<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสัญญาณน้ำท่วมปี 64 จะซ้ำรอยมหาอุทกภัยปี 54 หรือไม่?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ไล่ลงมาจนถึงพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้่ำป่าสัก &amp;nbsp;ทั้งเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังปรับแผนเพิ่มการระบายน้ำ เพื่อรองรับมวลน้ำตอนบนที่มาสมทบอีกปริมาณมหาศาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ภาคอีสาน แม่น้ำชี แม่น้ำมูลเอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตร พื้นที่ชุมชน &amp;nbsp;ต้องเร่งระบายน้ำ และประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน &amp;nbsp;โดยเฉพาะน้ำท่วม &amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุเตี้ยนหมู่ยังคงวิกฤตอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ต้องจับตาจะมีพายุเข้ามาเพิ่มปริมาณน้ำให้สูงขึ้นอีกหรือไม่
มวลน้ำที่ไหลเข้าท่วมแต่ละพื้นที่ ทำให้ประชนได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอย่างหนักจากอุทกภัย &amp;nbsp;ต้องใช้เวลาระบายน้ำที่ท่วมขัง หลายคนตั้งคำถามและเปรียบเทียบน้ำท่วมในปี 2564 จะมีความเป็นไปได้เกิดมหาอุทกภัยเหมือนปี 2554 &amp;nbsp;หาคำตอบและร่วมประเมินสถานการณ์จาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ประธานแผนงานวิจัยเข็มมุ่งการบริหารจัดการน้ำ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช. ) กล่าวว่า ปี 64 นี ประเทศไทยเจอพายุโซนร้อน 2 ลูกในเดือนกันยายน ทำให้ฝนตกต่อเนื่องมีปริมาณน้ำสะสมมาก และมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มเจ้าพระยา จากสุโขทัยจะลงมาสมทบในอีก 7 วัน รวมถึงลุ่มน้ำป่าสักที่วิกกฤต เร่งระบาย คนท้ายเขื่อนป่าสักฯ จะอ่วม คาดว่าระดับน้ำจะขึ้นถึง 2 เมตร &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจะกระทบหลายจังหวัด รวมทั้งบางเลน จ.นครปฐม และกรุงเทพฯ ที่อยู่นอกแนวคันกั้นแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;วันที่ 5-7 ต.ค.คาดว่า จะมีพายุเข้ามาอีก จ.อยุธยาจะต้องประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด เพราะเจอถึง 3 น้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; โอกาสน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54 &amp;nbsp;ไม่เกิดแน่นอน แต่จะเป็นน้ำท่วมปี 54 แบบเล็ก เจอท่วมรุนแรงเฉพาะที่ เฉพาะจุด &amp;nbsp;กทม.ชุมชนที่อาศัยริมน้ำเจ้าพระยาต้องเฝ้าระวังน้ำท่วม บ้านอยู่นอกคันป้องกัน อย่างบางกอกน้อย คลองสาน ยานาวา เป็นไปได้ว่าจะท่วม &amp;nbsp;ส่วนปทุมธานี และนนทบุรี ยังมีฟันหรอบางส่วนเวลานี้ต้องเร่งเสริมคันกั้นน้ำ &amp;nbsp;ไม่ให้เจอท่วมหนัก &amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.สุจริต ระบุปัจจุบันระบบจัดการน้ำดีขึ้นกว่าปี 54 &amp;nbsp; ยังมีบึงรับน้ำอีก 11 แห่ง ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกที่ลงทุนขุดลอกหลังน้ำท่วมใหญ่ ความจุรวม 1,000 ล้าน ลบ.ม. กลไกนี้จะช่วยตัดยอดน้ำไม่ให้เข้ากรุงเทพฯ เต็มๆ &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;nbsp;ทาง กทม. ก็มีการป้องกันโดยมีคันกั้นน้ำที่สูงขึ้นจากปี 2554 &amp;nbsp;สูงในระดับ 3 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเสียหายจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของไทย รศ.ดร.