<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การบุรีรัมย์นำตำรวจลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม สั่งจัดชุดระวังมิจฉาชีพก่อเหตุซ้ำเติมประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์&amp;nbsp; ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้นำข้าราชการตำรวจจาก หน่วยปฎิบัติการพิเศษ(นปพ.) ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ กว่า 30 นาย ร่วมกับทหารจาก มณฑลทหารบกที่ 26 และทหารจาก กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด อบจ.บุรีรัมย์ และเทศบาลตำบลอิสาณ ออกทำการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในหมู่บ้านรุ่งโรจน์ธานี ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งกำลังได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งเข้าให้การช่วยเหลือ ทั้งการช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และขนย้ายสิ่งของออกมาจากพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงเร่งนำกระสอบทรายมากั้นตามบ้านเรือน และวิดน้ำออกจากบ้าน เพื่อป้องกันน้ำที่จะเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่บ้านเรือนของประชาชนอีก รวมถึงการจัดรถบรรทุกไว้สำหรับขนลำเลียง หรือบรรทุกประชาชนเข้าออกหมู่บ้านด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จากผลกระทบน้ำท่วมในครั้งนี้ และเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทาง และสัญจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.รุทธพล ระบุว่า นอกจากการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร มาคอยอำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนในพื้นที่ และที่สัญจรผ่านไปมาในเส้นทางดังกล่าวด้วยแล้ว ยังได้จัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวัง ออกตรวจตราในพื้นที่ เพื่อป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรม ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมประชาชน โดยเฉพาะที่มีการขนย้ายสิ่งของมีค่าต่างๆ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และสิ่งของมีค่าอื่นๆมาไว้อยู่ในที่สูงต่างๆ ก็ได้จัดกำลังตำรวจคอยดูแลเรื่องความปลอดภัยทรัพย์สินดังกล่าว รวมถึงออกตรวจดูแลบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพเข้ามาซ้ำเติมประชาชนที่กำลังเดือดร้อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120179</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e53a17e1fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วม น้ำท่วม-อาหารสัตว์แพง กระทบผลผลิตหมูหาย 30%       </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค. 2564 - น.สพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยถึงสถานการณ์การเลี้ยงสุกรในปัจจบุันว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ส่งผลกระทบให้ผลผลิตสุกรเสียหาย เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรส่วนใหญ่ชะลอการนำสุกรชุดใหม่เข้าเลี้ยงออกไปก่อน และบางส่วนเข้าเลี้ยงสุกรบางลงไม่เต็มกำลังการผลิต เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะน้ำท่วม และรอดูสถานการณ์โรค &amp;nbsp;ทั้งภาวะโรคในสัตว์ อาทิ PRRS หรือเพิร์ส &amp;nbsp;และสถานการณ์การระบาดโควิด-19 &amp;nbsp;ขณะที่ต้นทุนการผลิตสุกรในปัจจุบันตามข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) อยู่ที่ 80.50 บาทต่อกิโลกรัม &amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพดอาหารสัตว์ที่ใช้ในสูตรการผลิตอาหารสุกรมากถึง 50 % มีราคาถึงกิโลกรัมละ 11.35 บาท ทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน คาดว่า ประเทศไทยจะมีแม่สุกรจำนวน 8 แสนตัว ลดลงจากปกติที่มีจำนวน 1.1 ล้านตัว คิดเป็นผลผลิตสุกรที่หายไปจากระบบประมาณ 30 % &amp;nbsp;ทำให้คาดว่าไทยจะมีการผลิตสุกรขุนจำนวน 15 ล้านตัวต่อปี จากเดิมที่มีการผลิตที่ 19-20 ล้านตัวต่อปี หรือลดลง 25 % &amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั้งรายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ ต่างมีความระมัดระวังในการนำสุกรเข้าเลี้ยง โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ประสบกับปัญหาการขาดทุนสะสมนานกว่า 3 ปีในช่วงก่อนหน้านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.