<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;เย้ย&#039;ประยุทธ์ &#039;อยู่ต่ออีก 5 ปีประเทศพังแน่ อวย&#039;ปู&#039;แก้ไขน้ำท่วมดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.2564 น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 31 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 227,470 ครัวเรือน และปัจจุบันยังมีหลายจังหวัดที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง แต่ตลอดระยะกว่า &amp;nbsp;3 สัปดาห์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำได้เพียงลงพื้นที่แจกของและให้กำลังใจบอก รักจังฮู้ ทั้งๆที่งานวิจัยเคยระบุชัดว่าปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งไม่ใช่เพียงภัยธรรมชาติแต่เกิดจากการบริหารจัดการ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำมากมาย อย่างกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) แต่ยังไม่เห็นถึงการใช้ศักยภาพของสองหน่วยงานนี้ว่าเป็นอย่างไร มีหน้าที่อะไรบ้าง เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์เองก็บริหารงานแบบแผ่นเสียงตกร่อง กล่าวโทษภัยธรรมชาติตลอดเวลา เรียกได้ว่าเป็นผู้นำที่ต่ำกว่ามาตรฐานโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณี กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยในหลายจังหวัดเช่น สุโขทัย พิษณุโลก อยุธยา ลพบุรี ขอนแก่น ปัญหาที่พบคือน้ำท่วมขังในหลายจังหวัดนานเกือบ 3สัปดาห์ เริ่มส่งกลิ่นเหม็น นาข้าวจมอยู่ในน้ำหลายพันไร่ แต่พล.อ.ประยุทธ์ กลับไร้ภาวะผู้นำ ไร้มาตรการเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ตรงกันข้ามกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากปัญหาอุทกภัยปี 2554 ได้แสดงวิสัยทัศน์ภาวะผู้นำมีแผนในการรับมือภัยพิบัติทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมประกาศมาตรการเยียวช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทันที อาทิเช่น ชดเชยความเสียหายให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่ละ 2,222 บาท ชดเชยที่อยู่อาศัยเสียหายรายครัวเรือนละไม่เกิน 5,000 บาท &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีมาตรการพักชำระหนี้ให้เกษตรกร 3 ปีและปรับโครงสร้างหนี้ &amp;nbsp;มีมาตรการเยียวยาการซ่อมแซมบ้านเรือน รถยนต์ รถจักรยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า &amp;nbsp;โดยร่วมมือกับกรมอาชีวะศึกษาเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะและฝีมือแรงงาน &amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้คือการสะท้อนถึงการบริหารงานแบบมืออาชีพในสถานการณ์วิกฤตของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ รู้จักคำว่าการบริหารจัดการ ความเสียหายคงไม่เกิดทุกปีตลอด 7 ปีที่ผ่านมา วันนี้ &amp;ldquo;ข้าวในนาข้าวเน่าส่งกลิ่นเหม็น เป็นข้าวเน่าของจริง &amp;rdquo; &amp;nbsp;7 &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาไม่ทำอะไรนอกจากโทษฟ้าโทษฝนยังคิดจะบริหารงานต่ออีก 5 ปี ไม่แน่ใจว่าพลเอกประยุทธ์ รู้จักคำว่าอายฟ้าดินบ้างรึเปล่า&amp;rdquo; นางสาวอรุณีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119286</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมขัง, อรุณี กาสยานนท์, โฆษกพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_61627001dd6d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 6จว.ใต้เสี่ยงฝนถล่ม เขื่อนบางลางวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุตุฯ เตือนมรสุมเข้า 6 จังหวัดใต้เสี่ยงฝนถล่ม &amp;quot;กอนช.&amp;quot; เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเตรียมปรับแผนการระบายน้ำเขื่อนบางลาง หลังคาดการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องไหลลงอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น นราธิวาสอ่วม! น้ำท่วมขัง 6 อำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 7 มกราคม 2564)&amp;quot; ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 06 มกราคม 2564 ระบุว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมชายฝั่งประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ออกประกาศเฝ้าระวังพื้นที่น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังฉบับที่ 1 หลังติดตามสภาพอากาศบริเวณภาคใต้ พบช่วงวันที่ 4-5 มกราคมมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขณะนี้ปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่มากกว่า 90 มิลลิเมตร และการติตตามสถานการณ์น้ำพบเขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 1,383 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 95 ของความจุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการประเมินสถานการณ์จากฝนคาดการณ์ (OneMap) ในช่วงวันที่ 5-7 มกราคม ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ จะมีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น คาดการณ์เขื่อนบางลางจะมีปริมาณน้ำมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ของความจุ และจะระบายน้ำลงแม่น้ำปัตตานีในอัตรา 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำปัตตานีบริเวณด้านท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นเอ่อล้นตลิ่งสูงประมาณ 1.5-2 เมตร และท่วมขังบริเวณอำเภอเมือง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา (6 ม.