สุจริต บอกว่า ปีนี้น้ำมาเร็วกว่าทุกครั้ง เพราะฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฝนที่ตกไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ร้านค้า ตลาด สถานที่ราชการทันทีเลย ไม่เหมือนเดิมที่กว่าน้ำจะเข้าพื้นที่ใช้เวลา 3 วัน 7 วัน &amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านเก็บของหนีน้ำไม่ทัน หมดเนื้อหมดตัว &amp;nbsp;รวมถึงแม้จะมีการเตือนภัย สร้างการรับรู้ แต่ชาวบ้านไม่ตระหนัก ยังเข้าใจบริบทเดิมๆ ยังไม่เร่งเก็บของ ไม่อพยพ เพราะคิดว่ามีเวลา ซึ่งรูปแบบฝนและน้ำมันเปลี่ยนไปแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีจ.ชัยภูมิเจอน้ำท่วมหนักในรอบ 50 ปี นักวิชาการน้ำ ระบุว่า เป็นเพราะชัยภูมิเจอแนวพายุฝนพัดเข้ามารุนแรง ปริมาณฝนจึงมาก บวกกับสภาพพื้นที่เป็นที่ลาด เป็นท้องไร่ท้องนา กว่าจะระบายออกแม่น้ำชีได้ต้องใช้เวลานาน ประกอบกับน้ำชีมีความหลากหนุนสูง &amp;nbsp;ระดับน้ำจึงท่วมสูง &amp;nbsp;เมื่อมาเจอมวลน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ที่พังเสียหายน้ำไหลลงมา ทำให้ชัยภูมิเจอหนักและเกิดการท่วมนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.สุจริต ระบุว่า การแก้ปัญหาภัยพิบัติจากน้ำท่วม &amp;nbsp;จำเป็นต้องมีแผนที่เสี่้ยงภัยในพื้นที่ ตั้งสมมุติฐานว่า พื้นที่ไม่เคยท่วมก็อาจจะท่วมได้ ฝนตกปริมาณน้อย ปานกลาง และมาก จะส่งผลกระทบพื้นที่ใด บ้าง ถัดมาสร้างระบบเตือนภัยเฉพาะเจาะจง ในญี่ปุ่นมีกรมอุตุฯ ระดับจังหวัด พยากรณ์ได้แม่นยำ ต้องพัฒนากลไกต่างๆ และลดระยะเวลาในการระบายน้ำให้สั้นที่สุด &amp;nbsp;ต้องนำความรู้มาใส่ชุมชน และจังหวัด &amp;nbsp;แต่ไทยความสามารถไม่ถึง ทั้งด้านระบบข้อมูลและความเชื่อ &amp;nbsp;เรื่องนี้ อปท. หรือชุมชนต้องมีพี่เลี้ยง เพื่อให้องค์ความรู้ ซึ่ง อว.และมท. ต้องเข้ามามีบทบาทเติมเต็ม &amp;nbsp;เพื่อให้ปรับตัว และลดความเสียหายจากอุทกภัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; ประเด็นเหล่านี้ ต้องมีการผลักดันในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 มุ่งหวังให้จังหวัดบูรณาการ ไม่ใช่ให้ส่วนกลางเป็นเจ้าภาพ เปลี่ยนจากช่วยเหลือ เป็นการป้องกันภัยพิบัติ ซึ่งร่างแผนฯ นี้อยู่ในขั้นตอนระดมความคิดเห็น และจะเริ่มใช้ตุลาคมปีหน้า ถ้ามีทิศทางตามแผน 13 เราจะเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี ทำให้ประเทศไทยหลุดจากวงจรแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งเฉพาะหน้าทุกปีๆ &amp;nbsp;จะไม่มีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักเหมือนปัจจุบัน &amp;quot; รศ.ดร.สุจริต ฝากความหวังในแผน 13 &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาพื้นที่แถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่มักได้รับผลกระทบเวลาเจอตกหนักเป็นอีกประเด็น ที่ต้องมีแผนรับมือ &amp;nbsp;นักวิชาการน้ำชี้ว่า ต้องผลักดันโครงการเจ้าพระยาเดลต้า เพื่อสร้างสมดุลใหม่ ลดพื้นที่ปลูกข้าว เปลี่ยนมาเพาะปลูกพืชชนิดอื่น เพราะแนวโน้มประชากรลดลง แรงงานภาคเกษตรไม่มี ราคาข้าวของไทยสู้เพื่อนบ้านไม่ได้ ประโยชน์อีกทางยังเป็นการเพิ่มพื้นที่รับน้ำนองของลุ่มเจ้าพระยา &amp;nbsp;ทำให้น้ำท่วมอยู่ในระดับจัดการได้ น้ำแล้งก็จัดการได้ อยากชวนกันคิดแก้ไข ไม่ใช่เมืองก็เติบโต โครงสร้างพื้นฐาน ถนน รถไฟ &amp;nbsp;แต่ขาดการเชื่อมโยงเรื่องจัดการน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีหลายเสียงออกมาพูดว่าน้ำท่วมปีนี้ จะซ้ำรอยกับปี 54 คนกรุงจะเจอกับมหาอุทกภัย &amp;nbsp;ในมุมมองของ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ฝนตกในภาคเหนือค่าเฉลี่ยน้อยกว่าปกติ แต่ปัจจุบันปริมาณฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยแล้ว แต่ยังน้อยกว่าปี 2554 &amp;nbsp;จะเห็นว่า น้ำเหนือมาน้อยกว่า 10 ปีที่แล้ว จากข้อมูลกรมชลประทานปริมาณน้ำระบายผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่&amp;nbsp;2,600-2,800 ล้าน ลบ.