<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เตรียมติดตามแก้น้ำท่วมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจและการระบายน้ำเขื่อนเพชร 22 ก.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกำหนดการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม วันที่ 22 ก.ย.ว่า นายกรัฐมนตรีจะนำคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำและแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเพชรบุรี ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) โดยในช่วงบ่าย จะร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยว (Sandbox) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรม Regent ชะอำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการตรวจราชการครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะติดตามและมอบนโยบายในการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) พร้อมเตรียมความพร้อมการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น และช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะประชุมหารือส่วนราชการในพื้นที่เตรียมพร้อมการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยว (Sandbox) หลังจากที่รัฐบาลได้นำร่องสู่การเปิดประเทศเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ภายใต้โครงการ Phuket Sandbox สำหรับแผนระยะที่ 2 เตรียมเดินหน้าเปิดประเทศเพี่อการท่องเที่ยวเพิ่มอีก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเชียงใหม่ โดยเตรียมความพร้อมและเร่งฉีดวัคซีนให้คนพื้นที่ ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ความพร้อมของผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และยึดหลักความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตามภารกิจปกติ ที่กำหนดไว้อยู่แล้ว เพื่อเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วม ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนหลายพื้นที่ในขณะนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117431</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, น้ำท่วมน้ำแล้ง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61481d5b69b82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ โพสต์สถานการณ์น้ำในปีนี้ &#039;ไม่น่าเป็นห่วง&#039; เหมือนปี 2554</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า เตรียมแผนเผชิญเหตุ รับมือสถานการณ์น้ำอย่างเป็นระบบ เมื่อวานนี้ (15 ก.ย.) ผมได้ลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะที่มาจากภาคเหนือ และอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคกลางของประเทศ รวมถึง กทม. ซึ่งผมได้รับข้อมูลว่าปัจจัยสำคัญของปริมาณน้ำในช่วงนี้มาจากพายุ 2 ลูก ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ส่งผลกระทบในบางพื้นที่ แต่ในภาพรวมปริมาณน้ำอยู่ในระดับ &amp;quot;ทรงตัว&amp;quot; แล้ว และจากการประเมินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถานการณ์น้ำในปีนี้ &amp;quot;ไม่น่าเป็นห่วง&amp;quot; เหมือนปี 2554 แต่อย่างไรก็ตาม ผมได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจนหมดหน้าฝน โดยให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์จุดเสี่ยงต่างๆ อย่างเต็มที่ ตามแผนเผชิญเหตุ โดยคำนึงเสมอว่านอกจากระบายน้ำลงทะเลเพื่อป้องกันน้ำท่วมแล้ว ยังต้องคำนวณการเก็บกักน้ำไว้ใช้หน้าแล้งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียนว่า รัฐบาลมีแผนการรับมือสถานการณ์น้ำอย่างเป็นระบบ ในแต่ละลุ่มน้ำ แต่ละภูมิภาค ในช่วงมรสุมของทุกๆ ปี ตั้งแต่ระบบติดตามระดับน้ำ พร้อมทั้งพยากรณ์ปริมาณน้ำล่วงหน้า ซึ่งจะกำหนดเกณฑ์ปลอดภัย เกณฑ์ตัดสินใจเพิ่มการระบายน้ำในแต่ละจุด แต่ละพื้นที่ โดยคำนวณผลกระทบล่วงหน้า การเตรียมพื้นที่รองรับน้ำ มีหน่วยงาน/ผู้รับผิดชอบตามระดับผลกระทบ มีอนุกรรมการและคณะกรรมการกำกับดูแล มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน รวมทั้งแผนเผชิญเหตุแยกเป็นพื้นที่และเป็นภาพรวม ระบบและช่องทางสื่อสารแจ้งเตือนภัย และการตระเตรียมพื้นที่อพยพและพื้นที่ปลอดภัย เป็นต้น (สำหรับปี 2564 นี้ ครม.