวันออก เพื่อให้เกษตรกรได้นำวิธีการผลิตนี้ไปปรับใช้ตามความเหมาะสม &amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่ได้นำไปขยายผลสู่เกษตรกรตลอดถึง ศพก. อื่นๆ&amp;nbsp; เพื่อให้เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรมบ่มเพาะเกษตรกรและให้บริการด้านการเกษตรเพื่อยกระดับเกษตรกร
สู่ผู้ประกอบการและชุมชนเกษตรสู่ความยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ที่ได้ตั้งไว้ ต่อไป&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ สสก. 3 จ.ระยอง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110406</URL_LINK>
                <HASHTAG>Utilization Rate, กรมส่งเสริมการเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, จังหวัดระยอง, นายดิเรก แซ่ฮ้อ, นายปิยะ สมัครพงศ์, น้ำตาลทราย, ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.), สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f649ae60800.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นปากี-อินเดียหนุนส่งออกน้ำตาล กระทบตลาดโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันธมิตรปฎิรูปการค้าน้ำตาลโลก เรียกร้องมาตรการอุดหนุนการผลิตและส่งออกของปากีสถาน และอินเดีย หวั่นผลักผลผลิตน้ำตาลส่วนเกินออกสู่ตลาดโลก ส่งผลราคาในตลาดโลกวูบ พร้อมเตรียมออกแถลงการณ์ร่วม 8 พ.ค.นี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย. 2561 - นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาพันธมิตรเพื่อการปฎิรูปการค้าน้ำตาลโลก(จีเอสเอ) ที่มีประเทศออสเตรเลีย บราซิล และไทย ได้จัดประชุมทางไกล เพื่อหารือประเด็นการอุดหนุนการผลิตและส่งออกน้ำตาลของปากีสถานและอินเดีย และเห็นชอบที่จะออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปากีสถาน ในฐานะผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 9 ของโลกยกเลิกมาตรการอุดหนุนการส่งออกน้ำตาล อีกทั้งกังวลต่ออินเดียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก &amp;nbsp;มีแนวโน้มที่จะนำมาตรการอุดหนุนการส่งออกมาใช้เช่นเดียวกัน เนื่องจากในฤดูการผลิตนี้ ทั้งสองประเทศมีน้ำตาลเหลือจากการบริโภคจำนวนมาก จึงเรียกร้องให้เคารพและปฏิบัติตามพันธกรณีองค์การการค้าโลก(ดับเบิลยูทีโอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มจีเอสเอ ประเมินว่า ปากีสถานและอินเดีย จะมีน้ำตาลส่วนเกินที่เหลือจากการบริโภคภายในประเทศเพื่อส่งออกไปสู่ตลาดโลก รวมประมาณ 2.3 ล้านตันและ 3 ล้านตัน ตามลำดับ และมีแนวโน้มว่า ทั้งสองประเทศจะผลักน้ำตาลส่วนเกินนี้ออกสู่ตลาดโลกโดยมีการอุดหนุนจากภาครัฐ ซึ่งจะทำให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด ดังนั้น ประเทศสมาชิกกลุ่มจีเอสเอ จะออกแถลงการณ์ร่วมกัน เพื่อเรียกร้องให้ปฏิบัติตามข้อตกลงดับเบิลยูทีโอ และแสดงจุดยืนคัดค้านการออกมาตรการอุดหนุนใดๆ ในการสนับสนุนการส่งออกน้ำตาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในฐานะที่ไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลทรายรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกและเป็นหนึ่งในสมาชิกของจีเอสเอ จะเข้าร่วมการประชุมที่นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ เพื่อเรียกร้องให้ปากีสถานและอินเดียปฏิบัติตามกฎกติกาทางการการค้าภายใต้ดับเบิลยูทีโอ &amp;rdquo; นายสิริวุทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7350</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำตาล, น้ำตาลทราย, สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย, อุดหนุน, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad6f4a1d0747.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