ม.ต่อวินาที &amp;nbsp;แต่จะประมาทเพราะยังระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่ถึง 3,700 ล้าน ลบ.ม.จึงเหมือนปี 54 ไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นักวิชาการด้านภัยพิบัติยกตัวอย่างกรณี จ.สุโขทัย ทุกปีมีน้ำมาจากแพร่ แต่ปีนี้แพร่ไม่มีน้ำ ระดับน้ำยมต่ำกว่าตลิ่้ง แต่สุโขทัยทำไมท่วมรุนแรง โดนตีมาจากทางตะวันตก &amp;nbsp;ขณะที่พนังกั้นน้ำริมน้ำยมเป็นตัวขังไม่ให้น้ำระบายได้ เช่นเดียวกับในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนก็เช่นกัน แม้น้ำเหนือมาน้อย แต่ปริมาณน้ำจากด้านข้าง เข้ามามาก ผลกระทบจากพายุจึงเป็นปัจจัยสำคัญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ไทยยังจะเจอพายุอีกลูก ซึ่งมีกำลังแรงกว่าพายุเตี้ยนหมู่ด้วย อาจจะเป็นไต้ฝุ่น ซึ่งจะเข้าภาคกลางของประเทศเวียดนาม ช่วงวันที่ 8-10 ต.ค. นี้ &amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าติดตามจะเข้าไทยเส้นทางไหน และลูกที่สองอาจจะมีตามมาอีกวันที่ 13-15 ต.ค. &amp;nbsp;ซึงเราต้องเชื่อว่ามีพายุไว้ก่อน &amp;nbsp;เพื่อวางแผนบริหารจัดการความเสี่ยง ต้องบริหารแข่งกับเวลาด้วย ถ้ารอให้รู้ว่า พายุมาแน่นอน จะเหลือเวลาน้อยในการจัดการน้ำ เพราะอนาคตข้างหน้าไม่แน่นอน ในต่างประเทศยังต้องสร้างภาพจำลองฉายขึ้นมา &amp;nbsp;เมื่อตรงกับความจริง ก็หยิบภาพฉายนี้มาวางแผนและจัดทำมาตรการ &amp;nbsp;ถ้าประเทศไทยทำแบบนี้ รพ.ชัยภูมิ จะไม่ถูกน้ำท่วมหนัก &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ฉะนั้น เราต้องบริหารความเสี่ยงให้ได้ ถ้าเข้ามาเหนือเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ไม่เป็นไร เพราะเขื่อนมีปริมาตรรับได้ แต่ถ้าพายุเข้ามาใต้เขื่อน ที่นครสวรรค์ สุโขทัย พิษณุโลก จะหนักนะ หรือถ้าเข้ามาต่ำกว่าเขื่อนเจ้าพระอีก จะหนักในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง เกิดน้ำท่วมทุ่ง ปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมจะเหมือนกรณีน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางปู น้ำระบายออกไม่ได้ เพราะมีคันกั้นน้ำสูงมากในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ชัยนาท &amp;nbsp;สิงห์บุรี อ่างทอง &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องประเมินความเสี่ยง ว่าจะมาเส้นไหน และมีคำตอบ ส่วนคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ติดตาม ข้อมูลอย่างใกล้ชิด อย่าให้ความสำคัญกับน้ำเหนือมาน้อย &amp;nbsp;แต่ให้ความสำคัญกับฝน &amp;nbsp;&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รศ.ดร.เสรี กล่าวว่า ขณะนี้กำลังทำแบบจำลองคาดการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคกลาง กรณีระบายน้ำ &amp;nbsp;2,800 ลบ.ม. ต่อวินาที และมีพายุพาดผ่านภาคกลาง ฝนตกหนักเข้ามาเติม ผลปรากฎว่า พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมดจะมีปัญหาแน่นอน มีบทเรียนจากเตี้ยนหมู่แล้ว ชัดเจนฝนจากพายุอันตราย พึงระวังความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงศักยภาพพื้นที่รับน้ำในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง เพื่อหน่วงน้ำ &amp;nbsp; ดร.เสรี บอกว่า ปัจจุบันไหลผ่านเจ้าพระยาอยู่ที่&amp;nbsp;2,600 ลบ.ม.ต่อวินาทีก็เหนื่อยแล้ว &amp;nbsp;ถ้าผันมาทางลุ่มแม่น้ำน้อย คนก็ลำบากเพราะเกินศักยภาพ รับได้ &amp;nbsp;ถ้าเพิ่มมา &amp;nbsp;3,000-3,500 &amp;nbsp;ลบ.ม.