ค.64) และท่วมขังบริเวณอำเภอเมือง อำเภอหนองจิก และอำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี วันที่ 7 ม.ค. เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเขื่อนบางลางและน้ำในแม่น้ำปัตตานีเป็นไปตามแผน กอนช. จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่เสี่ยงต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง แจ้งตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ทันหากเกิดน้ำหลาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอนช.ยังให้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำแม่น้ำ ส่วนเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำให้พิจารณาพร่องน้ำเพื่อรองรับน้ำหลาก และเตรียมพื้นลุ่มต่ำเพื่อเป็นแก้มลิงในการหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก พร้อมทั้งพิจารณาบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำ อาจต้องระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดน้ำหลากเอ่อล้นตลิ่งบริเวณที่ลุ่มต่ำและด้านท้ายน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำให้สามารถรองรับน้ำฝนและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงาน ว่า อิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งสหพันธรัฐมาเลเซีย ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ปัจจุบัน (6 มกราคม 2564 เวลา 06.00 น.) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก 1 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสาคร อำเภอบาเจาะ อำเภอระแงะ อำเภอสุไงปาดี และอำเภอรือเสาะ รวม 15 ตำบล 67 หมู่บ้าน ความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยระดมเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่เพื่อเร่งระบายน้ำ และให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่และประเมินความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและพื้นที่ จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีสภาวะฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส เป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก 2 สาย คือ แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำสุไหงโก-ลก เอ่อล้นตลิ่ง จากมวลน้ำป่าที่สะสมอยู่บนเทือกเขาสันกาลาคีรี ในพื้นที่ อ.สุคิริน ไหลลงมาสมทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผลทำให้มีสภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ คือ 1.อ.ระแงะ 2.อ.รือเสาะ 3.อ.สุคิริน 4.อ.สุไหงปาดี 5.อ.สุไหงโก-ลก ส่วนที่ถือว่าหนักที่สุดอยู่ในพื้นที่ อ.แว้ง ซึ่งรองรับมวลน้ำป่าจากเทือกเขาสันกาลาคีรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา และจากมวลน้ำป่าบนเทือกเขาสันกาลาคีรี ที่กำลังไหลระบายลงมาสมทบในแม่น้ำสุไหงโก-ลกในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ในพื้นที่ได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่องกันหลายวัน โดยเฉพาะเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ในพื้นที่ตำบลสะท้อน ตำบลนาประดู่ และตำบลทับช้าง อ.นาทวี เกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้หลายหมู่บ้านใน 3 ตำบล ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านพระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี และรองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ได้ออกเยี่ยม ดูแลวัดและสำนักสงฆ์ที่ถูกน้ำท่วม เพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89016</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมขัง, น้ำล้นตลิ่ง, ฝนถล่ม, พื้นที่ภาคใต้, เขื่อนบางลาง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff5b01e17929.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โพดุล’ดุ!ถล่ม59จว. ขอนแก่นอ่วม‘นายกฯ’สั่งทุกเหล่าทัพช่วยชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปภ.เตือน 59 จังหวัดเสี่ยงภัย &amp;quot;โพดุล&amp;quot; ยังดุ แผลงฤทธิ์ต่อทั่วประเทศ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ดินถล่มและคลื่นลมแรงถึง 1 กันยายน บ้านไผ่ ขอนแก่น อ่วมหนัก จมหลายพื้นที่ &amp;nbsp;ถนนมิตรภาพตัดขาดลึกเป็นเมตร ระทึก! ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 ช่วยชาวบ้านติดในรถนาน 7 ชั่วโมงสำเร็จ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทุกเหล่าทัพระดมกำลังพล เครื่องจักร ลงพื้นที่ด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุ &amp;ldquo;โพดุล&amp;rdquo; ยังคงปกคลุมบริเวณจังหวัดเลย เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ ประกอบกับกรมทรัพยากรธรณีให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม เนื่องจากประเทศไทยมีฝนตกหนักต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ดินถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 31 สิงหาคม-1 กันยายน 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 59 จังหวัดเสี่ยงภัย แยกเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ที่ต้องติดตามผลกระทบจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ประกอบด้วย ภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก, ภาคกลาง ได้แก่ สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครนายก และเพชรบุรี, ภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ต้องติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขัง ประกอบด้วย ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดแพร่, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา มหาสารคาม สุรินทร์ และอุบลราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ต้องติดามสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ประกอบด้วย ภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน น่าน อุตรดิตถ์ พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก, ภาคกลาง ได้แก่ สุโขทัย, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ขอนแก่น ชัยภูมิ มุกดาหาร มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด, ภาคใต้ ได้แก่ ระนอง และพังงา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ต้องติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากคลื่นลมแรง ประกอบด้วย ภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
ติดตาม 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนตกสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล จัดเตรียมเครื่องมือประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำให้พร้อมใช้งาน ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง อีกทั้งกำชับสถานประกอบการในพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ห้ามประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภทในช่วงที่มีคลื่นลมแรง รวมถึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางไปตรวจสอบสถานการณ์ความเสียหายที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในวันที่ 1 กันยายน ช่วงเช้า เพื่อประเมินความเสียหายจากอุทกภัยในภาคอีสาน และประสานความช่วยเหลือ พร้อมทั้งหามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิทธิพลจากพายุโพดุล ทำให้เกิดฝนตกอย่างหนักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันเสาร์ ส่งผลให้พื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เกิดน้ำท่วมขัง และมีทีท่าที่จะขยายตัวเป็นวงกว้างเพิ่มมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากได้ทำให้ถนนถูกกระแสน้ำกัดเซาะชำรุดเสียหาย โดยเฉพาะที่ ต.ภูเหล็ก อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พบว่าถนนเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านหนองหญ้าปล้อง-บ้านภูเหล็ก ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งบริเวณช่วงคอสะพานถูกน้ำกัดเซาะพังทลายลงเช่นกัน โดยที่ในขณะนี้ชาวบ้านต่างมายืนรอความหวังจากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งทางผู้นำชุมชนได้รายงานไปยังทางจังหวัดให้ทราบแล้ว&amp;nbsp;
ตื่นมาเจอถนนขาดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เส้นทางดังกล่าวที่ถูกน้ำกัดเซาะนั้น สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่ต้องใช้ในการเดินทางทั้งหมด 6 หมู่บ้านของ ต.ภูเหล็กอย่างมาก และจากกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากยังคงกัดเซาะในจุดที่ขาดได้ทรุดลงอย่างต่อเนื่องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดุสิต สายจันทร์ อายุ 61 ปี ชาวบ้านภูเหล็ก บอกว่า ฝนจากพายุโพดุลตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยชาวบ้านก็ได้เฝ้าระวังความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง จนกระทั่งช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พบว่าถนนเส้นทางดังกล่าวถูกน้ำกัดเซาะจนขาด คอสะพานก็ถูกน้ำกัดเซาะ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลภูเหล็กจำนวน 6 หมู่บ้าน ที่ต้องสัญจรไปมาบนเส้นทางดังกล่าวเข้า-ออกไม่ได้ เพราะยังไม่มีหน่วยงานเข้ามาให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีถนนอีกหลายจุดที่ถูกน้ำกัดเซาะเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะการจราจรบนถนนมิตรภาพ ในช่วงผ่านเขต อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ตั้งแต่ช่วง 4 แยกบ้านเกิ้ง ไปถึง 4 แยกเกียรติสิน ระยะทางประมาณ 2 กม. พบว่าทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่อนุญาตให้รถทุกชนิดผ่านทั้งขาขึ้นขาล่อง เนื่องจากปริมาณน้ำที่ท่วมถนนมิตรภาพทั้ง 2 ฝั่ง มีบางจุดลึกประมาณกว่า 1 เมตร และกระแสน้ำไหลเชี่ยว เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสียขึ้นได้ โดยให้เพียงรถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่านไปเท่านั้น ซึ่งนอกจากนี้ยังพบว่ามีรถบรรทุก 10 ล้อพยายามฝ่ากระแสน้ำที่ท่วมถนนมิตรภาพมุ่งหน้า กทม.นั้นเกิดเสียระหว่างทางจอดตายอยู่บนถนน ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาช่วยเหลือต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนได้เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากพายุโพดุลเป็นการด่วนแล้ว พร้อมตั้งเต็นท์อำนวยการอยู่ในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังพายุฝนที่อาจจะตกลงมาซ้ำในคืนนี้ และเพื่อคอยให้ความช่วยเหลือด้วยชุดเคลื่อนที่เร็วของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอด 24 ชม. และในส่วนของการจราจรบนถนนมิตรภาพนี้ ผู้ที่ต้องการสัญจรผ่าน อ.