อนุมัติให้ดำเนินการตาม 10 มาตรการ ตามภาพประกอบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบความแข็งแรงโครงสร้างเขื่อน-ประตูน้ำ ขุดลอกคูคลองสาขา จัดระเบียบที่อยู่อาศัยชุมชนที่รุกล้ำลำคลองสาธารณะ และกำจัดผักตบชวาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 19 จังหวัด ภาคกลางและตะวันออก รวมกำจัดผักตบชวากว่า 5 ล้านตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการสำคัญที่รัฐบาลเน้นย้ำมาตลอดคือ การแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำอย่างยั่งยืน โดยมีการจัดทำแผนบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ประกอบด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน การปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก การบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำนองและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากสายใหม่ ทั้งคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ที่จะแล้วเสร็จในปี 2566 คลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย (เพื่อรองรับน้ำท่วมที่รอบปี 50 ปี) และคลองระบายน้ำควบคู่กับถนนนวงแหวนรอบที่ 3 (เพื่อรองรับน้ำท่วมที่รอบปี 100 ปี) ทั้งนี้เป้าหมายหลัก นอกจากเพื่อลดปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมของประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการที่รัฐบาลได้วางแผนไว้แล้ว และขอความร่วมมือในการอุปโภคบริโภคอย่างสมดุล พื้นที่เพาะปลูกก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับทรัพยากรน้ำ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตามนโยบาย &amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; ด้วย ซึ่งรัฐบาลพร้อมจะเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำของประเทศครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116898</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมน้ำแล้ง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แผนเผชิญเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142c2f5a2234.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักแน่! นักวิชาการ เตือนรับมือฝนถล่ม-น้ำท่วมเดือนก.ย.-ต.ค. เผย &#039;ลานีญา&#039; เร่งกำลังเพิ่มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.64 - รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกษตร โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า #อัพเดทน้ำท่วมน้ำแล้ง (16 ก.ย.64) &amp;ldquo;ลานีญา&amp;rdquo; เร่งกำลังเพิ่มขึ้นอีก! เตรียมรับมือปริมาณฝนเพิ่ม ก.ย.-ต.ค. 64 โดย ต.ค. ฝนปรับเพิ่มขึ้นอีก เกือบทุกพื้นที่ (ยกเว้นใต้ตอนล่าง) กทม. กลาง อีสาน และตะวันออก ต้องระวังให้มาก! ภาคเหนืออุณหภูมิจะสูงกว่าปกติช่วง ต.ค.64 - มี.ค.65 ฝุ่นพิษ PM 2.5 อาจกลับมาสร้างปัญหาเพิ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง International Research Institute for Climate Society (IRI) มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา (ภาพที่ 2) ได้พยากรณ์ผลเพิ่มเติมจากเมื่อต้นเดือน ส.ค. โดย ผลพยากรณ์บ่งชี้ว่า &amp;ldquo;เฟสกลาง&amp;rdquo; (ENSO-Neutral) จะยังคงอยู่ต่อไปอีกระยะ แต่ความน่าจะเป็นของการเกิดปรากฏการณ์ &amp;ldquo;ลานีญา&amp;rdquo; ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมที่พยากรณ์ไว้ใน ส.ค. 64 โอกาสจะเกิดลานีญา อยู่ที่ 70-80% ในช่วง ก.ย.64-ก.พ.65 (ภาพที่ 2 ซ้าย) โดยลานีญาจะเพิ่มกำลังขึ้นจากเดิม บ่งชี้ว่าฝนจะเร่งตัวมากขึ้นจากนี้จนถึง ต.ค. 64 ต้องระวังกันให้มาก (ภาพที่ 2 ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาพที่ 3 บ่งชี้ว่าปริมาณฝนช่วง ต.ค. 64 จะมากกว่าที่เคยพยากรณ์ไว้ในเดือนที่ผ่านมาจากลานีญาที่เร่งตัวเพิ่มขึ้น อีสาน กลาง และตะวันออก ต้องระวังให้มาก เขื่อนหลักภาคเหนือยังมีลุ้นได้น้ำเพิ่ม หลัง ต.ค. ฝนจะเริ่มลดลง ช่วง ม.ค.-มี.ค. 65 ภาคกลางและเหนือตอนล่างเตรียมรับมือฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอุณหภูมิ (ภาพที่ 4) ภาคเหนือตอนบนอากาศจะร้อนกว่าค่าเฉลี่ยปกติลากยาวตั้งแต่ ต.ค.64 - มี.ค.65 บ่งชี้ว่าปีนี้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 น่าจะมีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมาเพราะไม่มีฝนช่วย อากาศหนาวเย็นกว่าปกติน่าจะไม่เกิดขึ้นแล้ว เปลี่ยนแปลงจากการพยากรณ์ก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตามการพยากรณ์อย่างใกล้ชิดกันต่อไป โดยเฉพาะน้ำท่วม อาจทำให้ผลผลิตเสียหายและมีการระบาดเพิ่มของโควิด-19 รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ #ClimateChange #Flood #Drought #NewNormal #COVID19
