<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิการบดีสจล.เตือนวิกฤติน้ำท่วมกทม.ต้องแก้ไขทุกกระบวนการ ถ้าไม่คิด ไม่เริ่ม ไม่ทำ จม เจ๊ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ต.ค.64-ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (เอ้) อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2554 ถึง 2564 ไม่มีอะไรเปลี่ยน แล้วอีกสิบปี? หาก กทม. จมน้ำ สูญเสียมหาศาล!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลทุกสำนักวิจัย สำนักข้อมูลข่าว บอกตรงกันว่า กรุงเทพจมน้ำแน่ในอีกสิบกว่าปี และจะจมมิดไปเรื่อยๆ หากเรายังไม่คิด ยังไม่เข้าใจปัญหา (อย่างลึกซี้ง) และยังไม่เริ่มที่จะทำอะไรจริงจัง เพราะการอยู่เฉย หรือการแก้ปัญหาแบบเก่า เราคงไม่รอด!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังมีหลายสำนักวิจัย ประมาณว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจ รุนแรงมหาศาล ถึง 17.4 ล้านล้านบาท ในปี 2030 ซึ่งไม่ถึงสิบปีจากวันนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเปรียบเทียบกับ มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 เพียงปีเดียว ก็เกิน 1.4 ล้านล้านบาทแล้ว แสดงว่าการประมาณการที่ว่า อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ!!! หากเราปล่อยให้ถึงวันนั้น?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเปรียบเทียบมูลค่าความสูญเสีย กับงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2565 มูลค่า 3.1 ล้านล้านบาท พบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มากกว่า งบประมาณแผ่นดินปีนี้ถึงเกือบ 6 เท่า!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; มากกว่า งบการ (กระทรวง) ศึกษาประจำปี ถึง&amp;nbsp; 52 เท่า!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; มากกว่า งบสาธารณสุขประจำปี ถึง 116 เท่า!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; โอ้โห...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพชัด เปรียบเทียบกับมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ว่ามันมากมาย อภิมหาศาลขนาดไหน
แล้วเราจะเอายังไงกันดี? เมื่อรู้ว่า ภัยน้ำท่วมกทม. คือ วิกฤติเศรษฐกิจที่สุดของที่สุดของชาติ!
คืนนี้ฝนตกหนักทุกพื้นที่ พี่เอ้ในฐานะนายกสภาวิศวกร ขอเวทีนี้ แนะนำ การต่อสู้กับน้ำท่วมซ้ำซากของกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การต่อสู้ระยะสั้น
ทำได้ทันที! คือการปรับระบบการสูบน้ำจากเครื่องดีเซล มาเป็นใช้ปั๊มสูบน้ำไฟฟ้าอัตโนมัติ เพราะไม่ต้องให้คนมารอเปิดปิด (คืนนี้น้ำท่วมบ้านทุกคน เพราะไม่มีใครมาสตาร์ทเครื่องปั๊มน้ำดีเซล!!!) ทั้งเสี่ยงต่อการผิดพลาด
เพราะเทคโนโลยีปัจจุบัน เอี้อให้ทุกเมืองใช้ปั๊มไฟฟ้าที่มีตัวเซนเซอร์ทำงานอัตโนมัติ ทำงานทันทีเมื่อน้ำท่วม และหยุดทำงานเมื่อน้ำลด ทั้งในกทม. ก็มีเสาไฟฟ้าต่อไฟได้ทุกจุด ยิ่งไปกว่านั้น แบตเตอรี่ยังเก็บพลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้นทุกวัน (รถบรรทุกไฟฟ้า ข้ามเมือง ยังทำได้ แค่ปั๊มสูบน้ำ มันง่ายกว่าเยอะครับ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญไม่ต้องมีคนเวียนกันมาเติมน้ำมัน ขาดประสิทธิภาพ เก็บแรงงานคนไว้ทำงานอื่นดีกว่า จริงไหมครับ?
ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้เครื่องสูบน้ำทุกเครื่องในกทม. นับพันๆเครื่อง สามารถทำงานสอดประสาน ช่วยงานกันได้เต็มที่ ด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ ไม่สูบน้ำใส่กัน ย้อนไปย้อนมา แทนที่แบบเครื่องดีเซลโบราณ ที่สูบแบบตัวใคร ตัวมัน! แบบนี้ก็บรรเทาน้ำท่วมได้ทันใจ คนเดือดร้อนน้อยลงทันที!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การต่อสู้ระยะกลาง
&amp;quot;แก้มลิงใต้ดิน&amp;quot; และบนดิน ต้องเริ่มออกแบบก่อสร้างแล้วในกรุงเทพชั้นใน เพราะความสูญเสียต่อปีมหาศาล และจะมากขี้นเรื่อยๆ ขณะที่ทุกเมืองที่เคยเจอวิกฤตน้ำท่วมหนักยิ่งกว่ากรุงเทพ หลักฐานชัด แก้ปัญหาได้ ทำสำเร็จด้วยวิธีนี้ ทั้งโตเกียว ฮ่องกง สิงค์โปร์ กัวลาลัมเปอร์ แล้วเรารออะไรอยู่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน กรุงเทพ คือ &amp;quot;กระทะคอนกรีตยักษ์&amp;quot; ก้นลึกขึ้นทุกวันๆ อยู่ต่ำกว่าคลอง ต่ำกว่าเจ้าพระยา กระทั่งต่ำกว่าทะเลในหลายพื้นที่ ที่พออยู่รอดไปวันๆ ประทังชีวิตได้ ด้วยการสูบน้ำจากล่างขึ้นบนไประบายสวนทางธรรมชาติ ไม่มีทางยั่งยืน แม้แก้ไขด้วยการเปลี่ยนมาใข้ปั๊มสูบน้ำไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ ตามพี่เอ้แนะนำในข้อ 1 ก็เป็นเพียงการแก้ไขระยะสั้น ประทังไปเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น &amp;quot;แก้มลิงใต้ดิน&amp;quot; เพื่อพักน้ำรอระบาย คือ ทางรอดของกรุงเทพชั้นใน ปัญหาน้ำท่วมจากน้ำฝนแก้ได้ทันที
วันนี้กำลังจะเกิดขึ้นแห่งแรก ที่วัดเล่งเน่ยยี่ ที่พี่เอ้เป็นที่ปรึกษา จะทำพื้นที่จอดรถใต้ดิน 3 ชั้น เป็นแก้มลิงใต้ดิน รับน้ำท่วมน่านเจริญกรุง กทม.ชั้นใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การต่อสู้ระยะยาว
ข้อ 1&amp;nbsp; และ ข้อ 2 เพื่อต่อสู้กับน้ำฝนเท่านั้น ซึ่งน้ำท่วมซ้ำซากของกทม. ไม่ใช่มีแค่น้ำฝน แต่จากนี้ไป กรุงเทพต้องเผชิญกับอีก 2 น้ำ คือ น้ำเหนือไหลบ่า และน้ำทะเลหนุนสูง จุดตาย แท้จริง คือ 2 น้ำนี้!!!
ทำไม? เมื่อเกิดน้ำเหนือบ่า และน้ำทะเลหนุน กรุงเทพจะสิ้นสภาพทันที เหมือนกับปี 2554 เพราะเราจะไม่สามารถระบายน้ำออกจากเมืองได้ และยังถูกถาถมด้วยน้ำทะลักรอบทิศทาง จม จบ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางรอด คือ 1. ต้องเริ่มสร้างคันกั้นน้ำทะเลหนุน แนวชายทะเล และ 2. ขยายเส้นทางน้ำเหนือ สายหลัก ออกสู่ทะเล ทั้งไม่ให้มีถนนขวางกั้น ไม่สะดุด ไม่ชลอ!
โครงการแบบนี้ มีรายละเอียดเยอะมาก เล่ากันนานและใช้เวลายาวนานทั้งการออกแบบ ประชาพิจารณ์ ก่อสร้างก็ต้องต่อเนื่อง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงต้องมุ่งมั่น ตั้งใจเริ่มทำจริง เพราะอาจมีผลกระทบต่อประชาชนไม่น้อย การแก้ไขด้วยทุกกระบวนการเยียวยา คงต้องนำมาใช้ ซึ่งท้าทายมาก ดังนั้นคิดวันนี้ กว่าจะสำเร็จ ใช้เวลาเป็นสิบปี หรือหลายสิบปี...