สพ.วิวัฒน์ กล่าวว่า ในปี 2564 เกษตรกรได้มีการบริหารจัดการฟาร์มและพัฒนาระบบการเลี้ยงด้วยระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ หรือ Biosecurity ในฟาร์มอย่างเข้มงวด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง ป้องกันความเสี่ยงจากโรค ASF ขณะเดียวกัน โรค PRRS ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้การผลิตสุกรเสียหายเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ฟาร์มสุกรของเกษตรกรรายย่อยและฟาร์มขนาดเล็กมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น &amp;nbsp;
ขณะเดียวกัน ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรยังได้รับผลกระทบจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่หดตัวลง &amp;nbsp;เนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดโควิด-19 มีการปิดสถานที่เสี่ยง รวมถึงมาตรการล็อคดาวน์ของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรลดลง ส่งผลต่อราคาขายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มของเกษตรกรมีภาวะตกต่ำ สวนทางกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจเข้าเลี้่ยงสุกรขุนลดลงดังกล่าวข้างต้น./&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120153</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ผลผลิตหมู, ราคาหมู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e26977146c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือหมู่บ้านในตัวเมืองบุรีรัมย์ ถูกน้ำท่วมกว่า 200 หลังคาเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.64 -&amp;nbsp;นายธัชกร&amp;nbsp;หัตถาธยากูล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการระบายน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านรุ่งโรจน์ธานี ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน กว่า 200 หลังคาเรือน ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณเอ่อท่วมถนนในหมู่บ้าน สูงกว่า 40-50 ซม. ตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้จังหวัดบุรีรัมย์ได้บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ ทหาร ตำรวจ อบจ. และ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลอิสาณ&amp;nbsp; ได้เร่งนำ เครื่องจักรหนัก ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เร่งระบายน้ำ บริเวณด้านหน้าถนนเส้นทางสายบุรีรัมย์&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;นางรอง ทางเข้า หมู่บ้านรุ่งโรจน์ธานี ลงสู่ลำห้วยจระเข้มาก (บริเวณข้างห้างแม็คโครบุรีรัมย์) ส่วนเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ได้บรรจุกระสอบทราย ใส่รถบรรทุกเข้าไปภายในหมู่บ้าน เพื่อวางเป็นแนวกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าสู่ตัวบ้านของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธัชกร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp; จากปริมาณน้ำฝนที่ตกต่อเนื่อง 2 วัน 2 คืน ทำให้มีปริมารน้ำจำนวนมาก ซึ่งบริเวณหมู่บ้านรุ่งโรจน์ธานีน้ำไม่สามารถไหลข้ามถนนเส้น บุรีรัมย์&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;นางรองได้ ลงสู่ลำห้วยจระเข้มากได้ และขณะนี้ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง และกำลังติดตั้งเพิ่มอีก 1 เครื่อง เพื่อที่จะสูบน้ำลงลำห้วยจระเข้มาก ให้เร็วที่สุด เพื่อน้ำจะไหลไปสู่ ลำตะโคง และลำน้ำมูลต่อไป ส่วนประชาชนที่ใช้เส้นทางผ่านบริเวณนี้หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยง ไปใช้เส้นทางอื่น เนื่องจากอาจไม่ได้ความสะดวก และบริเวณนี้มีเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120114</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d5eece4366.