บ้านไผ่ จะต้องเลี่ยงเส้นทางหลักบนถนนมิตรภาพในจุดที่เกิดน้ำท่วม ไปยังเส้นทางที่เจ้าหน้าที่จัดการเอาไว้ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและแนะนำเส้นทางให้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชุมชนโนนสว่าง-โนนสะอาด ต.ในเมือง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ที่ชาวบ้านนับพันคนได้พากันมายืนรอกันอยู่บนถนนเพื่อรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากบ้านเรือนถูกน้ำท่วมตั้งแต่เมื่อช่วงกลางดึกวันศุกร์ และยังมีชาวบ้านอีกหลายครอบครัวที่ยังติดอยู่ภายในชุมชนไม่สามารถออกมาได้ และรอความช่วยเหลืออยู่บนหลังคาจากทางเจ้าหน้าที่ เนื่องจากระดับน้ำมีความสูงมากกว่า 3 เมตร กระแสน้ำไหลเชี่ยว และรถทุกชนิดจมอยู่ใต้น้ำไปหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภาพ เมืองศรี อายุ 57 ปี ชาวบ้าน บ.โนนสะอาด บอกว่า บ้านที่อาศัยนั้นได้ถูกน้ำเอ่อท่วมมาตั้งแต่ช่วงเวลา 20.00 น.ของคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าโดยระดับน้ำนั้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนมาให้ความช่วยเหลือ คนในครอบครัวและเพื่อนบ้านต่างต้องปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคา จึงอยากให้หน่วยงานเร่งมาให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วน เพราะถ้ามีเรือเข้าไปรับชาวบ้านในชุมชนออกมาก็สามารถมาพักชั่วคราวที่วัดจันทร์ประสิทธิ์ในเขตเทศบาลบ้านไผ่ได้
เพชรบูรณ์น้ำป่าทะลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร ถนนในหลายอำเภอ โดยเฉพาะที่อำเภอวังโป่ง น้ำท่วมหนักสุด หลายหมู่บ้านได้ถูกน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นบ้านวังโป่ง ตลาดวังโป่ง บ้านวังหิน วังสมบัติ วังหินซอง วังใหญ่ วังกระดาษ วังชะนาง วังขอน และ หมู่ 4 บ้านด่านช้าง ต.ท้ายดง ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่อำเภอชนแดน ระดับน้ำในคลองบุษบง เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ชาวตำบลดงขุยได้เตรียมกระสอบทรายกันแล้วเพื่อป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลวังโป่ง ก็ออกประกาศเตือนว่า ทาง พื้นที่ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ &amp;nbsp; ซึ่งอยู่เหนือสุดติดภูเขา มีมวลน้ำจำนวนมากกำลังจะไหลมาสมทบกับน้ำเดิมที่มีอยู่ในคลองวังโป่ง จึงประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องในที่ต่ำเตรียมรับมือกับน้ำป่าที่มีจำนวนมาก และขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนพร ถนอมวัฒนันต์ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หน.ขหล.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ รายงานว่ามีฝนตกหนักและมีน้ำไหลหลากในลำห้วยเสลียงแห้ง เข้าสู่บริเวณน้ำตกศรีดิษฐ์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่อยู่ในความรับผิดชอบของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาค้อ ท้องที่บ้านร่มโพธิ์ร่มไทร หมู่ที่ 10 ตำบลหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงของดการให้บริการบริเวณแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกศรีดิษฐ์เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์พายุฝนที่โหมกระหน่ำในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดอย่างต่อเนื่องหลายวัน ทำให้มีปริมาณน้ำสะสม และน้ำเหนือจากป่าดงแม่เผด อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด และจากอำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ไหลลงมารวมที่ลำน้ำยังจุดบ้านท่าเยี่ยม หมู่ 5 บ้านท่าทางเกวียน 7 และบ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 ตำบลวังหลวง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นจุดระหว่างบ้านท่าโพธิ์กับบ้านท่าเยี่ยม ทำให้พนังแตกเป็น 2 จุด จุดแรกความกว้างประมาณ 15 เมตร จุดที่ 2 ประมาณ 7 เมตร ซึ่งได้ขาดเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2562
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ 3 ที่บ้านท่าเยี่ยม ได้แตกขาดเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ส่งผลเสียหายมวลน้ำกระจายท่วมบ้านเรือนราษฎรและนาข้าว คอกสัตว์ อย่างรวดเร็ว รวมนาข้าวหลายหมื่นไร่ ซึ่งทุกภาคส่วนได้รวมพลังจัดเวรยามและบรรจุกระสอบทรายทำเป็นทำนบกั้นน้ำ ตลอดเวลาหลายวันทั้ง 24 ชั่วโมง ก็ยังไม่สามารถรองรับมวลน้ำมหาศาลได้ ซึ่งขณะนี้น้ำที่ไหลลงสู่ทุ่งนาและหมู่บ้านยังคงไหลแรงและไหลเชี่ยว ผู้สูงอายุและเด็กการสัญจรต้องระวังเป็นพิเศษ และชาวบ้านต้องคอยดูแลกัน