แต่ถ้าไม่คิด ไม่เริ่ม ไม่ทำ จม เจ๊ง จบข่าว!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกข้อเสนอของพี่เอ้ ทำได้จริง ประเทศที่เคยเจอวิกฤตน้ำท่วมยิ่งกว่าเรา ก็ทำมาแล้ว อยู่ที่ว่า เราจะทำหรือไม่ทำ ก็เท่านั้นเอง
#จะทำก็ทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119779</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมกทม., วิกฤติเศรษฐกิจ, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, แก้มลิงใต้ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612de3f32f756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;สั่งตร.เร่งระบายรถถนนหลักเมืองกรุง มีปัญหาจราจรแจ้งสายด่วน บก.จร. 1197  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63- &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึง ตั้งเวลาประมาณ 02.00 น. มีฝนตกหนักทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้มีน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในหลายเส้นทางนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น จุดที่มีน้ำท่วมขัง จุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในทุกพื้นที่ ออกปฏิบัติหน้าที่ อย่างเคร่งครัด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเน้นให้มีการประสานการทำงานร่วมกันในการอำนวยความสะดวกการจราจร กับ กองบังคับตำรวจจราจรกลาง, กองบังคับการตำรวจทางหลวงและหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะที่มีการจราจรหนาแน่น อาทิ ถนนสีลม, ถนนพระราม 4 , ถนนพระราม 1 ,ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ , ถนนสุขุมวิท , ถนนพระราม 9 , ถนนรามคำแหง, ถนนเพชรเกษม และ ถนนลาดพร้าว เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อช่วยบรรเทาการจราจรให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยเร่งระบายรถ อย่างเต็มกำลัง ตลอดจนจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลช่องทางจราจร เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง อาทิ กิ่งไม้หัก ต้นไม้ หรือ เสาไฟฟ้า โค่นล้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ฝากเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ด้วยความเสียสละ ในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและขอให้พี่น้องประชาชนเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้ตรวจเช็คสภาพรถ เครื่องยนต์ สภาพอากาศและเส้นทางก่อนออกเดินทาง เติมน้ำมันให้พร้อมเพียงพอต่อการเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร หรือ แจ้งอุบัติเหตุ ขอความช่วยเหลือรถเสีย ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ที่ สายด่วน &amp;nbsp;บก.จร. 1197 &amp;nbsp;ตลอด 24 ชั่วโมง และสำหรับผู้ที่เดินทาง ในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถติดต่อสายด่วน ตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76127</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์ ชัยจินดา, น้ำท่วมกทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4dae84c4f4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2019 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2019 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯห่วงสุขภาพปชช.-ปัญหาจราจรหน้าฝน สั่งเร่งระบายน้ำลดความเดือดร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.62 - พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ห่วงใยสุขภาพประชาชนในช่วงฤดูฝน โดยขอให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของตนเองให้แข็งแรง ส่วนสถานพยาบาลของรัฐพร้อมให้บริการผู้ป่วยอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด โดยเฉพาะการเร่งระบายน้ำในช่วงที่ฝนตก ส่วนผู้ขับขี่รถต้องเคารพกฎจราจรและมีน้ำใจต่อกัน สำหรับจังหวัดอื่นขอให้สำรวจและจัดการกับเส้นทางระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ด้านราคาสินค้าเกษตร นายกรัฐมนตรีได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรโดยตรง ล่าสุดราคาปาล์มน้ำมันและยางพาราปรับตัวดีขึ้น โดยผลปาล์มทะลายราคาอยู่ที่ 3.05 บาท/กก. เนื่องจากมาตรการเร่งระบายปริมาณปาล์มในสต็อกของรัฐและราคาน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้น ส่วนยางแผ่นรมควัน ชั้น 3 ราคาอยู่ที 57.70 บาท/กก. ตามแนวทางแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ซึ่งจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37974</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมกทม., ผู้ว่าฯอัศวิน, พลเอกประยุทธ์, แก้ปัญหาน้ำท่วมกรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd4d90ce1d36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