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC ส่งมอบนวัตกรรมพลาสติก ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ส่งมอบเรือพายพลาสติก จำนวน 20 ลำ ให้กับ &amp;nbsp;นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่กำลังได้รับความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเรือพายพลาสติกดังกล่าว ผลิตจากเม็ดพลาสติก LLDPE&amp;nbsp; Compound ของ GC ด้วยกระบวนการ Rotational Molding ทำให้เรือนี้ มีความเหนียว ยืดหยุ่นดี จึงทนต่อแรงกระแทก ไม่แตกเสียหายง่าย และทนทานต่อแรงขูดขีด (Scratch Resistance) ทั้งยังผสม UV Resistance ทำให้ทนต่อรังสี UV เหมาะสำหรับใช้งานกลางแจ้ง เป็นระยะเวลานาน ตัวเรือมีขนาดความกว้าง 90 เซนติเมตร ยาว 3 เมตร&amp;nbsp; น้ำหนัก 35 กิโลกรัม (ตามมาตรฐานการออกแบบเรือที่กำหนด) สามารถนั่งได้ 2-3 คน (200 กิโลกรัม) ผลิตจากพลาสติก 100% ทำให้สามารถ รีไซเคิล ได้ 100% หลังจากชำรุด หรือเลิกใช้งานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120112</URL_LINK>
                <HASHTAG>GC, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ดร.ชญาน์ จันทวสุ, นายวีระชัย นาคมาศ, น้ำท่วม, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), รีไซเคิล, เรือพายพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d5914268e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นจมบาดาลรอบ3! &#039;คมปาซุ&#039;ถล่มท่วมศูนย์ราชการมัญจาคีรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในเขตเทศบาลเมืองมัญจาคีรี อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ยังคงมีระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่ หลังจากมวลน้ำจาก จ.ชัยภูมิ ได้หนุนเข้าท่วมตัวเมืองมัญจาคีรีซ้ำเป็นรอบที่ 3 หลังจากหมดพายุเตี้ยนหมู่ ก็เข้าสู่พายุไลออนร็อก และมาต่อพายุคมปาซุลูกนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าระดับน้ำที่ท่วมในรอบนี้อยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp; 50 เซนติเมตร โดยเฉพาะในเขตศูนย์ราชการของ อ.มัญจาคีรี ทั้งตัวที่ว่าการอำเภอ, สถานีตำรวจ, กศน., ไปรษณีย์ , สำนักงาน พช, ตลาดสด และหน่วยงานราชการ ต่างๆ รวมไปถึงทั้งบ้านเรือนประชาชนต่างถูกมวลน้ำไหลเข้าท่วม และมีระดับน้ำที่ท่วมสูงขึ้นต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรุณี โคตะเป อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 409/17 บ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.มัญจาคีรี ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น กล่าวว่า&amp;nbsp; น้ำที่เห็นนี้เป็นน้ำที่มาจาก จ.ชัยภูมิ ซึ่งได้ไหลเข้ามาท่วมเป็นรอบที่ 3 แล้ว ครั้งแรกประมาณปลายเดือนกันยายน ฝนตกน้ำท่วมสองวันน้ำก็ลด พื้นแห้ง จึงช่วยกันทำความสะอาดบ้าน ผ่านไป 2 วันน้ำชีมา ก็ท่วมอีกเป็นครั้งที่ 2และเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นครั้งที่ 3 น้ำก็ไหลเข้ามาในบ้านอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เช้าวันนี้พบว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอีก ข้าวของเครื่องใช้บางส่วนจมอยู่ในน้ำ เนื่องจากขนย้ายออกตั้งแต่น้ำมารอบแรกไม่ทัน โดยเฉพาะตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา&amp;nbsp; ครอบครัวได้ช่วยกันทำความสะอาดบ้านเพราะน้ำแห้งไปแล้ว และกำลังจะขนย้ายตู้เสื้อผ้าที่ถูกน้ำท่วมจนเสียหายไปทิ้ง แต่วันนี้น้ำไหลเข่าท่วมอีกรอบอย่างรวดเร็ว ซึ่งถามว่าลำบากไหมก็ลำบาก แต่ยังมีคนที่ลำบากกว่า เราก็ทำได้แค่บอกตัวเองว่าสู้ๆ และเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมสู้ๆ เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ตนเองและครอบครัวได้หลับนอนอยู่บนตึกของโรงพัก โดยทาง พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.มัญจาคีรี ได้ใช้ห้องของตึกโรงพักชั้น 3 และ ชั้น 4 เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย&amp;quot; นางอรุณี ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.ยุทธนา&amp;nbsp; งามชัด ผกก.สภ.มัญจาคีรี กล่าวว่า ได้เปิดชั้นที่ 3 และ 4 เป็นสถานที่ช่วยเหลือและจุดพักของผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.