น้ำโขงขึ้นต่อเนื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับระดับน้ำในลำน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ยวันละ 30-50 เซนติเมตร ทำให้น้ำในลำห้วยสาขาเอ่อล้นฝั่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ไร่นาและบ่อปลาในเขตเทศบาลตำบลเขมราฐแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ประกาศแจ้งเตือนประขาชนที่พักอาศัยอยู่ตามแนวริมฝั่งห้วยบังโกย ให้อพยพเคลื่อนย้ายสัตว์ สิ่งของ มาไว้ในที่สูงตามจุดที่เจ้าหน้าเตรียมไว้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จังหวัดพิษณุโลก ที่ถูกน้ำป่าหลากท่วมอย่างฉับพลันตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ในพื้นที่ 5 ตำบลได้แก่ ตำบลบ้านมุง, ตำบลชมพู, ตำบลวังยาง, ตำบลวังโพรง และตำบลไทรย้อย ล่าสุดสถานการณ์น้ำใน 4 ตำบลประกอบด้วย ตำบลบ้านมุง, ตำบลวังยาง, &amp;nbsp;ตำบลวังโพรง และตำบลไทรย้อย น้ำกำลังค่อยๆ ลดระดับลงก่อนไหลเข้าสู่เขตจังหวัดพิจิตร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากน้ำจากคลองชมพูได้ไหลล้นตลิ่งทะลักเข้าทุ่งนาเป็นวงกว้าง และไหลเข้าท่วมหลายหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลชมพู ได้แก่ หมู่ที่ 3, &amp;nbsp;หมู่ที่ 4, หมู่ที่ 5 ขณะที่ถนนสายกกไม้แดงเนินมะปราง ทางเข้าสู่อำเภอเนินมะปราง จากบ้านน้ำปาดสู่บ้านปลวกง่าม ระดับน้ำได้ท่วมผิวจราจรสูงประมาณ 10 ถึง 50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยทางจังหวัดพิษณุโลก ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยทหารกู้ภัยกำลังระดมสรรพกำลังไปช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพเสริมกำลังพลและเครื่องมือช่างจากหน่วยทหารในพื้นที่ เร่งเข้าไปสนับสนุนการทำงานของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และอาสาสมัครจิตอาสาในทุกพื้นที่จังหวัดและอำเภอ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุล พร้อมทั้งให้ประเมินและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้ทันเวลาและทั่วถึงในทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาพรวม ขณะนี้กองทัพโดยกำลังทางบกในทุกพื้นที่ ได้นำกำลังทหารและเครื่องมือช่างเร่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ทั้งการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง การนำประชาชน โดยเฉพาะเด็ก สตรีและคนชรา ออกมายังพื้นที่ปลอดภัย โดยจัดตั้งเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อดูแลด้านอาหาร น้ำและทางการแพทย์ ขณะเดียวกัน ประชาชนที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ได้จัดชุดทหารพร้อมแพทย์สนามนำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือ แจกจ่ายถุงยังชีพและการช่วยเหลือทางการแพทย์เบื้องต้น
ทุกเหล่าทัพพร้อม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ได้นำกำลังพลและเครื่องจักรสนับสนุนจัดสร้างแนวป้องกันน้ำ เพื่อมิให้พื้นที่เขตเมืองและชุมชนได้รับความเสียหายมาก พร้อมทั้งได้ใช้เครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำ เปิดทางระบายน้ำ จากพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ท่วมขัง ลงสู่แม่น้ำสายหลัก เพื่อลดความเสียหายเป็นพื้นที่ นอกจากนั้นได้ใช้ทหารและเครื่องมือช่างเปิดเส้นทางสัญจรที่มีดินโคลนถล่มและต้นไม้กีดขวาง พร้อมทั้งนำชุดสะพานทางทหาร เข้าติดตั้งทดแทนสะพานที่ถูกตัดขาดชั่วคราว ควบคู่กับการนำเรือท้องแบนและยานยนต์ล้อสูงช่วยอำนวยความสะดวกการสัญจรของประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวว่า กำลังทางอากาศและกำลังทางน้ำได้เตรียมกำลังพลและอากาศยาน พร้อมสนับสนุนการขนย้ายคน สิ่งของบรรเทาทุกข์และถุงยังชีพเข้าพื้นที่ พร้อมทั้งได้จัดเรือและอากาศยานออกลาดตระเวนดูแลช่วยเหลือชาวประมงและนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ตามเกาะแก่งเพื่อนำเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ทุกเหล่าทัพยังคงประสานการทำงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และมีความพร้อมเข้าช่วยเหลือเคียงข้างประชาชน จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกส่วน ในการประเมินสถานการณ์ และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ทันที ในการบรรเทาภัยพิบัติและการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้จัดชุดกำลังพลเคลื่อนที่เร็วเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อออกให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่โดยไม่ต้องรอการร้องขอ เพราะกองทัพตระหนักเสมอว่า ทหารพร้อมเป็นที่พึ่งและจะยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกสถานการณ์ตลอดไป ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนต้องการขอรับความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน สามารถติดต่อศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบัญชาการกองทัพไทย และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเหล่าทัพ ในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 31 ส.ค. ศูนย์บรรเทาสารภัยมณฑลทหารบกที่ 39 จัดกำลังกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 4 ตำบล ของอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยว่าพบชาวบ้านจำนวน 1 คน ติดค้างอยู่บนรถยนต์ที่ถูกกระแสน้ำพัดตกจากถนนไปอยู่บริเวณกลางทุ่งนา ห่างจากถนนประมาณ 100 เมตร ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและความมืดมิด&amp;nbsp;