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116885</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมน้ำแล้ง, ฝนตก, รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช, ลานีญา, สภาพภูมิอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142b42ed260e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 11:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.- กรมชลฯเร่งหารือแก้วิกฤตแล้งภาคตะวันออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 2563 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จับมือกรมชลประทาน เร่งผลักดันโครงการวางท่อสูบน้ำคลองสะพาน เพิ่มปริมาณเก็บน้ำให้อ่างเก็บน้ำประแสร์ 5 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน พร้อมวางแผนระยะยาวผลักดันสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนดหวังเพิ่มน้ำได้ 150 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กนอ.ได้เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคดังกล่าว ต่อคณะกรรมการ กนอ. เพื่อให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือเรื่อง&amp;ldquo;วิกฤตสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก&amp;rdquo; ร่วมกับกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า จากตัวเลขน้ำสำรองในปัจจุบันมั่นใจว่าสามารถมีใช้ไปจนถึงเดือนมิถุนายนนี้ และจะผ่านภาวะวิกฤติในครั้งนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม กนอ.ยังคงมีความเป็นห่วงปัญหาในช่วงหลังเดือนมิถุนายนนี้ และในระยะยาวในปีต่อๆไป จึงได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งการผลักดันโครงการวางท่อสูบน้ำจากคลองสะพาน จ.ระยอง เพื่อวางท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ 1,800 มิลลิเมตร ซึ่งจะสามารถดึงน้ำเข้ามาเก็บที่อ่างเก็บน้ำประแสร์เพิ่มถึง 5 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากปัจจุบันที่ได้วางท่อสูบน้ำชั่วคราว ขนาด 900 มิลลิเมตร สูบน้ำได้ประมาณ 1.5 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มาตรการขอความร่วมมือให้กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย นิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ลดการใช้น้ำลง 10% ในปีนี้ ทำได้ใกล้เคียงเป้าหมายแต่หากเกิดภัยแล้งในปีหน้าขึ้นอีกก็จะเป็นการยากที่จะลดการใช้น้ำลง 10% ได้ตามเป้า เนื่องจากเกิดการขยายโรงงาน และการลงทุนโรงงานใหม่ๆเข้ามาเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา กนอ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อให้เพียงพอในช่วงฤดูแล้งมาโดยตลอด ทั้งการเพิ่มนํ้าต้นทุนให้กับ 4 อ่างเก็บน้ำหลัก ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และอ่างเก็บน้ำประแสร์ ได้แก่ การสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแกด ลุ่มน้ำวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรไปเพิ่มน้ำต้นทุนยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง สร้างระบบสูบกลับชั่วคราวจากคลองสะพาน ปรับปรุงระบบสูบกลับวัดละหารไร่จากแม่นํ้าระยองไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล รวมทั้งการเพิ่มน้ำต้นทุนในนิคมอุตสาหกรรมโดยการนำน้ำจากคลองชากหมากมาผ่านการบำบัด (Waste Water Reverse Osmosis : WWRO) และนำกลับมาใช้ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงการขอความร่วมมือผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ ปรับลดปริมาณการใช้น้ำลง 10 % แต่ขณะเดียวกันในปีนี้น้ำในภาคตะวันออกมีฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และมีน้ำไหลลงอ่างลดลงจากเดิมเนื่องจากฝนที่ตกไม่เข้าอ่างเก็บน้ำ ทำให้เรื่องน้ำเป็นปัญหาที่สำคัญจะต้องมีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน ซึ่งคาดว่าในปี 2563-2565 จะมีการตั้งโรงงานเพิ่มประมาณ 2 เท่าตัว และหากมีน้ำไม่เพียงพอก็อาจกระทบต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้ ขณะที่ความคืบหน้าของการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด อยู่ระหว่างการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยหากอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่ง ก่อสร้างเสร็จจะสามารถแบ่งปันน้ำเข้าสู่พื้นที่อีอีซีได้ประมาณ 100 &amp;ndash; 150 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี&amp;rdquo; นางสาวสมจิณณ์ พิลึก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะครึ่งหลังของปี 2563 ที่นักลงทุนยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว กนอ.