มัญจาคีรี โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจในสังกัดซึ่งมีอาศัยอยู่ในบ้านพักฯรวมกว่า 30 ครอบครัว ซึ่งบางคนก็ย้ายไปอยู่กับญาติพี่น้องชั่วคราวทิ้งทรัพย์สินบางส่วนไว้โดยเก็บขึ้นที่สูง ขณะที่บางส่วนได้ปรับย้ายให้มา อาศัยหลับนอนอยู่โรงพัก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะนี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120051</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, คมปาซุ, น้ำท่วม, พายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616ce2617e52b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประภัตร&#039; เฝ้าระวังริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ขอชาวนาอย่าตื่นตระหนกเกี่ยวข้าวได้แน่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.64 - &amp;nbsp;ที่อ่างเก็บน้ำกระเสียว &amp;nbsp;อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจดูปริมาณน้ำที่อ่างเก็บน้ำกระเสียว อ.ด่านช้าง ว่า​ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำกระเสียวมีปริมาณ 100 เปอร์เซนต์เต็ม และยังจะมีปริมาณน้ำจาก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ที่จะเข้ามาอีกจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า ทำให้น้ำล้นสปิลเวย์ในรอบ 10 ปี ซึ่งน้ำที่ไหลออกจากอ่างเก็บน้ำกระเสียว ส่งผลกระทบกับแม่น้ำท่าจีน ซึ่งมีระดับน้ำที่สูงอยู่แล้ว จังหวัดสุพรรณบุรีได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ และริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน เฝ้าระวังน้ำท่วมสูงอย่างใกล้ชิดโดยพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ อ.หนองหญ้าไซ อ.เดิมบางนางบวช อ.สามชุก อ.ศรีประจันต์ อ.เมือง อ.บางปลาม้า อ.อู่ทอง และ อ.สองพี่น้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า จึงต้องเร่งหาแนวทางแก้ไข เพื่อไม่ให้น้ำในแม่น้ำท่าจีนสูงขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งแม่น้ำท่าจีนต้องรับน้ำจากหลายพื้นที่อยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องลดการระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำกระเสียวลงจากที่เคยปล่อยน้ำออก 113 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะปรับลดลงให้เหลือ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และเกษตรกรที่กำลังจะเก็บเกี่ยวข้าวในพื้นที่ใต้เขื่อนกระเสียว หลายอำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวว่า ทุกฝ่ายพยายามใช้แก้ปัญหา พยายามไม่ให้แม่น้ำท่าจีน และคลองแยกต่างๆสูงขึ้น เพื่อให้ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวได้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะชาวนาที่อ.เดิมบางนางบวช อ.สามชุก อ.ศรีประจันต์ อ.เมือง กำลังเก็บเกี่ยว จึงต้องพยายามลดผลกระทบ หรือส่งผลกระทบให้น้อยที่สุด ขณะเดียวกันได้รับรายงานจากอ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง ว่ามีน้ำจาก จ.กาญจนบุรี ก็ยังมีมาอีกและน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ก็เอ่อล้นเข้ามาในเขตทุ่ง ซึ่งก็เห็นใจว่าน้ำในปีนี้มาประดังพร้อมกันไปหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภัตร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามหากไม่มีพายุฝนมาเพิ่มอีก สถานการณ์ก็จะค่อยๆดีขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้ว ทั้งนี้เชื่อว่าสถานการณ์จะทรงอยู่อย่างนี้อย่างน้อย 3 วัน ขอชาวนาอย่าตื่นตระหนกเก็บเกี่ยวได้แน่นอน เรากำลังช่วยกันปรับทุกๆสายน้ำไม่ให้มากไปกว่านี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119991</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ริมฝั่งท่าจีน, อ่างเก็บน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616bedd09bbd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุรีรัมย์ &#039;วัด - โรงเรียน&#039; จมบาดาล อลหม่านหนีน้ำกลางดึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.64 - จากสถานการณ์ฝนตกหนักสะสมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ประกอบกับมวลน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงไหลมาสมทบ &amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดกระแสน้ำหลากเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองนางรอง &amp;nbsp;อ.นางรอง &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์.ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา &amp;nbsp;แบบไม่ทันตั้งตัว &amp;nbsp;ทั้งวัดใหม่เรไรทอง &amp;nbsp;วัดถนนหัก &amp;nbsp;โรงเรียนบ้านถนนหัก (เพียรประจงวิทยา) &amp;nbsp;และบ้านเรือนราษฎรใน 3 ชุมชน คือ​ ชุมชนถนนหัก &amp;nbsp;ชุมชนหนองโพรง &amp;nbsp;และชมชนทุ่งแหลม &amp;nbsp;มากกว่า 30 หลังคาเรือน &amp;nbsp;ไม่สามารถขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ &amp;nbsp;และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ขึ้นที่สูงได้ทัน เพราะน้ำหลากเข้าท่วมอย่างรวดเร็วในช่วงกลางดึก &amp;nbsp;ทำให้ข้าวของหลายอย่างเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุครุภัณฑ์ต่างๆ ในโรงเรียนบ้านถนนหัก ได้รับความเสียหายหลายรายการ &amp;nbsp;นอกจากนี้​ บ้านพักครู และรถยนต์ที่จอดไว้ก็ถูกน้ำท่วมด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;ซึ่งระดับน้ำท่วมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 &amp;ndash; 1.50 &amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp; ขณะที่ถนนหลายสายในเขตเทศบางเมืองนางรองก็ถูกน้ำท่วมสูงจนต้องปิดการสัญจร &amp;nbsp; เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านทางเทศบาล &amp;nbsp; หน่วยกู้ภัย &amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ &amp;nbsp;ก็ได้ลงพื้นที่สำรวจและให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น &amp;nbsp;อาทิ &amp;nbsp;การช่วยย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง &amp;nbsp;และเร่งบรรจุกระสอบทรายแจกจ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าท่วมเป็นวงกว้างมากขึ้นอีก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนอง &amp;nbsp;น้อยพาลี อายุ 47 ปี ชาวบ้านถนนหัก กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังจากมีฝนตกหนักคลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ประกอบกับมีมวลน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงไหลมาสมทบ &amp;nbsp;ก็ทำให้เกิดน้ำท่วมทั้งวัด &amp;nbsp;โรงเรียน และบ้านเรือนราษฎรในช่วงกลางดึกแบบไม่ทันตั้งตัว &amp;nbsp;โดยน้ำเริ่มท่วม​ เมื่อช่วงตี 2 &amp;nbsp; ทำให้หลายคนไม่สามารถขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงได้ทัน &amp;nbsp;ก็ต้องปล่อยแช่น้ำ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งปีนี้ถือว่าน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 10 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนางสุภนิจ เมฆหมอก ประธานชุมชนถนนหักพัฒนา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;เมื่อประมาณ ปี 2551 และ 2554 &amp;nbsp;ก็เคยเกิดปัญหาน้ำท่วมในชุมชน หลังจากนั้นทางเทศบาลก็ไม่เข้ามาแก้ไขปัญหาวางท่อระบายน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหลได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้นแล้ว &amp;nbsp; แต่ปีนี้ที่เกิดน้ำท่วมอีกอาจเพราะเนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน &amp;nbsp;จึงทำให้น้ำหลากเข้าท่วมช่วงกลางดึก &amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ก็ได้เข้ามาสำรวจและให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว &amp;nbsp;ทั้งเร่งระบายน้ำที่ท่วมให้ลดลงโดยเร็วด้วย แต่ก็ต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;เพราะไม่รู้ว่าน้ำยังจะเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่นายสันติ &amp;nbsp;ประถมพรมราช &amp;nbsp;สท.เมือง​นางรอง​ เขต 3 &amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังได้รับทราบว่าเกิดน้ำท่วม &amp;nbsp;ก็ได้รายงานผู้บริหารเทศบาลได้รับทราบทันที &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp; ทั้งการเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังตามถนน บ้านเรือน &amp;nbsp;วัด &amp;nbsp;และ โรงเรียนให้ลดระดับลงโดยเร็ว &amp;nbsp; พร้อมทั้งชดเชยเยียวยากรณีที่ถูกน้ำท่วมข้าวของทรัพย์สินเสียหายด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119985</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, บุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616bddd8c1543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