ต่อวินาที จะหนักแน่ เกาะเมืองอยุธยาจะถูกกระทบแบบน่ากลัว &amp;nbsp;แต่ถามว่า จะตัดยอดน้ำได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ระดับเหนือเขื่อนเจ้าพระยาต่างจากปี 54 แค่ 1 เมตร โดยวันนี้อยู่ที่ 17 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง(รทก.) &amp;nbsp;แต่ปี &amp;nbsp;54 &amp;nbsp;อยู่ระดับ 18 เมตร รทก. ซึ่งถ้ามีฝนตกหนักจากพายุเข้ามาอีก ถามว่าโครงสร้างพื้นฐานจะรับได้มั้ย คันกั้นน้ำ ประตูน้ำจะแตกอีกหรือไม่เรื่องเหล่านี้ต้องคิดเตรียมพร้อมรับมือ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; คนกรุงเทพฯ และปริมณฑล กังวลกับสถานการณ์ได้ เพราะเจอน้ำรอการระบายแน่นอน ฝนจะตกสั้นๆ แต่หนัก น้ำเหนือที่มาแม้น้อยกว่าปกติ แต่อย่าวางใจ น้ำมาหาได้ และจะยกระดับมาเรื่้อยๆ ถ้าบางไทรแตะ 3,000 ลบ.ม. ต่อวินาที ให้ติดตามข่าวสาร &amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุมาก็ติดตามสถานการณ์ ใช้เวลา 1 สัปดาห์น้ำจะมา &amp;nbsp;เมื่อไหร่น้ำหลาก น้ำล้น ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ก็ต้องตัวใครตัวมัน &amp;quot; รศ.ดร.เสรี ย้ำคนกรุงติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วภาคอีสานล่ะจะเจอพายุอีกหรือไม่ &amp;nbsp;ดร.เสรี แสดงความกังวลว่า จะได้รับผลกระทบจากพายุลูกใหม่ แน่นอน แต่จะเป็นอีสานตอนบน ตอนกลาง หรือตอนล่าง ยังระบุไม่ได้ เพราะแนวโน้มจะไปอีสานกลาง &amp;nbsp;ซึ่งจะซ้ำกับเหตุการณ์ชัยภูมิ และขอนแก่น แต่ถ้าพายุเข้าอีสานตอนบนไป ก็จะไปที่จ.อุดรธานี และหนองคาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เส้นทางพายุไม่แน่นอนจริง ๆ ผมมีประสบการณ์คาดการณ์พายุที่จ.นครราชสีมา อ.ปากช่องจะตก 160 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง เส้นทางผ่านนครราชสีมา คล้ายสภาพอากาศปี 2553 &amp;nbsp;ที่น้ำท่วมปากช่อง คิดว่าปีนี้ปากช่องไม่รอดแน่ &amp;nbsp;เป็นการประเมิน 3 วันล่วงหน้า แต่ปรากฎว่าเส้นทางพายุเปลี่ยนขึ้นไปด้านบนแทน &amp;nbsp;แต่พอคาดการณ์ 1 วัน &amp;nbsp;ล่วงหน้าก็ ผ่านไปทาง จ.ชัยภูมิ &amp;nbsp;เส้นทางที่ไปแปรปรวนตลอด ต้องติดตาม สุดท้ายปากช่องไม่โดน เพราะไปที่ชัยภูมิแทน &amp;quot; รศ.ดร.เสรี กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ รศ.ดร.เสรี ยังย้ำเรื่องผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงจากสภาพภูมิอากาศ &amp;nbsp;จะทำให้โลกเจอกับ ภาวะฝนตกจะหนักขึ้น 2-3 เท่า &amp;nbsp;อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุก 1 องศา จะมีความชื้นเพิ่้มขึ้น 7-10 % พอหมดฝน เจอแล้ง และจะแล้งหนักขึ้น 4 เท่า เพราะอุณหภูมิสูงขึ้น น้ำระเหยมากขึ้น รวมถึงระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น อย่างอ่าวไทยระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 30-40 เซนติเมตร อีก 80 ปี &amp;nbsp;จะเพิ่มขึ้น 1.50-2 เมตร ขึ้นกับผู้นำโลกที่จะเจรจาโลกร้อนกันเดือนพฤศจิกายนนี้ &amp;nbsp;สหประชาชาติส่งสัญญาณเตือนภัย และระบุไม่มีประเทศใดที่รายงานบรรลุเป้าหมายลดอุณหภูมิ อีก 10 ปีข้างหน้า เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่เกิดขึ้นแน่นอน ถึงเวลาปรับตัวอยู่กับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เพราะเป็นผลพวงจากพฤติกรรมเรา ยิ่งภัยโควิดเกิดขึ้น ยากที่จะหยุดการพัฒนา

&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118615</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมปี2554, น้ำท่วมปีุ2564</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_615957c2419d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