ระทึก!ติดในรถ7ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง รองผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 39 จึงได้ระดมกำลังพลพร้อมจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. จังหวัดพิษณุโลก จากจุดอำนวยการชั่วคราว พร้อมรถบรรทุก FTS และเรือท้องแบน เร่งเข้าให้การช่วยเหลือ แต่ด้วยกระแสน้ำที่ไหลแรงและมีร่องน้ำวน จึงทำให้รถบรรทุก FTS ไม่สามารถขับเคลื่อนลุยน้ำไปได้ เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนมาใช้เป็นเรือท้องแบนค่อยลอยลำเข้าไปจุดเกิดเหตุ จนกระทั่งไปถึงบริเวณกลางทุ่งนาฉายไฟพบเห็นผู้ประสบภัยนั่งอยู่บนรถยนต์จำนวนหนึ่งบนรถที่พลิกคว่ำ และมีผู้ติดอยู่ในรถจำนวน 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีการนำกำลังพลกว่า &amp;nbsp;40 นาย ลุยน้ำไปตามจุดที่สูงพร้อมทั้งมัดเชือกยึดโยงยึดตรึงไปทีละช่วงจนถึงรถยนต์ที่จมน้ำอยู่ และสามารถทุบกระจกนำตัวนายสินชัย แก้ววิเศษ ผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่ในรถที่พลิกคว่ำกลับออกมาได้อย่างปลอดภัยเมื่อเวลา 03.15 น. รวมระยะเวลาที่ผู้ประสบภัยติดค้างรถตั้งแต่ 20.00 น. จนถึง 03.00 น. รวมกว่า 7 ชั่วโมงเศษ ใช้เวลาในการปฏิบัติการกู้ภัยครั้งนี้ 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับราษฎรผู้ประสบภัยคนดังกล่าวที่ติดค้างอยู่ในรถท่ามกลางกระแสน้ำที่เย็นจัดนานกว่า 7 ชั่วโมงนั้น ภายหลังนำตัวออกมาพบมีสภาพร่างกายอ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรงเดินไม่ไหว เมื่อเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาถึงกองอำนวยการชั่วคราว ได้นำผ้าห่มกันหนาวมาเช็ดตัวเพิ่มความอบอุ่นจนอาการดีขึ้น และส่งทำการรักษา ณ โรงพยาบาลวังทองต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคอีสานจากพายุไต้ฝุ่นโพดุล ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างว่า เราได้จัดทีมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในภาคอีสานหลากหลายจังหวัดในขณะนี้อย่างใกล้ชิด โดยได้ตรวจสอบคู่สาย 1669 ให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา หากประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทร.แจ้งขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44714</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ขอนแก่น, คลื่นลมแรง, ดินถล่ม, น้ำท่วมขัง, น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก, บ้านไผ่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โพดุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190831/image_big_5d6a69c41d896.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งรับมือ‘น้ำท่วม’24ชม. อุตุฯคาดวันหยุดฝนน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลุยฝนติดตามโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ เรียกร้องทุกฝ่ายร่วมมือทำงาน เกิดเหตุขึ้นมาผู้ว่าฯ กทม.โดนก่อน คนที่สองคือนายกฯ &amp;nbsp;ยันไม่ทิ้งทั้งคนกรุงและต่างจังหวัด หยอดคำหวานเห็นใจคนจน-เกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายตลอดเวลา โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร, นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กทม. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ได้ไปตรวจโครงการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (Water Bank) บริเวณหน้าหมู่บ้านอัมรินทร์ วงเวียนบางเขน พร้อมกล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายเตรียมรับมือทั้งในส่วนเจ้าหน้าที่และเครื่องมือให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และคิดแก้ปัญหานอกกรอบ ซึ่งตนและรัฐบาลเห็นใจประชาชน ทั้งนี้ที่บอกว่าน้ำรอการระบายนั้น ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่าน้ำรอการระบายคืออะไร ขณะเดียวกันหากพื้นที่ใดประชาชนเดือดร้อนมากที่สุด ต้องดูแลและแก้ปัญหาก่อน และเจ้าหน้าที่ต้องรีบลงพื้นที่เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ฝนตกน้ำท่วม ปัญหาที่ตามมาคือการจราจรติดขัด เดือดร้อนกันไปหมด รวมทั้งการจอดรถขวาง ดังนั้นต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ ซึ่งเมื่อเกิดปัญหา ผู้ว่าฯ กทม.จะโดนก่อน คนที่สองก็คือนายกฯ นอกจากนี้ต้องดูแลตัดเลนน้ำในพื้นที่ที่มีการก่อสร้างด้วย อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนร่วมกันแก้ปัญหาให้ได้ด้วยหลักการ และขอขอบคุณสำนักงานการระบายน้ำและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง วันนี้ต้องการมาให้กำลังใจ และอยากให้ร่วมมือกันแก้ปัญหาน้ำท่วม ยืนยันรัฐบาลนี้และรัฐบาลต่อไปจะทำให้เต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ถามผู้ว่าฯ กทม.ว่า กทม.มีงบประมาณเพียงพอหรือไม่ ซึ่ง พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า โครงการจะแล้วเสร็จแน่ในรัฐบาลชุดนี้ โดยขณะนี้โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก 17 จุดเสี่ยง แล้วเสร็จ 3 จุด เหลืออีก 14 จุดที่ต้องดำเนินการต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ปัญหาทุกอย่างต้องร่วมมือกันแก้ไข ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราต้องร่วมมือกันทั้งหมด และทำกันไปเรื่อยๆ ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ทุกคนอยากให้ก่อสร้างเสร็จเร็วๆ ซึ่งทำยาก เพราะงบประมาณสูงทุกอัน แต่จากนี้ไปช่วยกันทำก็จะเสร็จเองในวันหน้า จากนั้นได้มีรุ่นพี่โรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 11 มามอบกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจนายกฯด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปยังจุดที่สอง