ได้มีการปรับเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภายใต้การกำกับดูแลของกนอ.ลงเหลือประมาณ 2,000-2,500ไร่ ต่อปี จากเดิมที่ตั้งเป้า ประมาณ 3,000-3,500 ไร่ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กนอ.เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมต่อคณะกรรมการ กนอ.ให้ความเห็นชอบ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จบลง กนอ.เตรียมปรับแผนเชิงรุกมากขึ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุน โดยเฉพาะแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ประกอบด้วย 3 จังหวัด (ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต&amp;rdquo;ผู้ว่าการ กนอ.กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65007</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., น้ำท่วมน้ำแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eaf92fcaad27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไม่ประมาท สึนามิ&#039; บิ๊กฉัตร&#039;ยันพร้อมเฝ้าระวังต่อเนื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กฉัตร&amp;rdquo; เผยรัฐบาลไม่ประมาท หลังสึนามิถล่มอินโดนีเซีย เฝ้าระวังต่อเนื่อง ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วม-ภัยแล้ง ยังไม่คลายความกังวล &amp;nbsp;เร่งบริหารจัดการงบประมาณเยียวยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
1ต.ค.61- พล.อ.ฉัตรชัย &amp;nbsp;สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุสึนามิที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซียว่า&amp;nbsp;ในส่วนของประเทศไทย รัฐบาลไม่ประมาทและมีการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พล.อ.ฉัตรชัย ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำโดยภาพรวมในประเทศว่า ขณะนี้มีการเฝ้าติดตามทุกสัปดาห์โดยเฉพาะ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ซึ่งได้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบ วันนี้ต้องมองถึงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งไว้ล่วงหน้า ส่วนจะต้องคลายความกังวลเรื่องภัยน้ำท่วมหรือไม่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามจากกรมอุตุนิยมวิทยาก่อน รอการประกาศเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเป็นทางการจึงจะแสดงว่าหมดฤดูฝน แต่ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำปัจจุบันรัฐบาลบริหารจัดการน้ำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ยังมีความกังวลในเรื่องของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่จะเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง โดยรัฐบาลจะมาบริหารจัดการน้ำต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลใช้วิธีการบริหารจัดการน้ำจนส่งผลให้ลดการใช้จ่ายงบประมาณในการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมและภัยแล้งเป็นจำนวนมากสะท้อนให้เห็นว่า การทำความเข้าใจกับประชาชนและใช้การบริหารจัดการน้ำทำให้แก้ปัญหาได้ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา จนถึงปี 2560 รัฐบาลไม่ได้มีการประกาศภัยแล้งทำให้งบประมาณในการเยียวยาไม่ถูกนำไปใช้ &amp;nbsp;และนี่คือการบริหารจัดการน้ำที่เป็นระบบ ซึ่งจะสรุปภาพรวมทั้งหมดรายงานต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18792</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมน้ำแล้ง, บริหารจัดการน้ำ, พล.อ.ฉัตรชัย  สาริกัลยะ, รองนายกรัฐมนตรี, สึนามิ, สึนามิอินโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1a50621f1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