เพื่อดูงานก่อสร้างระบบท่อระบายน้ำ (Pipe Joking) ถนนพหลโยธิน บริเวณตัดถนนประเสริฐมนูกิจ คลองบางบัว แล้วเดินทางต่อไปยังจุดที่สาม ติดตามงานเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ถนนวิภาวดีรังสิต จุดคลองบางซื่อ โดยกล่าวชื่นชมว่ายอดเยี่ยม อุโมงค์ระบายน้ำและโครงการต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราได้ทำมาและใช้แก้ปัญหาแล้วในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่ไม่ได้ทำอะไรเลย ถ้าเราไม่แก้ปัญหาแบบใหม่ก็ไม่มีทางทำได้ นี่คือหลักการบริหารจัดการน้ำที่ต้องทำและดูแลทั้งระบบ อีกทั้งตนก็ห่วงต่างจังหวัดอยู่เหมือนกัน ที่มีทั้งปัญหาวาตภัยและพายุมูนที่จะหมดในวันที่ 6 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับปัญหาน้ำท่วม ในฐานะนายกฯ รู้สึกเป็นห่วงประชาชน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งต้องเจอกับพายุฝน ขณะที่ในสภาผู้แทนราษฎรก็มีการสะท้อนปัญหาของประชาชน โดยบอกว่าเหตุใดจึงเก็บน้ำในเขื่อนไว้ไม่ได้ จึงขอชี้แจงว่าเป็นเพราะฝนไม่ได้ตกในเขื่อน ทำให้เก็บน้ำไม่ได้ ส่วนนาปรังที่บางพื้นที่ไม่สามารถทำได้นั้น ต้องดูการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าแต่ละพื้นที่มีน้ำเพียงพอสำหรับทำนาปรังหรือไม่ ทั้งนี้ เข้าใจว่ามีผลกระทบต่อชาวนา และรัฐบาลก็จะหาวิธีแก้ปัญหาให้ ยืนยันว่านายกฯ เห็นใจคนจนและเกษตรกร จึงต้องมาดูว่าจะสร้างความร่วมมือกันได้อย่างไร&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพเตรียมความพร้อมสำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนมูนที่กำลังเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนแล้ว เช่นที่จังหวัดนครพนมเกิดดินสไลด์ มีน้ำท่วมขังบางแห่งที่มีฝนตกหนัก และในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อเนื่องครอบคลุมไปถึงพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกลดลง เว้นแต่ภาคตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีกในระยะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจังหวัดที่คาดหมายว่าจะมีฝนฟ้าคะนอง ได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา และอุบลราชธานี, ภาคกลางจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี และสระบุรี, ภาคตะวันออก จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่. &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40286</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง, น้ำท่วมขัง, ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1f4cf90306c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านหว่านแหหาปลากลางถนน ประชดอบต.ทำน้ำท่วมขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหมู่ที่ 12 บ้านค้อเหนือ ต.กุดลาด อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ออกมารวมตัวกันที่บริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้านค้อเหนือ ซอยเมโทรทาวน์ ที่มีสภาพน้ำท่วมขังพร้อมชูป้าย ข้อความ อาทิ &amp;ldquo;ท่านผู้ว่าคะ ขอปลามาปล่อยหน่อยค่ะ&amp;rdquo;,&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปลัด ผอ.คลัง , ผอ.กองช่างใช้สมองส่วนไหนคิด&amp;rdquo; , &amp;ldquo;ปลัด อบต.ผอ.กองช่าง ออกไป ออกไป ออกไป&amp;rdquo; , &amp;ldquo;จิตสำนึกอยู่ไหนเนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลกุดลาด&amp;rdquo; นอกจากนี้ชาวบ้านยังประชดด้วยการนำแหมาหว่านหาปลากลางถนน และนำเรือมาพายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)กุดลาด ได้มาทำถนนคอนกรีตเสริมเหล็กถมเส้นทางเดิม ระยะทาง 95 เมตรสายสมเด็จ &amp;ndash;บ้านค้อเหนือ&amp;nbsp; ซึ่งขวางทางน้ำไหลโดยไม่ทำร่องน้ำ เป็นเหตุให้น้ำท่วมขังทางเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านสัญจรไปมาด้วยความลำบาก&amp;nbsp; เนื่องจากพื้นถนนสูงกีดขวางทางน้ำไหลลงสู่ปากห้วยวังนอง ชาวบ้านเคยแจ้งไปยัง อบต.กุดลาด ผู้รับผิดชอบ ให้มาจัดการแก้ไขปัญหา แต่ไม่สนใจความเดือดร้อนของชาวบ้านแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ บุญรอด อายุ 52 ปี ชาวบ้านบ้านค้อเหนือ&amp;nbsp; กล่าวว่า ปัจจุบันชาวบ้านที่ใช้ถนนเส้นนี้ลำบากมาก ซึ่ง อบต.กุดลาดต้องรับผิดชอบจัดทำร่องระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำออกไปลงปากห้วยวังนองที่อยู่ตรงข้าม แต่ไม่ดำเนินการ พอฝนตกลงมาน้ำก็จะท่วมทุกครั้งและเป็นเวลานาน เมื่อเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ชาวบ้านก็ลำบากในการเดินทางเข้าออกจากซอยในหมู่บ้านไม่ได้ ทาง อบต.ก็ไม่มาดูแล เหมือนกับมาสร้างฝายน้ำล้นใส่ซอยไว้อีก&amp;nbsp; ไม่รู้ว่าเอาอะไรมาคิด ถ้าทำงานแก้ไขปัญหาชาวบ้านไม่ได้ขอให้ลาออกไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16692</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมขัง, หมู่บ้านค้อเหนือ, หว่านแหหาปลา, อบต.กุดลาด, อุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8cbd3003b65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมพร้อมรับน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์ปริมาณน้ำที่มีมากในบางจังหวัด จนต้องเฝ้าระวัง หลายหน่วยงานเกี่ยวข้องได้สั่งการเตรียมความพร้อม เช่นเดียวกับกระทรวงคมนาคมได้สั่งระดมความพร้อมหน่วยงานในสังกัด รับมวลน้ำในหลายจังหวัด รวมถึงเพชรบุรี พร้อมเตรียมเรือท้องแบน-สะพานเบลีย์-ป้ายเตือนน้ำท่วม ป้ายบอกเส้นทางเลี่ยง ทางเบี่ยง จัดเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร ตลอด 24 ชม. ขณะที่เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่เฝ้าระวังได้สั่งระดมเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงเตรียมความพร้อมรับมือหากน้ำล้นถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของกรมทางหลวง (ทล.) ที่มีหน้าที่หลักดูแลพื้นที่ทางหลวง ได้เตรียมความพร้อมรับมือในหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการรับมือสถานการณ์น้ำล้นเขื่อนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีนั้น โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อม ตลอด 24 ชั่วโมง รับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน เส้นทางในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงทุกเส้นทางสามารถเดินทางได้ตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์น้ำที่จังหวัดเพชรบุรี แขวงทางหลวงเพชรบุรีได้เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เส้นทางหลวงทุกสายทางสามารถใช้สัญจรได้ตามปกติ ไม่มีน้ำท่วมผิวทาง อย่างไรก็ตาม หากเกิดสถานการณ์อุทกภัยกรมทางหลวงพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทุกกรณีตามการร้องขอตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมพร้อมในการจัดทำและติดตั้งป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงและแผ่นพับแนะนำเส้นทางเลี่ยง จัดเตรียมอุปกรณ์นำทาง หลักขาว-แดง ล่าสุดแขวงทางหลวงเพชรบุรีได้เตรียมเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงมาประจำจุดต่างๆ ในพื้นที่ที่คาดว่าอาจมีน้ำท่วมขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษนั้นคือการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนป้องกันน้ำท่วมรันเวย์สนามบินสกลนครและบริเวณรอบพื้นที่สนามบิน เช่น ขุดลอกคูน้ำจุดที่วิกฤติ ขุดลอกคูระบายน้ำรอบสนามบินทั้งหมด เสริมคันกั้นรอบสนามบินที่มีอยู่แล้วให้สูงขึ้น และเพิ่มท่อเหลี่ยมบริเวณหัวและท้ายสนามบิน เพื่อเสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมสนามบินสกลนครระยะยาว อีกทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ทางในการเดินทางยังสนามบินสกลนครอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และโฆษกกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ที่ล้นเกินความจุของเขื่อน อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง บ้านแหลม บ้านลาด ท่ายาง และแก่งกระจาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้มอบให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการรถไฟแห่งประเทศไทย ติดตามและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกรมเจ้าท่าได้จัดเตรียมเรือท้องแบนพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 3 ลำ เรือตรวจการณ์ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเพชรบุรี 1 ลำ เจ็ตสกี 2 ลำ การขุดลอกร่องน้ำเพิ่มเติม เพื่อการระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่และเรือจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคจังหวัดใกล้เคียง อาทิ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ประจวบคีรีขันธ์ กรณีสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น พร้อมให้การสนับสนุนเพิ่มเติมทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรมทางหลวงชนบท เตรียมความพร้อมสะพานเบลีย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) หากเกิดเหตุถนนหรือสะพานขาดสามารถเคลื่อนย้ายเข้าติดตั้งได้ทันที เตรียมป้ายเตือนน้ำท่วมเส้นทาง ป้ายบั้งปักบอกแนวขอบทางกรณีน้ำท่วมผิวทาง ป้ายบอกทางเลี่ยง ทางเบี่ยงต่างๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติในพื้นที่ ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยงานในพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อให้บริการประชาชนเดินทางได้ด้วยความสะดวกและปลอดภัย รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ ขอให้ผู้ใช้เส้นทางระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วม และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง หลังจากเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการซ่อมแซมเส้นทางที่ชำรุดชั่วคราวทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้โดยเร็ว และสำรวจ ออกแบบ เพื่อฟื้นฟูให้เข้าสู่สภาพปกติ สามารถสอบถามสภาพเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร.1356 สายด่วนกรมทางหลวง โทร.1586 สายด่วนทางหลวงชนบท โทร.1146 สายด่วนกรมเจ้าท่า โทร.1199 และการรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.1690 ดังนั้นไม่ว่าประชาชนจะสัญจรไปเส้นทางใดก็แล้วแต่ จะสะดวกปลอดภัยแน่นอน เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยบริการเพื่ออำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัลยา ยืนยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15086</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กัลยา ยืนยง, จังหวัดเพชรบุรี, น้ำท่วมขัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
